
Mercedes-Benz: สู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนการเติบโตระดับโลกด้วยยอดขาย 590,999 คัน ในไตรมาสแรก
ในโลกยานยนต์ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เทรนด์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles – EVs) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Mercedes-Benz ก็เป็นหนึ่งในผู้นำที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างน่าจับตามอง โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 ที่ผ่านมา Mercedes-Benz สามารถสร้างสถิติยอดขายทั่วโลกได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยตัวเลข 590,999 คัน ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 22.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ยอดขายอันแข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ รวมถึงความสำเร็จในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขยายตัวของตลาดรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนจากแบตเตอรี่ (BEV)
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดในตลาดสำคัญ: จีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยสำคัญมาจากผลประกอบการที่โดดเด่นในตลาดหลักๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ที่ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายของ Mercedes-Benz ด้วยจำนวนส่งมอบรถยนต์ที่สูงถึง 222,520 คัน ในไตรมาสแรก คิดเป็นการเติบโตถึง 60.1% ซึ่งในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว ก็สามารถทำยอดขายได้เกือบ 100,000 คัน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของตลาดแห่งนี้
ในขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ Mercedes-Benz สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมียอดขายรวม 88,318 คัน เพิ่มขึ้น 12.5% โดยเฉพาะตลาดรถยนต์หรู ซึ่ง Mercedes-Benz สามารถครองตำแหน่งผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับทวีปยุโรป แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากการมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดในช่วงต้นปี แต่ Mercedes-Benz ก็ยังคงสามารถทำยอดขายได้ดีกว่าไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 1.8% ยิ่งไปกว่านั้น ในยุโรป ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า xEV (รวมถึง PHEV และ BEV) ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz และ Smart มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งบ่งชี้ถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับยานยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก
ยานยนต์ไฟฟ้า (xEV): พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคตของ Mercedes-Benz
Mercedes-Benz ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์หรู แต่ยังเป็นผู้นำในการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ในภาพรวมของตลาดโลก ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) คิดเป็นสัดส่วนถึง 10% ของยอดขายทั้งหมด หรือประมาณ 59,000 คัน โดยในจำนวนนี้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% มีสัดส่วนถึง 16,000 คัน
ความสำเร็จของรุ่น EQA ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนมกราคม ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยม โดยได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม ด้วยยอดจองประมาณ 20,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่สูงของตลาดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes-Benz
Mr. Britta Seeger, Member of the Board of Management of Daimler AG and Mercedes-Benz AG responsible for Marketing and Sales, กล่าวเสริมว่า “ในปี 2564 นี้ Mercedes-Benz จะยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยนอกเหนือจากรถยนต์รุ่น EQS, EQB และ EQE ที่จะทยอยเปิดตัว เรายังมีแผนที่จะนำเสนอรถยนต์กลุ่มรถไฟฟ้าใหม่อีก 3 รุ่น รวมเป็น 6 รุ่น ตลอดทั้งปีนี้ โดยเฉพาะรุ่น EQS ซึ่งเป็นรถยนต์ Flagship ของเรา ที่เราเชื่อมั่นว่า จะสามารถพลิกประสบการณ์การขับขี่ และการเชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”
นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายการเติบโตและสร้างความน่าสนใจให้กับกลุ่มรถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือก ด้วยการนำเสนอรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่หลากหลาย โดยมีแผนจะขยายรุ่นรถให้มีมากถึง 30 รุ่นภายในสิ้นปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค
Mercedes-Benz ประเทศไทย: ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์ลักชัวรี ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและบริการ
ในประเทศไทย Mr. Roland Folger, President and CEO of Mercedes-Benz (Thailand) Ltd., ได้แสดงความภาคภูมิใจต่อการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ลักชัวรี โดยในไตรมาสแรกของปี 2564 Mercedes-Benz ประเทศไทย สามารถทำยอดขายรถยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้ถึง 3,178 คัน ส่งผลให้สามารถครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มรถยนต์ลักชัวรีได้อย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จนี้เกิดจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ Mercedes-Benz ในด้านนวัตกรรม บริการที่ยอดเยี่ยม วิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคต รวมถึงเครือข่ายดิจิทัลที่ทันสมัย นอกจากนี้ การบริหารจัดการปริมาณรถยนต์ให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนมีนาคม รวมถึงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่หลากหลายที่สุดในตลาดประเทศไทย ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย
รถยนต์รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดไทยยังคงเป็นกลุ่ม Mercedes-AMG, กลุ่มรถยนต์ SUV และกลุ่มรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยยอดขายในไตรมาสแรกยังไม่รวมยอดจองที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ซึ่ง Mercedes-Benz ก็สามารถครองอันดับ 1 ของตลาดรถยนต์ลักชัวรีได้เช่นกัน
สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก Mercedes-Benz ประเทศไทย ก็มีแผนที่จะผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 15 รุ่นในปีนี้ ซึ่งรวมถึงรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอีกหลายรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างตรงจุด
Mercedes-AMG: สมรรถนะที่เหนือชั้น สู่การเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของแบรนด์ Mercedes-AMG ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย โดยสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นถึง 14.9% ในปี 2563 และยิ่งน่าประทับใจกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 33.9% ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว
เพื่อเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ Mercedes-AMG และสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย Mercedes-Benz ได้เปิดตัว Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ยนตรกรรมคอมแพ็ค SUV สายพันธุ์แรง ที่มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ต สมรรถนะอันเร้าใจ และความอเนกประสงค์ตามปรัชญาของ Mercedes-AMG
Mr. Roland Folger กล่าวเสริมว่า “หลังจากที่เราได้เปิดตัว The new E-Class ไปแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้เราพร้อมที่จะแนะนำ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC ซึ่งเป็นรถยนต์คอมแพ็ค SUV เจเนอเรชันที่ 2 ที่ไม่เพียงแต่มีคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นขึ้น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมาพร้อมกับสมรรถนะอันทรงพลังตามแบบฉบับ AMG ตั้งแต่เครื่องยนต์ ความอเนกประสงค์ ไปจนถึงดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน ที่พร้อมจะตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1,991 ซีซี เทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังสูงสุด 306 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 5.1 วินาที การออกแบบภายนอกสะท้อนความเป็น AMG ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่กระจังหน้าแบบ AMG-specific radiator grille, ไฟหน้า LED high-performance, ไปจนถึงล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 19 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งในสไตล์ AMG Interior ที่มอบความรู้สึกสปอร์ตและหรูหรา พร้อมพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตท้ายตัด หุ้มหนัง Nappa เบาะนั่ง AMG Sport seat ที่มอบความกระชับในทุกการขับขี่ และยังเพิ่มความพิเศษด้วยไฟ Ambient Light ที่สามารถปรับได้ถึง 64 เฉดสี เพื่อสร้างบรรยากาศที่หลากหลายตามอารมณ์ของผู้ขับขี่
Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC วางจำหน่ายในราคา 3,190,000 บาท
The New Mercedes-Benz GLA: SUV ขนาดกะทัดรัด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง
นอกเหนือจาก Mercedes-AMG แล้ว Mercedes-Benz ยังได้เปิดตัว The new Mercedes-Benz GLA รุ่นประกอบในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะรุ่น GLA 200 AMG Dynamic ซึ่งเป็นการผสมผสานความสปอร์ต ความอเนกประสงค์ และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
The new Mercedes-Benz GLA โฉมใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยและทรงพลังมากขึ้น ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสมผสานความเป็น SUV เข้ากับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz ตรงกลาง และไฟหน้า LED High Performance ที่ให้ความสว่างและโดดเด่นขณะขับขี่ ชุดแต่ง Crossover รอบคันพร้อมราวหลังคา และไฟท้าย LED ใหม่ เสริมให้ตัวรถดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ให้ความรู้สึกสปอร์ต โมเดิร์น และกว้างขวางกว่าเดิม มาพร้อมชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอ ที่เชื่อมต่อกันอย่างลงตัว แสดงผลข้อมูลต่างๆ และระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX ที่สามารถควบคุมด้วยระบบสัมผัส (Touchscreen) หรือ Touchpad ช่องแอร์ดีไซน์คล้ายใบพัดเครื่องบินเจ็ต เพิ่มความสปอร์ตด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน และระบบไฟ Ambient Light 64 เฉดสี
ระบบมัลติมีเดีย MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เป็นหัวใจสำคัญที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งาน ด้วยความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่ผ่านระบบ AI และสามารถปรับแต่งการใช้งานได้ตามความต้องการของผู้ใช้ พร้อมฟังก์ชันใหม่ที่น่าสนใจ เช่น ระบบนำทางแบบ 3 มิติที่แม่นยำพร้อม AR Guidance, ระบบ Personal Profiles ที่จดจำการตั้งค่าของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์, และระบบ Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับภาษาธรรมชาติ
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3 สูบ ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7G-DCT ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.7 วินาที พร้อมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ยอดเยี่ยม และระบบความปลอดภัยล้ำสมัย เช่น ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ
เทคโนโลยี Mercedes me connect ที่เชื่อมต่อรถยนต์เข้ากับสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการควบคุมและตรวจสอบสถานะของรถยนต์ เช่น ระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ, การตรวจสอบตำแหน่งรถ, การตรวจสอบสภาพรถยนต์, การจัดการการบำรุงรักษา, และการนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์
The new Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic จำหน่ายในราคา 2,399,000 บาท
อนาคตแห่งยานยนต์: การขับเคลื่อนสู่โลกที่ยั่งยืน
จากข้อมูลการขายที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการพัฒนายานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด ท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ทั่วโลก ตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทยเองก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแบรนด์หรูอย่าง Mercedes-Benz นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านสมรรถนะ นวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกัน การพิจารณา Mercedes-Benz GLA หรือ Mercedes-AMG GLA 35 4MATIC อาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ที่ก้าวไปอีกขั้น หรือสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นจาก Mercedes-Benz เราขอเชิญชวนท่านสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสัมผัสรถยนต์รุ่นต่างๆ ได้ที่ผู้จำหน่าย Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ เพื่อค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน