
All-New Mitsubishi Xforce HEV 2026: สเปคจัดเต็ม โปรโมชั่นโดนใจ ยกระดับประสบการณ์ SUV ในไทย
กรุงเทพมหานคร – 12 พฤษภาคม 2569 – อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2026 ได้รับการเติมเต็มความคึกคักอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ All-New Mitsubishi Xforce HEV คอมแพ็กต์เอสยูวีเทคโนโลยีฟูลไฮบริดสุดล้ำ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งผสาน 3 เทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบเหนือระดับ สู่ตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
การมาถึงของ Mitsubishi Xforce HEV ในประเทศไทย นับเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญในกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นพี่อย่าง Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่เหนือชั้น และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันชาญฉลาด
ดีไซน์ Silky and Solid: ความหรูหราที่มาพร้อมความแข็งแกร่ง
All-New Mitsubishi Xforce HEV ถูกออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ ซึ่งสะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความสง่างามเรียบหรู และความแข็งแกร่งทนทานตามแบบฉบับรถ SUV ตัวถังภายนอกถูกออกแบบให้มีความโฉบเฉี่ยว โดดเด่นสะดุดตา ด้วยเส้นสายที่โค้งมนแต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลัง ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED และไฟท้าย LED สี Smoked ที่จัดเรียงเป็นรูปตัวที (T) ขนาดใหญ่ เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ผสานกับซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีตัวถัง ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV มีบุคลิกของรถ SUV อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเดินทางไกล ก็สามารถโดดเด่นในทุกเส้นทาง
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Horizontal Axis’ เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร คอนโซลหน้าถูกออกแบบให้เป็นแนวนอน ลดความรู้สึกอึดอัด และเพิ่มพื้นที่ใช้สอย วัสดุภายในเลือกใช้เกรดพรีเมียม พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าแบบพิเศษที่สามารถป้องกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก ทำความสะอาดได้ง่าย เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุพิเศษ Heat Guard ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ทำให้นั่งสบายยิ่งขึ้นแม้ในวันที่อากาศร้อนจัด
ห้องโดยสารของ All-New Mitsubishi Xforce HEV มีขนาดใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน มอบพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 คน โดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับได้แบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
สมรรถนะ MITSUBISHI e:MOTION: ขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของ All-New Mitsubishi Xforce HEV คือระบบขับเคลื่อน MITSUBISHI e:MOTION ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ประการเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ประกอบด้วย:
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7-Drive Mode)
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC ขนาดกะทัดรัด แต่ให้กำลังและแรงบิดที่ยอดเยี่ยม ระบบส่งกำลังแบบ 2-Speed Transaxle ใหม่ สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างนุ่มนวล ตามสภาพการขับขี่และสภาพถนน ทำให้อัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่การออกตัว และการเร่งแซงที่ทันใจ
กลไกการตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ส่งผลให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่น่าประทับใจถึง 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขนาดเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดต่อหนึ่งถังน้ำมัน ทำงานเงียบ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายทั้งในการขับขี่บนทางหลวง และการขึ้นทางลาดชัน
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับการทำงานของรถให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่ ประกอบด้วย:
Normal Mode: โหมดการขับขี่ปกติ สำหรับการใช้งานทั่วไปในเมืองและนอกเมือง
Wet Mode: โหมดสำหรับถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถ
Gravel Mode: โหมดสำหรับถนนลูกรัง ให้แรงบิดและการตอบสนองที่ดี
Tarmac Mode: โหมดสำหรับถนนลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
Mud Mode: โหมดสำหรับถนนโคลน เพิ่มแรงบิดสูงสุดในการตะกุย
Charge Mode: โหมดการชาร์จแบตเตอรี่ เพิ่มการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อชาร์จไฟกลับสู่แบตเตอรี่
EV Priority Mode: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% ขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้นในระยะทางสั้นๆ
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) เทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังและแรงเบรกไปยังล้อแต่ละข้างอย่างแม่นยำ ช่วยควบคุมการหมุนของล้อให้สัมพันธ์กันขณะเข้าโค้ง สร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างมั่นใจ แม่นยำ และปลอดภัยในทุกสถานการณ์
ช่วงล่างของ All-New Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการออกแบบและปรับแต่งเป็นพิเศษ เพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนในประเทศไทย ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นบนเส้นทางสมบุกสมบันกว่า 100,000 กิโลเมตร ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในเมือง และความมั่นคงในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: มั่นใจได้ในทุกเส้นทาง
All-New Mitsubishi Xforce HEV เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในตลาด ด้วยการทำงานร่วมกันของกล้อง เรดาร์ และเซนเซอร์ ตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ประกอบด้วย:
ระบบกล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD) แสดงภาพจากกล้อง 4 ตัวรอบคัน พร้อมเส้นกะระยะ และแจ้งเตือนเมื่อมีวัตถุเคลื่อนไหว
ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN) แจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA) แจ้งเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา หรือขณะเปลี่ยนเลน
ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) แจ้งเตือนเมื่อมีความเสี่ยงในการชนด้านหน้า และช่วยชะลอความเร็วอัตโนมัติ
ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (Adaptive Cruise Control – ACC) รักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอัตโนมัติ
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB) ปรับไฟสูง