
ตลาด SUV จีน ปี 2568: การปรับเปลี่ยนขั้วอำนาจ ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของรถยนต์พลังงานใหม่
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์มานับไม่ถ้วน แต่ปี 2568 ในประเทศจีน ถือเป็นอีกปีที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเซกเมนต์รถ SUV ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก China Passenger Car Association (CPCA) ชี้ชัดว่า ยอดขายรถ SUV ในปี 2568 เติบโตขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมียอดขายสะสมถึง 11.878 ล้านคัน ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น ทั้งจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ซึ่งเป็นคำจำกัดความที่ตลาดจีนใช้เรียกกลุ่มนี้
Tesla Model Y ครองบัลลังก์, BYD พลิกผัน: สัญญาณการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดในปีนี้ คือการที่ Tesla Model Y ยังคงรักษาตำแหน่ง “SUV ขายดีที่สุดในจีน” ไว้ได้อีกครั้ง ด้วยยอดขายที่น่าประทับใจถึง 425,337 คัน ทิ้งห่างคู่แข่งไปกว่า 180,000 คัน ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เพียงตอกย้ำสถานะของ Model Y ในกลุ่ม SUV เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มียอดขายสูงสุดในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีสมรรถนะและความน่าเชื่อถือสูง
ในทางกลับกัน สิ่งที่สร้างความประหลาดใจยิ่งกว่า คือการที่ BYD ซึ่งเคยเป็นเจ้าตลาดรถ SUV พลังงานใหม่ พลัดหลุดออกจาก 5 อันดับแรกไปอย่างน่าเสียดาย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา BYD เคยมีรถ SUV ถึง 3 รุ่นติดอันดับ Top 5 แต่ในปีนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น และแรงกดดันจากทั้งแบรนด์ดั้งเดิมที่ปรับตัวได้เร็ว และผู้เล่นจากต่างชาติที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด โดยเฉพาะในเซกเมนต์ SUV ขนาดกลางถึงใหญ่
Geely สวนกระแส, รถยนต์สันดาปยังคงมีบทบาทสำคัญ
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของผู้นำตลาด รถ SUV เครื่องยนต์สันดาปจาก Geely กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดย Geely Xingyue L และ Geely Boyue L คว้าอันดับ 2 และ 3 ไปครอง ด้วยยอดขาย 244,068 และ 232,926 คัน ตามลำดับ ส่วนอันดับ 4 และ 5 เป็นของรถยนต์ญี่ปุ่นและเยอรมันอย่าง Toyota RAV4 และ Volkswagen Tiguan L ที่มียอดขายเกิน 200,000 คันทั้งคู่ ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังคงมีบทบาทสำคัญและไม่ถูกมองข้ามไปจากตลาดรถยนต์จีน
ตารางสรุปยอดขาย SUV 30 อันดับแรกในจีน ปี 2568
| อันดับ | รุ่น | ยอดขายปี 2568 |
|—|—|—|
| 1 | Tesla Model Y | 425,337 |
| 2 | Geely Xingyue L | 244,068 |
| 3 | Geely Boyue L | 232,926 |
| 4 | Toyota RAV4 | 204,125 |
| 5 | Volkswagen Tiguan L | 202,904 |
| 6 | BYD Song Plus | 200,276 |
| 7 | BYD Yuan UP | 189,277 |
| 8 | Toyota Corolla Cross | 186,575 |
| 9 | BYD Song Pro | 180,661 |
| 10 | Chery Tiggo 8 | 179,465 |
| 11 | Changan CS75 Plus | 175,597 |
| 12 | Toyota Frontlander | 174,434 |
| 13 | Volkswagen Tayron | 173,329 |
| 14 | Honda CR-V | 171,207 |
| 15 | Li Auto L6 | 166,516 |
| 16 | Xiaomi YU7 | 153,673 |
| 17 | Aito M8 | 150,420 |
| 18 | Haval Big Dog | 149,708 |
| 19 | Volkswagen Taos | 148,416 |
| 20 | BYD Song L DM-i | 137,120 |
| 21 | BYD Sealion 06 | 136,166 |
| 22 | BYD Yuan Plus | 135,446 |
| 23 | Leapmotor C10 | 135,043 |
| 24 | Geely Coolray | 133,888 |
| 25 | Audi Q5L | 133,589 |
| 26 | Mercedes-Benz GLC | 130,610 |
| 27 | Buick Envision | 129,095 |
| 28 | Geely Galaxy E5 | 120,978 |
| 29 | Honda Breeze | 120,133 |
| 30 | Geely Galaxy Starship 7 | 119,214 |
BYD ยังคงแข็งแกร่งในตลาด NEV, แต่การแข่งขันคือความท้าทาย
แม้จะพลาดอันดับ Top 5 ในภาพรวม BYD ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเฉพาะ BYD Song Plus, BYD Yuan UP และ BYD Song Pro ที่ยังคงทำยอดขายได้ดี ติดอันดับ 6, 7 และ 9 ตามลำดับ การที่ BYD ยังคงสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในด้านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี แต่ก็สะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาตำแหน่งผู้นำท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์พลังงานใหม่ vs. รถยนต์สันดาป: สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลง
ในปี 2568 มีรถ SUV มากถึง 34 รุ่นที่มียอดขายเกิน 100,000 คัน โดยแบ่งเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ 15 รุ่น และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป 19 รุ่น แม้ว่าจำนวนรุ่นของรถยนต์สันดาปจะยังมากกว่า แต่แนวโน้มยอดขายโดยรวมกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รถยนต์พลังงานใหม่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ภาพรวมตลาดตลอดปี 2568 จึงสะท้อนถึงช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนได้อย่างชัดเจน
XPENG: นวัตกรรมไร้ขีดจำกัด สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
นอกเหนือจากการวิเคราะห์ภาพรวมตลาด SUV แล้ว การที่ได้เข้าร่วมงาน Beijing International Auto Show 2024 ณ กรุงปักกิ่ง ทำให้ผมได้สัมผัสกับวิสัยทัศน์และนวัตกรรมที่ XPENG กำลังผลักดัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในวงการยานยนต์พลังงานใหม่
XPENG ในงาน Beijing Auto Show 2024: เน้นเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้ขับขี่
XPENG ไม่ได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในงานนี้ แต่เน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่ โดยเลือกนำรถยนต์ไฟฟ้า MPV รุ่น X9 มาจัดแสดงเพียงรุ่นเดียว การตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมของ X9 ในตลาดจีน ซึ่งทาง XPENG เรียกได้ว่าเป็น “Sales King” ของเซกเมนต์นี้
XPENG X9: มากกว่า MPV สู่การตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
XPENG X9 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถยนต์ที่ “ไม่ใช่เพียงแค่ MPV” แต่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ MPV 7 ที่นั่ง ไปจนถึงการปรับเป็น 4 ที่นั่งแบบ SUV เพื่อการขนส่งสัมภาระโดยเฉพาะ ในงาน X9 ที่จัดแสดงมาพร้อมกับการจัดวาง 4 ที่นั่ง สามารถขนจักรยานได้ถึง 5 คัน และมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังมากถึง 7.7 ตารางเมตร ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกใช้เพื่อการเดินทางและการขนส่ง
โครงสร้างตัวถังของ X9 ใช้การหล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียมแบบ Die-Casting ทั้งส่วนหน้าและหลัง ทำให้มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูง ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก มาพร้อมระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-axle Steering) เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองและการจอด พร้อมระยะทางวิ่งสูงสุด 702 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC)
แพลตฟอร์ม SEPA 2.0 ฝังแบตเตอรี่เข้ากับโครงสร้างรถ ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวาง รองรับสถาปัตยกรรมแบตเตอรี่ 800V สามารถชาร์จ DC ได้อย่างรวดเร็ว 10-80% ในเวลาประมาณ 20 นาที X9 ได้รับคะแนน NPS (Net Promoter Score) จากลูกค้าสูงถึง 97 คะแนน และเป็นที่ไว้วางใจของเหล่าดาราและผู้มีชื่อเสียงในประเทศจีน
2K Visual neural network สำหรับ XNGP และ X Planner: ก้าวสู่ระบบขับขี่อัตโนมัติที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
XPENG เป็นผู้ผลิตรายแรกที่นำระบบ 2K Visual neural network มาใช้ ทำให้รถสามารถรับรู้และตีความสภาพแวดล้อมบนท้องถนนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางได้ละเอียดถึง 2 ล้าน high-definition grids ระบบนี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะแสงน้อยหรือตอนกลางคืน โดยประมวลผลภาพลงบน SR (Surround Reality) ได้ดีไม่แพ้เทคโนโลยี LiDAR
ระบบ XPlanner ใช้ Neural network-based planning ในการวิเคราะห์เส้นทางและประมวลผลการขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบนี้ยังสามารถเรียนรู้และปรับการทำงานให้เข้ากับสภาพการจราจร สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละประเทศได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบ ADAS และ XNGP ของ XPENG จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละพื้นที่
ปัจจุบัน XNGP สามารถใช้งานได้เต็มระบบในประเทศจีน และ XPENG กำลังทดสอบระบบ NGP ในโซนยุโรป รวมถึงบนถนน Autobahn ในเยอรมนีและฝรั่งเศส
XNGP ในประเทศไทย: ความเป็นไปได้ในปี 2569
