![Full Video : N0910001_[#เต มเร อง] #ล กสาวของมหาเศรษฐ พล ดพรากจากพ อแม ได 7ป รวมพลคนต ดซ | Đọc Báo Online16](https://reviewfilm2.tfvp.org/wp-content/uploads/2026/10/fb_natural_20261007_082759.jpg)
เจาะลึก Mitsubishi Xpander Cross 2026: MPV 7 ที่นั่ง กับเทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม สู่ตลาดรถยนต์ไทย
การเปิดตัว Mitsubishi Xpander Cross 2026 ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมิตซูบิชิ ที่ได้นำเสนอรถยนต์ MPV 7 ที่นั่ง ที่ผสานความโดดเด่นของรถ SUV เข้าไว้ด้วยกัน ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ปรับปรุงอุปกรณ์ใหม่ และที่สำคัญคือการเพิ่มเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ทำให้ Xpander Cross 2026 กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไทย
ดีไซน์ภายนอก: ความลงตัวของ MPV และ SUV
Mitsubishi Xpander Cross 2026 ได้รับการปรับโฉมใหม่ที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะด้านหน้าของตัวรถ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ Advanced Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายมิตซูบิชิในยุคปัจจุบัน การออกแบบกระจังหน้าใหม่สีดำแบบสามชั้น ให้ความรู้สึกบึกบึนและแข็งแกร่ง พร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น
ซุ้มล้อที่บางลงและการ์ดกันกระแทกชายประตูสีเงิน ทำให้รถดูมีมิติและแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ Xpander Cross 2026 ยังได้รับการอัพเกรดชุดไฟหน้าเป็น LED ทั้งหมด รวมถึงไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRLs แบบ LED และไฟตัดหมอก LED ที่เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่มีหมอกหรือฝนตก
ส่วนท้ายของรถก็ไม่น้อยหน้า ด้วยชุดไฟท้ายแบบ LED ที่ได้รับการออกแบบให้มีความเหลี่ยมเข้ากับลุค SUV มากขึ้น พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 LED ที่ติดตั้งบริเวณสปอยเลอร์ด้านบนฝาท้าย ตัวรถยังคงมีราวหลังคาเพิ่มความอเนกประสงค์ เสาอากาศแบบครีบฉลาม และกระจกมองข้างที่สามารถปรับและพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและฟังก์ชันที่เหนือกว่า
ภายในห้องโดยสารของ Mitsubishi Xpander Cross 2026 ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น MPV ที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง โดยมีการตกแต่งภายในด้วยธีมสีดำตัดสีน้ำเงิน และการตกแต่งด้วยสีเงิน ให้ความรู้สึกที่เรียบหรูและทันสมัย
พวงมาลัยใหม่แบบสี่ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมต่าง ๆ ที่ยกชุดมาจาก Pajero Sport ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย หน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 8 นิ้ว ที่มีกราฟฟิคในการแสดงผลเช่นเดียวกันกับ Pajero Sport แต่ส่วนของกราฟฟิคตัวรถบนหน้าปัดเป็นของ Xpander โดยเฉพาะ
หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth, Apple CarPlay, และ Android Auto ทำให้ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับความบันเทิงและข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Brake Auto Hold ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพการจราจรที่ติดขัด
ช่องเสียบ USB-A และ USB-C รวมถึงช่องจ่ายกระแสไฟ DC 12 โวลต์ กระจายอยู่ทั่วทั้งห้องโดยสาร เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอลที่มีแผ่นกรองอากาศ PM 2.5 พร้อมระบบปรับอากาศด้านหลังที่แยกอิสระ สามารถปรับระดับความแรงของพัดลมได้ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งได้รับความสะดวกสบาย
สมรรถนะการขับขี่: ประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย
การขับทดสอบ Mitsubishi Xpander Cross 2026 ที่จัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงราย เป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ใช้งานจริงบนเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งบนถนนดำและทางฝุ่น โดยมีระยะทางราว 200 กิโลเมตร
