• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1208016_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.05 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

admin79 by admin79
August 11, 2026
in Uncategorized
0
N1208016_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.05 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2 BMW 9 Series: ทายาทแห่งความหรูหรา สง่างาม ท้าชน Maybach S-Class ในโลกยานยนต์ระดับพรีเมียมที่การแข่งขันเข้มข้นขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์ซีดานขนาดใหญ่สุดหรู ค่ายใบพัดสีฟ้า-ขาวจากเยอรมนีอย่าง BMW ได้แสดงวิสัยทัศน์อันยิ่งใหญ่ ด้วยการเตรียมเปิดตัว “BMW 9 Series” ว่าที่รถซีดานพรีเมียมขนาดใหญ่ที่สุดรุ่นใหม่ ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการท้าชนและชิงส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Mercedes-Maybach S-Class ซึ่งกำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตลาดระดับบน BMW 9 Series: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะ จากข้อมูลที่หลุดรอดออกมาและรายงานจากสื่อยานยนต์ชั้นนำอย่าง Autobild ระบุว่า BMW 9 Series ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานอันแข็งแกร่งของ BMW 7 Series เจเนอเรชันปัจจุบัน แต่ได้รับการยกระดับความหรูหราและสมรรถนะให้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การออกแบบภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจาก BMW Vision Future Luxury concept ที่เคยสร้างความฮือฮาในอดีต สะท้อนถึงเส้นสายที่สง่างาม โฉบเฉี่ยว และแฝงไว้ด้วยความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ภายในห้องโดยสารของ BMW 9 Series จะถูกยกระดับไปสู่อีกขั้นของความสะดวกสบายและความหรูหราขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในส่วนของผู้โดยสารตอนหลัง ที่จะมาพร้อมกับเบาะนั่งแบบ 2 ที่นั่งเดี่ยว (Individual Seats) อันหรูหรา แยกส่วนด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่พิเศษ พร้อมด้วยหน้าจอความบันเทิงส่วนตัว (Individual Entertainment Screens) สำหรับผู้โดยสารแต่ละท่าน และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์แบบ ประตูหลังจะมาในรูปแบบพิเศษแบบตู้กับข้าว (Rear-Hinged Doors) ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างความโดดเด่นและมีระดับให้กับตัวรถอีกด้วย ขุมพลัง BMW 9 Series: พลังที่ไร้ขีดจำกัด ผสานความยั่งยืน BMW 9 Series จะมาพร้อมกับตัวเลือกขุมพลังที่น่าตื่นตาตื่นใจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มพรีเมียมได้อย่างครอบคลุม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะอันดิบเถื่อนและทรงพลัง BMW 9 Series มีความเป็นไปได้สูงที่จะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Twin-Turbo V12 ขนาด 6.6 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังได้สูงสุดถึง 600 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 800 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive อันชาญฉลาด ควบคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่น ทรงพลัง และแม่นยำในทุกช่วงความเร็ว นอกจากนี้ เพื่อตอบรับกระแสยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม BMW 9 Series ยังเตรียมนำเสนอทางเลือกขุมพลัง Plug-In Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า ประสานการทำงานผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะเช่นเดียวกัน เพื่อมอบสมรรถนะที่น่าประทับใจ ควบคู่ไปกับการลดอัตราการปล่อยมลพิษและประหยัดพลังงาน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับลูกค้าที่ใส่ใจในความยั่งยืน นวัตกรรมวัสดุ และการเปิดตัวที่น่าจับตา เพื่อให้ตัวถังของ BMW 9 Series มีน้ำหนักที่เบาแต่แข็งแกร่ง BMW ได้เลือกใช้วัสดุ Carbon