
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ขนาด 7 ที่นั่ง การแข่งขันกลับทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จากหลากหลายค่ายที่ต่างก็เล็งเห็นโอกาสในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนี้ แม้แต่เจ้าตลาดเดิมอย่าง Mitsubishi Xpander ที่เคยเปิดตัวมาได้อย่างโดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวไทย ด้วยดีไซน์ที่แปลกตา ความหรูหราพรีเมียม และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ก็ยังต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
มาถึงวันนี้ เจ้าตลาดเดิมอย่าง Mitsubishi ก็อยู่เฉยไม่ได้ และได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander เจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่งได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้เหนือกว่าเดิม เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ในบทความนี้ เราจะเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดปัจจุบัน เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV: นิยามใหม่ของรถครอบครัว 7 ที่นั่ง
มิตซูบิชิ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander CROSS HEV ซึ่งถือเป็นการก้าวครั้งสำคัญ ด้วยการนำเสนอขุมพลัง Full Hybrid เป็นครั้งแรกในประเทศไทย สำหรับรถครอบครัว 7 ที่นั่ง ระบบนี้ทำงานผสานกันอย่างลงตัวระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เบนซิน เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า ทั้งความประหยัด ความนุ่มนวล และสมรรถนะที่เร้าใจ โดยชูจุดเด่น 3 สุดยอดเทคโนโลยีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่ใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจในทุกเส้นทางภายใต้แนวคิด Mitsubishi e:MOTION
ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่ได้รับการยกระดับ
ในด้านงานดีไซน์ภายนอก ตัวรถมีความโดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยโลโก้ “HEV” ที่กระจังหน้าและฝาประตูท้าย พร้อมด้วยโลโก้ “HYBRID EV” ที่ประตูหน้า และตกแต่งด้วยเส้นสายสีน้ำเงินที่กันชนหน้า กาบข้างประตู และกันชนหลัง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น HEV นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบทูโทน Machine Finished ตกแต่งด้วยแถบสีฟ้า ขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 205/55 R17 เพื่อเพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียม
มิติตัวถัง: ความสมดุลที่ลงตัว
ในด้านมิติตัวถัง Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV มีขนาดใกล้เคียงกัน โดยมีความยาว 4,595 มม. กว้าง 1,750 มม. และสูง 1,750 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,775 มม. จุดเด่นที่แตกต่างกันเล็กน้อยคือความสูงใต้ท้องรถ ซึ่งในรุ่น Xpander HEV จะมีระยะต่ำสุดถึงพื้นอยู่ที่ 195 มม. ส่วนในรุ่น Xpander CROSS HEV ซึ่งเป็นรุ่นที่มีความอเนกประสงค์และสมบุกสมบันกว่า จะมี Ground Clearance อยู่ที่ 205 มม. เพื่อให้สามารถลุยได้ในสภาพถนนที่หลากหลายมากขึ้น
สีตัวถัง: ทางเลือกที่หลากหลาย
สำหรับสีตัวถัง Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV มีเฉดสีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาว White Diamond (ใหม่), สีเงิน Blade Silver Metallic, สีเทา Graphite Gray Metallic และสีดำ Jet Black Mica นอกจากนี้ในรุ่น Xpander CROSS HEV จะมีสีพิเศษเฉพาะรุ่น คือสีเขียว Green Bronze Metallic ซึ่งเป็นสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของความเป็นรถครอสโอเวอร์
ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและความหรูหรา
ภายในห้องโดยสารมาในรูปแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตัวเบาะถูกหุ้มด้วยหนัง Max Cool สีดำ-น้ำตาล ซึ่งเป็นวัสดุคุณภาพสูงที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี ในส่วนของรุ่น Xpander CROSS HEV จะมาในโทนสีดำ-น้ำเงิน ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น เบาะฝั่งผู้ขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง เพื่อความสะดวกสบายในการปรับตำแหน่ง
แผงแดชบอร์ดได้รับการออกแบบใหม่ที่ทันสมัย ด้วยการติดตั้งมาตรวัดแบบ Full Digital สี TFT ขนาด 8 นิ้ว และหน้าจออินโฟนเทนเมนต์ขนาด 9 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย และเข้าถึงแอปพลิเคชันที่จำเป็นได้โดยตรงจากหน้าจอในรถ
นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ภายในยังมาพร้อมระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบปรับอากาศพร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล และฟังก์ชันระบบปรับอากาศ Max Cool เพื่อความเย็นที่รวดเร็วและทั่วถึง มีสวิตซ์ควบคุมระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกส่วน และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังบนเพดาน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ปุ่ม Push Start และกุญแจ Smart Keyless Entry ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold เพื่อความสะดวกในการหยุดรถ และช่องเก็บของใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของใช้ส่วนตัว
ในด้านช่องเชื่อมต่อ มี USB ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง, USB Type A 1 ตำแหน่ง และ Type C 1 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องชาร์จไฟ 12V ด้านหน้า 1 ตำแหน่ง บริเวณเบาะนั่งแถวหลัง 1 ตำแหน่ง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวกสบาย
ขุมพลัง Full Hybrid: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ในด้านพละกำลังขับเคลื่อน Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander CROSS HEV มาพร้อมระบบ Full Hybrid ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร MIVEC ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้า และแรงบิด 134 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 kW ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า และแรงบิด 255 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ไปยังคู่ล้อหน้า ด้วยระบบ Full Hybrid นี้ รถสามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 9.7 วินาที ซึ่งถือว่าน่าประทับใจสำหรับรถครอบครัว 7 ที่นั่ง
แบตเตอรี่ขนาด 1.1 kWh ทำงานร่วมกับระบบ Full Hybrid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง มิตซูบิชิเคลมอัตราการสิ้นเปลืองไว้ที่ 19.2 กม./ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดอย่างยิ่งสำหรับรถประเภทนี้
โหมดการขับขี่: ปรับเปลี่ยนได้ตามสไตล์
มาพร้อมโหมดการขับขี่ Drive Mode ที่มีให้เลือกถึง 7 โหมด ได้แก่ Normal Mode สำหรับการขับขี่ทั่วไป, Wet Mode สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวเปียก, Gravel Mode สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวลูกรัง, Tarmac Mode สำหรับการขับขี่บนทางลาดยาง, Mud Mode สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวโคลน และโหมดการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) 2 โหมด ได้แก่ EV Priority Mode ซึ่งจะเน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก และ Charge Mode ซึ่งจะเน้นการชาร์จพลังงานกลับเข้าแบตเตอรี่
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (AYC) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในขณะเข้าโค้ง ด้วยการกระจายแรงบิดไปยังล้อต่างๆ อย่างเหมาะสม
ราคาและโปรโมชั่น: คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับ
Mitsubishi Xpander HEV (เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี) และ Xpander CROSS HEV (เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี) จะเป็นรุ่นที่ถูกประกอบในประเทศ โดยมีราคาช่วงแนะนำดังนี้:
Mitsubishi Xpander HEV ราคาช่วงแนะนำ 912,000 บาท
Mitsubishi Xpander CROSS HEV ราคาช่วงแนะนำ 946,000 บาท
นอกจากราคาช่วงแนะนำแล้ว มิตซูบิชิยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจสั่งจองรถในช่วงเปิดตัว เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและกระตุ้นยอดขาย ซึ่งอาจรวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ, ของแถม, หรือการรับประกันที่ยาวนานขึ้น ซึ่งโปรโมชั่นเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ ขึ้นอยู่