
Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition: เผยโฉมความดุดันเหนือระดับ พร้อมขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง
ในโลกแห่งยานยนต์หรูที่ความเร็วและสไตล์มาบรรจบกัน Bentley Motors ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition รุ่นพิเศษที่ผสมผสานความดุดัน ลึกลับ และสมรรถนะอันไร้ที่ติ ด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เสริมด้วยขุมพลัง High Performance Hybrid ที่ทรงพลังถึง 680 แรงม้า ยนตรกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงแก่นแท้ของ Bentley Grand Tourer แต่ยังเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปสู่อีกขั้น พร้อมจำกัดการผลิตเพียง 400 คันทั่วโลก เพื่อมอบเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าให้กับผู้ครอบครอง
Continental GT Black Edition: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความเข้มขรึม
สำหรับ Continental GT Black Edition การผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ที่เฉียบคมและความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์คือหัวใจหลัก รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ High Performance Hybrid ที่ทันสมัย ซึ่งได้รับการปรับจูนมาเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ทำงานร่วมกับ Bentley Performance Active Chassis อันเลื่องชื่อ ซึ่งเดิมมีเฉพาะในรุ่น Speed เท่านั้น ระบบส่งกำลังอันทรงพลังนี้ผสานเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงประสิทธิภาพ สร้างกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 930 นิวตันเมตร ทำให้ Continental GT Black Edition เหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้าในทุกมิติ
การออกแบบที่สื่อถึงความมืดและทรงพลัง: Bentley Continental GTC Black Edition
ในขณะที่ Continental GT Black Edition มุ่งเน้นที่สมรรถนะและความดุดัน Continental GTC Black Edition ก็ไม่น้อยหน้า ด้วยการออกแบบภายนอกที่สะท้อนความล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความลึกลับ Blackline Specification ที่เป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ ปรากฏเด่นชัดผ่านกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา สปลิตเตอร์ด้านหน้าสีดำ Beluga และรายละเอียดตกแต่งอื่นๆ ทั่วทั้งคันที่มาในโทนสีดำเงาอันน่าหลงใหล โลโก้ Bentley ‘Winged B’ สีดำเงาทั้งที่ฝากระโปรงหน้าและหลัง รวมถึงตัวอักษร BENTLEY ที่เป็นสีดำเงา สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่เข้มข้นไม่เหมือนใคร และแน่นอนว่าต้องมีโลโก้ Black Edition อันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพิเศษประดับอยู่บนบังโคลนหน้า
ล้ออัลลอย 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้ว คืออีกหนึ่งจุดเด่นที่ได้รับการตกแต่งด้วยสีดำเงา พร้อมทางเลือกสำหรับสีทูโทนดำเงาที่เพิ่มมิติและความหรูหราให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ Bentley Continental GTC Black Edition แตกต่างอย่างแท้จริงคือคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับทั้งสามรุ่นพิเศษนี้ สีส้มที่ตัดกันอย่างสวยงามนี้ ไม่เพียงแต่เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับรูปลักษณ์โดยรวม แต่ยังสื่อถึงสมรรถนะอันร้อนแรงที่ซ่อนอยู่ภายใน
ไฟหน้า Harmony และการตกแต่งภายในที่สะท้อนความหรูหรา
นอกจากความโดดเด่นภายนอกแล้ว รุ่น Continental GT และ Continental GTC Black Edition ยังได้รับการติดตั้งไฟหน้าเดี่ยวแบบ Harmony ดีไซน์ใหม่ล่าสุด พร้อมแอนิเมชันต้อนรับสุดพิเศษ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่เปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Speed และรุ่น Azure เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ
ภายในห้องโดยสารของ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition คือบทพิสูจน์ถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Bentley ตัวอักษร Black Edition ที่ปักอย่างประณีตบนพนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าในรุ่น Continental GT และบนเบาะทั้ง 4 ที่นั่งในรุ่น Flying Spur บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์ Piano Black ที่ให้ความเงางามสะดุดตา กาบบันได Black Edition ที่สลักอย่างชัดเจน และการเย็บแบบคอนทราสต์ที่สามารถเลือกปรับได้ตามความต้องการของผู้ครอบครอง ล้วนเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราและความเป็นส่วนตัว
เบาะโดยสารแบบ Comfort ที่มอบความสบายสูงสุด ระบบไฟ Mood Lighting ที่สามารถปรับเปลี่ยนสีสันได้หลากหลาย สร้างบรรยากาศที่แตกต่างกันไปในแต่ละการขับขี่ จอแสดงผลแบบ Rotating Display ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียน และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ผสมผสานระหว่างความสะดวกสบายและความเร้าใจ
Flying Spur Black Edition: พลังเหนือชั้น ความคล่องตัวไร้ขีดจำกัด
สำหรับ Flying Spur Black Edition ความหรูหราและความสง่างามถูกผสานเข้ากับสมรรถนะอันน่าทึ่งได้อย่างลงตัว หัวใจของรุ่นนี้คือขุมพลัง High Performance Hybrid ใหม่ล่าสุดของ Bentley ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 520 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ส่งผลให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้แปลเป็นอัตราเร่งอันน่าทึ่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาทีสำหรับ Continental GT และ Continental GT Convertible และ 3.9 วินาทีสำหรับ Flying Spur
เหนือสิ่งอื่นใด ยนตรกรรมทั้งสามรุ่นนี้ยังมาพร้อมพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนกว่า 80 กิโลเมตร ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการพัฒนายานยนต์ที่ยั่งยืนโดยไม่ลดทอนสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ นอกจากนี้ ระบบไอเสียแบบสปอร์ตยังช่วยเพิ่มเสียงคำรามอันดุดันของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เมื่อผู้ขับขี่ต้องการปลดปล่อยพลังอย่างเต็มที่
Bentley Performance Active Chassis: เทคโนโลยีที่ยกระดับการควบคุม
ความโดดเด่นของ Black Edition ไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ขุมพลังและรูปลักษณ์ แต่ยังรวมถึงระบบ Bentley Performance Active Chassis ซึ่งปัจจุบันมีเฉพาะในรุ่น Speed ที่มีพละกำลัง 782 แรงม้า เท่านั้น ระบบนี้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น สามารถปรับเปลี่ยนได้ตั้งแต่โหมด Comfort และ Bentley ที่เน้นความนุ่มนวลและผ่อนคลาย ไปจนถึงโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด
ในโหมด Sport ระบบ Bentley Performance Active Chassis สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคม คล่องตัว และแม่นยำ การปรับการเลี้ยวของล้อหลังก็มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับการหน่วงและช่วงล่างที่แน่นขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงพวงมาลัยที่ตรงและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น เร้าใจไปกับประสบการณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เหนือชั้น
Bentley Bangkok: การเข้าถึงความเหนือระดับในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งความหรูหราและสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของ Bentley ในประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้เปิดรับคำสั่งจองรุ่น New Continental GT ที่ราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท, รุ่น New Continental GT Convertible ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท และรุ่น New Flying Spur ราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท
ยิ่งไปกว่านั้น Bentley Bangkok ยังมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid ที่มาพร้อมเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิต ประกอบด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ยาวนานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ถึงการดูแลที่เหนือระดับ
Bentley Continental GT, GTC, และ Flying Spur: พลังไฮบริดที่เข้าถึงง่ายขึ้น
Bentley ได้เดินหน้าพัฒนากลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยการเปิดตัวรุ่นขุมพลัง Plug-in Hybrid ใหม่ สำหรับตระกูล Continental GT, Continental GT Convertible และ Flying Spur แม้จะเป็นรถยนต์ระดับ Ultra-Luxury ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเศรษฐีทั่วโลก แต่ Bentley ก็เข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลาย รุ่น “entry-level” ใหม่นี้มาพร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความหรูหราแบบครบเครื่องไม่แพ้รุ่นพี่
ขุมพลัง Plug-in Hybrid: ประสิทธิภาพสูง ผสานความหรูหรา
หัวใจสำคัญของรุ่นใหม่นี้คือขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศแบบทวินเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 671 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 930 นิวตัน-เมตร ส่งผลให้ Continental GT สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที ขณะที่รุ่นเปิดประทุน Continental GTC และ Flying Spur ใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 3.9 วินาที
พิสัยการขับขี่ด้วยไฟฟ้า: สู่การเดินทางที่ยั่งยืน
ในด้านการใช้งานในเมือง Bentley ได้เพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 85 กิโลเมตร สำหรับรุ่น GT และ 82 กิโลเมตรสำหรับรุ่น GTC ตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นระยะทางที่น่าประทับใจอย่างยิ่งในกลุ่มรถหรูระดับนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Bentley ในการพัฒนายานยนต์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รุ่นย่อย Azure: ความสะดวกสบายและความหรูหราที่เหนือกว่า
นอกจากขุมพลังใหม่ Bentley ยังได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ชื่อ “Azure” สำหรับทั้ง 3 โมเดล โดยรุ่น Azure มาพร้อมงานตกแต่งพิเศษที่เน้นความสบายและความหรูหราเป็นสำคัญ อาทิ กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมขอบโครเมียมและครีบแนวตั้ง 11 เส้น, สเกิร์ตหน้าใหม่, ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และชุดตกแต่งพรีเมียมภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสาร Azure: สัมผัสแห่งความผ่อนคลาย
ห้องโดยสารของรุ่น Azure ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การผ่อนคลายอย่างแท้จริง เบาะนั่งแบบ ‘Wellness’ มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทั้งระบบทำความร้อน, ระบบระบายความร้อน และระบบนวดไฟฟ้า พร้อมหัวเบาะปักลวดลายพิเศษ การตกแต่งด้วยแสงไฟสร้างบรรยากาศ, ลายไม้ Open-pore Walnut, และแผ่นกันรอยประตูเรืองแสง พร้อมชุดออฟชัน Touring Comfort และ Lighting ที่ให้มาแบบครบครัน ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับรุ่นเปิดประทุน ยังติดตั้งเครื่องเป่าลมอุ่นที่บริเวณต้นคอ เพื่อให้สามารถเปิดหลังคาขับในสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้อย่างสะดวกสบาย
ราคาและการเข้าถึง Bentley Plug-in Hybrid
แม้จะยังไม่มีการประกาศราคาทางการในทุกตลาด แต่มีรายงานว่ารุ่นขุมพลัง Plug-in Hybrid ใหม่นี้จะมีราคาถูกกว่ารุ่น V8 ไฮบริด 771 แรงม้า ประมาณ £35,000 (ราว 1.9 ล้านบาท) โดยราคาเริ่มต้นในสหราชอาณาจักรจะอยู่ที่ประมาณ £202,400 หรือราว 9.9 ล้านบาทไทย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าจำนวนมากขึ้นได้สัมผัสกับความหรูหราและสมรรถนะของ Bentley
Bentley Mulliner: การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันเฉพาะบุคคล
Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์ Bentley รุ่นล่าสุด แต่ยังมอบโอกาสให้แก่ลูกค้าในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันของตนเอง ด้วยตัวเลือกการตกแต่งที่มีให้เลือกสรรอย่างไม่จำกัด ผ่านแผนก Bentley Mulliner ซึ่งเป็นหน่วยงานออกแบบพิเศษของ Bentley
การปรับแต่งภายนอก: สะท้อนตัวตนอย่างมีระดับ
สำหรับรุ่น Continental GT และ Continental GTC โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งภายนอกได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยออพชันพิเศษจาก Bentley Mulliner ที่เพิ่มตัวเลือกเฉดสีไฮไลท์ภายนอก ทำให้ลูกค้าสามารถรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันให้สะท้อนตัวตนผ่านรายละเอียดต่างๆ ที่จะได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันโดยช่างฝีมือจาก Bentley Mulliner
ตัวเลือกเฉดสีไฮไลท์เหล่านี้รวมถึงลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง, กระจกมองข้าง, และล้ออัลลอย ในเฉดสีเดียว หรือ 2 เฉดสีที่ตัดกัน พร้อมด้วยรายละเอียดของลายเส้น นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถระบุพื้นผิวของล้ออัลลอยด้วยตัวเลือกเฉดสีทึบ, เฉดสีเมทัลลิค, เฉดสีซาติน, และเฉดสีมุกได้อีกด้วย
การตกแต่งที่เน้นสไตล์และสมรรถนะ: เส้นสายที่โดดเด่น
เส้นสายที่เพรียวบางและแข็งแกร่งของรุ่น Continental GT และ Continental GTC ใหม่ ได้เป็นแรงบันดาลใจให้ Bentley Mulliner นำเสนอแถบสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์มาตกแต่งในชุดแต่งรอบคันด้วยพื้นผิวแบบเงา หรือซาติน แถบสีที่ออกแบบได้อย่างสมบูรณ์แบบนี้ทอดยาวไปตามแนวชุดแต่งสปอยเลอร์หน้า, ที่เหยียบบริเวณกาบประตู, และดิฟฟิวเซอร์หลัง นอกจากนี้ยังมีแถบสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์ตกแต่งบริเวณฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย
Bentley Mulliner ยังนำเสนออีกตัวเลือกที่แตกต่างด้วยหลังคาเฉดสีดำ Beluga ในรุ่น Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งสะท้อนรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่เหนือชั้น ชวนให้นึกถึงรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition ที่เป็นการเฉลิมฉลองการสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน
รายละเอียดอันประณีตสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว: Flying Spur
ลายเส้นไฮไลท์ในเฉดสีคอนทราสต์ยังถูกนำมาตกแต่งเข้ากับชุดแต่งรอบคันในรุ่น Flying Spur นอกจากนี้ Bentley Mulliner ยังมอบตัวเลือกชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งสามารถเลือกใช้ลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่เคลือบแลกเกอร์ หรือจะระบุเฉดสีตามความต้องการของผู้ครอบครอง ชุดแต่งยังตกแต่งด้วยลายเส้นในเฉดสีคอนทราสต์ พร้อมกับขอบล้ออัลลอย และฝาครอบกระจกมองข้างที่ได้รับการตกแต่งด้วยลายเส้นสีที่เข้ากันเพื่อเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ความสดใสและความโดดเด่นในแบบยนตรกรรมอเนกประสงค์: Bentayga
สำหรับ Bentayga ตัวเลือกเฉดสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์มาในรูปแบบลายเส้นบนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย พร้อมกับคาลิปเปอร์เบรกในเฉดสีฟ้า Klein Blue, สีเหลือง Signal Yellow, และสีเงิน Ice Silver นอกจากนี้ ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ของ Bentayga ยังสามารถเลือกลายเส้นแบบคอนทราสต์ได้
ล้ออัลลอยกับพื้นผิวที่โดดเด่น: สร้างความแตกต่าง
การตกแต่งล้ออัลลอยเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความโดดเด่นให้แก่รูปลักษณ์ของยนตรกรรม การใช้สีเดียวที่เข้ากับสีตัวถังจะช่วยให้ตัวรถดูเป็นหนึ่งเดียวและร่วมสมัย ในทางตรงกันข้าม การใช้สีแบบดูโอโทนเมทัลลิคที่ซี่ล้อและช่องล้อที่ใช้สีแบบคอนทราสต์จะช่วยดึงดูดสายตาไปที่การออกแบบที่ลึกซึ้งและให้รายละเอียดที่หรูหรา ลูกค้าสามารถเลือกล้ออัลลอยที่เป็นเฉดสีทึบ, เมทัลลิค, ดูโอโทน, ซาติน, หรือมุก ด้วยการใช้ชุดสีเดิม หรือจะสั่งทำเฉดสีพิเศษเฉพาะของตนเองก็ได้เช่นกัน
การรังสรรค์เฉพาะบุคคล: ผลงานจาก Bentley Mulliner
เฉดสีไฮไลท์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานสั่งทำพิเศษของ Bentley Mulliner นักออกแบบแฟชัน Supriya Lele ได้เคยร่วมมือกับนักออกแบบของ Bentley Mulliner เพื่อรังสรรค์ Bentayga S รุ่นพิเศษ โดยเธอได้คิดค้นเฉดสีพิเศษอย่างเฉดสีฟ้า Nīla Blue ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย เฉดสีพิเศษนี้แม้จะดูเรียบง่ายแต่มีความโดดเด่น สะท้อนให้เห็นถึงความสง่างามที่จะคงอยู่ยาวนาน
อีกผลงานพิเศษจากความร่วมมือของ Bentley Naples คือ Continental GT Convertible รุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นโดย Bentley Mulliner คันแรก ตัวรถมาพร้อมกับจุดเด่นของงานออกแบบภายนอกอัน ได้แก่ เฉดสีม่วง Damson อันหรูหรา และสีเทา Moonbeam ที่เข้ากันกับหนังเฉดสีขาวและสีม่วง Damson พร้อมด้วยขอบเบาะโดยสารในเฉดสีเงิน ผลงานพิเศษชิ้นนี้ได้ถูกนำไปประมูลเพื่อการกุศลและสามารถระดมทุนได้กว่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
แนวโน้มที่กำลังเติบโต: ความต้องการความเป็นเอกลักษณ์
ปัจจุบัน รถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คันจากโรงงานได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner สะท้อนถึงความต้องการด้านการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความโดดเด่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวว่า “ทีมนักออกแบบ วิศวกร และช่างฝีมือของเรามุ่งมั่นที่จะให้แน่ใจว่ารสนิยมและบุคลิกของลูกค้าแต่ละรายสามารถสื่อสารออกมาได้ผ่านสี หนัง วัสดุ หรือคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ”
ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Bentley: จากตำนานสู่ยุคใหม่
Bentley ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 โดย W.O. Bentley ชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูงที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ในช่วงแรก Bentley เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ที่เน้นคุณภาพเหนือปริมาณการขาย และได้พิสูจน์สมรรถนะอันยอดเยี่ยมในการแข่งขันรายการ Le Mans ด้วยชัยชนะ 4 ปีติดต่อกัน
หลังผ่านวิกฤตทางการเงิน Bentley ได้เปลี่ยนมือมาอยู่ภายใต้การบริหารของ Rolls-Royce ในปี 1931 และต่อมาในปี 1998 Volkswagen Group ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของ Rolls-Royce รวมถึง Bentley ซึ่งยังคงดำรงความเป็นแบรนด์แห่งสมรรถนะและความหรูหรามาจนถึงปัจจุบัน
Bentley Continental GT: วิวัฒนาการแห่ง Grand Tourer
Bentley Continental GT ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ได้ผ่านการพัฒนามาถึง 3 เจเนอเรชัน ตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพการขับขี่สูงเป็นหลัก ในเจนเนอเรชันแรกๆ มาพร้อมเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ ขนาด 6.0 ลิตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระดับ 4 วินาที พร้อมความเร็วสูงสุดถึง 318 กม./ชม.
รุ่นล่าสุด Bentley Continental GT V8 ปี 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ 8 สูบ ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 318 กม./ชม. ตอกย้ำความเป็นตำนานแห่ง Grand Tourer ที่ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
สู่ประสบการณ์ Bentley ที่เหนือระดับ
Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือการแสดงออกถึงความเป็นเลิศด้านวิศวกรรม การออกแบบ และสุนทรียศาสตร์แห่งการขับขี่ หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัส Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition หรือสำรวจความเป็นไปได้ในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันของคุณกับ Bentley Mulliner ติดต่อ Bentley Bangkok เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ประสบการณ์ Bentley ที่เหนือระดับของคุณได้แล้ววันนี้.