
Lexus NX: นิยามใหม่แห่งความหรูหราที่เข้าถึงง่าย สู่ประเทศไทย พร้อมจุดประกายตลาด SUV พรีเมียม
ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง แบรนด์รถยนต์หรูอย่าง Lexus มักจะนำเสนอความล้ำสมัยและสมรรถนะที่เหนือกว่ามาสู่ตลาดเสมอ และในปี 2557 นี้ ตลาดประเทศไทยก็เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ในตระกูล SUV พรีเมียมที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ Lexus NX รถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของยุคสมัยใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา ความคล่องตัว และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่า 10 ปี ผมได้เห็นวิวัฒนาการของ Lexus มาโดยตลอด ตั้งแต่การถือกำเนิดของรุ่นเรือธงอย่าง LS ที่สร้างชื่อเสียงด้านความหรูหราและสมรรถนะไร้ที่ติ ไปจนถึงความสำเร็จของ RX ในฐานะ SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง และการมาถึงของ NX นี้ ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของ Lexus ในการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ความต้องการของตลาด
Lexus NX: การผสมผสานดีไซน์ล้ำสมัยกับสมรรถนะที่เร้าใจ
Lexus NX ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการนำเสนอ “วิสัยทัศน์” ของแบรนด์เกี่ยวกับอนาคตของรถยนต์ SUV พรีเมียม การออกแบบภายนอกของ NX ถือเป็นจุดเด่นที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมาก ด้วยเส้นสายที่คมชัด เฉียบคม และเต็มไปด้วยมิติ สะท้อนถึงความกล้าที่จะแตกต่างและความสปอร์ตที่แฝงอยู่ภายใต้ความหรูหรา การออกแบบกระจังหน้า Spindle Grille ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ถูกปรับให้มีความโดดเด่นและก้าวร้าวยิ่งขึ้น สอดรับกับไฟหน้า LED ที่ออกแบบมาอย่างโฉบเฉี่ยว รับกับเส้นสายของตัวถังที่ดูราวกับเหลาขึ้นรูปอย่างประณีต
แต่ความน่าสนใจของ Lexus NX ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น หัวใจสำคัญที่ทำให้ NX ก้าวขึ้นมาเป็น “ม้าเร็ว” ในตลาด SUV พรีเมียม ก็คือขุมพลังที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบตัวแรกของ Lexus การนำเสนอเครื่องยนต์เทอร์โบนี้ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเข้าหาเทรนด์ยานยนต์สมัยใหม่ ที่เน้นประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ควบคู่ไปกับพละกำลังที่จัดจ้าน และจากข้อมูลที่ได้รับคาดว่าเครื่องยนต์ตัวนี้จะสามารถรีดพละกำลังได้สูงถึง 240 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถในพิกัดนี้
Lexus NX ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายอย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำถึงความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตำแหน่งที่นั่งที่ต่ำลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ SUV ทั่วไป ช่วยให้การเข้า-ออกจากรถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ก็สามารถรองรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง หรือการออกทริปพักผ่อนในช่วงสุดสัปดาห์
ก้าวข้ามความคาดหมาย: เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ฝังลึกใน DNA
สิ่งที่ทำให้ Lexus แตกต่างจากคู่แข่งเสมอมา คือการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และการนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และโดยสารให้เหนือระดับ แม้ในยุคที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีเกิดขึ้นอย่างเข้มข้น Lexus NX ก็ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นผู้นำไว้ได้
เทคโนโลยีที่น่าจับตามองใน Lexus NX รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ล้ำสมัย การออกแบบห้องโดยสารที่เน้นความสะดวกสบายของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ให้ความรู้สึกหรูหรา และระบบความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง
การพัฒนา Lexus NX ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของ Lexus ต่อความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่มองหารถยนต์ที่ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย ความหรูหรา และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
Lexus NX300h: ทางเลือกแห่งอนาคตกับการขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด
นอกจากรุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบแล้ว Lexus ยังได้นำเสนอ Lexus NX300h ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพของ Lexus การนำเสนอ NX300h แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการผลักดันเทคโนโลยีระบบไฮบริดให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
สำหรับ Lexus NX300h นี้ หลายคนอาจจะตั้งคำถามถึงรูปลักษณ์ที่อาจจะดู “ล้ำ” เกินไปสำหรับบางกลุ่ม หรืออาจจะมองถึงราคาที่อาจจะยังไม่สามารถแข่งขันได้กับบางแบรนด์ แต่หากพิจารณาถึงตัวรถในเชิงของคุณภาพ เทคโนโลยี และสมรรถนะ ระบบไฮบริดของ Lexus NX300h ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลายคนต้องหลงรักได้อย่างไม่ยาก
ในตลาดรถยนต์หรูหราที่เคยหดตัวในช่วงต้นปี 2557 นั้น Lexus ประเทศไทยแสดงความเชื่อมั่นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นแรงผลักดันให้ตลาดเติบโตไปตามเป้าหมาย และการมาถึงของ Lexus NX ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด และดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มองหารถ SUV พรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย: จุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ใหม่
กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Lexus NX ในประเทศไทยในวันที่ 14 สิงหาคม 2557 ถือเป็นวันสำคัญที่จะสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์พรีเมียมอย่างแน่นอน หลังจากนั้นไม่นาน การจำหน่ายอย่างเป็นทางการก็จะเริ่มต้นขึ้นในงาน Big Motor Sales ณ ไบเทค บางนา ในวันที่ 16 สิงหาคมนี้
สิ่งที่ทำให้การเปิดตัว Lexus NX ในประเทศไทยน่าจับตามองยิ่งขึ้นไปอีก คือการที่รถรุ่นนี้ได้ออกจากสายการผลิตที่โรงงานมิยาตะ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญคือ มียอดจองล่วงหน้า (Pre-order) สูงถึง 6,500 คัน ในตลาดใหญ่อย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมต่อรถยนต์รุ่นใหม่คันนี้
Lexus NX TRD: รีดสมรรถนะและความสปอร์ตขั้นสุด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความดุดันมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องผิดหวัง เพราะชื่อของ TRD (Toyota Racing Development) ย่อมไม่เป็นรองใครในเรื่องของการตกแต่งรถยนต์ในเครือ Toyota และแน่นอนว่า Lexus NX TRD ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว โดยมีการปรับแต่งเพื่อเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความหรูหราให้ดูเข้มข้นยิ่งขึ้น การตกแต่งจาก TRD มักจะเน้นไปที่การเสริมชุดแอโรพาร์ทที่ช่วยเสริมสมรรถนะในด้านอากาศพลศาสตร์ พร้อมด้วยการตกแต่งภายในที่เน้นความสปอร์ตและใช้วัสดุคุณภาพสูง
Lexus LF-SA Concept: วิสัยทัศน์สู่ซิตี้คาร์แห่งอนาคต
นอกเหนือจาก Lexus NX ที่กำลังจะเปิดตัวแล้ว ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน Lexus ยังได้เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบที่น่าสนใจอย่าง Lexus LF-SA Concept ซึ่งจัดแสดงในงาน Geneva Motor Show การปรากฏตัวของ LF-SA Concept นี้ ชี้ให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาของ Lexus ในเซกเมนต์รถยนต์ Ultra Compact ซึ่งมีเป้าหมายในการท้าชนกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาดอย่าง MINI และ Audi A1 ภายในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า
Lexus LF-SA Concept มาพร้อมกับรูปทรงที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์อย่างมาก ด้วยเส้นสายที่ประกอบกันได้อย่างบึกบึนและดุดัน มีสัดส่วนที่กะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองอย่างแท้จริง ด้วยความกว้าง 1.70 เมตร ยาว 3.45 เมตร และสูงเพียง 1.45 เมตร ซึ่งต่ำกว่า Toyota Yaris เสียอีก สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาคือกระจังหน้าโครเมียมทรงลูกศร ไฟหน้าแบบบูมเมอแรง และล้ออัลลอยขนาดใหญ่ที่รับกับซุ้มล้อที่ดูบึกบึน
ภายในห้องโดยสารของ LF-SA Concept ถูกออกแบบมาในรูปแบบ 2+2 ที่นั่ง โดยมีความยืดหยุ่นในการปรับพวงมาลัยและคันเร่งได้ การออกแบบสีสันและวัสดุภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรากฏการณ์สุริยุปราคา คอนโซลหน้ามีการออกแบบที่เน้นความเหลี่ยมสัน พร้อมระบบ Infotainment ที่คอนโซลกลาง และมาตรวัดแบบดิจิตอลโฮโลแกรม ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของ Lexus ในการออกแบบยานยนต์ขนาดเล็ก
สำหรับขุมพลัง คาดการณ์ว่า LF-SA Concept อาจจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีไฮบริด หรืออาจจะเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Full-Electric) เพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองได้อย่างตรงจุดประสงค์
Lexus ES: การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง สู่ความหรูหราที่เข้าถึงได้ยิ่งขึ้น
ในขณะที่ NX กำลังจะเข้ามาเขย่าตลาด SUV พรีเมียม Segment ใหม่ Lexus ก็ยังคงพัฒนาและปรับปรุงรถยนต์รุ่นหลักของแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือ Lexus ES ซึ่งเป็นซีดานพรีเมียมที่เคยสร้างปรากฏการณ์ด้วยการปรับขนาดตัวถังให้ใหญ่ขึ้นเพื่อมาแข่งขันในระดับ Mid-size Premium Sedan และประสบความสำเร็จอย่างสูง โดย Generation ที่ 6 สามารถทำยอดขายทั่วโลกได้มากกว่า 200,000 คัน จนกลายเป็นโมเดลขายดีเป็นอันดับสองของ Lexus รองจาก RX
สำหรับ Lexus ES Generation ที่ 7 ทีมงาน MGR Motorring ได้มีโอกาสสัมผัสและทดลองขับ เพื่อหาคำตอบว่าโฉมใหม่นี้มีทีเด็ดอะไรบ้าง
โครงสร้าง GA-K และ TNGA: พื้นฐานใหม่ที่ยกระดับสมรรถนะ
จุดเด่นสำคัญของ ES Generation ที่ 7 คือการพัฒนาภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ GA-K ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา TNGA (Toyota New Global Architecture) แนวคิดนี้ส่งผลให้ตัวถังของ ES ใหม่ ยาวขึ้น 65 มม. กว้างขึ้น 45 มม. และเตี้ยลง 5 มม. พร้อมกับการขยายฐานล้อหน้า 10 มม. และฐานล้อหลัง 30 มม. การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ ความเงียบ และความมั่นคงของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น
ดีไซน์ที่ผสานความหรูหราและสปอร์ต
การออกแบบภายนอกของ ES ใหม่ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานระหว่างเรือยอทช์หรูรุ่น LS และรถสปอร์ตคูเป้รุ่น LC เส้นสายรอบคันถูกออกแบบมาอย่างประณีต โดยเฉพาะไฟหน้า LED แบบ L-Shape ที่เป็นเอกลักษณ์และสวยงามลงตัว การออกแบบโดยรวมให้ความรู้สึกที่สง่างามและเฉียบคม
ภายในห้องโดยสารมีความคล้ายคลึงกับรุ่น LS แต่มีขนาดที่เล็กลง การจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุ สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความหรูหราที่ทันสมัย มีทางเลือกของสีภายในเพิ่มขึ้นถึง 4 สี (สเปกประเทศไทยอาจจะไม่ได้ครบทุกสี)
ขุมพลังไฮบริด Generation ที่ 4: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
ในส่วนของเครื่องยนต์ ตลาดโลกมีให้เลือกถึง 4 แบบ แต่สำหรับประเทศไทย จะมุ่งเน้นไปที่รุ่นไฮบริดเท่านั้น นั่นคือ Lexus ES300h ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด Generation ที่ 4 แบบ Atkinson-cycle ขนาด 2.5 ลิตร 4 สูบ ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีน้ำหนักเบาลงและมีขนาดเล็กลง ให้กำลังสูงสุดรวม 215 แรงม้า แบตเตอรี่แบบ Nickel-Metal Hydride ยังคงใช้งานอยู่ แต่ถูกย้ายตำแหน่งมาไว้ใต้เบาะนั่งผู้โดยสาร ซึ่งส่งผลให้พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถกว้างขวางขึ้น และยังช่วยให้การกระจายน้ำหนักของตัวรถสมดุลยิ่งขึ้น
ประสบการณ์ขับขี่: เงียบ นุ่ม หนึบ มั่นใจ
การทดลองขับ Lexus ES ใหม่ ที่เมือง Nashville รัฐ Tennessee ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการยืนยันถึงคุณภาพที่ Lexus มอบให้
ความเงียบที่เป็นเลิศ: สิ่งที่สร้างความประทับใจมากที่สุด คือความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ซึ่งเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บเสียงอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พรมแบบ 3 ชั้นที่มีคุณสมบัติซับเสียง การออกแบบล้ออัลลอยที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากยางบนพื้นถนน ทำให้ทุกการเดินทางเปรียบเสมือนการล่องลอยอยู่บนอากาศ
การขับขี่ที่นุ่มนวลและทรงพลัง: การออกตัวทำได้อย่างนุ่มนวลและทันใจ ด้วยการทำงานร่วมกันของระบบไฮบริด พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ให้การควบคุมที่แม่นยำและมีน้ำหนักที่พอเหมาะ ไม่เบาหวิวจนเกินไป การตอบสนองของแป้นเบรกทำได้ดี น้ำหนักกำลังพอดี ไม่ทำให้รู้สึกกระทันหัน
การทรงตัวที่มั่นใจ: ไม่ว่าจะอยู่ในย่านความเร็วใด Lexus ES ใหม่ ก็ให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย การเข้าโค้งทำได้อย่างเกาะถนน แม้จะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า หากไม่บอกก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง เว้นเสียแต่จะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงมากๆ ระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาใหม่ รวมถึง “สปริงวาล์ว 2 ชั้น” (สำหรับสเปกอเมริกา) ช่วยให้การทรงตัวดียิ่งขึ้น
ใครคือกลุ่มเป้าหมายของ Lexus ES300h?
