
Bentley Continental GT Speed: นิยามใหม่แห่งซูเปอร์คาร์แกรนด์ทัวเรอร์ ขับเคลื่อนด้วยสุดยอดเทคโนโลยี Ultra Performance Hybrid
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ระดับพรีเมียมมากว่าทศวรรษ ผมได้ประจักษ์ถึงวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของ Bentley Continental GT อย่างใกล้ชิด การเปิดตัว Bentley New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 นี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการนำเสนอระบบขับเคลื่อนแบบ Ultra Performance Hybrid ที่ปฏิวัติวงการ Bentley Continental GT Speed รุ่นใหม่นี้ได้ยกระดับนิยามของซูเปอร์คาร์แกรนด์ทัวเรอร์ไปสู่อีกขั้นหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่: จาก W12 สู่ Ultra Performance Hybrid
หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2021 การเปิดตัว Bentley Continental GT V8 โดย AAS Auto Service ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น W12 ถึง 5 ล้านบาท การนำเสนอเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 542 แรงม้า พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4 วินาที เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะแบบสปอร์ตและความหรูหราตามแบบฉบับ Bentley แต่สำหรับ Bentley New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 นี้ Bentley ได้ก้าวไปไกลกว่านั้นอย่างแท้จริง
ในปี 2024 Bentley ได้เปิดตัว Bentley Continental GT Speed และ Bentley Continental GTC Speed รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน Ultra Performance Hybrid เป็นครั้งแรก แทนที่เครื่องยนต์ W12 อันทรงพลังในรุ่นก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดทางเทคนิค แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของ Bentley ด้วยการเน้นย้ำถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่สำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก
สมรรถนะเหนือระดับ: พลังม้า 782 แรงม้า สู่สถิติความเร็วสูงสุดใหม่
หัวใจหลักของ Bentley New Continental GT Speed คือระบบขับเคลื่อน Ultra Performance Hybrid ที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พละกำลังกว่า 600 แรงม้า เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ส่งผลให้เกิดกำลังรวมสูงสุดถึง 782 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 1,000 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติบนกระดาษ แต่เป็นการปลดปล่อยพลังที่สัมผัสได้จริง
สำหรับรุ่นคูเป Bentley Continental GT Speed สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดทะลุ 335 กม./ชม. ซึ่งเป็นสถิติความเร็วสูงสุดที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์ที่ผลิตเพื่อใช้งานบนถนนของ Bentley มาก่อนหน้านี้
ขณะที่รุ่นเปิดประทุน Bentley Continental GTC Speed แม้จะมีตัวเลขที่แตกต่างเล็กน้อย คือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.4 วินาที และความเร็วสูงสุด 285 กม./ชม. แต่ก็ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน การที่ Bentley เลือกเปิดตัวรุ่นคูเปและเปิดประทุนพร้อมกันถือเป็นการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
การออกแบบที่พลิกโฉม: สุนทรียภาพแห่งความแข็งแกร่งและความสง่างาม
นอกเหนือจากสมรรถนะแล้ว Bentley New Continental GT Speed ยังนำเสนอการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามของเสือนักล่า และความแข็งแกร่งของม้า
ดีไซน์ภายนอกมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่ชุดแต่งตัวถังไปจนถึงไฟหน้าแบบเดี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกลับมาปรากฏอีกครั้งหลังจากหายไปนานตั้งแต่ปี 1952 ไฟหน้าดีไซน์ใหม่รูปทรง “คิ้ว” แนวนอน พร้อมเอฟเฟกต์เพชรเจียระไน สร้างบุคลิกที่ดุดันและคมชัดยิ่งขึ้น ด้านท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเช่นกัน ทั้งกันชน ไฟท้าย ฝากระโปรงท้าย และท่อไอเสีย โดยฝากระโปรงท้ายถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเสริมแรงกดด้านหลัง โดยไม่ต้องพึ่งพาสปอยเลอร์
Bentley Continental GT มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วดีไซน์ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกรงเล็บของเสือ สะท้อนถึงสมรรถนะและความคล่องแคล่ว ส่วนรุ่น Bentley Continental GTC Speed ยังคงเพิ่มความพิเศษด้วยหลังคาผ้าใบแบบอ่อนที่มีให้เลือกถึง 7 สี รวมถึงลายผ้าทวีด ซึ่งสามารถเปิด-ปิดได้ภายใน 19 วินาทีขณะรถวิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 48 กม./ชม.
