• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1208011_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.6.3 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

admin79 by admin79
August 11, 2026
in Uncategorized
0
N1208011_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.6.3 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2 BMW 9 Series: นิยามใหม่แห่งยนตรกรรมหรูสุดขีดขั้ว พร้อมท้าชน Mercedes-Maybach S-Class ในโลกของยานยนต์พรีเมียมที่การแข่งขันดุเดือดเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มซีดานขนาดใหญ่สุดหรูที่มักถูกครอบครองโดยผู้เล่นหลักอย่าง Mercedes-Benz แต่ล่าสุด วงการรถหรูสั่นสะเทือนอีกครั้งเมื่อ BMW แบรนด์ยนตรกรรมชั้นนำจากเยอรมนี กำลังซุ่มพัฒนา “BMW 9 Series” ว่าที่เรือธงรุ่นใหม่ ที่ถูกวางตัวมาเพื่อท้าชนโดยตรงกับ Mercedes-Maybach S-Class ที่กำลังครองตลาดอย่างสง่างาม จากข้อมูลวงในที่หลุดออกมา สื่อยานยนต์ชั้นนำอย่าง Autobild รายงานว่า BMW 9 Series จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ BMW 7 Series เจเนอเรชันปัจจุบัน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับการยอมรับในด้านความหรูหราและความสบายอยู่แล้ว แต่ BMW ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขายังได้แรงบันดาลใจด้านดีไซน์อันโดดเด่นมาจาก Vision Future Luxury concept ที่เคยสร้างความฮือฮาในอดีต มาถ่ายทอดลงใน BMW 9 Series รุ่นผลิตจริง หัวใจสำคัญของ BMW 9 Series ที่จะสร้างความแตกต่างและดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับ คือการยกระดับความหรูหราภายในห้องโดยสารให้ถึงขีดสุด โดยเฉพาะในส่วนของผู้โดยสารตอนหลัง ที่จะมาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 2 ที่นั่งแบบ Individual Seats ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ขั้นสูงสุด เพื่อมอบความผ่อนคลายและความสบายในทุกการเดินทาง คั่นกลางด้วยคอนโซลกลางที่หรูหรา พร้อมติดตั้งหน้าจอ Individual Entertainment Screens ที่มอบความบันเทิงส่วนตัวให้กับผู้โดยสารแต่ละท่าน นอกจากนี้ ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอย่างประตูแบบ Rear-hinged Doors (ประตูตู้กับข้าว) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงจากรถ และเสริมภาพลักษณ์ที่ดูพิเศษยิ่งขึ้น ขุมพลังเหนือชั้น: V12 อันทรงพลัง ผสานเทคโนโลยี Plug-In Hybrid รักษ์โลก สำหรับขุมพลังของ BMW 9 Series นั้น ข้อมูลระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Twin-Turbo V12 ขนาด 6.6 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลังอันมหาศาล โดยคาดว่าจะรีดสมรรถนะได้ถึง 600 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดถึง 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ที่ให้การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวและนุ่มนวล แต่สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต BMW 9 Series ก็เตรียมทางเลือกที่น่าสนใจไว้เช่นกัน นั่นคือเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับระบบ Plug-In Hybrid ซึ่งจะส่งมอบพละกำลังที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ โลดแล่นไปกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว เพื่อตอกย้ำความเป็นยนตรกรรมแห่งอนาคต BMW 9 Series ยังจะมาพร้อมกับการใช้วัสดุ Carbon Fiber Reinforced Plastic (CFRP) หรือ Carbon Core ในการผลิตตัวถัง ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่และการประหยัดพลังงาน การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของอัครยานตรกรรมคันนี้ คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2020 พร้อมๆ กับการเปิดตัว