Fiber Reinforced Plastic (CFRP) หรือที่รู้จักกันในนาม Carbon Core อันเป็นเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยการลดน้ำหนัก แต่ยังเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารได้อย่างยอดเยี่ยม การเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “อัครยานยนต์” BMW 9 Series คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2020 พร้อมๆ กับการเปิดตัว BMW 8 Series เวอร์ชันคูเป้และเปิดประทุน ซึ่งเข้ามาแทนที่ BMW 6 Series ที่ยุติสายการผลิตไป การปรากฏตัวของ BMW 9 Series ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า BMW กำลังมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่เหนือกว่าในทุกมิติ เพื่อครองความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก BMW Series 8 Gran Coupe: ความสง่างาม 4 ประตู ที่สมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในตลาดรถซีดานขนาดใหญ่สุดหรู BMW ยังคงเดินหน้าขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซีรีส์ 8 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัว BMW Series 8 Gran Coupe (G15) ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการความสปอร์ต หรูหรา แต่ยังคงต้องการประโยชน์ใช้สอยของรถยนต์ 4 ประตู การออกแบบ BMW Series 8 Gran Coupe: เส้นสายที่ลงตัวทุกมุมมอง
BMW Series 8 Gran Coupe โดดเด่นด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรุ่นคูเป้ 2 ประตู ด้านหน้าที่ยังคงเอกลักษณ์อันดุดันของ BMW ด้วยกระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED ที่ทันสมัย และระบบ Laserlight อันทรงประสิทธิภาพ มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพแสง แม้ว่าโดยรวมแล้วดีไซน์ภายนอกจะมีความคล้ายคลึงกับรุ่น 2 ประตู แต่ BMW Series 8 Gran Coupe มีการปรับปรุงรายละเอียดเพื่อให้ลงตัวกับการเป็นรถ 4 ประตูมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มพื้นที่กระจกและการออกแบบหลังคาที่ให้ความโปร่งโล่งขึ้น การเพิ่มประตูหลังเข้ามา ทำให้การเข้า-ออกห้องโดยสารตอนหลังสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยมีหลังคาแก้ว Panoramic Roof เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย สำหรับรุ่น M850i xDrive Gran Coupe จะมีออปชันหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ให้เลือกเป็นพิเศษ เมื่อเปรียบเทียบขนาดตัวถัง BMW Series 8 Gran Coupe จะมีความยาวเพิ่มขึ้น 9.0 นิ้ว (228.6 มม.) กว้างขึ้น 1.2 นิ้ว (30.5 มม.) และสูงขึ้น 2.2 นิ้ว (55.9 มม.) เมื่อเทียบกับรุ่นคูเป้ 2 ประตู ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 7.9 นิ้ว (200.7 มม.) ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารตอนหลังมีความกว้างขวาง นั่งสบาย เหมาะสำหรับการเดินทางไกล ภายใน BMW Series 8 Gran Coupe: เทคโนโลยีและความหรูหราที่ผสมผสาน ก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความหรูหรา หน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วนและสวยงาม ควบคู่ไปกับหน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 10.25 นิ้ว ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย เบาะนั่งด้านหน้ามาพร้อมระบบทำความร้อน สร้างความสบายในทุกสภาพอากาศ แสง Ambient Light ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายสี ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้หรูหราและผ่อนคลาย เบาะหลังสามารถพับแยกแบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างอเนกประสงค์ นอกจากนี้ BMW Series 8 Gran Coupe ยังมาพร้อม Head-Up Display ที่ฉายข้อมูลสำคัญขึ้นบนกระจกหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน แท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย และระบบเครื่องเสียง Harman-Kardon พร้อมลำโพง 16 ตัว มอบประสบการณ์เสียงที่เหนือระดับ ขุมพลัง BMW Series 8 Gran Coupe: หลากหลายทางเลือก ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ BMW Series 8 Gran Coupe มาพร้อมกับตัวเลือกขุมพลังที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละสไตล์ รุ่น 840i Gran Coupe: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ให้กำลัง 340 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ สามารถเลือกติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive เป็นอุปกรณ์เสริม อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 4.9 วินาที (สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง) และมีความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. รุ่น 840d xDrive Gran Coupe: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ให้กำลัง 320 แรงม้า และแรงบิด 680 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 5.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. รุ่น M850i xDrive Gran Coupe: สำหรับผู้ที่ต้องการสุดยอดสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo ขนาด 4.4 ลิตร V8 พละกำลัง 530 แรงม้า และแรงบิด 750 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.9 วินาที ราคา BMW Series 8 Gran Coupe: สัมผัสความเหนือระดับ ราคาของ BMW Series 8 Gran Coupe ในตลาดต่างประเทศเริ่มต้นที่ประมาณ 84,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรุ่นเริ่มต้น หากต้องการระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 2,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรุ่นท็อป M850i xDrive Gran Coupe มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 108,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ BMW: ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งสำคัญ ในปี 2019 BMW ประกาศการเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งสำคัญเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี และถือเป็นการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งที่ 6 ในรอบ 103 ปีของประวัติศาสตร์แบรนด์ โดยรถยนต์คันแรกที่ได้ติดตั้งโลโก้ใหม่นี้คือ BMW Concept i4 รถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น และพร้อมก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของยานยนต์ ในปี 2019 BMW มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 23.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ BMW ก็ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาตนเองให้พร้อมรับมือกับอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ย้อนรอยประวัติศาสตร์: 6 โลโก้ BMW และยนตรกรรมที่เป็นตำนาน ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่โลกอนาคตของ BMW เรามาย้อนรอยกลับไปทำความรู้จักกับโลโก้ทั้ง 6 แบบที่ผ่านมา พร้อมด้วยยนตรกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละยุคสมัย เพื่อทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการและความสำเร็จของแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 103 ปี จุดเริ่มต้น: Rapp Motorenwerke และกำเนิด BMW เรื่องราวของ BMW เริ่มต้นในปี 1913 เมื่อ Karl Rapp ก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์และชิ้นส่วนเครื่องบิน ชื่อ Rapp Motorenwerke ในช่วงแรก บริษัทประสบปัญหาด้านการผลิตและคุณภาพ แต่การเข้ามาของวิศวกรมากฝีมืออย่าง Franz Josef Popp และ Max Friz ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรม ในปี 1917 กองทัพปรัสเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมากจาก Rapp Motorenwerke ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้น ทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในวันที่ 25 กรกฎาคม 1917 Rapp