
เจาะลึก Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026: เปลี่ยนโฉม Hybrid ขุมพลัง 116 แรงม้า สู่ตลาด MPV 7 ที่นั่ง ไทย
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งในประเทศไทยปี 2026 ยังคงเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุด ด้วยความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ทั้งในด้านฟังก์ชันการใช้งาน ความประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง แบรนด์เจ้าตลาดอย่าง Mitsubishi ได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นสำคัญที่ได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ นั่นคือ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Full Hybrid ขุมพลัง 116 แรงม้า ผสานดีไซน์ใหม่ที่พรีเมียมยิ่งขึ้น เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งที่จ่อคิวรอท้าชิง
การกลับมาของเจ้าตลาด: New Mitsubishi Xpander HEV 2026
หลังจากที่ Mitsubishi Xpander รุ่นแรกได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากตลาด ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นและฟังก์ชันที่ครบครัน Mitsubishi ไม่ปล่อยให้ความสำเร็จเป็นเครื่องหยุดนิ่ง ในปี 2026 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV ที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ครอบครัวที่มากกว่าคำว่า “ใช้งานได้” แต่ต้อง “โดดเด่นและแตกต่าง”
การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การ minor change แต่เป็นการ “เปลี่ยนโฉม” ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Full Hybrid เป็นครั้งแรกของโลกในตระกูล Xpander สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Mitsubishi ในการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับความประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่สนุกสนานและระบบความปลอดภัยที่มั่นใจได้
เทคโนโลยี Full Hybrid: หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด คือระบบขับเคลื่อน Full Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและเครื่องยนต์เบนซินได้อย่างลงตัว ระบบนี้ไม่เพียงมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ทันใจ แต่ยังช่วยลดภาระของเครื่องยนต์ ทำให้ประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่ต้องวิ่งในเมืองและเดินทางไกลเป็นประจำ
ในส่วนของ Xpander HEV มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 kW ให้กำลังสูงสุดรวม 116 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 255 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังแบบ e-CVT ช่วยให้การเปลี่ยนถ่ายกำลังราบรื่น นุ่มนวล ไม่กระชาก ทำให้การขับขี่ในสภาพจราจรที่หนาแน่นในกรุงเทพมหานคร หรือการขับขี่ที่ใช้ความเร็วคงที่บนทางหลวง เป็นไปอย่างผ่อนคลายและประหยัดน้ำมัน
ส่วนรุ่น Xpander CROSS HEV ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความสปอร์ตและลุยมากขึ้น ก็มาพร้อมเทคโนโลยี Full Hybrid เดียวกัน แต่ปรับจูนให้เข้ากับบุคลิกของรถ ทำให้ยังคงรักษาความสนุกสนานในการขับขี่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปภายในเพียงอย่างเดียวในตลาด
ดีไซน์ภายนอก: ความพรีเมียมที่เหนือกว่า
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ให้ดูพรีเมียมและแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน การออกแบบใหม่นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร
ในส่วนของ Xpander HEV ตัวรถมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า Dynamic Shield ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดให้ดูทันสมัยและโฉบเฉี่ยวมากขึ้น กระจังหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมการตกแต่งด้วยแถบสีฟ้าที่เชื่อมต่อกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED ที่เรียวบาง ช่วยให้รถดูมีความกว้างและมั่นคงมากขึ้น
สำหรับ Xpander CROSS HEV ยังคงเอกลักษณ์ของความเป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ ด้วยการเพิ่มความดุดันและลุยมากขึ้น มาพร้อมกันชนหน้าและหลังดีไซน์ใหม่ที่ดูแข็งแกร่ง พร้อมแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ (Skid Plate) ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และราวหลังคา ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของรถลุยได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ Xpander CROSS HEV ยังมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษขนาด 18 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นธรรมดา ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสมรรถนะในการขับขี่
สีตัวถังของทั้งสองรุ่นก็มีความพิเศษเช่นกัน โดยมีตัวเลือกสีใหม่ที่น่าสนใจ เช่น สีเขียว Green Bronze Metallic เฉพาะในรุ่น Xpander CROSS HEV ซึ่งเป็นสีที่สะท้อนถึงความเป็นธรรมชาติและความทันสมัย นอกจากนี้ยังมีสีอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น สีขาว White Diamond, สีเงิน Blade Silver Metallic และสีดำ Jet Black Mica ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราและฟังก์ชันที่ครบครัน
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV คุณจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน การออกแบบภายในได้รับการยกระดับให้ดูหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น โดยเน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูงและการจัดวางที่คำนึงถึงการใช้งานจริงของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
สำหรับ Xpander HEV การตกแต่งภายในจะเน้นโทนสีน้ำตาล-ดำ ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหรา เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ Max Cool ที่มีคุณสมบัติช่วยระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสภาพอากาศร้อนของประเทศไทย เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง และผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง
ในส่วนของ Xpander CROSS HEV การตกแต่งภายในจะเน้นโทนสีดำ-น้ำเงิน ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย เบาะนั่งยังคงใช้วัสดุ Max Cool แต่ปรับโทนสีให้เข้ากับบุคลิกของรถ นอกจากนี้ Xpander CROSS HEV ยังมาพร้อมกับพวงมาลัยดีไซน์พิเศษ ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและกระชับมือมากขึ้น
หน้าจอแสดงผลเป็นอีกหนึ่งจุดที่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ในทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับ มาตรวัดแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว ที่สามารถแสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วนและสวยงาม รวมถึงข้อมูลการทำงานของระบบ Hybrid ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย นอกจากนี้ยังมี หน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ซึ่งช่วยให้การใช้งานสมาร์ทโฟนในรถเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
ฟังก์ชันและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV 2026 ไม่ได้มีเพียงแค่การออกแบบที่สวยงามและเทคโนโลยี Hybrid ที่ล้ำสมัย แต่ยังมาพร้อมกับฟังก์ชันและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวยุคใหม่
ด้านความสะดวกสบาย ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ที่สามารถให้ประสบการณ์เสียงที่คมชัดและมีมิติ ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายช่วยลดความยุ่งยากในการเสียบสายชาร์จ ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลพร้อมหน้าจอแสดงผล และฟังก์ชัน Max Cool ที่ช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการปรับอากาศด้านหลังแบบแยกส่วน และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังบนเพดาน ที่ช่วยให้ผู้โดยสารทุกแถวรู้สึกสบาย
ด้านความปลอดภัย Mitsubishi ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ใน Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูง Advanced Safety Systems (ASS) ซึ่งประกอบด้วย:
Active Yaw Control (AYC): ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยความเร็ว
Adaptive Cruise