BMW 8 Series เวอร์ชั่น Coupe และ Convertible ที่จะมาแทนที่ BMW 6 Series เดิม ซึ่งรูปลักษณ์อันงดงามของ BMW 9 Series จะเป็นอย่างไร สมกับที่หลายคนรอคอยหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป BMW 8 Series Gran Coupe: สุนทรียะแห่งการขับขี่ 4 ประตู พรีเมียมขั้นสุด ในขณะที่ BMW 9 Series กำลังเป็นที่จับตา BMW ยังคงเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Series 8 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัว BMW 8 Series Gran Coupe (G15) ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์สปอร์ตของ Series 8 แต่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานแบบ 4 ประตู ดีไซน์ภายนอก: ความสง่างามที่ลงตัวบนเรือนร่าง 4 ประตู BMW 8 Series Gran Coupe โดดเด่นด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่น Coupe อย่างเห็นได้ชัด มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางกว่าเดิม ด้านหน้าที่ยังคงเอกลักษณ์ของ BMW ด้วยกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ที่ดูทรงพลัง ไฟหน้า LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว มาพร้อมกับระบบ Laserlight ที่ให้ความสว่างไสวและระยะการมองเห็นที่ไกลขึ้น แม้ว่าการออกแบบโดยรวมจะมีความคล้ายคลึงกับรุ่น 2 ประตู แต่ BMW ได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นรถ 4 ประตู จุดที่เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนคือการเพิ่มประตูหลังเข้าไป เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกของผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงการออกแบบหลังคาที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้มีพื้นที่เหนือศีรษะมากขึ้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งหลังคาแก้ว Panoramic Sunroof เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สร้างบรรยากาศที่โปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร สำหรับรุ่น M850i xDrive Gran Coupe ยังมีตัวเลือกหลังคาที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่น้ำหนักเบา แต่ยังเพิ่มความหรูหราและสปอร์ตให้กับตัวรถ เมื่อเปรียบเทียบขนาดตัวถังกับ BMW Series 8 Coupe จะพบว่ารุ่น Gran Coupe มีความยาวเพิ่มขึ้นถึง 9.0 นิ้ว (228.6 มม.) ความกว้างเพิ่มขึ้น 1.2 นิ้ว (30.5 มม.) และความสูงเพิ่มขึ้น 2.2 นิ้ว (55.9 มม.) ที่สำคัญคือระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 7.9 นิ้ว (200.7 มม.) ทำให้ห้องโดยสารตอนหลังมีความกว้างขวาง นั่งสบาย และรองรับการเดินทางไกลได้อย่างเต็มที่
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหรา เทคโนโลยี และความสบายระดับพรีเมียม ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW 8 Series Gran Coupe จะพบกับบรรยากาศที่หรูหราและทันสมัยอย่างแท้จริง หน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วนและชัดเจน ควบคู่ไปกับหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 10.25 นิ้ว ที่ควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบทำความร้อน และระบบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย สร้างสุนทรียะในการขับขี่ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง แม้จะเป็นรถสไตล์ Coupe-like แต่ก็มีพื้นที่เพียงพอต่อการใช้งานจริง และยังสามารถพับเบาะหลังแบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้ตามต้องการ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่น่าสนใจประกอบด้วย Head-up Display แสดงข้อมูลบนกระจกหน้า, แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบเครื่องเสียง Harman-Kardon พร้อมลำโพง 16 ตัว ที่มอบประสบการณ์เสียงอันยอดเยี่ยม