Motorenwerke ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Bayerische Motoren Werke หรือ BMW และเริ่มกระบวนการจดสิทธิบัตรตราสัญลักษณ์ใหม่ โลโก้ BMW รุ่นที่ 1 (1917): การผสมผสานสีแห่งรัฐบาวาเรีย โลโก้แรกของ BMW ยังคงรูปทรงกลมคล้ายกับโลโก้เดิมของ Rapp Motorenwerke แต่เปลี่ยนสีวงแหวนด้านนอกเป็นสีดำ ตัดเส้นด้วยสีทอง และวางตัวอักษรย่อ BMW ไว้ที่ส่วนหัวของวงแหวน ส่วนสำคัญคือการนำสีฟ้าและขาว ซึ่งเป็นสีประจำธงชาติของรัฐบาวาเรีย มาใช้เป็นสัญลักษณ์ตรงกลางโลโก้ แม้ในช่วงแรก BMW ถูกห้ามใช้สีธงของรัฐโดยตรง จึงได้สร้างแพทเทิร์นสีฟ้า-ขาวที่เท่ากันขึ้นมา ซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน
รถมอเตอร์ไซค์ BMW R32 ในปี 1923 เป็นรถคันแรกที่ติดโลโก้ BMW ส่วนรถยนต์รุ่นแรกที่โดดเด่นคือ BMW “Dixi” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น BMW 3/15 โลโก้ BMW รุ่นที่ 2 (1933): ความหนาที่สื่อถึงความแข็งแกร่ง ในปี 1933 BMW ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์โลโก้เพื่อให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเพิ่มความหนาให้กับเส้นวงแหวนทั้งด้านนอกและด้านใน รวมถึงฟอนต์ตัวอักษร BMW ที่หนาขึ้น รถยนต์คันแรกที่ใช้โลโก้รุ่นนี้คือ BMW 3/20 ในยุคนี้ BMW 326 ซีดาน 4 ประตู ถือเป็นรถยนต์ที่โดดเด่นที่สุด ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 1972 ซีซี ให้กำลัง 319 แรงม้าในยุคนั้น นอกจากนี้ ยังมีรุ่นเปิดประทุน BMW 327 Grand Tourer และรถสปอร์ต BMW 328 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน 25 รถยนต์แห่งศตวรรษที่ 20 โลโก้ BMW รุ่นที่ 3 (1953): การยกระดับสู่ความหรูหรา ในช่วงทศวรรษที่ 50 BMW ได้วางแผนการผลิตรถยนต์ใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์หรูหรา เพื่อแข่งขันกับ Mercedes-Benz การเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งที่ 3 นี้จึงเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเปลี่ยนขอบสีทองมาเป็นเส้นสีขาวทั้งด้านในและด้านนอก เปลี่ยนสีตัวอักษรสีทองเป็นสีขาว และลดความเข้มของสีด้านในให้คล้ายสีธงรัฐบาวาเรียมากขึ้น รถยนต์รุ่นสำคัญในยุคโลโก้รุ่นที่ 3 คือ BMW 501 สุดยอด Luxury Car ที่ผลิตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นรถยนต์คันแรกที่สร้างขึ้นในรัฐบาวาเรีย แม้ว่าจะมีเครื่องยนต์ V8 อันทรงพลัง แต่ราคาที่สูงทำให้ยอดขายในประเทศไม่ดีนัก ต่างจากในทวีปอเมริกาที่ให้การตอบรับอย่างดี รวมถึง BMW 507 โรดสเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างแดน เพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน BMW ได้หันมาผลิตรถยนต์ขนาดเล็กอย่าง Iso Isetta ในปี 1955 ในชื่อ BMW 600 ซึ่งเป็นรถ 4 ที่นั่งที่คล่องตัว แต่ก็ไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ทั้งหมด ต่อมา BMW 700 ที่เปิดตัวในปี 1959 ได้กลายเป็นรถยนต์ที่ช่วยชุบชีวิตแบรนด์ ด้วยยอดขายกว่า 188,000 คันภายใน 5 ปี และยังประสบความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ต โลโก้ BMW รุ่นที่ 4 (1963): สัญลักษณ์แห่งยุคทอง ในปี 1963 BMW ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ตราสัญลักษณ์ครั้งสำคัญ ซึ่งกลายมาเป็นโลโก้ที่จะอยู่กับแบรนด์ไปอีกหลายสิบปี โลโก้รุ่นที่ 4 นี้ เปลี่ยนมาใช้ฟอนต์ Sans-serif ที่ทันสมัยขึ้น ยังคงรูปทรงกลมสีดำ ขอบนอกสีขาว และลวดลายสีฟ้า-ขาวตรงกลาง ยุคโลโก้รุ่นที่ 4 นี้ ถือเป็นยุคทองของ BMW เริ่มตั้งแต่ BMW 3200 CS, ตระกูล New-Class (BMW 1500, 1600, 1800) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูง โดยเฉพาะ BMW 1800 และ 2000 ที่ทำยอดขายได้ถึงรุ่นละ 140,000 คัน ในปี 1968 BMW เปิดตัวไลน์การผลิต E9 พร้อมเครื่องยนต์ M30 6 สูบ ตามด้วยไลน์ E3 และ 02-Series ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น 6-Series (E24), 7-Series (E23) และ 3-Series ในเวลาต่อมา ในปี 1978 BMW ได้สร้างซูเปอร์คาร์คันแรกของตัวเอง คือ BMW M1 ช่วงปลายยุค 70s ถึง 80s เป็นยุคของการแทนที่สายการผลิตรถยนต์ของ BMW ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน เช่น 3-Series E30, Z1, 6-Series E24, 5-Series E28 และ E34 โลโก้ BMW รุ่นที่ 5 (1997): ความเงางามที่สื่อถึงมิติ ในปี 1997 เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ BMW ได้ปรับเปลี่ยนโลโก้ที่ใช้มานาน 34 ปี ด้วยการเพิ่มแสงเงาเข้าไป ทำให้ดูมีมิติมากขึ้น ส่วนตัวอักษร BMW ยังคงใช้ฟอนต์ Sans-serif ตลอด 23 ปีของโลโก้รุ่นที่ 5 BMW ได้พัฒนารถยนต์รุ่นหลักอย่างต่อเนื่อง เช่น 3 Series, 5 Series, 6 Serie, 7-Serie รวมถึงไลน์ใหม่ๆ อย่าง Serie 1, Serie 2 และ Serie 4 รถในตระกูล M อย่าง M3 และ M5 ได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักขับทั่วโลก นอกจากนี้ BMW ยังได้เปิดตัวรถยนต์ในเซกเมนต์ SUV (Sport Activity Vehicle – SAV) โดยรถยนต์ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นคือ BMW X5 ในปี 1999 ตามมาด้วย X1, X3, X6 และ X7 ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในปี 2011 BMW ได้ก่อตั้งซับแบรนด์ BMW i เพื่อพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดตัว BMW i3 และ BMW i8 รวมถึงรถยนต์คอนเซ็ปต์ต่างๆ ที่บ่งชี้ถึงทิศทางสู่อนาคต โลโก้ BMW รุ่นที่ 6 (2020): ความโปร่งใส สื่อถึงการเปิดกว้าง ในเดือนมีนาคม 2020 หลังจากการใช้โลโก้รุ่นที่ 5 มานานถึง 23 ปี BMW ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี โดยตัดสีดำออกจากวงแหวนด้านนอก และแทนที่ด้วยความโปร่งใส พร้อมเปลี่ยนมาใช้เส้นสีขาวขอบหนา โดยยังคงรักษาแพทเทิร์นสีฟ้า-ขาวตรงกลางไว้ BMW อธิบายว่าโลโก้ใหม่นี้สื่อถึงความเปิดกว้างและความสัมพันธ์อันดีกับผู้คนทั่วโลก เชิญชวนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โลโก้รุ่นที่ 6 ถูกใช้เป็นครั้งแรกใน BMW i4 Concept ซึ่งสะท้อนถึงดีไซน์แห่งอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของ BMW ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ แม้ว่า BMW จะเปลี่ยนแปลงโลโก้มาถึง 6 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 103 ปี แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงคือคุณภาพ การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมที่ทำให้ทุกคนจดจำได้ว่าเป็น “BMW”
BMW ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อนำเสนอยนตรกรรมที่เหนือระดับและตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความหรูหรา และนวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ก้าวเข้ามาสัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ BMW ได้แล้ววันนี้
Previous Post

N1208018_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.03 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

Next Post

N1208015_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.04 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

Next Post

N1208015_Extern ค ส ดท าย (หม บ านหอยระทม) EP.04 #ละครส น #หมอ #ซ ร ส #Outd_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1608001_EP.25 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ล กชายต องกล บตรงเวลา_part2
  • N1608003_EP.28 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ออกไปสองคน ทำไมต องขอ_part2
  • N1608002_EP.27 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน เป นภรรยา ไม ได แปลว าต_part2
  • N1608004_EP.24 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ท ข างล ก หร อท ของ_part2
  • N1608006_เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ว นหย ดของหน ไม ใช ว นทำงานบ_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.