
Bentley Continental GT3-R: พลังเหนือระดับ ความหรูหราจากอังกฤษ สู่ปรากฏการณ์แห่งความเร็ว
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับหรูมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Bentley Motors มาอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสมผสานสมรรถนะกับความประณีตของแบรนด์อังกฤษแห่งนี้อย่างชัดเจน คือการเปิดตัว Bentley Continental GT3-R ณ มหกรรมยานยนต์ Goodwood Festival of Speed ในปี 2014 ซึ่งไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลอง 95 ปีแห่งประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นการยกระดับนิยามของ “รถยนต์ที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุดเท่าที่ Bentley เคยสร้างมา” สู่สายตาชาวโลก
แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง สู่ยนตรกรรมที่เร็วที่สุด
Continental GT3-R ไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความบังเอิญ หากแต่ได้รับการหล่อหลอมจากเลือดเนื้อของรถแข่ง Continental GT3 ซึ่งเป็นจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งที่ Bentley นำมาถ่ายทอดสู่รถยนต์สำหรับการใช้งานบนถนน สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนจากขุมพลังภายใต้ฝากระโปรง: เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างเหนือชั้น เพื่อรีดเค้นพละกำลังสูงสุดถึง 572 แรงม้า และแรงบิดอันมหาศาล 700 นิวตัน-เมตร
แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการแห่งความเร็ว การลดน้ำหนักตัวถังลงถึง 100 กิโลกรัม การปรับปรุงระบบกระจายแรงบิดให้เฉียบคม และการลดระยะเวลาการเปลี่ยนเกียร์แต่ละจังหวะ ล้วนผสานกันอย่างลงตัว ส่งผลให้ Continental GT3-R สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่คือประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจถึงขีดสุด ที่ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่ฉับไวทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง
ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 300 คันทั่วโลก และทุกคันถูกประกอบขึ้นด้วยงานฝีมืออันประณีต ณ โรงงานของ Bentley ในเมือง Crewe ก่อนจะส่งต่อไปยังแผนกมอเตอร์สปอร์ตเพื่อเก็บรายละเอียดขั้นสุดท้าย ทำให้ Continental GT3-R กลายเป็นผลงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ และเป็นที่หมายปองของนักสะสมทั่วโลก
ตำนานแห่งมอเตอร์สปอร์ต: Continental GT3 และจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน
เพื่อตอกย้ำถึงรากฐานอันแข็งแกร่งในวงการมอเตอร์สปอร์ต Bentley ได้นำรถแข่ง Continental GT3 ซึ่งเป็นต้นแบบของ GT3-R มาจัดแสดงและร่วมแข่งขัน ณ Goodwood Festival of Speed อีกครั้ง หนึ่งในภารกิจที่น่าจดจำคือการเข้าร่วมการแข่งขัน Blancpain Endurance Series ที่สนาม Silverstone ซึ่งถือเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์เดียวกับ Bentley Speed 8 ที่เคยคว้าชัยอันดับ 2 ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ปี 2003 โดย David Brabham
Continental GT3 ไม่ได้เป็นเพียงรถแข่ง แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและความมุ่งมั่นของ Bentley ในการกลับคืนสู่สังเวียนการแข่งขันระดับโลก หลังจากนั้น Continental GT3 ยังคงโลดแล่นในสนามแข่ง Paul Ricard ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและเทคโนโลยีที่ Bentley พัฒนาขึ้น
Bentley ในตำนาน: Speed Six ‘Old Number 1’ และมรดกแห่งชัยชนะ
เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ Bentley ยังได้นำรถแข่งในตำนาน 3 คัน เข้าร่วมการแข่งขัน Hillclimb ณ Goodwood อีกด้วย โดยไฮไลท์สำคัญคือ Bentley Speed Six หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘Old Number 1’ ซึ่งเป็นรถคู่ใจของนักแข่งระดับตำนานที่เคยคว้าชัยชนะในการแข่งขัน Le Mans ถึงสองครั้งในปี 1929 และ 1930 โดย Woolf Barnato, Henry ‘Tim’ Birkin และ Glen Kidston
‘Old Number 1’ ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมาพร้อมกับ ‘Old Number 2’ และ ‘Old Number 3’ ซึ่งเป็นรถคู่หูที่เคยร่วมลงสนามแข่งขัน Le Mans ในปี 1930 เคียงข้าง ‘Old Number 1’ การปรากฏตัวของรถทั้งสามคันนี้ ณ Goodwood ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงความสำเร็จในอดีต แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึง DNA แห่งชัยชนะที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในสายเลือดของ Bentley มาจนถึงปัจจุบัน
Bentley EXP 10 Speed 6: วิสัยทัศน์แห่งอนาคต สู่การพัฒนากลยุทธ์แพลตฟอร์ม
เมื่อมองไปยังอนาคต การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่รัดกุม และ Bentley ก็ได้แสดงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมในการใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche ผ่าน Bentley EXP 10 Speed 6 ที่จะใช้แพลตฟอร์ม MSB เจเนอเรชั่นที่ 2 ร่วมกับ Porsche Panamera รุ่นใหม่
การตัดสินใจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในโลกยานยนต์ยุคใหม่ ที่การแบ่งปันเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังเปิดโอกาสให้ Bentley สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายภายใต้กรอบการทำงานเดียวกัน ซึ่งรวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่าง Continental GT และ Flying Spur รวมถึง EXP 10 Speed 6 เองด้วย
Mr. Kevin Rose ยืนยันถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยให้ Bentley สามารถสร้างสรรค์รถยนต์ประเภทต่างๆ ตั้งแต่ซีดานไปจนถึงรถสปอร์ต โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็น “สปอร์ต” และ “ความมั่นใจ” ไว้ได้อย่างครบถ้วน เขาเน้นย้ำว่าการใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ Porsche เป็นกลยุทธ์ที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรม และ Bentley ยังสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีร่วมกันได้ โดยยังคงรักษาอารมณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ไว้ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ Bentley ไม่ได้กังวลถึงผลกระทบต่อลูกค้า เพราะลูกค้าของ Bentley มีความเข้าใจและยอมรับในกลยุทธ์การพัฒนาเช่นนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าเองก็ใช้ในการดำเนินธุรกิจของพวกเขาเช่นกัน
ทางเลือกขุมพลังแห่งอนาคต: จาก W12 สู่พลังงานไฟฟ้า
ในส่วนของขุมพลังสำหรับ Bentley EXP 10 Speed 6 ทาง Bentley ยังคงเปิดรับทางเลือกที่หลากหลาย โดยมีแนวโน้มที่จะพิจารณาเครื่องยนต์ W12 อันทรงพลัง ที่ประจำการใน Bentley Bentayga ซึ่งให้กำลังถึง 616 แรงม้า หรือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ยิ่งไปกว่านั้น Mr. Wolfgang Dürheimer, CEO ของ Bentley, ยังได้เสนอแนวคิดที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับทางเลือกของพลังงานไฟฟ้า โดยเสนอให้มีรุ่นที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังประมาณ 400-500 แรงม้า สามารถทำความเร็วได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง นี่คือทิศทางที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ที่ยั่งยืน
Bentley Bangkok: การเปิดตัวยนตรกรรมแห่งความหรูหราและสมรรถนะ ณ Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42
ในประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ได้นำเสนอประสบการณ์แห่ง Bentley สู่สายตาคนไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้มีการเปิดตัวยนตรกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจหลายรุ่น
The Continental GT V8: นิยามใหม่แห่ง Grand Tourer
การเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ The Continental GT V8 ยนตรกรรมสปอร์ต 2 ประตูสุดหรู สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ต สมรรถนะการขับขี่อันเป็นเลิศ งานฝีมืออันประณีต และเทคโนโลยีล้ำสมัย เป็นการนิยามใหม่ของรถยนต์ Grand Tourer ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หัวใจสำคัญของ The Continental GT V8 คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ปริมาตร 4.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังถึง 542 แรงม้า และแรงบิด 770 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับรุ่นเปิดประทุน The Continental GT V8 Convertible มาพร้อมหลังคาผ้าบุ 4 ชั้นที่กันความร้อนและเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
เพื่อเติมเต็มความสปอร์ต เอเอเอสฯ ได้นำเสนอออปชั่นพิเศษ อาทิ ล้ออัลลอยด์สีเงินขนาด 20 นิ้ว, กระจังหน้าโครเมียมสุดหรู, สัญลักษณ์ “B” สีดำ, ไฟหน้าและไฟท้าย Matrix LED ที่ผลิตจากคริสตัลแท้พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, พวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ต, กาบบันไดสลัก “Handbuilt in Crewe, England” และหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว
ผู้ซื้อสามารถเลือกระบบสีภายนอกได้มากถึง 17 เฉดสี ราคาเริ่มต้นของ The Continental GT V8 อยู่ที่ 16.99 ล้านบาท และรุ่นเปิดประทุนอยู่ที่ 18.5 ล้านบาท
The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition: ความภาคภูมิใจแห่ง AAS Motorsport
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับ AAS Motorsport ทีมแข่งรถชั้นนำของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี Bentley Bangkok ได้เปิดตัว The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition ยนตรกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่งอย่างแท้จริง
รุ่นพิเศษนี้โดดเด่นด้วยสีขาวภายนอก, จานเบรกสีแดง, ชุดแต่ง Blackline และ Styling Specification พร้อม Mulliner Specification ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต ด้วยลวดลายเฉดสีแดง St. James Red และสีดำ Gloss Black
สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือ ผู้ที่จอง The Continental GT V8 AAS Motorsport Edition จะได้รับสิทธิ์ในการเลือกตัวเลขสำหรับติดที่กาบบันได เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งเดียว เฉพาะคันนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 5 คันทั่วโลก สนนราคาอยู่ที่ 25.5 ล้านบาท
The New Flying Spur: นิยามใหม่แห่ง Luxury Sport Sedan
อีกหนึ่งยนตรกรรมที่น่าจับตามองคือ The New Flying Spur ซึ่งเป็นการนิยามใหม่ของรถยนต์ Grand Tourer 4 ประตู ที่ผสมผสานความโฉบเฉี่ยวของสปอร์ตซีดานเข้ากับความหรูหราแบบร่วมสมัย โดยมีสัญลักษณ์ “Flying B” อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bentley มาประดับเพื่อเพิ่มความสง่างาม
ขุมพลังของ The New Flying Spur คือเครื่องยนต์ W12 สูบ ขนาด 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ พร้อมระบบเกียร์คลัทช์คู่ 8 สปีด และเทคโนโลยี TSI ให้กำลัง 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดที่ 333 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
The New Flying Spur มาพร้อมตัวเลือกสีมาตรฐาน 17 สี, City Specification พร้อมโหมดการขับขี่ 4 โหมด, ห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นจากการเพิ่มความยาวฐานล้อ 130 มิลลิเมตร, การตกแต่งภายในด้วยแผ่นไม้วีเนียร์ที่หลากหลาย, หน้าจอดิจิทัลคมชัดแบบทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว พร้อม Rotating Display ที่คอนโซลกลาง และตัวเลือกหลังคาแก้ว Panoramic Roof
The New Flying Spur มอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบทั้งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สนนราคาเริ่มต้นที่ 18.6 ล้านบาท
ข้อเสนอสุดพิเศษจาก Bentley Bangkok
สำหรับผู้ที่สนใจ Bentley ทุกรุ่น สามารถเข้าชมบูท Bentley Bangkok ณ งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 เพื่อสัมผัสกับข้อเสนอที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.5% นานสูงสุด 60 เดือน, การรับประกันจากโรงงานผู้ผลิตฯ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม รวมถึงส่วนลดพิเศษสำหรับ Bentley Collection สูงสุดถึง 40%
Bentley Motors ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือผู้รังสรรค์ประสบการณ์แห่งสุดยอดวิศวกรรม งานฝีมือ และสไตล์ที่เหนือกาลเวลา หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนถึงรสนิยม ความสำเร็จ และความหลงใหลในสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับจิตวิญญาณที่แท้จริงของ Bentley.