ขุมพลังที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ BMW 8 Series Gran Coupe มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่แตกต่างกัน 840i Gran Coupe: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ให้กำลัง 340 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สามารถเลือกระบบขับเคลื่อนแบบ AWD เป็นอุปกรณ์เสริม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 4.9 วินาที 840d xDrive Gran Coupe: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ให้กำลัง 320 แรงม้า แรงบิด 680 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และมาพร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AWD เป็นมาตรฐาน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.1 วินาที M850i xDrive Gran Coupe: สำหรับขาลุยที่ต้องการพละกำลังสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ TwinPower Turbo ขนาด 4.4 ลิตร V8 ให้กำลัง 530 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่น่าประทับใจเพียง 3.9 วินาที ราคา BMW 8 Series Gran Coupe: การลงทุนในความหรูหรา สำหรับราคา BMW 8 Series Gran Coupe เริ่มต้นที่ประมาณ 84,900 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรุ่นเริ่มต้น หากต้องการระบบขับเคลื่อนแบบ AWD จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่นท็อป M850i xDrive Gran Coupe มีราคาเริ่มต้นประมาณ 108,900 ดอลลาร์สหรัฐ BMW: การเดินทางของสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ 103 ปี ในปี 2020 ที่ผ่านมา BMW ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการประกาศปรับเปลี่ยนโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ครั้งแรกในรอบ 23 ปี และถือเป็นโลโก้แบบที่ 6 ในรอบ 103 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ รถยนต์คันแรกที่ประดับตราสัญลักษณ์ใหม่นี้คือ BMW Concept i4 รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ BMW ในการทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นในอนาคต ย้อนกลับไปในปี 2019 BMW เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 23.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ BMW ก็ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตนเองเพื่อก้าวเข้าสู่โลกยานยนต์สมัยใหม่ ตำนานแห่งโลโก้ BMW: จาก Rapp Motorenwerke สู่สัญลักษณ์แห่งยนตรกรรมระดับโลก ก่อนที่เราจะทำความรู้จักกับรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต คอลัมน์ THE ICONIC CARS ขอพาทุกท่านย้อนรำลึกถึงโลโก้ทั้ง 5 ในอดีตของ BMW พร้อมกับยานยนต์อันโดดเด่นในยุคสมัยนั้น เพื่อให้เห็นถึงอิทธิพลของสัญลักษณ์แห่งพลังจากแคว้นบาวาเรียนี้ต่อวงการรถยนต์ตลอด 103 ปีที่ผ่านมา จุดกำเนิด: Rapp Motorenwerke และการเปลี่ยนผ่านสู่ Bayerische Motoren Werke เรื่องราวของโลโก้ BMW เริ่มต้นขึ้นในปี 1913 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะสิ้นสุดลงไม่นาน เมื่อ Karl Rapp ก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอากาศยานในชื่อ Rapp Motorenwerke ในช่วงแรก บริษัทของ Rapp ประสบปัญหาในการผลิตอะไหล่จำนวนมาก และคุณภาพของเครื่องยนต์ก็ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่การเข้ามาของวิศวกรมากฝีมืออย่าง Franz Josef Popp และ Max Friz ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ในปี 1917 กองทัพปรัสเซียมีคำสั่งซื้อเครื่องบินถึง 600 ลำจาก Rapp Motorenwerke ภายใต้โครงการ BBE วิศวกรทั้งสองได้ร่วมกันพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้บริษัทมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก และกลายเป็นโรงงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทได้ตระหนักถึงศักยภาพของวิศวกรหน้าใหม่ และตัดสินใจไม่พึ่งพา Karl Rapp อีกต่อไป ในวันที่ 25 กรกฎาคม 1917 บริษัท Rapp Motorenwerke ได้ยกเลิกสัญญากับ Karl Rapp และเปลี่ยนชื่อเป็น Bayerische Motoren Werke (BMW) พร้อมกับการจดสิทธิบัตรตราสัญลักษณ์ใหม่ โลโก้ BMW รุ่นที่ 1 (1917): จุดเริ่มต้นของวงแหวนฟ้า-ขาว โลโก้แรกของ BMW ยังคงรูปทรงกลมเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนวงแหวนสีขาว-ดำด้านนอกเป็นสีดำตัดเส้นสีทอง และวางตัวอักษรย่อ Bayerische Motoren Werke ไว้ส่วนบน ส่วนสัญลักษณ์รูปม้าถูกแทนที่ด้วยสีฟ้าและขาว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีของธงประจำรัฐบาวาเรีย แม้ในระยะแรก BMW ถูกห้ามใช้สีธงประจำรัฐ แต่ก็สามารถสร้างแพทเทิร์นสีขาว-ฟ้าที่เท่ากันขึ้นมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน รถมอเตอร์ไซค์รุ่น BMW R32 ที่ผลิตในปี 1923 เป็นรถคันแรกที่ประดับโลโก้ BMW ส่วนรถยนต์รุ่นเด่นในยุคนี้คือ BMW “Dixi” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น BMW 3/15 ที่ผลิตระหว่างปี 1928-1932
โลโก้ BMW รุ่นที่ 2 (1933): ความหนาที่เพิ่มขึ้น สู่ความแข็งแกร่ง ในปี 1933 BMW ต้องการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น จึงเพิ่มขนาดเส้นวงแหวนทั้งด้านนอกและด้านในให้หนาขึ้น รวมถึงใช้ฟอนต์ตัวอักษร B M W ที่หนาขึ้นด้วย รถยนต์คันแรกที่ใช้โลโก้รุ่นที่ 2 คือ BMW 3/20 รถยนต์ที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้คือ BMW 326 ซีดาน 4 ประตูสุดหรู พร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบ 1972 ซีซี ที่ให้กำลัง 319 แรงม้าในยุคนั้น และยังพัฒนาต่อยอดเป็น BMW 327 Grand Tourer และสปอร์ตคาร์อย่าง BMW 328 ที่เข้าร่วมการแข่งขัน Le Mans และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 25 รถยนต์แห่งศตวรรษที่ 20 โลโก้ BMW รุ่นที่ 3 (1953): เน้นความหรูหรา สู่ยุคแห่งการฟื้นฟู ในยุค 50’s BMW มุ่งเน้นการผลิตรถยนต์หรูเพื่อดึงฐานลูกค้ากลับคืนจาก Mercedes-Benz การปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งที่ 3 สะท้อนถึงเป้าหมายนี้ โดยเปลี่ยนขอบสีทองเป็นเส้นสีขาวที่ด้านในและด้านนอก และเปลี่ยนสีตัวอักษรสีทองเป็นสีขาว พร้อมลดความเข้มของสีด้านในโลโก้ให้ใกล้เคียงกับสีธงรัฐบาวาเรียมากขึ้น รถยนต์รุ่นสำคัญในยุคนี้คือ BMW 501 “Baroque Angels” สุดยอด Luxury Car ที่ผลิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นรถยนต์คันแรกที่สร้างขึ้นในแคว้นบาวาเรีย แต่ด้วยราคาที่สูงทำให้ยอดขายในประเทศไม่ดีนัก แต่กลับได้รับความนิยมในทวีปอเมริกา รวมถึง BMW 507 โรดสเตอร์สุดงาม เพื่อแก้ไขสถานการณ์ทางการเงิน BMW ได้หันมาผลิตรถยนต์ขนาดเล็กอย่าง Iso Isetta ภายใต้ชื่อ BMW 600 และ BMW 700 ที่ใช้โครงสร้างแบบ Monocoque ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดขายกว่า 188,000 คันใน 5 ปี และยังประสบความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ต โลโก้ BMW รุ่นที่ 4 (1963): ต้นแบบโลโก้สมัยใหม่ สู่ยุคทองของ BMW โลโก้ BMW เจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเปิดตัวในปี 1963 ถือเป็นโลโก้ที่จะอยู่กับ BMW ไปอีกหลายสิบปี มีการเปลี่ยนฟอนต์จาก Serif เป็น Sans-serif โดยยังคงรูปทรงกลมสีดำตัดขอบนอกด้วยเส้นสีขาว ด้านในวงใช้เส้นสีขาวครอบแพทเทิร์นสีฟ้าขาวไว้ ยุคนี้เป็นยุคทองของ BMW เริ่มตั้งแต่ BMW 3200 CS, ตระกูล New-Class (1500, 1600, 1800) และ BMW 2000 ที่มียอดขายดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวไลน์การผลิต E9 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ M30 หกสูบ รวมถึงรุ่นพิเศษอย่าง BMW 3.0 CSL ที่มีชื่อเสียงในฐานะ BMW Art Car BMW ยังคงพัฒนาไลน์รถยนต์ต่อเนื่อง เช่น E3, 02-Series ซึ่งต่อมาถูกแทนที่ด้วย 6-Series (E24), 7-Series (E23) และ 3-Series ตามลำดับ และในปี 1978 BMW ได้สร้างซูเปอร์คาร์คันแรกของตนเองขึ้นมา คือ BMW M1 โลโก้ BMW รุ่นที่ 5 (1997): มิติใหม่แห่งความหรูหรา สู่ยุคแห่งความหลากหลาย ในปี 1997 BMW ปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งใหญ่ โดยเพิ่มแสงเงาเข้าไป ทำให้ดูมีมิติมากขึ้น ตัวอักษร BMW ยังคงใช้ฟอนต์ Sans-serif ตลอด 23 ปีของโลโก้ยุคที่ 5 BMW ได้พัฒนารถยนต์รุ่นหลักอย่าง 3 Series, 5 Series, 6 Series, 7 Series รวมถึงไลน์ใหม่ๆ เช่น 1 Series, 2 Series, 4 Series และตระกูล M ที่ได้รับความนิยมจากนักขับทั่วโลก นอกจากนี้ BMW ยังก้าวเข้าสู่ตลาด SUV ด้วยการเปิดตัว BMW X5 ในปี 1999 ซึ่งเป็นรถยนต์ที่พวกเขาเรียกว่า SAV (Sport Activity Vehicle) ตามมาด้วยรุ่น X1, X3, X6 และ X7 ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย BMW ยังได้ก่อตั้งซับแบรนด์ BMW i ในปี 2011 เพื่อพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า เปิดตัว BMW i3, i8 และรถยนต์คอนเซ็ปต์ต่างๆ รวมถึง BMW i4 Concept ที่เป็นก้าวสำคัญสู่ยุคสมัยใหม่ โลโก้ BMW รุ่นที่ 6 (2020): ความโปร่งใสและการเปิดกว้าง สู่ยุคใหม่แห่ง BMW ในเดือนมีนาคม ปี 2020 BMW ได้ประกาศปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี โดยตัดสีดำออกจากวงแหวนด้านนอก และแทนที่ด้วยความโปร่งใส พร้อมใช้เส้นสีขาวขอบหนา ส่วนด้านในยังคงแพทเทิร์นสีฟ้า-ขาวเดิม BMW อธิบายว่าโลโก้ใหม่นี้สื่อถึงความเปิดกว้างและการสร้างสายสัมพันธ์กับผู้คนทั่วโลก เชิญชวนให้ทุกคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โลโก้รุ่นที่ 6 ถูกใช้ครั้งแรกใน BMW i4 Concept ซึ่งสอดคล้องกับดีไซน์แห่งอนาคตของรถคันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของ BMW ที่มุ่งสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัล บทสรุป: มรดกแห่งนวัตกรรมและสไตล์ ตลอด 103 ปีที่ผ่านมา แม้ BMW จะปรับเปลี่ยนโลโก้ไปถึง 6 ครั้ง แต่เอกลักษณ์และความยอดเยี่ยมของยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง BMW ยังคงเป็นแบรนด์ที่สามารถสร้างรถยนต์ที่มีทั้งสมรรถนะ ความหรูหรา และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นที่จดจำได้ทันที แม้ไม่มีตราสัญลักษณ์ติดอยู่ก็ตาม
หากคุณกำลังมองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของคุณอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นซีดานหรูสุดขั้ว หรือรถสปอร์ตที่ตอบสนองทุกการขับขี่ BMW ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่คุณเสมอ.
Previous Post

N1208012_ล งว ทย ขายไก VS ล งเข ยวขายส ม #reels #ตลก #แก บน #funny #เพ อแม บ ญมา_part2

Next Post

N1208013_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.6.2 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

Next Post

N1208013_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.6.2 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1608001_EP.25 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ล กชายต องกล บตรงเวลา_part2
  • N1608003_EP.28 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ออกไปสองคน ทำไมต องขอ_part2
  • N1608002_EP.27 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน เป นภรรยา ไม ได แปลว าต_part2
  • N1608004_EP.24 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ท ข างล ก หร อท ของ_part2
  • N1608006_เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ว นหย ดของหน ไม ใช ว นทำงานบ_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.