![N0510002_[#เต มเร อง] #ชายหน มถ กลอตเตอร 50ล านแต บ ให ภรรยาเขาเอาไปเปย สาวหม | Đọc Báo Online16](https://reviewfilm2.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261005_141409.jpg)
เผยประสบการณ์ขับขี่ Mitsubishi Xpander Cross 2026: MPV 7 ที่นั่ง ผสาน DNA SUV สไตล์ลุยขั้นสุด
หลังจากที่ Mitsubishi Xpander Cross เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดรถยนต์ครอบครัว MPV ที่เน้นความสมบุกสมบัน ด้วยดีไซน์แบบ SUV ที่ดุดัน และฟีเจอร์ที่อัดแน่นเต็มคัน ทีมงานของเราได้รับเกียรติจาก Mitsubishi Motors ประเทศไทย ให้เข้าร่วมทริปทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 ณ จังหวัดเชียงราย เส้นทางหลากหลาย ทั้งถนนดำและทางฝุ่น ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ใช้งานจริง ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงาม
บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบภายนอกที่โฉมใหม่หมดจด ฟีเจอร์ภายในที่จัดเต็มระบบความปลอดภัย และที่สำคัญคือประสบการณ์การขับขี่จริงบนเส้นทางทดสอบจริง ซึ่งจะพาคุณไปพบกับศักยภาพที่แท้จริงของรถ MPV 7 ที่นั่ง คันนี้ ว่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยยุคใหม่ได้ดีแค่ไหน
ดีไซน์ภายนอก: Advanced Dynamic Shield ขับเคลื่อนสไตล์ SUV
Mitsubishi Xpander Cross 2026 ได้รับการปรับโฉมใหม่เกือบทั้งคัน โดยเฉพาะด้านหน้าที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ในยุคนี้ กับดีไซน์ Advanced Dynamic Shield ที่ผสมผสานความสง่างามของ MPV เข้ากับความบึกบึนของ SUV ได้อย่างลงตัว
กระจังหน้าใหม่ดีไซน์ 3 ชั้นสีดำ ให้ความรู้สึกเข้มและสปอร์ต กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ดูแข็งแกร่งขึ้น พร้อมการ์ดกันกระแทกชายกันชนหน้าด้านล่างสีเงิน 3 ช่อง เสริมความสมบุกสมบัน ซุ้มล้อที่บางลงและแผงการ์ดกันกระแทกชายประตูด้านข้างสีเงิน ช่วยเสริมลุค SUV ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ชุดไฟหน้าได้รับการอัพเกรดใหม่ทั้งหมด เป็นแบบ LED ที่รวมทั้งไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRLs), ไฟเลี้ยว, และไฟตัดหมอกไว้ในชุดเดียวกัน ดีไซน์ไฟท้ายแบบ LED ที่ปรับให้มีความเหลี่ยมคม เข้ากับบุคลิกของรถ SUV มากขึ้น เสริมด้วยไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED บริเวณสปอยเลอร์หลังคา ราวหลังคาเพิ่มความอเนกประสงค์ เสาอากาศแบบครีบฉลาม และกระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า
แม้ฝาท้ายจะยังคงเป็นแบบเปิดมือ แต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ระบบไล่ฝ้า และกล้องมองหลังสำหรับถอยจอด
ล้อและสี: ตัวเลือกหลากหลาย สไตล์ที่เป็นคุณ
Mitsubishi Xpander Cross 2026 มาพร้อมกับชุดล้อลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว แบบทูโทนสีเงินตัดด้วยสีเทา เพิ่มความสปอร์ตและทันสมัย มีตัวเลือกสีตัวถังใหม่ถึง 4 สี ได้แก่
สีเขียว (Green Bronze Metallic) – สีใหม่ล่าสุด ให้ความรู้สึกสดใหม่และโดดเด่น
สีขาวมุก (Quartz White Pearl) – สีคลาสสิกที่ได้รับความนิยมตลอดกาล
สีเงิน (Blade Silver) – ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย
สีเทา (Graphite Gray) – สีเข้ม ดูสุขุมและพรีเมียม
นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกสีทูโทนอีก 2 สไตล์ ได้แก่ สีเขียวหลังคาดำ (Green Bronze Metallic with Black Roof) และ สีขาวหลังคาดำ (Quartz White Pearl with Black Roof) ซึ่งเพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียมให้รถดูมีมิติยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสาร: กว้างขวาง อเนกประสงค์ และหรูหรา
ภายในห้องโดยสารยังคงความอเนกประสงค์ด้วยรูปแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดสีน้ำเงิน และ accents สีเงิน ให้ความรู้สึกเรียบหรูและทันสมัย
พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบ 4 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมระบบต่างๆ ยกชุดมาจาก Pajero Sport ให้สัมผัสที่กระชับมือ แผงหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกราฟิกสวยงามเช่นเดียวกับ Pajero Sport แต่เป็นกราฟิกสำหรับ Mitsubishi Xpander โดยเฉพาะ
ระบบ Infotainment มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth, Apple CarPlay และ Android Auto ให้คุณเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมือง
ช่องเสียบ USB-A และ USB-C รวมถึงช่องจ่ายไฟ DC 12 โวลต์ ให้พลังงานกับอุปกรณ์ของคุณได้อย่างทั่วถึง ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลพร้อมแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 และระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระที่ปรับความแรงพัดลมได้ ช่วยให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งรู้สึกสบาย กระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ
ประสบการณ์ขับขี่จริง: เชียงราย – ดอยช้าง เส้นทางทดสอบสุดท้าทาย
เราเริ่มต้นการเดินทางจากตัวเมืองเชียงราย สู่ดอยช้าง เส้นทางทดสอบที่ท้าทาย ประกอบด้วยถนนดำในเมืองและชานเมือง ต่อด้วยเส้นทางขึ้นเขาที่มีทางโค้งแคบสลับไปมา ระยะทางรวมกว่า 200 กิโลเมตร เรานั่งโดยสารทั้งหมด 4 ท่าน พร้อมสัมภาระ
ระบบบังคับควบคุม: พวงมาลัยปรับเซ็ตใหม่ นุ่มนวล แม่นยำ
สัมผัสแรกคือพวงมาลัยที่น้ำหนักเบา ได้รับการปรับเซ็ตใหม่ให้น้ำหนักเหมาะสมในแต่ละย่านความเร็ว ในช่วงความเร็วเดินทาง 100-120 กม./ชม. พวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังดี ไม่เบาจนเกินไป ไม่ต้องคอยประคองให้เมื่อยล้า แม้ในทางโค้งขึ้นลงเขา พวงมาลัยก็สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำ วงพวงมาลัยมีการคืนตัวที่คล่องตัวกว่าที่เคย แม้ส่วนตัวจะแอบรู้สึกว่าวงพวงมาลัยใหม่มีขนาดใหญ่ไปนิด แต่ก็ไม่ได้มีผลต่อการขับขี่มากนัก
เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง: ECO-Dynamic CVT ตอบสนองดี
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ ECO-Dynamic CVT ตอบสนองการใช้งานทั่วไปได้อย่างเพียงพอ แน่นอนว่าไม่ได้เร่งได้แบบติดเท้า เน้นการไต่ความเร็วขึ้นไปแบบต่อเนื่อง การแซงบนถนนเลนสวนต้องเผื่อระยะไว้พอสมควรเพื่อความปลอดภัย ในช่วงทางขึ้นเขา สามารถใช้โหมด Ds หรือโหมด D ปกติ กับผู้โดยสาร 4 ท่าน ก็สามารถขับขึ้นเขาได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก รถไต่ความชันขึ้นไปได้สบาย
ระบบช่วงล่าง: นุ่มหนึบ ทรงตัวดีเยี่ยม
ระบบช่วงล่างได้รับการปรับเซ็ตใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนชุดโช้คอัพหลังที่มีขนาดแกนเท่ากับ Pajero Sport ให้ความรู้สึกหนึบ แน่น นุ่ม ไม่กระด้าง แม้ในช่วงพื้นถนนไม่เรียบ อาจมีอาการดีดเล็กน้อย แต่ไม่รู้สึกไม่สบาย ช่วงทางโค้งเลี้ยวสลับไปมา อาการโคลงค่อนข้างน้อย แม้รถจะค่อนข้างสูง เมื่อมีน้ำหนักกดทับมาก ช่วงล่างจะให้ความรู้สึกที่นุ่มมากยิ่งขึ้น คาดว่าปรับเซ็ตมาให้รองรับการโดยสารหลายท่านพร้อมสัมภาระได้ดีเยี่ยม
การเก็บเสียง: เงียบ สบายตลอดการเดินทาง
ห้องโดยสารเก็บเสียงได้ดี มีการเพิ่มฉนวนกันเสียงหลายจุด ทำให้เสียงจากเครื่องยนต์และพื้นถนนเข้ามาน้อย แม้เร่งเครื่องเสียงก็ไม่ดังรบกวนผู้โดยสาร เมื่อความเร็วสูงเกิน 100 กม./ชม. จะได้ยินเสียงลมไหลผ่านชัดเจนขึ้น แต่โดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีสำหรับรถ MPV
ระบบเบรก: หน่วงน้ำหนักกำลังดี มั่นใจทุกการชะลอความเร็ว
ระบบดิสก์เบรกหน้าดรัมเบรกคู่หลัง ให้พละกำลังที่เหมาะสมกับการใช้งาน น้ำหนักแป้นเบรกมีความหน่วงกำลังดี นุ่มนวล และให้ความมั่นใจเมื่อต้องการเบรกหยุด เป็นฟิลลิ่งของเบรกสำหรับรถครอบครัวที่เหมาะสมทีเดียว
ระบบขับขี่ทางฝุ่น: ลุยได้จริง มั่นใจทุกสถานการณ์
ที่สิงห์ปาร์ค เชียงราย ทางทีมงานได้จัดเส้นทางทดสอบทางฝุ่นและเนินโคลน เพื่อทดสอบระบบป้องกันล้อ