• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2310021 Pegasuss (4) part2

admin79 by admin79
October 22, 2026
in Uncategorized
0
N2310021 Pegasuss (4) part2 Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition: เผยโฉมอัครยานยนต์ดำมืด ผสานสมรรถนะไฮบริดเหนือระดับ ในโลกแห่งยานยนต์หรูที่ความสง่างามและสมรรถนะคือหัวใจสำคัญ Bentley Continental GT และ Flying Spur ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งความงามไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ “Black Edition” ที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งความดุดันเข้ากับเทคโนโลยีขุมพลังอันล้ำสมัย ภายใต้การตีความใหม่ของชุดแต่ง Blackline Specification อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานเข้ากับระบบส่งกำลัง High Performance Hybrid ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ Grand Tourer ระดับโลก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการพัฒนาอันน่าทึ่งของ Bentley มาโดยตลอด แต่รุ่น Black Edition นี้มีความพิเศษที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มชุดแต่งสีดำ แต่เป็นการรังสรรค์อัตลักษณ์ที่สะท้อนถึง “ด้านมืด” ของความหรูหรา ผสมผสานกับพละกำลังดิบที่พร้อมปลดปล่อย การมาถึงของ Bentley Black Edition นี้ ไม่เพียงแต่เติมเต็มความต้องการของนักสะสมที่มองหารถยนต์ที่มีความโดดเด่นและสมรรถนะสูงสุด แต่ยังเป็นการตอกย้ำสถานะของ Bentley ในฐานะผู้สร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไม่เหมือนใคร Continental GT Black Edition: นิยามใหม่ของสมรรถนะไฮบริด หัวใจหลักของ Continental GT Black Edition คือการผสานรวมระบบส่งกำลังแบบ High Performance Hybrid อันทรงพลัง เข้ากับแชสซี Bentley Performance Active Chassis ที่เดิมทีมีเฉพาะในรุ่น Speed อันเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะ ระบบขับเคลื่อนนี้เป็นการผสมผสานอันชาญฉลาดระหว่างเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง สามารถรีดพละกำลังรวมได้ถึง 680 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 930 นิวตันเมตร ตัวเลขนี้ไม่เพียงแต่เหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 รุ่นก่อนหน้า แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและตอบสนองได้อย่างเหนือความคาดหมาย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Bentley Continental GT Convertible Black Edition ก็จะได้รับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน แต่เพิ่มเติมด้วยอิสระแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุน การออกแบบภายนอกของรุ่น Black Edition นี้ สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และแฝงด้วยความลึกลับ กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา สปลิตเตอร์ด้านหน้าสีดำ Beluga และการตกแต่งส่วนอื่นๆ ด้วยสีดำเงาที่สอดประสานกันอย่างลงตัว โลโก้ Bentley ‘Winged B’ และตัวอักษร BENTLEY ถูกเคลือบด้วยสีดำเงาเช่นกัน สร้างความโดดเด่นเหนือใคร พร้อมโลโก้ Black Edition ที่ประดับอยู่บริเวณบังโคลนหน้า สิ่งที่ทำให้รุ่นพิเศษนี้แตกต่างยิ่งขึ้นคือล้ออัลลอยด์ 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้ว ที่ตกแต่งด้วยสีดำเงา พร้อมตัวเลือกเฉดสีดำทูโทนแบบเงาที่เพิ่มความหรูหราและความสปอร์ตไปพร้อมกัน และเพื่อตอกย้ำความเร้าใจ คาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ตัดกับสีดำได้อย่างสวยงาม เป็นมาตรฐานสำหรับทั้งสามรุ่นพิเศษนี้ การตกแต่งภายใน: บ่งบอกตัวตนของผู้ครอบครอง ภายในห้องโดยสารของ Bentley Black Edition คือบทสรุปของความหรูหราที่ผสานเข้ากับสไตล์สปอร์ตอย่างลงตัว การปักตัวอักษร Black Edition บนพนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารคู่หน้าในรุ่น Continental GT และบนพนักพิงศีรษะทั้ง 4 ที่นั่งในรุ่น Flying Spur คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงความพิเศษ วัสดุตกแต่งภายในล้วนคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยม อาทิ ไม้วีเนียร์แบบ Piano Black ที่ให้ความรู้สึกหรูหราเหนือกาลเวลา กาบบันได Black Edition ที่สลักชื่อรุ่นพิเศษ พร้อมการเย็บแบบคอนทราสต์ตามความต้องการของผู้ครอบครอง ทำให้รถแต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เบาะโดยสารแบบ Comfort มอบความสบายสูงสุดในทุกการเดินทาง ระบบไฟ Mood Lighting หลากสีภายในห้องโดยสาร ช่วยสร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามอารมณ์ จอแสดงผลแบบ Rotating Display ที่สามารถซ่อนหรือแสดงผลได้ตามต้องการ และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต คือองค์ประกอบที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบ
Flying Spur Black Edition: อัครยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยพลังและนวัตกรรม สำหรับ Flying Spur Black Edition มรดกแห่งความหรูหราและความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส ยังคงได้รับการสืบทอดอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ได้รับการเสริมด้วยขุมพลังและสมรรถนะที่น่าทึ่งยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ High Performance Hybrid รุ่นใหม่นี้ คือการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 520 แรงม้า กับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า รวมเป็นพละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. สำหรับรุ่น Continental GT และ Continental GTC Black Edition นั้นทำได้ในเวลาเพียง 3.7 วินาที ในขณะที่ Flying Spur Black Edition ใช้เวลา 3.9 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ Grand Tourer ที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นคือ พิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนที่สามารถทำได้กว่า 80 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งถือเป็นระยะทางที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันในเมืองได้อย่างสะดวกสบาย และเพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ ระบบไอเสียแบบสปอร์ตจะส่งเสียงคำรามอันดุดันจากเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เมื่อคุณกดคันเร่งเต็มที่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริง Bentley Performance Active Chassis: ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า เทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis ในรุ่น Black Edition ใหม่นี้ ปัจจุบันมีให้เลือกเฉพาะในรุ่น Speed ที่มาพร้อมกับขุมพลัง 782 แรงม้า เท่านั้น ระบบนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย ตอบสนองทุกสไตล์ของผู้ขับขี่ ตั้งแต่โหมด Comfort และ Bentley ที่เน้นความนุ่มนวลและผ่อนคลาย ไปจนถึงโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ในโหมด Sport, Bentley Performance Active Chassis จะส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคม คล่องตัว และเร้าใจ นอกจากนี้ ระบบยังปรับการเลี้ยวของล้อหลัง (rear-wheel steering) อย่างชัดเจน พร้อมกับการปรับการหน่วงและช่วงล่างให้แน่นขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงพวงมาลัยที่แม่นยำ ตรงไปตรงมา และคล่องตัวมากขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตที่เหนือชั้นอย่างแท้จริง Bentley Black Edition: ตัวเลขสำคัญและความพิเศษของตลาดประเทศไทย Bentley ได้นำเสนอ Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 400 คันทั่วโลก สะท้อนถึงความเป็นเอกสิทธิ์และความพิเศษสำหรับผู้ที่ครอบครอง สำหรับตลาดประเทศไทย Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว ได้เปิดรับคำสั่งจองสำหรับ Bentley Continental GT Black Edition ในราคาเริ่มต้น 21,900,000 บาท และ Bentley Flying Spur Black Edition ในราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ) ข้อเสนอพิเศษสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid นี้ มาพร้อมเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่ครอบคลุม: การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด: นานที่สุดถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต: ครอบคลุมยาวนาน บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง: (24-hour Bentley Roadside Assistance) Service Package: นาน 3 ปีเต็ม สิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต: (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี Bentley Mulliner: เนรมิตยนตรกรรมในฝันให้เป็นจริง
Bentley ไม่ได้หยุดเพียงแค่การนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษ แต่ยังมอบโอกาสให้แก่ลูกค้าในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันด้วยตัวเลือกการตกแต่งที่มีให้เลือกสรรอย่างไร้ขีดจำกัดผ่าน Bentley Mulliner แผนกออกแบบพิเศษของ Bentley สำหรับ Bentley Continental GT และ Continental GTC โฉมใหม่ เจเนอเรชันที่ 4 ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งภายนอกตัวถังได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฉดสีไฮไลท์ภายนอก ที่สามารถใช้ตกแต่งลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง กระจกมองข้าง และล้ออัลลอยในเฉดสีเดียว หรือ 2 เฉดสีที่คอนทราสต์กัน นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกระบุพื้นผิวของล้ออัลลอยด้วยตัวเลือกของเฉดสีทึบ เมทัลลิค ซาติน หรือมุก ได้อีกด้วย การตกแต่งด้วยสีไฮไลท์ภายนอกนี้ สามารถเสริม หรือคอนทราสต์กับเฉดสีของตัวถังภายนอกได้อย่างลงตัว และยังสามารถสะท้อนถึงการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยการผสมผสานเฉดสีภายใน และภายนอกเข้าด้วยกันได้อย่างแนบเนียน Bentley Mulliner ยังนำเสนอตัวเลือกที่แตกต่างด้วยหลังคาเฉดสีดำ Beluga ในรุ่น Continental GT โฉมใหม่ ซึ่งสะท้อนรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และชวนให้นึกถึงรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition ที่เป็นการเฉลิมฉลองการสร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน สำหรับ Flying Spur ลูกค้าก็สามารถเลือกตกแต่งด้วยลายเส้นไฮไลท์ในเฉดสีคอนทราสต์เข้ากับชุดแต่งรอบคัน นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ที่สามารถเลือกใช้ลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่เคลือบแลกเกอร์ หรือจะระบุเฉดสีตามความต้องการของผู้ครอบครองก็สามารถทำได้ แม้กระทั่งในรุ่น Bentayga ลูกค้าก็สามารถเลือกเฉดสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์ในรูปแบบลายเส้นบนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย พร้อมกับคาลิเพอร์เบรคในเฉดสีต่างๆ เช่น Klein Blue, Signal Yellow และ Ice Silver การรังสรรค์เฉพาะบุคคล: เกินกว่าจินตนาการ Bentley Mulliner ได้สร้างสรรค์ผลงานพิเศษร่วมกับนักออกแบบแฟชัน Supriya Lele โดยคิดค้นเฉดสีพิเศษอย่างเฉดสีฟ้า Nīla Blue ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย สีนี้ถูกนำมาใช้เป็นสีไฮไลท์บนขอบล้ออัลลอย พร้อมกับสีไฮไลท์อย่าง Mulliner White ที่ใช้ตกแต่งบนชุดแต่งรอบคัน สะท้อนลายเส้นสายสีขาวอันเรียบง่ายที่ใช้ตกแต่งภายในห้องโดยสาร อีกหนึ่งผลงานพิเศษคือ Bentley Continental GT Convertible รุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นโดย Bentley Mulliner คันแรก สำหรับ Bentley Naples ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นของงานออกแบบภายนอกอัน ได้แก่ เฉดสีม่วง Damson อันหรูหรา และสีเทา Moonbeam ที่เข้ากันกับหนังเฉดสีขาว และสีม่วง Damson พร้อมด้วยขอบเบาะโดยสารในเฉดสีเงิน ผลงานพิเศษชิ้นนี้ได้ถูกนำไปประมูลเพื่อระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส สถิติที่น่าสนใจคือ รถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คันจากโรงงานได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner แสดงให้เห็นถึงความต้องการด้านการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความโดดเด่นของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวว่า “ทีมนักออกแบบ วิศวกร และช่างฝีมือของเรามุ่งมั่นที่จะให้แน่ใจว่ารสนิยม และบุคลิกของลูกค้าแต่ละรายสามารถสื่อสารออกมาได้ผ่านสี หนัง วัสดุ หรือคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ” มรดกแห่ง Bentley: ความเหนือระดับที่สืบทอดมานานกว่าศตวรรษ Bentley ก่อตั้งขึ้นในปี 1919 โดย W.O. Bentley ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างรถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเข้ากับความหรูหราเหนือกาลเวลา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Bentley ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ ที่เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณการขาย ชื่อเสียงที่โดดเด่นจากการแข่งขันในรายการ Le Mans ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ 4 ปีติดต่อกัน (1927-1930) ยิ่งตอกย้ำถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า ภายใต้การบริหารของ Volkswagen Group ตั้งแต่ปี 1998 Bentley ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรุ่น Bentley Continental GT ซึ่งได้พัฒนามาแล้วถึง 3 เจเนอเรชัน ตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน มุ่งเน้นการพัฒนาให้เป็นรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพการขับขี่สูงเป็นหลัก ในเจนเนอเรชั่นแรกๆ มาพร้อมเครื่องยนต์ W12 เทอร์โบคู่ ขนาด 6.0 ลิตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในระดับ 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 318 กม./ชม. สำหรับรุ่นล่าสุด Bentley Continental GT V8 ปี 2021 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ 8 สูบ ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 318 กม./ชม. Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition ไม่ได้เป็นเพียงแค่นวัตกรรมยานยนต์ แต่คือการประกาศศักดาของ Bentley ในการนิยามนิยามใหม่ของความหรูหราสมรรถนะสูง ผสานความเข้ม ดุดัน และโดดเด่นเข้ากับขุมพลังไฮบริดอันล้ำสมัย ด้วยการผลิตที่จำกัดและความเป็นไปได้ในการปรับแต่งไร้ขีดจำกัด ทำให้รถยนต์รุ่นพิเศษนี้เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะบนล้อที่สะท้อนถึงรสนิยมและความสำเร็จของผู้ครอบครอง
หากท่านคือผู้ที่แสวงหาที่สุดแห่งประสบการณ์การขับขี่ ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสง่างาม และสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด Bentley Black Edition คือคำตอบที่ท่านตามหา อย่าพลาดโอกาสในการสัมผัสและเป็นเจ้าของสุดยอดอัครยนตรกรรมแห่งยุคนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อรับชมรถยนต์รุ่นพิเศษนี้ได้ที่ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เพื่อรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันของท่านให้เป็นจริง
Previous Post

N2310024 Pegasuss (5) part2

Next Post

N2310026 พน กงานธนาคารด ถ กชายชรามาถอนเง น! Pegasuss part2

Next Post

N2310026 พน กงานธนาคารด ถ กชายชรามาถอนเง น! Pegasuss part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • Full Video : N0510001_(เต มเร อง) กดต ดตาม เพ อจะได ไม พลาดซ ร ย ใหม ๆ เต ม เร อง | Ursula Ewell
  • N0411002_Ep2 ส พ น องถ กท งให อดอยากในกระท อมร าง แต โอ งน ำเก าๆ ก_part2 | Saraya Correll
  • N0411003_Ep1 ชายหน มผ เคยถ กคนท งหม บ านร งเก ยจ กล บสร างผลงานจนได_part2 | Saraya Correll
  • N0411004_ด ครบไม ต ด Episodes, No Cuts Ep1 ด ครบไม ต ด Episodes,_part2 | Saraya Correll
  • N0411005_Ep2 พ อร ความจร งหล งเห นล กสาวก นหม นโถวก บน ำร อนท กม อ #ซ_part2 | Saraya Correll

Recent Comments

No comments to show.

Archives

  • November 2026
  • October 2026
  • September 2026
  • August 2026
  • July 2026

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.