จากการสัมภาษณ์ John Ma หัวหน้าทีมวิศวกรพัฒนาระบบ Autonomous Driving ของ XPENG ได้รับคำตอบว่า คาดว่าระบบ XNGP จะสามารถใช้งานได้อย่างเต็มระบบในประเทศไทยภายในปี 2569 พร้อมทั้งจะเร่งพัฒนาให้ระบบ ADAS สามารถขับเคลื่อนได้จริงในช่วงเดือนตุลาคม 2567 หรือสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับการวางจำหน่าย XPENG G6 ในช่วงไตรมาส 3
Xiao P (XOS 5.1.0): ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ
Xiao P คือ Voice Assistant หรือ XGPT ที่ XPENG พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ด้วยการสั่งงานด้วยเสียง ครอบคลุมเกือบทุกฟังก์ชันของรถยนต์ รองรับหลายภาษา และมีแผนจะเพิ่มภาษาอื่นๆ ในอนาคต ระบบ XOS 5.1.0 (Tianji) รองรับการใช้งาน Multi-Tasking บนจอแสดงผลกลาง และสามารถควบคุมด้วย Gesture Control ได้ อีกทั้งยังแสดงผล SR ได้ไกลกว่าสนามฟุตบอลมาตรฐาน 1.8 เท่า และสามารถระบุวัตถุได้มากกว่า 50 ชนิด
การอัปเดตที่สำคัญใน XOS 5.1.0
Sentry Mode: ระบบบันทึกวิดีโอรอบคันตลอด 24 ชั่วโมงระหว่างจอดรถ เพื่อความปลอดภัย
Valet Driver & Valet Parking: ระบบจดจำและนำรถไปจอดในพื้นที่ที่เคยจอดไว้ได้อัตโนมัติ
OTA Software Update: จะเริ่มปล่อยให้อัปเดตตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 สำหรับรถยนต์ XPENG รุ่น X9, G9, G6 และ P7i
เครือข่ายสถานีชาร์จ S5 Ultra-fast: เร็วแรงกว่าที่เคย
XPENG มีแผนขยายและอัปเกรตสถานีชาร์จ S5 Ultra-fast Charging ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ด้วยเทคโนโลยี 800kW Liquid-Cooling ที่สามารถชาร์จไฟให้วิ่งได้ 1 กิโลเมตรในเวลาเพียง 1 วินาที และวางแผนขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม 3,000 แห่งในประเทศจีน
รถยนต์บินได้ eVTOL: สู่การเดินทางแห่งอนาคต
He Xiaopeng CEO ได้ประกาศความคืบหน้าของโปรเจครถยนต์บินได้ (Flying Car หรือ eVTOL) ว่าอยู่ในขั้นตอนการขออนุญาตทำการบินในประเทศจีน โดยมีเป้าหมายจะเปิด Pre-sales ในไตรมาส 4 ปี 2567 และ Mass Production ในไตรมาส 4 ปี 2568
แบรนด์ใหม่ “MONA”: เน้น AI และความอัจฉริยะ
MONA ย่อมาจาก “Made Of New AI” บ่งชี้ถึงแบรนด์ใหม่ที่จะมุ่งเน้นการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ชาญฉลาดและขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ อาจจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบไร้คนขับ ซึ่ง XPENG ได้เข้าซื้อเทคโนโลยีมาจาก Didi Autonomous Driving คาดว่าจะเปิดตัวแบรนด์ภายในเดือนมิถุนายน 2567
ประสบการณ์จริงจากผู้เขียน: XPENG คือผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริง
จากการได้สัมผัสและทดสอบระบบ XNGP ของรถ XPENG G6 และ G9 ในประเทศจีน ผมขอยืนยันว่า XPENG ไม่ทำให้ผิดหวัง ระบบขับขี่อัจฉริยะ XNGP ในจีนทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนสามารถนำไปเทียบกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Tesla ได้อย่างสบายๆ
เป็นที่น่าสนใจว่า XPENG ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน 3 แบรนด์ชั้นนำที่พัฒนาระบบ Autonomous Driving ได้ดีที่สุดในโลก ร่วมกับ Tesla และ Xiaomi ซึ่ง Xiaomi เองก็ทุ่มเทกับการพัฒนาระบบนี้มานานกว่า 7 ปี ก่อนที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในวงการนี้
XPENG เป็นแบรนด์ที่มีทิศทางก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง มุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบขับขี่อัตโนมัติ และยานยนต์ที่บินได้ eVTOL หากประสบความสำเร็จ XPENG จะกลายเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในอนาคต
ก้าวสู่ยุคใหม่ของการเดินทาง: โอกาสและความท้าทาย
ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดรถ SUV ในจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดของ XPENG และผู้ผลิตรายอื่นๆ ตลาดรถยนต์พลังงานใหม่กำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากแบรนด์ใหม่และแบรนด์ดั้งเดิม นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ซึ่งนวัตกรรมและการปรับตัวจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานสมรรถนะ ความอัจฉริยะ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ SUV ในจีนปี 2568 และพิจารณาทางเลือกจากผู้ผลิตชั้นนำอย่าง XPENG ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีเยี่ยม อย่าพลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของนวัตกรรมยานยนต์ที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราไปตลอดกาล