มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดในตลาดไทย ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ All-New Mitsubishi Xforce HEV รถ SUV พิกัด B-segment ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นิยามใหม่แห่งประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะ” พร้อมด้วย Mitsubishi Xpander HEV Play รุ่นพิเศษจำนวนจำกัด ร่วมด้วยยนตรกรรมครบไลน์ตระกูล ‘X’ และแคมเปญสุดพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังประกาศความพร้อมส่งทีม Mitsubishi Rallyart กลับสู่สังเวียนการแข่งขันระดับโลกกับรายการ Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วย Triton Rally Car โฉมใหม่
All-New Mitsubishi Xforce HEV: เมื่อความล้ำสมัยมาบรรจบกับดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา
การปรากฏตัวของ All-New Mitsubishi Xforce HEV ในงานนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของรถยนต์รุ่นนี้อย่างใกล้ชิด นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา กระแสตอบรับจากสื่อมวลชนและผู้สนใจต่างยกให้เป็นหนึ่งในดาวเด่นแห่งปี ด้วยการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในรถยนต์ PHEV และดีไซน์ที่โดดเด่นภายใต้แนวคิด “Silky & Solid” ที่สะท้อนความเรียบหรูแต่เปี่ยมด้วยพละกำลัง
ภายใต้แนวคิด Silky & Solid ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายที่ลื่นไหลคล้ายผ้าไหม (Silky) แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและมั่นคง (Solid) การออกแบบภายนอกสะท้อนถึงความทันสมัยและสปอร์ต ปลายเสา D-Pillar ที่ดูเหมือนลอยตัว (Floating Roof) เสริมให้ตัวรถดูมีมิติและโฉบเฉี่ยว ขณะที่ภายในห้องโดยสารมอบความรู้สึกพรีเมียมด้วยวัสดุคุณภาพสูง การจัดวางคอนโซลแบบ T-Shape ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ใช้งานสะดวก พร้อมด้วย Ambient Light ที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 สี ช่วยสร้างบรรยากาศการขับขี่ที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว
หัวใจสำคัญของ All-New Xforce HEV คือระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด MITSUBISHI e:MOTION เจเนอเรชันใหม่ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมพร้อมความประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร ตัวรถมาพร้อมโหมดการขับขี่ถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Wet, Gravel, Tarmac, Mud, EV, และ EV Charge ซึ่งทำงานผสานกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC) ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกสภาพถนน ช่วงล่างได้รับการปรับจูนเป็นพิเศษสำหรับสภาพถนนในประเทศไทย หลังจากการทดสอบจริงกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ได้ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความนุ่มนวลและการยึดเกาะถนน
ในด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย All-New Xforce HEV ติดตั้งระบบ Diamond Sense แบบครบวงจร รวมถึงกล้องมองภาพรอบคัน Multi Around Monitor พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหว (MOD) ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และระบบช่วยเหลือการขับขี่อื่นๆ อีกมากมาย เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ความสะดวกสบายถูกยกระดับด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระที่หลากหลาย และระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium พร้อมลำโพง 8 จุด ในรุ่นท็อป Ultimate X ที่มอบประสบการณ์สุนทรียภาพทางเสียงเหนือระดับ
Xpander HEV Play: นิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์
อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในงานคือการจัดแสดง Mitsubishi Xpander HEV Play และ Xpander Cross HEV Play รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด ที่ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็ก รถยนต์รุ่นพิเศษนี้ได้รับการติดตั้งชุดแต่งจากโรงงานในโทนสีดำ ให้บุคลิกใหม่ที่โดดเด่นมีสไตล์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความอเนกประสงค์ ความประหยัด และดีไซน์ที่สะดุดตา
การออกแบบภายนอกยังคงเอกลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมของซีรีส์ Xpander แต่เพิ่มความพิเศษด้วยชุดแต่งสีดำรอบคัน ขณะที่ภายในห้องโดยสารยังคงความกว้างขวาง พร้อมเบาะนั่งที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่ยืดหยุ่นตามต้องการ เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด MITSUBISHI e:MOTION มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลและประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองและเดินทางไกล การทำงานร่วมกับระบบ Active Yaw Control และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในการควบคุมรถในทุกสภาพถนน
Pajero Sport Prime และ Triton Athlete: ยกระดับประสบการณ์พรีเมียม
มิตซูบิชิยังได้นำเสนอ Mitsubishi Pajero Sport Prime ใหม่ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันมากยิ่งขึ้นในราคาจำหน่ายเท่าเดิม เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน Diamond Sense ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมห้องโดยสารที่มอบความรู้สึกหรูหราและทันสมัย
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Hyper Power X2 กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยสีทูโทนภายในห้องโดยสาร เพิ่มความพรีเมียมด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS) และระบบขับเคลื่อน Super Select 4WD II เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ 4 ล้อได้แบบ Shift-on-the-Fly และมีโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อฟูลไทม์ (Full-Time All Wheel Control) พร้อมด้วยระบบ Active Yaw Control และ 7 โหมดการขับขี่ ช่วยให้ Triton Athlete พร้อมลุยทุกสภาพถนนและทุกสภาวะอากาศ
ประกาศความพร้อมสู่เวทีโลก: Mitsubishi Rallyart กลับสู่ AXCR 2025
นอกจากการจัดแสดงยนตรกรรมที่หลากหลาย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้ประกาศข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยการยืนยันความพร้อมในการส่งทีม Mitsubishi Rallyart กลับสู่การแข่งขันรายการ Asia Cross Country Rally (AXCR) 2025 ด้วย Triton Rally Car โฉมใหม่ เพื่อกลับมาทวงตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ Triton แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงรากฐานที่แข็งแกร่งของมิตซูบิชิในวงการแรลลี่ ซึ่งเป็น DNA ที่ถูกถ่ายทอดสู่รถยนต์ที่จำหน่ายจริง โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC)
ตอกย้ำความสำเร็จด้วย 5 รางวัล ‘Car of the Year 2025’
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและคุณภาพได้รับการยอมรับอย่างสูง เมื่อมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติถึง 5 รางวัลจากโครงการ ‘Car of the Year 2025’ จัดโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ สมรรถนะ และความพึงพอใจของลูกค้า รางวัลที่ได้รับประกอบด้วย:
มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี: รางวัลรถอเนกประสงค์ไฮบริดขนาดเล็ก เครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,600 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท: รางวัลรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต อีลีท: รางวัลรถยนต์อเนกประสงค์ ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี ยอดเยี่ยม
มิตซูบิชิ แอททรา