
เปิดตัว All-New Mitsubishi Xforce HEV 2026: คอมแพ็กต์ SUV ไฮบริดที่สั่นสะเทือนตลาดไทย
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดศักราชใหม่ปี 2026 ด้วยการส่ง All-New Mitsubishi Xforce HEV (เอ็กซ์ฟอร์ซ เอชอีวี) คอมแพ็กต์ SUV ขนาด 5 ที่นั่ง เข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายไลน์อัปกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ Mitsubishi Xpander HEV และ Xpander Cross HEV ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2024 การมาถึงของ Xforce HEV ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่ยังเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีขับเคลื่อน Full Hybrid เจเนอเรชันล่าสุด ที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ สู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความประหยัด และความอัจฉริยะ
ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา: Silky and Solid Design
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Xforce HEV แตกต่างและน่าดึงดูด คือปรัชญาการออกแบบ “Silky and Solid” ที่ผสมผสานความสง่างามนุ่มนวลเข้ากับความแข็งแกร่งทนทานได้อย่างลงตัว ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและสมส่วน ตัวถังมีความกว้างขวางในสไตล์ SUV อย่างแท้จริง ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED และไฟท้าย LED สีรมควัน (Smoked) ถูกจัดวางในรูปทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเสริมให้ตัวรถดูกว้างขวางและมั่นคงยิ่งขึ้น ซุ้มล้อขนาดใหญ่พร้อมวัสดุป้องกันสีดำเงาตัดกับสีตัวถัง แสดงออกถึงบุคลิกของรถออฟโรดสมัยใหม่ ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ดีไซน์แอโรไดนามิก ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
ภายในห้องโดยสารยังคงยึดแนวคิด “Horizontal Axis” ที่เน้นความเรียบง่ายแต่หรูหรา คอนโซลหน้าแนวนอนมอบทัศนวิสัยที่โปร่งโล่ง ลดความรู้สึกอึดอัด วัสดุภายในเลือกใช้แบบทูโทน พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าพิเศษที่มีคุณสมบัติป้องกันน้ำและคราบสกปรก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบายและความทนทานไปพร้อมกัน
ขุมพลัง MITSUBISHI e:MOTION: ประสิทธิภาพเหนือชั้น
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อน All-New Mitsubishi Xforce HEV คือระบบขับเคลื่อน Full Hybrid เจเนอเรชันใหม่ ที่เป็นวิวัฒนาการจากเทคโนโลยี PHEV ของมิตซูบิชิ ผสานการทำงานระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนประสิทธิภาพสูง และเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC ขนาด 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพการส่งกำลังที่ดียิ่งขึ้น
ระบบส่งกำลังแบบ 2-Speed Transaxle ใหม่ ทำงานประสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด โดยจะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่อัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพถนนและรูปแบบการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวที่ต้องการแรงบิดสูง หรือการขับขี่ทางไกลที่ต้องการความนุ่มนวล นอกจากนี้ ยังมีกลไกพิเศษที่สามารถตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่โดดเด่นถึง 24.4 กม./ลิตร ซึ่งเป็นอัตราที่น่าประทับใจที่สุดในกลุ่มคอมแพ็กต์ SUV ทำให้มีระยะทางการขับขี่สูงสุดต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ความเงียบในการทำงานและอัตราเร่งที่ฉับไว ทั้งบนทางเรียบและทางลาดชัน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
7-Drive Mode: ปรับเปลี่ยนได้ตามใจคุณ
เพื่อเพิ่มความมั่นใจและสนุกสนานในการขับขี่ในทุกสภาพถนน All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อม 7 โหมดการขับขี่ (7-Drive Mode) ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง ได้แก่:
Normal: โหมดมาตรฐานสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
Wet: โหมดสำหรับถนนเปียก ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน
Gravel: โหมดสำหรับถนนลูกรัง เพิ่มความมั่นคงในการขับขี่นอกเส้นทาง
Tarmac: โหมดสำหรับถนนลาดยาง เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถ
Mud: โหมดสำหรับถนนโคลน ให้กำลังและแรงบิดสูงสุด
Charge Mode: โหมดการชาร์จ ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม
EV Priority Mode: โหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องการความเงียบและประหยัด
Active Yaw Control (AYC): เทคโนโลยีที่เหนือกว่า
เทคโนโลยี Active Yaw Control (AYC) ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (All-Wheel Control) โดยจะคำนวณการกระจายแรงเบรกและการส่งกำลังไปยังล้อทั้งซ้ายและขวาอย่างสัมพันธ์กันขณะเข้าโค้ง ระบบนี้ช่วยรักษาสมดุลของตัวรถ ทำให้สามารถควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์ AYC ทำงานเงียบและราบรื่น ไม่รบกวนประสบการณ์การขับขี่ แต่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการเกาะถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับทางโค้ง หรือสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวย
ช่วงล่างที่ออกแบบมาเพื่อเมืองไทย
มิตซูบิชิได้ทำการทดสอบและปรับจูนช่วงล่างของ All-New Xforce HEV บนสภาพถนนจริงในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้ได้สมรรถนะที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย ผลลัพธ์ที่ได้คือช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงความหนึบแน่นและการควบคุมที่ดีเยี่ยมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense: ปกป้องคุณในทุกมิติ
ด้านความปลอดภัย All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบภายใต้แนวคิด “Diamond Sense” ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ผ่านกล้อง เรดาร์ และเซนเซอร์ ทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ระบบที่ติดตั้งมาให้ ได้แก่:
– กล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นกะระยะ และระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว (MAM with MOD)
– ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าออกตัวหรือเคลื่อนที่ไปด้านหน้า (LCDN)
– ระบบเตือนจุดอับสายตา และระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM)
– ระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC)
– ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
– ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA)
นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่างระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ยังติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งความพรีเมียม
ภายในห้องโดยสารของ All-New Mitsubishi Xforce HEV ถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในรถที่มีขนาดกว้างขวางที่สุดในกลุ่มคอมแพ็กต์ SUV พื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่หัวไหล่ และพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง ทำให้สามารถเดินทางได้พร้อมกันถึง 5 คน โดยไม่รู้สึกอึดอัด เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับปรับได้แบบ 40:20:40 และปรับเอนได้ถึง 8 ระดับ เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางไกล วัสดุหุ้มเบาะ “Heat Guard” ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดด ทำให้ห้องโดยสารเย็นสบายยิ่งขึ้น
Dynamic Sound Yamaha Premium Sound System ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับ Yamaha Corporation ให้เสียงใส คมชัดในทุกมิติ มอบประสบการณ์การฟังเพลงที่เสมือนอยู่ในคอนเสิร์ต ระบบฟอกอากาศ nanoe-X ช่วยสร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในห้องโดยสาร ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ไฟสร้าง