ด้วยราคาค่าตัวที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 4 ล้านบาท และการนำเข้าแบบ CBU (Completely Built Up) ทำให้ Lexus ES300h เหมาะสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่ต้องการหลีกหนีความจำเจจากแบรนด์ยุโรป ต้องการรถยนต์ที่ขับขี่ได้คล่องตัว ทั้งการขับเอง หรือการนั่งโดยสาร พร้อมสัมผัสประสบการณ์ความเงียบและความสบายในระดับที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง
Lexus LS460 (2013): ความหรูหราแห่งยุคที่ยังคงตราตรึง
ย้อนกลับไปสู่ยุคปี 2556 การเปิดตัว Lexus LS460 รุ่นปี 2013 ซึ่งเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่บนพื้นฐานของรุ่นเดิมที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2549 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้กับตลาดรถยนต์ Full-size Sedan พรีเมียม LS460 ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวและห้องโดยสารที่โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ท้าชนกับคู่แข่งจากเยอรมนีอย่าง Audi A8, BMW 7-Series และ Mercedes-Benz S-Class ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
LS รุ่นปี 2013 มีหลากหลายรุ่นย่อยให้เลือกสรร ทั้ง LS 460, LS 460L (ฐานล้อยาว), LS 600hL hybrid และครั้งแรกกับรุ่นสปอร์ต LS 460 F Sport พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ
การปรับโฉมภายนอกทำให้ LS มีความคล้ายคลึงกับไลน์ RX และ GS รุ่นใหม่ ด้วยกระจังหน้า Spindle Grille ขนาดใหญ่ที่โดดเด่น การออกแบบไฟหน้า กันชน และซุ้มล้อที่ดูดุดัน ด้านท้ายรถสะดุดตาด้วยกรอบไฟสีเข้มตัดกับโครเมียม พร้อมกันชนหลังและฝากระโปรงที่ดูบึกบึน
ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ด้วยแผงแดชบอร์ดใหม่ และหน้าจอความละเอียดสูงขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ที่สามารถแสดงข้อมูลระบบ Infotainment และระบบนำทางไปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Remote Touch เจนเนอเรชั่นใหม่ที่ช่วยให้การควบคุมระบบต่างๆ ทำได้อย่างสะดวก
ขุมพลัง V8 ขนาด 4.6 ลิตร ใน LS460 ให้กำลังสูงสุด 386 แรงม้า ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง และ 360 แรงม้าในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ส่วนรุ่นไฮบริด LS600h L มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 458 แรงม้า พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่งถึง 12.7 กม./ลิตร
สำหรับรุ่น LS 460 F Sport มาพร้อมการปรับแต่งช่วงล่างระบบถุงลม ระบบเฟืองท้าย Limited Slip Differential (ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง) คาลิปเปอร์เบรก Brembo 6 สูบ และล้ออัลลอยสไตล์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น
ก้าวต่อไปบนเส้นทางแห่งความสำเร็จ
การเปิดตัว Lexus NX และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของรุ่นอื่นๆ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ Lexus ในการตอบสนองความต้องการของตลาดโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทย
สำหรับท่านที่กำลังมองหารถยนต์หรูหราที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะที่เหนือกว่า การศึกษาข้อมูลและสัมผัสประสบการณ์จริงกับรถยนต์ Lexus รุ่นต่างๆ ที่ได้กล่าวถึงนี้ คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด
สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ Lexus วันนี้!
หากท่านคือผู้ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหรูหรา และนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ขอเชิญชวนท่านเยี่ยมชมโชว์รูม Lexus ใกล้บ้านท่าน เพื่อสัมผัสกับยนตรกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นต่างๆ พร้อมทั้งจองเพื่อทดลองขับ เพื่อค้นหา Lexus คันที่ใช่สำหรับคุณ และก้าวเข้าสู่โลกแห่งประสบการณ์การขับขี่อันเป็นนิรันดร์ไปพร้อมกับ Lexus.