
สเปค และ โปรโมชั่น All-New Mitsubishi Xforce HEV คอมแพ็กต์เอสยูวีจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 2025
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ All-New Mitsubishi Xforce HEV คอมแพ็กต์เอสยูวีรุ่นใหม่ ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในระดับโลก โดยมีเป้าหมายที่จะเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ดีไซน์โดดเด่น สมรรถนะเร้าใจ พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย
All-New Mitsubishi Xforce HEV นำเสนอการผสมผสานระหว่างดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ใช้งาน โดยรถยนต์รุ่นนี้เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ Mitsubishi e:MOTION ซึ่งเป็นการผสาน 3 เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) และโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
ความน่าเชื่อถือจากการผลิตในประเทศ
เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพที่ยอดเยี่ยม All-New Mitsubishi Xforce HEV จะได้รับการผลิตที่โรงงานมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์ฟูลไฮบริดของแบรนด์ในภูมิภาค ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้อย่างใกล้ชิด และจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการกว่า 190 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีความพร้อมในการให้บริการทั้งการขายและบริการหลังการขาย
ประวัติการเปิดตัวและแผนการขยายตลาด
All-New Mitsubishi Xforce HEV ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการที่ประเทศอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2023 ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine) และได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด จากนั้นจึงได้ขยายการจัดจำหน่ายไปยังตลาดเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกในปี 2024 ซึ่งรวมถึงละตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ อีกมากมาย
สำหรับการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ จะเป็นการเสริมทัพกลุ่มรถยนต์ฟูลไฮบริดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อยอดความสำเร็จจาก Mitsubishi Xpander HEV และ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่ได้เปิดตัวไปแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากตลาด
All-New Mitsubishi Xforce HEV สเปค
ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่
All-New Mitsubishi Xforce HEV มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดจากระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อันเลื่องชื่อของมิตซูบิชิ โดยระบบนี้ประกอบด้วย:
มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง: ให้กำลังขับเคลื่อนหลักด้วยไฟฟ้า มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม และการขับขี่ที่เงียบ
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง: แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์ไฮบริด ให้พลังงานที่เสถียรและมีอายุการใช้งานยาวนาน
เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร DOHC 16 วาล์ว MIVEC: ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือให้กำลังขับเคลื่อนโดยตรง ขึ้นอยู่กับสภาวะการขับขี่
ระบบส่งกำลัง 2-Speed Transaxle: ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติตามการขับขี่และสภาพถนน ให้อัตราเร่งที่ดีและนุ่มนวล
กลไกตัดการเชื่อมต่อของมอเตอร์: ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน
สมรรถนะการขับขี่
อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด: 24.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือเป็นระดับชั้นนำในกลุ่มคอมแพ็กต์เอสยูวี
ระยะทางการขับขี่ยาวที่สุดในคลาส: ต่อน้ำมันหนึ่งถัง สามารถเดินทางได้ไกล มั่นใจได้ทั้งการขับขี่ในเมืองและทางไกล
อัตราเร่งยอดเยี่ยม: ทั้งในการขับขี่บนไฮเวย์ และในเส้นทางที่เป็นเนินลาดชัน
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC): เทคโนโลยีจากรถแข่งแรลลี่คาร์ของมิตซูบิชิ ทำงานโดยคำนวณการส่งกำลังลงที่ล้อซ้าย-ล้อขวา ให้หมุนสัมพันธ์กัน ขณะที่รถเข้าโค้ง เพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวรถ ทำให้สามารถขับผ่านทางโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมั่นใจในทุกสถานการณ์
ช่วงล่างที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ: ผ่านการทดสอบมาแล้วกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย
โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
ผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนโหมดการขับขี่ด้วยตนเองตามสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ หรือรูปแบบการใช้งานที่ต้องการ โดยมี 7 โหมดดังนี้:
Normal: โหมดการขับขี่มาตรฐานสำหรับการใช้งานทั่วไป
Wet: โหมดการขับขี่สำหรับถนนเปียก เพิ่มความมั่นใจในการควบคุม
Gravel: โหมดการขับขี่สำหรับถนนลูกรัง ปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสม
Tarmac: โหมดการขับขี่สำหรับถนนลาดยาง มอบสมรรถนะที่ดีที่สุด
Mud: โหมดการขับขี่สำหรับถนนโคลน เพิ่มแรงบิดและการยึดเกาะ
Charge: โหมดการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยเครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า
EV Priority: โหมดพลังงานไฟฟ้า 100% สำหรับการขับขี่ในเมืองที่เงียบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ดีไซน์ภายนอก
คอนเซปต์การออกแบบ ‘Silky and Solid’
All-New Mitsubishi Xforce HEV ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ ‘Silky and Solid’ แนวคิดการออกแบบใหม่จากมิตซูบิชิ ที่ผสมผสานความเรียบหรูเข้ากับความทรงพลัง สะท้อนผ่านรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว โดดเด่น เปรียบสมือนไอคอนนิคแห่งยุค
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED: ดีไซน์บางเฉียบและโฉบเฉี่ยว เสริมให้เห็นถึงความทันสมัย
ไฟท้าย LED สี Smoked: จัดเรียงเป็นรูปตัวที เสริมให้เห็นถึงความกว้างและความรู้สึกมั่นคงของตัวรถ
ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ 18 นิ้ว: ดีไซน์สวยงามที่คำนึงถึงแอโรไดนามิค เสริมด้วยซุ้มล้อที่เลือกใช้วัสดุและสีที่ตัดกับสีรถ ทำให้ All-New Mitsubishi Xforce HEV มีบุคลิกของรถเอสยูวีอย่างชัดเจน
ตัวเลือกสีภายนอก: มีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีขาวมุก White Diamond, สีเงิน Blade Silver, สีเทา Graphite Gray, สีดำ Jet Black Mica, สีเหลือง Energetic Yellow และสีแดง Spirit Red ซึ่งบางสีมาพร้อมกับหลังคาดำเพื่อเพิ่มความสปอร์ตและพรีเมียม
ดีไซน์ภายใน
คอนเซปต์การออกแบบ “Horizontal Axis”
ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Horizontal Axis” ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบตามแนวนอน เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมและสร้างความรู้สึกกว้างขวาง
ห้องโดยสารสีทูโทน: เพิ่มความรู้สึกหรูหราและทันสมัย
วัสดุหุ้มเบาะแบบพิเศษกันน้ำและคราบสิ่งสกปรก: ง่ายต่อการทำความสะอาด และทนทานต่อการใช้งาน
อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน: เพื่อสร้างสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง
ระบบความปลอดภัย Diamond Sense
เทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS (Advanced Driver-Assistance Systems) ที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวรถแบบ 360 องศา ทำงานอย่างแม่นยำผ่านการทำงานของกล้อง เรดาห์ และเซนเซอร์ ได้แก่:
ระบบ