• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1107014_ไม ได แต งเพราะรวย EP. 1 Phongdanai Champadorn_part2

admin79 by admin79
July 2, 2026
in Uncategorized
0
N1107014_ไม ได แต งเพราะรวย EP. 1 Phongdanai Champadorn_part2 Kia K4: รถเก๋งขวัญใจมหาชน พิสูจน์ดีไซน์และสมรรถนะในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ในโลกยานยนต์ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกระแสความนิยมที่มักจะเทไปทางรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถกระบะ (Pickup Trucks) การที่รถเก๋ง (Sedan) อย่าง Kia K4 จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ Kia ในช่วงต้นปี 2025 ย่อมเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง และน่าจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความต้องการที่ยังมีอยู่จริงในตลาดสำหรับรถยนต์ประเภทนี้ ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย และเข้าใจดีว่าทำไมรถเก๋งบางรุ่นถึงต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่ความสำเร็จของ Kia K4 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือผลลัพธ์ของการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการออกแบบที่ทันสมัย สมรรถนะที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และราคาที่เข้าถึงได้ ทำให้ Kia K4 พิสูจน์ให้เห็นว่า รถเก๋งยังคงมีที่ยืนที่แข็งแกร่งในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่ารถเก๋งหลายรุ่นที่เป็นคู่แข่งโดยตรง ทั้ง Chevrolet Malibu, Ford Fusion, Mazda6 และ Nissan Maxima ได้ทยอยยุติการผลิตไปแล้ว Kia K4: มากกว่าแค่ยอดขาย แต่คือการยืนยันศักยภาพของรถเก๋ง ยอดขายที่น่าประทับใจของ Kia K4 ในเดือนมกราคมนั้น ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของรถยนต์ประเภทนี้ สถิติการขายของ Kia ในเดือนดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า Kia K4 และ Forte (ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดอายุขัยในเร็วๆ นี้) มียอดขายรวมกันสูงถึง 11,616 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจ ยอดขายนี้แซงหน้า SUV รุ่นยอดนิยมอย่าง Sportage (11,357 คัน) และ Telluride (8,771 คัน) ที่แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ความสำเร็จของ Kia K4 ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เรายังเห็นการเติบโตที่น่าสนใจของ Kia K5 ซึ่งเป็นรถเก๋งอีกรุ่นของ Kia ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 32.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยยอดขาย 4,357 คัน ควบคู่ไปกับ Carnival รถตู้ MPV ที่มียอดขายเติบโต 21.6% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ของ Kia ในหลายเซ็กเมนต์ อย่างไรก็ตาม ตลาดก็มีความหลากหลาย ไม่ใช่ทุกรุ่นจะประสบความสำเร็จเสมอไป เช่นเดียวกับ Seltos ที่มียอดขายลดลง 29% รวมถึง Niro, Sorento และ EV9 ก็เผชิญกับยอดขายที่ลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีการแข่งขันสูง แต่โดยรวมแล้ว Kia America สามารถทำยอดขายรวมในเดือนมกราคมได้ถึง 57,007 คัน เพิ่มขึ้น 12% จากปีที่แล้ว และมีรถถึง 5 รุ่นที่ทำสถิติยอดขายสูงสุดตลอดกาลในเดือนมกราคม ได้แก่ Carnival, Kia K4/Forte, Telluride, Sportage และ EV6 สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ถึงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งและการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างยอดเยี่ยม เจาะลึก Kia K4: ดีไซน์ ราคา และสมรรถนะที่ลงตัว ความสำเร็จของ Kia K4 ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญหลายประการ ประการแรกคือเรื่องของดีไซน์ ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัย โฉบเฉี่ยว และสอดคล้องกับแนวทางการออกแบบของ Kia ในยุคปัจจุบัน ทำให้ Kia K4 โดดเด่นและน่าดึงดูดในสายตาของผู้บริโภค ในด้านราคา Kia K4 ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าในเซ็กเมนต์รถเก๋งขนาดกลาง ด้วยราคาเริ่มต้นที่ $21,990 ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มองหารถยนต์ที่มอบความสมดุลระหว่างคุณภาพ ราคา และฟังก์ชัน