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งงานฝีมือขั้นสูง ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Bentley New Continental GT Speed ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้พบกับสุนทรียภาพแห่งงานฝีมือชั้นสูงที่ประณีตและละเอียดอ่อนตามแบบฉบับ Bentley การตกแต่งภายในได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยม การเย็บสไตล์ใหม่ การขึ้นรูปเพชรแบบ 3 มิติบริเวณแผงประตู และวีเนียร์แบบ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยและสปอร์ต
เทคโนโลยีภายในห้องโดยสารก็ได้รับการยกระดับเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bentley Rotating Display อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอได้ถึง 3 รูปแบบ: จอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าปัดอนาล็อกแบบคลาสสิก 3 ช่อง, หรือแผงไม้วีเนียร์ที่กลมกลืน
นอกจากนี้ ยังมีออปชันพิเศษ เช่น Mood Lighting ที่สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องโดยสารได้กว่า 30 เฉดสี ระบบเบาะนั่งแบบ Wellness พร้อมระบบกรองอากาศอัจฉริยะ และระบบเสียงระดับ Hi-End จาก Bang & Olufsen หรือ Naim ก็มีให้เลือกเช่นกัน การผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ Bentley Continental GT Speed มอบประสบการณ์ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีขับเคลื่อนและการขับขี่: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า พร้อมความยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Bentley New Continental GT Speed คือระบบขับเคลื่อน Ultra Performance Hybrid ที่ให้ทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน
สมรรถนะ: การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า สร้างพละกำลังรวม 782 แรงม้า ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที (รุ่นคูเป) และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 335 กม./ชม. แรงบิดที่เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับรุ่น W12 ทำให้รถตอบสนองได้ทันใจในทุกช่วงความเร็ว
พิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า: รถรุ่นใหม่สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 81 กม. (WLTP) ซึ่งเป็นระยะทางที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ ทำให้ลดการพึ่งพาเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบแชสซีส์ใหม่: Bentley Dynamic Ride (ระบบควบคุมการเข้าโค้งแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48 โวลต์), เฟืองท้ายแบบไฟฟ้า (eLSD), และระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง ผสานกับถุงลมคู่และแดมเปอร์วาล์วคู่ใหม่ มอบประสิทธิภาพการขับขี่ที่น่าทึ่ง ความสบายสูงสุด และการยึดเกาะถนนที่มั่นคงในทุกสภาวะ
การกระจายน้ำหนัก 49:51: การออกแบบใหม่นี้ช่วยให้รถมีความสมดุลระหว่างการขับขี่แบบไดนามิก และความสะดวกสบาย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bentley ที่มีการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้
ราคาและการเข้าถึง: การลงทุนในตำนาน
สำหรับราคา Bentley New Continental GT Speed รุ่นใหม่ เริ่มต้นที่ 26.9 ล้านบาท สำหรับรุ่นคูเป และ 29.5 ล้านบาท สำหรับรุ่นเปิดประทุน Bentley Continental GTC Speed ซึ่งเป็นการลงทุนในยนตรกรรมที่รวมเอาสุดยอดสมรรถนะ ความหรูหรา และเทคโนโลยีแห่งอนาคตไว้ด้วยกัน
AAS Auto Service ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Bentley ในประเทศไทย ยังคงมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจอง พร้อมเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต ได้แก่ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กม., การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม รวมถึงสิทธิ์ในการต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี
Bentley New Continental GT Speed ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณของ Bentley ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ผสมผสานความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต Bentley New Continental GT Speed คือคำตอบที่คุณคู่ควร
สัมผัสประสบการณ์ Bentley New Continental GT Speed ได้แล้ววันนี้
เชิญสัมผัสยนตรกรรม Bentley New Continental GT Speed และ Bentley Continental GTC Speed ตัวจริง ได้ที่ AAS House แกลเลอรีสุดหรู ณ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เพื่อเริ่มต้นการเดินทางอันทรงพลังครั้งใหม่ของคุณ.