
Lexus NX: ยุคใหม่ของ SUV หรู ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต สู่ตลาดประเทศไทย
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของแบรนด์รถยนต์หรูอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Lexus แบรนด์ภายใต้ร่มเงาของ Toyota ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการนำเสนอนวัตกรรมและความเหนือระดับ วันนี้ ผมขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกของ Lexus NX รถยนต์ SUV ขนาดคอมแพ็คที่กำลังจะเข้ามาเขย่าตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 สิงหาคม 2557 นี้
Lexus NX ไม่ใช่แค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ Lexus ในเซกเมนต์ SUV ขนาดคอมแพ็ค จากแนวคิดการพัฒนารถต้นแบบ LF-NX สู่การผลิตจริงที่สะท้อน DNA ของ Lexus ได้อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม มีมิติ และดุดันในทุกมุมมอง การออกแบบภายนอกนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความโดดเด่น แต่ยังสะท้อนถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
หัวใจสำคัญ: เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร ครั้งแรกของ Lexus
สิ่งที่ทำให้ Lexus NX น่าจับตาเป็นพิเศษคือการนำเสนอเครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบเบนซินรุ่นแรกของ Lexus ที่เข้ามาทำตลาด เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Lexus พร้อมที่จะท้าชนในทุกสมรภูมิเครื่องยนต์ ด้วยพละกำลังคาดการณ์ที่สูงถึง 240 แรงม้า แรงบิดอันทรงพลังที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในทุกจังหวะ นี่คือการผสมผสานระหว่างความหรูหรากับสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่ Lexus ไม่เคยนำเสนอมาก่อนในเซกเมนต์นี้
มากกว่าความหรูหรา: ฟังก์ชันที่ตอบสนองชีวิตยุคใหม่
Lexus NX ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกิจกรรมที่หลากหลาย การออกแบบภายในเน้นให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ตำแหน่งที่นั่งที่ต่ำลงเล็กน้อยในสไตล์ SUV Coupé ผสมผสานกับการออกแบบเบาะที่โอบรับสรีระ พร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวางเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว หรือการขนของใช้จำเป็นในชีวิตเมือง
การเข้ามาของ Lexus NX: ความหวังใหม่ของตลาดรถหรู
Lexus ประเทศไทย เชื่อมั่นว่าการเข้ามาของ Lexus NX จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้กับตลาดรถยนต์หรูที่แม้จะชะลอตัวตามภาพรวมของเศรษฐกิจ แต่ก็มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง การมีรถรุ่นใหม่ที่น่าสนใจในเซกเมนต์ SUV ขนาดคอมแพ็ค ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด จะช่วยผลักดันให้เป้าหมายยอดขายของ Lexus ในปี 2557 เป็นไปได้ตามที่คาดการณ์ไว้
Lexus NX: ไม่ใช่แค่การเปิดตัว แต่คือการประกาศศักดา
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 14 สิงหาคม 2557 นี้ ตามมาด้วยการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale วันที่ 16 สิงหาคม ที่ไบเทค บางนา สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดสู่ตลาดไทย
Lexus LF-SA Concept: วิสัยทัศน์สู่อนาคต Ultra Compact
ก่อนที่จะเจาะลึกในรายละเอียดของ Lexus NX ผมขออนุญาตพาทุกท่านย้อนกลับไปชมวิสัยทัศน์ของ Lexus ในเซกเมนต์ที่เล็กกว่าอย่าง Lexus LF-SA Concept ที่เผยโฉมในงาน Geneva Motor Show ในปี 2557 (หรือ 2014) รถต้นแบบคันนี้สะท้อนแนวคิดของ “Ultra Compact Car” ที่ Lexus ตั้งใจจะนำมาท้าชนกับคู่แข่งสำคัญอย่าง MINI และ Audi A1 ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า
LF-SA Concept มีขนาดเล็กกะทัดรัดอยู่ที่ ความกว้าง 1.70 เมตร ยาว 3.45 เมตร และสูง 1.45 เมตร ทำให้มันมีขนาดเล็กกว่า Toyota Yaris เสียอีก การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงลูกศรที่คุ้นตา ไฟหน้าทรงบูมเมอแรง และล้อขนาดใหญ่ รับกับซุ้มล้อที่ดูบึกบึน
ภายในห้องโดยสารเป็นแบบ 2+2 ที่นั่ง การออกแบบภายในได้รับแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์สุริยุปราคา (Solar Eclipse) คอนโซลหน้ามีรูปทรงเหลี่ยมสันที่ดูแตกต่างจากรถ Lexus ทั่วไป มาพร้อมระบบ Infotainment ที่คอนโซลกลาง และมาตรวัดแบบดิจิตอลโฮโลแกรม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าในการนำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคต
สำหรับขุมกำลัง LF-SA Concept คาดการณ์ว่าจะมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินผสานกับระบบไฮบริด หรืออาจเป็นระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Full-Electric) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมืองอย่างแท้จริง แม้ว่า LF-SA Concept จะยังเป็นเพียงแนวคิด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงทิศทางของ Lexus ในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ย่อยของตลาด
Lexus ES: ความหรูหราที่เติบโตและปรับตัว
เพื่อความเข้าใจในภาพรวมของ Lexus ในตลาดประเทศไทย ผมขอเสริมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ Lexus ES ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่สะท้อนการเติบโตและการปรับตัวของแบรนด์
Lexus ES เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแข่งขันในตลาด Premium Compact Sedan เคียงข้าง Mercedes-Benz C-Class, BMW 3-Series และ Audi A4 แต่เมื่อ Lexus IS ถือกำเนิดขึ้น ES จึงได้ขยับขนาดตัวถังให้ใหญ่ขึ้น เพื่อมาแข่งขันในกลุ่ม Mid-size Sedan
เจนเนอเรชันที่ 6 ของ ES ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 200,000 คัน ทำให้เป็นโมเดลขายดีอันดับ 2 ของ Lexus รองจาก RX
สำหรับเจนเนอเรชันที่ 7 ของ Lexus ES ที่มีการพัฒนาภายใต้สถาปัตยกรรม GA-K ของ TNGA (Toyota New Global Architecture) ทำให้ตัวถังมีความยาวขึ้น 65 มม. กว้างขึ้น 45 มม. และเตี้ยลง 5 มม. พร้อมฐานล้อที่กว้างขึ้น ส่งผลให้การขับขี่ดีขึ้นและเงียบยิ่งกว่าเดิม
การออกแบบภายนอกผสมผสานระหว่างเรือธง LS และสปอร์ตคูเป้ LC โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED แบบ L-shape การออกแบบภายในยังคงได้รับอิทธิพลจาก LS แต่มีขนาดเล็กกว่า พร้อมทางเลือกสีภายในที่หลากหลาย
ขุมพลังในตลาดโลกมีถึง 4 แบบ แต่สำหรับประเทศไทย จะเน้นรุ่น Hybrid เป็นหลัก ใช้เครื่องยนต์ Atkinson-cycle 4 สูบ ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเจนเนอเรชันที่ 4 ทำให้มีพละกำลังสูงสุด 215 แรงม้า แบตเตอรี่ Nickel-Metal Hydride ถูกย้ายตำแหน่งมาไว้ใต้เบาะนั่งผู้โดยสาร ทำให้ได้พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถเพิ่มขึ้น และช่วยในการกระจายน้ำหนักที่ดีขึ้น
ประสบการณ์ขับขี่ Lexus ES: เงียบ นุ่ม หนึบ
จากการทดลองขับ Lexus ES รุ่นใหม่ในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เป็นเวลาหลายชั่วโมง ผมได้สัมผัสกับประสบการณ์ขับขี่ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
ความเงียบ: สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือความเงียบภายในห้องโดยสาร แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูง เสียงลมและการสั่นสะเทือนจากพื้นถนนถูกลดทอนลงอย่างยอดเยี่ยม ด้วยการใช้พรมดูดซับเสียง 3 ชั้น และการออกแบบล้ออัลลอยที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากยาง
ความนุ่มนวล: การออกตัวเป็นไปอย่างนุ่มนวล แต่ก็ให้การตอบสนองที่ทันใจ ต้องขอบคุณระบบไฮบริดที่ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อ พวงมาลัยให้ความรู้สึกหน่วงกำลังดี ไม่เบาจนเกินไป แม้จะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า EPS แรงเบรกมีน้ำหนักพอดี ทำให้การชะลอรถทำได้อย่างมั่นใจ
การทรงตัว: ในทุกย่านความเร็ว รถมีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม การเข้าโค้งเกาะถนนได้อย่างมั่นคง แม้จะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า แต่หากไม่บอกก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง (ยกเว้นเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากจริงๆ)
เทคโนโลยีและความสะดวกสบาย: ระบบนำทางในรถมีความแม่นยำสูง การจัดวางฟังก์ชันต่างๆ ในห้องโดยสารออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้ง่าย ฟังก์ชัน Remote Touch เจนเนอเรชั่นใหม่ ช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวก
Lexus LS460 (2013): เรือธงแห่งความหรูหราและสมรรถนะ
เพื่อเสริมความสมบูรณ์ของภาพลักษณ์ Lexus ในตลาดรถหรู ผมขอกล่าวถึง Lexus LS460 รุ่นปี 2013 ซึ่งเป็นเรือธงในตลาด Full-size Sedan ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งสำคัญ เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งจากเยอรมนีอย่าง Audi A8, BMW 7-Series และ Mercedes-Benz S-Class
LS รุ่นปี 2013 มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น และห้องโดยสารที่โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ LS 460, LS 460L (ฐานล้อยาว), LS 600hL hybrid และรุ่นสปอร์ต LS 460 F Sport
การปรับโฉมภายนอกทำให้ LS มีความคล้ายคลึงกับไลน์ RX และ GS รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED แบบ L-shape และดีไซน์ท้ายรถที่ดูสปอร์ตและบึกบึน
ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยแผงแดชบอร์ดใหม่ และหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างหลากหลาย พร้อมระบบ Infotainment และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Remote Touch เจนเนอเรชั่นใหม่ ช่วยให้ควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ขุมพลังของ LS รุ่นปี 2013 มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.6 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 386 แรงม้า สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง และ 360 แรงม้า สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนรุ่นไฮบริด LS600h L ใช้เครื่องยนต์ V8 ความจุ 5.0 ลิตร ควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 458 แรงม้า และประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ
รุ่น LS 460 F Sport โดดเด่นด้วยช่วงล่างระบบถุงลม ระบบเฟืองท้าย Limited Slip Differential (ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง) คาลิปเปอร์เบรก Brembo 6 สูบ และล้ออัลลอยสไตล์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว
สรุป: Lexus NX คือก้าวสำคัญสู่ตลาด SUV หรู
Lexus NX ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของ Lexus ในการเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหารถ SUV ขนาดคอมแพ็คที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ หรือครอบครัวที่ต้องการรถที่พร้อมตอบสนองทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน Lexus NX คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
หากท่านกำลังมองหารถยนต์ที่บ่งบอกถึงรสนิยม ความเป็นผู้นำ และพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ผมขอเชิญชวนทุกท่านสัมผัสประสบการณ์ Lexus NX ได้ที่งานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 สิงหาคม 2557 นี้ และที่งาน Big Motor Sale ในวันที่ 16 สิงหาคม ที่ไบเทค บางนา เพื่อสัมผัสถึงนวัตกรรมและความเหนือระดับด้วยตัวท่านเอง.