เมื่อพูดถึงสมรรถนะ Kia K4 มีทางเลือกเครื่องยนต์ที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน รุ่นมาตรฐานมาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 147 แรงม้า และแรงบิด 132 ปอนด์-ฟุต (179 นิวตัน-เมตร) ซึ่งเพียงพอสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและในเมือง แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้น Kia K4 GT-Line Turbo จะมาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 190 แรงม้า และแรงบิด 195 ปอนด์-ฟุต (264 นิวตัน-เมตร) ซึ่งมอบอัตราเร่งที่ดีขึ้นและการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น แม้ว่ายอดขายของ Kia K4 ในปัจจุบันจะรวมกับ Forte ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดการผลิต แต่การที่ Kia K4 สามารถทำยอดขายได้ดีขนาดนี้ ยิ่งทำให้เราเห็นศักยภาพของรุ่นนี้ในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของ Kia ในเซ็กเมนต์รถเก๋งต่อไปในอนาคต Daihatsu Copen: สปอร์ตโรดสเตอร์จิ๋วในฝันของคนรักความสนุก ในอีกมุมหนึ่งของตลาดรถยนต์ มีรถยนต์อีกรุ่นหนึ่งที่กำลังสร้างกระแสความสนใจในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ตขนาดเล็ก นั่นคือ Daihatsu Copen แม้ว่า Kia K4 จะเป็นตัวแทนของรถเก๋งที่เน้นความคุ้มค่าและสมรรถนะที่สมดุล แต่ Daihatsu Copen คือยานยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง Daihatsu Copen วางตำแหน่งตัวเองเป็นรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุนขนาดเล็กสองประตู ที่มอบความสนุกสนานและความคล่องตัวในการขับขี่อย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับรถสปอร์ตโรดสเตอร์ขนาดเล็กยอดนิยมอย่าง Mazda MX-5 แล้ว Daihatsu Copen มีขนาดที่เล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากพิจารณาในแง่ของขนาดและประเภท Daihatsu Copen จะอยู่ในกลุ่มรถ Kei Car สไตล์สปอร์ตของญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่เครื่องยนต์ขนาดเล็ก (660 ซีซี) ที่มาพร้อมระบบเทอร์โบ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดเครื่องยนต์ที่เล็ก แต่ Daihatsu Copen ก็มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและไม่เหมือนใคร Daihatsu Copen: ประวัติศาสตร์อันยาวนานและความน่าสนใจที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าหลายคนอาจเพิ่งเคยเห็น Daihatsu Copen ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย แต่รถรุ่นนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2002 ในรูปแบบรถสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็กจิ๋ว และจุดเด่นสำคัญคือเป็นรถหลังคาไฟฟ้ามาตั้งแต่ต้น ทำให้ Daihatsu Copen ได้รับความนิยมในประเทศญี่ปุ่นไม่แพ้ Honda S660 และยังเป็นที่ชื่นชอบในตลาดต่างประเทศอีกด้วย ในปี 2022 ที่ผ่านมา Daihatsu Copen ได้ฉลองครบรอบ 20 ปี และได้เปิดตัวรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี สีเขียวพร้อมการตกแต่งภายในสีครีมในจำนวนจำกัดที่ประเทศญี่ปุ่น ต่อมา Daihatsu Copen ได้มีการปรับปรุงและเปิดตัวรุ่นพิเศษ Copen GR Sport ที่เน้นความดุดันและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีชุดแต่งจากสำนักแต่งชื่อดังอย่าง Liberty Walk ที่สามารถแปลงโฉม Daihatsu Copen ให้ดูคล้ายกับ GT-R R35 ย่อส่วนได้ สำหรับรุ่นปัจจุบันที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยผ่านช่องทางเกรย์มาร์เก็ต จะมีทั้ง Daihatsu Copen Cero Convertible และ Daihatsu Copen GR Sport ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์และความน่าสนใจที่แตกต่างกันไป มิติตัวถัง: ความเล็กที่มาพร้อมความคล่องตัว เช่นเดียวกับรถ Kei Car ทั่วไป Daihatsu Copen มีขนาดตัวถังที่เล็กกะทัดรัด โดยมีมิติความกว้าง 1,475 มม. ความยาว 3,395 มม. และความสูง 1,280 มม. ซึ่งเล็กกว่า Honda S660 และ Mazda MX-5 อย่างเห็นได้ชัด ขนาดที่เล็กนี้เองที่ทำให้ Daihatsu Copen มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ และง่ายต่อการจอดในพื้นที่จำกัด แม้ว่าขนาดจะเล็ก แต่ Daihatsu Copen ก็ให้ความรู้สึกเหมือนรถสปอร์ตขนาดเล็กที่สามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ทั่วไป เครื่องยนต์: พลังเล็กที่สร้างความสนุก Daihatsu Copen ใช้เครื่องยนต์เบนซิน KF แบบ 3 สูบ ขนาด 660 ซีซี เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบ/นาที โดยจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ และเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แม้ตัวเลขกำลังอาจดูไม่สูงนัก แต่ด้วยน้ำหนักตัวรถที่เบามาก ทำให้เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้สามารถมอบอัตราเร่งที่ทันใจ และการขับขี่ที่สนุกสนาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ระบบเทอร์โบ การเร่งแซงทำได้อย่างน่าประทับใจ ประสบการณ์การขับขี่ของ Daihatsu Copen จะให้ความรู้สึกคล้ายกับการขับโกคาร์ท คือมีความพุ่ง เบา คล่องตัว และตอบสนองได้ดี แม้ว่าในด้านสมรรถนะสูงสุด อาจจะยังสู้รถสปอร์ตขนาดกลางอย่าง Subaru BRZ หรือ Mazda MX-5 ไม่ได้ แต่สำหรับรถ Kei Car เครื่องเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า Daihatsu Copen ถือว่ามอบความสนุกสนานเกินตัว Daihatsu Copen Cero: ความน่ารักสไตล์เรโทร สำหรับรุ่น Daihatsu Copen Cero Convertible ที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย จะโดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์เรโทรที่ผสมผสานความน่ารักเข้ากับความเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุน กระจังหน้าทรงกลมรับกับไฟหน้า LED ที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ ด้านหลังก็ใช้ชุดโคมไฟทรงกลมเช่นกัน
แม้ว่าระบบความปลอดภัยอาจไม่มากเท่ารถรุ่นใหม่ๆ แต่ก็มีออปชันพื้นฐานที่จำเป็น เช่น Keyless Entry, Multi-function Steering Wheel, Push Start, Park Sensor และ SRS Airbag จุดเด่นที่น่าสนใจคือ ช่วงล่างที่ใช้โช้คอัพ Bilstein ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหนึบแน่น ให้การควบคุมรถที่มั่นคง ภายในห้องโดยสารของ Copen Cero ตกแต่งด้วยเบาะ RECARO ทรง Bucket Seat วัสดุผ้าผสม Alcantara ให้ความรู้สึกพรีเมียมและนั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันเบาะอุ่น พวงมาลัย MOMO และมาตรวัดแบบเข็มพร้อมจอแสดงข้อมูลดิจิทัลขนาดเล็ก วัสดุภายในส่วนใหญ่เป็นพลาสติก แต่มีการเพิ่มความหรูหราด้วยการใช้วัสดุ Alcantara ที่แผงข้างประตู และตาข่ายเก็บของสีดำ แม้จะไม่มีหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบติดรถยนต์มาให้ แต่ก็มีช่องสำหรับติดตั้งเพิ่มเติมได้ ระบบปรับอากาศสามารถทำงานแบบอัตโนมัติได้ การเปิดหลังคาไฟฟ้าของ Daihatsu Copen Cero นั้น ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ต้องมีการปลดล็อคด้วยมือบริเวณชายหลังคาก่อน จึงจะกดปุ่มเปิดหลังคาได้ โดยรวมแล้ว Daihatsu Copen Cero เป็นรถที่มอบความน่ารัก ผสมผสานกับรายละเอียดที่เสริมความเป็นสปอร์ตได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการรถเล็กขับสนุก หรือแม้แต่ผู้ชายที่ชื่นชอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ Daihatsu Copen GR Sport: ดุดัน เต็มสมรรถนะ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นสปอร์ตและต้องการรถเปิดประทุนคันเล็กที่ดูดุดัน Daihatsu Copen GR Sport คือคำตอบที่น่าสนใจ การตกแต่งภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากรถ GR Sport ของ Toyota อย่างชัดเจน ด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และช่องดักอากาศขนาดใหญ่แบบรังผึ้งสีดำ ที่ Gazoo Racing เรียกว่า “Functional MATRIX” ซึ่งนอกจากจะช่วยระบายความร้อนแล้ว ยังเพิ่มบุคลิกที่ดุดันให้กับตัวรถ ดิฟฟิวเซอร์ท้ายได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยจัดเรียงกระแสลมให้ไหลออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหลังคาพับไฟฟ้ามีวัสดุให้เลือกทั้งคาร์บอนไฟเบอร์และหลังคาแข็งปกติ พิเศษด้วยชุดล้อ Forged น้ำหนักเบาจาก BBS ภายในห้องโดยสารของ Daihatsu Copen GR Sport คลุมโทนสีดำทั้งหมดเพื่อความดุดัน วัสดุ Alcantara ที่เคยเห็นในรุ่น Cero ถูกแทนที่ด้วยสีดำทั้งหมด กรอบคอนโซลกลางและมือเปิดประตูใช้วัสดุ Piano Black และมีการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ มาตรวัดเปลี่ยนเป็นสีดำ-แดง พวงมาลัยเป็นสไตล์ GR Sport พร้อมโลโก้ GR เบาะ RECARO Bucket Seat หุ้มด้วยหนังสีดำล้วนเพื่อเพิ่มการโอบกระชับตัว พร้อมโลโก้ GR ที่เบาะ ทำให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารมีความสปอร์ตและดุดันมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ชายที่รักในความเร็ว GR Sport เหนือกว่ารุ่นปกติอย่างไร? แม้ว่าขุมพลังของ Daihatsu Copen GR Sport จะยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม แต่มีการปรับปรุงในด้านสมรรถนะการขับขี่ให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการติดตั้งค้ำโช้คอัพช่วงล่างทั้งด้านหน้าและตรงกลางรถ (Front / Center Brace) และเปลี่ยนไปใช้โช้คอัพกระบอกแดงเฉพาะรุ่น GR Sport การปรับอัตราทดพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ ทำให้พวงมาลัยมีความแม่นยำและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้นอย่างมาก และสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา จะได้รับ Super LSD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งเสริมจาก TRD สำหรับ Daihatsu Copen GR Sport อีกด้วย สรุป: Daihatsu Copen คือการลงทุนในความสุข คำถามที่ว่า Daihatsu Copen น่าซื้อหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาจากความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล หากคุณมีรถยนต์หลักสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว และกำลังมองหารถยนต์ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ Daihatsu Copen คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง Daihatsu Copen ไม่เหมาะที่จะเป็นรถยนต์คันเดียวในครอบครัว เนื่องจากขนาดที่เล็กและข้อจำกัดด้านพื้นที่ แต่ถ้าใช้เป็นรถยนต์คันที่สองสำหรับขับไปทำงานระยะสั้น ขับเที่ยวในเมือง หรือออกทริปสั้นๆ ริมทะเล Daihatsu Copen ก็สามารถตอบโจทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่อยู่ในหลักล้านบาท อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้หลายคนต้องคิดหนัก ซึ่งต้องยอมรับว่าภาษีนำเข้าของประเทศไทยมีส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับราคาที่ประเทศญี่ปุ่น แต่หากคุณหลงใหลในดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ขับสนุก และต้องการรถยนต์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร Daihatsu Copen คือรถที่สามารถสร้างความสุขให้คุณได้อย่างแน่นอน มันคือการลงทุนในความสุขและความสนุกในการขับขี่ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความประหยัดและความคุ้มค่าในรูปแบบรถเก๋ง หรือแสวงหาประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจในแบบรถสปอร์ตขนาดเล็ก Kia K4 และ Daihatsu Copen ต่างนำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกรถที่ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างแท้จริง
หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า หรือต้องการค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ ลองเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือทดลองขับจริง เพื่อให้คุณมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตการขับขี่ของคุณ.
Previous Post

N1107012_ไม ได แต งเพราะรวย เต มเร อง Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1107013_ไม ได แต งเพราะรวย EP.2 Phongdanai Champadorn_part2

Next Post

N1107013_ไม ได แต งเพราะรวย EP.2 Phongdanai Champadorn_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N1608001_EP.25 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ล กชายต องกล บตรงเวลา_part2
  • N1608003_EP.28 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ออกไปสองคน ทำไมต องขอ_part2
  • N1608002_EP.27 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน เป นภรรยา ไม ได แปลว าต_part2
  • N1608004_EP.24 เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ท ข างล ก หร อท ของ_part2
  • N1608006_เร อง สะใภ คนใหม แม ผ วคนเด ม ช อตอน ว นหย ดของหน ไม ใช ว นทำงานบ_part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • June 2026
  • May 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.