
Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition: เผยโฉมยนตรกรรมอันดำมืด สะท้อนเอกลักษณ์เหนือระดับ
ในโลกแห่งยานยนต์สุดหรูที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันและการรังสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด Bentley Motors ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ Continental GT และ Flying Spur Black Edition ที่ผสานศาสตร์แห่งการออกแบบอันดุดัน เข้ากับสมรรถนะอันทรงพลังของระบบขับเคลื่อน High Performance Hybrid สร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า “Grand Tourer” ในยุคปัจจุบัน ยนตรกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่คือผลงานศิลปะที่สะท้อนตัวตนอันโดดเด่นของผู้ครอบครอง ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 400 คันทั่วโลก ทำให้ Bentley Black Edition ยิ่งทวีคุณค่าและความปรารถนาให้แก่ผู้หลงใหลในยนตรกรรมเหนือระดับ
Continental GT Black Edition: พลังที่ถูกปลดปล่อย ความดุดันที่ถูกออกแบบ
หัวใจหลักของ Bentley Continental GT Black Edition คือระบบขับเคลื่อน High Performance Hybrid ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ผสานเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง มอบพละกำลังรวมกว่า 680 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร ซึ่งเหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน การผนึกกำลังนี้ไม่ได้เพียงแต่เพิ่มพูนสมรรถนะ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลและตอบสนองอย่างฉับไวตามแบบฉบับ Bentley ที่คุ้นเคย การทำงานร่วมกับแชสซี Bentley Performance Active ซึ่งเคยสงวนไว้เฉพาะในรุ่น Speed ยิ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้มีความไดนามิก ตอบสนองทุกการควบคุมได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการเร่งแซงอย่างทรงพลัง
การออกแบบที่สะท้อนความเข้ม: Blackline Specification ที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับ Bentley Continental GT Black Edition การตกแต่งภายนอกคือหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงบุคลิกอันล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และแฝงไว้ด้วยความลึกลับ ภายใต้ชุดแต่ง Blackline Specification ทุกรายละเอียดถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่ กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา ลิ้นหน้าสีดำ Beluga และชิ้นส่วนตกแต่งอื่นๆ ที่ล้วนถูกเคลือบด้วยสีดำเงา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดุดันและทรงพลัง โลโก้ Bentley ‘Winged B’ อันเป็นเอกลักษณ์ ถูกเปลี่ยนมาเป็นสีดำเงา ทั้งที่ฝากระโปรงหน้าและฝากระโปรงหลัง รวมถึงตัวอักษร BENTLEY ที่สลักไว้อย่างสง่างาม บนบังโคลนหน้า ยังประดับด้วยโลโก้ Black Edition อันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น ล้ออัลลอย 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้ว ที่มาพร้อมกับการตกแต่งสีดำเงาแบบทูโทน เพิ่มมิติและความโดดเด่น แต่สิ่งที่ทำให้ Black Edition แตกต่างอย่างแท้จริง คือคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin ที่ตัดกับสีดำอันเข้มข้น สร้างความรู้สึกเร้าใจและสะท้อนถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ภายใน
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่ถูกนิยามใหม่
ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Continental GT Black Edition คุณจะพบกับความหรูหราที่ได้รับการยกระดับให้เข้ากับธีมสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ การปักอักษร “Black Edition” บนพนักพิงศีรษะคู่หน้า คือรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความแตกต่าง วัสดุตกแต่งภายในที่เลือกใช้คือไม้วีเนียร์ Piano Black ที่มอบความเงางามและหรูหรา กาบบันไดถูกประทับตรา “Black Edition” เพื่อตอกย้ำความเป็นรุ่นพิเศษ การเย็บตะเข็บภายในห้องโดยสารสามารถปรับแต่งสีได้ตามความต้องการของผู้ครอบครอง เพื่อให้สะท้อนรสนิยมส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เบาะนั่งแบบ Comfort มอบความสบายสูงสุดสำหรับการเดินทางไกล ระบบไฟ Mood Lighting ที่สามารถปรับได้หลากหลายสีสัน สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีจอแสดงผลแบบ Rotating Display อันล้ำสมัย และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต ที่เพิ่มความรู้สึกสุนทรีย์ในการขับขี่
Flying Spur Black Edition: พลังแห่งความสง่างาม สู่การเดินทางที่ไร้ขีดจำกัด
Bentley Flying Spur Black Edition คือนิยามใหม่ของ “Luxury Sedan” ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังเข้ากับความสง่างามที่ไร้กาลเวลา ขุมพลัง High Performance Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พละกำลัง 520 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ส่งผลให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.9 วินาที บนทางหลวง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลังและน่าประทับใจ
เทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis: การควบคุมที่เหนือชั้น
Flying Spur Black Edition ยังคงไว้ซึ่งเทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างที่เคยมีเฉพาะในรุ่น Speed อันทรงพลัง ระบบนี้มอบความหลากหลายในการขับขี่ ตั้งแต่โหมด Comfort ที่เน้นความนุ่มนวล สู่โหมด Bentley ที่สมดุล และโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ในโหมด Sport ระบบ Bentley Performance Active Chassis สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100% ไปยังล้อหลัง เพื่อมอบการตอบสนองที่เฉียบคม และการขับขี่ที่คล่องตัว การปรับการเลี้ยวของล้อหลัง และการหน่วงช่วงล่างที่แน่นขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงการควบคุมที่แม่นยำ พวงมาลัยที่ตรงและคล่องตัวยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตที่เหนือชั้น
การตกแต่งภายนอกที่สะท้อนความเข้ม
เช่นเดียวกับ Continental GT Black Edition, Flying Spur Black Edition ก็มาพร้อมกับการตกแต่งภายนอกที่สะท้อนความดุดันและสง่างาม กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา ลิ้นหน้าสีดำ Beluga และชิ้นส่วนตกแต่งอื่นๆ ที่เคลือบด้วยสีดำเงา สร้างภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขาม โลโก้ ‘Winged B’ และตัวอักษร BENTLEY ถูกเปลี่ยนมาเป็นสีดำเงา โลโก้ Black Edition บนบังโคลนหน้า คือสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพิเศษ ล้ออัลลอย 22 นิ้ว สีดำเงาแบบทูโทน และคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นและความเร้าใจ
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่ปรับแต่งได้ตามสไตล์
ภายในห้องโดยสารของ Flying Spur Black Edition มอบความหรูหราและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด การปักอักษร “Black Edition” บนพนักพิงศีรษะทั้ง 4 ที่นั่ง คือรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความพิเศษ ไม้วีเนียร์ Piano Black สร้างความเงางามและหรูหรา กาบบันได Black Edition และการเย็บตะเข็บภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับแต่งสีได้ตามความต้องการของผู้ครอบครอง เพื่อให้สะท้อนรสนิยมส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ เบาะนั่งแบบ Comfort ระบบไฟ Mood Lighting ที่สามารถปรับได้หลากหลายสีสัน จอแสดงผลแบบ Rotating Display และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต คือองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
Bentley Mulliner: การรังสรรค์ยนตรกรรมที่ไร้ขีดจำกัด
ในยุคที่ความต้องการความเป็นปัจเจกบุคคลและความโดดเด่นมีสูงขึ้น Bentley Mulliner แผนกออกแบบพิเศษของ Bentley ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความปรารถนาของลูกค้าทั่วโลก การตกแต่งที่หลากหลายและไร้ขีดจำกัด คือหัวใจสำคัญของ Bentley Mulliner โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น Continental GT และ Continental GTC โฉมใหม่ ที่ลูกค้าสามารถเลือกเฉดสีไฮไลท์ภายนอกได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ลายเส้นบนชุดแต่งรอบตัวถัง กระจกมองข้าง ไปจนถึงล้ออัลลอย การเลือกใช้เฉดสีเดียว หรือสองเฉดสีที่คอนทราสต์กัน สามารถสร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รายละเอียดการตกแต่งที่ประณีต: จากภายนอกจรดภายใน
Bentley Mulliner นำเสนอตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับการตกแต่งภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้พื้นผิวแบบเงา หรือซาติน สำหรับแถบสีไฮไลท์ที่ทอดยาวไปตามแนวชุดแต่งสปอยเลอร์หน้า กาบประตู และดิฟฟิวเซอร์หลัง นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งแถบสีไฮไลท์แบบคอนทราสต์บนฝาครอบกระจกมองข้าง และขอบล้ออัลลอย เพื่อเสริมลุคให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สำหรับรุ่น Continental GT โฉมใหม่ มีตัวเลือกพิเศษคือหลังคาเฉดสีดำ Beluga ซึ่งชวนให้นึกถึงรุ่น Continental GT Pikes Peak Edition อันเป็นตำนาน
สำหรับรุ่น Flying Spur, Bentley Mulliner ยังคงนำเสนอทางเลือกในการตกแต่งด้วยลายเส้นไฮไลท์สีคอนทราสต์บนชุดแต่งรอบคัน พร้อมด้วยตัวเลือกชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ ที่สามารถเลือกใช้ลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์ที่เคลือบแลกเกอร์ หรือจะระบุเฉดสีตามความต้องการของผู้ครอบครอง นอกจากนี้ ยังมีการตกแต่งด้วยลายเส้นสีคอนทราสต์บนขอบล้ออัลลอย และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ล้ออัลลอย: จุดเปลี่ยนที่สร้างความโดดเด่น
ล้ออัลลอย คือหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สามารถสร้างความโดดเด่นให้แก่รูปลักษณ์ของยนตรกรรมได้ การเลือกใช้สีเดียวที่เข้ากับสีตัวถังจะช่วยให้รถดูเป็นหนึ่งเดียวและร่วมสมัย ในทางตรงกันข้าม การใช้สีแบบดูโอโทนเมทัลลิคที่ซี่ล้อ และช่องล้อที่ใช้สีแบบคอนทราสต์ จะช่วยดึงดูดสายตาไปที่การออกแบบที่ลึกซึ้งและให้รายละเอียดที่หรูหรายิ่งขึ้น Bentley Mulliner นำเสนอตัวเลือกพื้นผิวล้ออัลลอยที่หลากหลาย ทั้งเฉดสีทึบ เมทัลลิค ดูโอโทน ซาติน และมุก โดยสามารถใช้ชุดสีเดิม หรือสั่งทำเฉดสีพิเศษเฉพาะของตนเองได้
ความร่วมมืออันทรงเกียรติ: สะท้อนเอกลักษณ์ระดับโลก
Bentley Mulliner ยังได้สร้างสรรค์ผลงานพิเศษจากการร่วมมือกับนักออกแบบและดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ Supriya Lele นักออกแบบแฟชันชาวอินเดีย ที่ได้รังสรรค์ Bentayga S รุ่นพิเศษ ด้วยเฉดสี Nīla Blue อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย เฉดสีพิเศษนี้สะท้อนถึงความสง่างามที่คงอยู่ยาวนาน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของผลงานเธอ นอกจากนี้ ยังมีผลงานพิเศษจากการร่วมมือกับ Bentley Naples กับ Continental GT Convertible รุ่นพิเศษ ที่มีเฉดสีม่วง Damson อันหรูหรา และสีเทา Moonbeam ซึ่งสามารถระดมทุนได้กว่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส
แนวโน้มการเติบโต: ตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
จากข้อมูลล่าสุด พบว่ารถยนต์ Bentley 1 ใน 4 คันที่ออกจากโรงงาน ได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยตัวเลือกพิเศษจาก Bentley Mulliner ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการด้านความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความโดดเด่นของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง David Parker, Chief Commercial Officer, Bentley Mulliner กล่าวว่า “ทีมนักออกแบบ วิศวกร และช่างฝีมือของเรามุ่งมั่นที่จะให้แน่ใจว่ารสนิยม และบุคลิกของลูกค้าแต่ละรายสามารถสื่อสารออกมาได้ผ่านสี หนัง วัสดุ หรือคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ ข้อจำกัดเดียว คือ จินตนาการ”
Bentley Continental GT & Flying Spur Black Edition: ความภาคภูมิใจในการครอบครอง
Bentley Continental GT และ Flying Spur Black Edition คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะอันทรงพลัง การออกแบบอันดุดัน และความหรูหราที่เหนือระดับ ด้วยการผลิตที่จำกัดเพียง 400 คันทั่วโลก ยนตรกรรมเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงรถยนต์ แต่คือการลงทุนในประวัติศาสตร์และศิลปะแห่งยนตรกรรม ที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ครอบครองไปอีกนานแสนนาน
สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์แห่งความพิเศษ และต้องการรังสรรค์ยนตรกรรม Bentley ในฝันของคุณให้สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง โปรดติดต่อ Bentley Bangkok โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Bentley อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อรับคำปรึกษาและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่น Continental GT และ Flying Spur Black Edition รวมถึงตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลายอย่างไร้ขีดจำกัด