การบังคับควบคุมพวงมาลัย:
พวงมาลัยของ Xpander Cross 2026 ได้รับการปรับเซ็ตใหม่ให้น้ำหนักเหมาะสมในแต่ละย่านความเร็ว น้ำหนักกำลังดีไม่เบาจนเกินไป ในช่วงความเร็วเดินทางไกล 100-120 กม./ชม. ไม่ต้องคอยประคองพวงมาลัยให้รู้สึกเมื่อยล้า หรือแม้แต่ในช่วงทางขึ้นลงเขาโค้งสลับไปมา การควบคุมรถสามารถทำได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยมีการคืนวงที่คล่องตัวกว่าเคย
ระบบส่งกำลัง:
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ MIVEC DOHC ที่ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์ ECO-Dynamic CVT สามารถตอบสนองการใช้งานทั่ว ๆ ไปได้อย่างเพียงพอ จังหวะต้องเร่งแซงบนถนนแบบเลนสวนต้องเผื่อระยะไว้พอสมควรเพื่อความปลอดภัย ช่วงของการขับขี่ขึ้นเขาก็สามารถเรียกกำลังได้จากการใช้โหมด Ds หรือโหมด D ปกติ กับการนั่งโดยสารทั้งหมด 4 ท่าน ก็สามารถขับรถขึ้นเขาได้แบบไม่ต้องลุ้นมากนัก รถสามารถไต่ความชันขึ้นไปได้
ระบบช่วงล่าง:
ระบบช่วงล่างเป็นอีกจุดที่น่าประทับใจ ด้วยการปรับเซ็ตใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนชุดโช้คอัพด้านหลังที่มีขนาดแกนเท่ากับ Pajero Sport ให้ความรู้สึกที่หนึบ แน่น นุ่มไม่กระด้าง ช่วงพื้นถนนที่ไม่เรียบอาจจะมีอาการดีดเล็ก ๆ ให้ได้รู้สึกนิด ๆ แต่ไม่ได้รู้สึกไม่สบายขณะขับขี่หรือโดยสาร ช่วงทางโค้งเลี้ยวสลับไปมา อาการโคลงค่อนข้างน้อย แม้ว่าตัวรถจะแอบสูงอยู่หน่อย ๆ และเมื่อมีน้ำหนักกดทับมากช่วงล่างเองให้ความรู้สึกที่นุ่มมากยิ่งขึ้น
การเก็บเสียง:
การเก็บเสียงของห้องโดยสารทำได้ดี มีการเพิ่มฉนวนกันเสียงหลายจุด ทำให้เสียงจากเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนนที่เข้ามาค่อนข้างน้อย แม้ว่าจะมีการกดคันเร่งเรียกกำลังเสียงจากเครื่องยนต์ที่ได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกว่าดังจนผู้โดยสารต้องร้องทัก แต่เมื่อความเร็วสูงระดับ 100 กว่า กม/ชม. ขึ้นไป จะได้ยินเสียงลมที่ไหลผ่านชัดเจนขึ้น
ระบบเบรก:
ระบบดิสก์เบรกหน้า-ดรัมเบรกคู่หลัง ให้พละกำลังที่เหมาะสม มีการปรับเซ็ตให้สามารถชะลอความเร็วได้อย่างนุ่มนวล น้ำหนักแป้นเบรกมีความหน่วงน้ำหนักนุ่มกำลังดี และเมื่อต้องการเบรกหยุดก็สามารถทำได้อย่างมั่นใจ เป็นฟิลลิ่งของเบรกสำหรับรถครอบครัวที่เหมาะสมทีเดียว
เทคโนโลยีความปลอดภัย: มั่นใจได้ทุกเส้นทาง
Mitsubishi Xpander Cross 2026 ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ที่ทันสมัย ดังนี้:
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System: TCL):
ติดตั้งมาเพื่อช่วยให้การขับขี่บนทางขรุขระหรือทางลื่นเป็นไปอย่างปลอดภัย ระบบจะทำงานเมื่อตรวจพบว่าล้อหน้าเริ่มหมุนฟรี โดยจะช่วยลดกำลังเครื่องยนต์และควบคุมการหมุนของล้อ เพื่อให้รถสามารถพาอุปสรรคนี้ไปได้แบบไม่ต้องลุ้น
เทคโนโลยีช่วยเสริมความปลอดภัยขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC):
ช่วยให้การเข้าโค้งบนถนนที่ลื่นได้อย่างเฉียบคม แม่นยำ และปลอดภัย ลดอาการหน้าดื้อบานโค้งออกเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วบนถนนที่ลื่น โดยระบบจะทำงานเมื่อตรวจพบว่าตัวรถเสียอาการและมีแนวโน้มที่จะเกิดการลื่นไถล
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist: HSA):
ช่วยให้การออกตัวบนทางลาดชันเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ระบบจะทำงานโดยการหน่วงเบรกไว้ชั่วขณะ เพื่อให้ผู้ขับขี่มีเวลาในการออกตัว โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะไหลถอยหลัง
ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ (Emergency Stop Signal System: ESS):
จะทำงานโดยการกระพริบไฟฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เมื่อตรวจพบว่ามีการเบรกกะทันหัน เพื่อเตือนผู้ขับขี่ที่ตามมาด้านหลัง ให้ระมัดระวังและเตรียมพร้อมในการเบรก
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า:
ติดตั้งมาเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยจะทำงานในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดความรุนแรงจากการกระแทก
คานเหล็กนิรภัยกันกระแทกบริเวณแผ