
Kia K4: การกลับมาของรถยนต์ซีดานที่ตลาดเฝ้ารอ
ในยุคที่กระแสความนิยมของรถยนต์ประเภท SUV และรถกระบะกำลังมาแรงแซงทางโค้ง จนหลายคนกังขาว่าอนาคตของรถยนต์นั่งซีดาน (Sedan) นั้นจะยังคงมีที่ยืนในตลาดหรือไม่ แต่ทว่า “Kia K4” กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำว่า ความต้องการรถยนต์นั่งซีดานที่เปี่ยมด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ยังคงมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ Kia K4 สามารถก้าวขึ้นเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของ Kia ในเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจน
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ผมมองว่าความสำเร็จของ Kia K4 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการออกแบบที่ล้ำสมัย ความสะดวกสบายที่มอบประสบการณ์การขับขี่และโดยสารที่เหนือกว่า และที่สำคัญคือ ราคาที่สามารถเข้าถึงได้ การที่รถยนต์ซีดานหลายรุ่นในตลาดโลก อาทิ Chevrolet Malibu, Ford Fusion, Mazda6 และ Nissan Maxima ต่างทยอยปิดสายการผลิตไป ยิ่งทำให้ความโดดเด่นของ Kia K4 ในฐานะรถยนต์ซีดานที่ทำยอดขายสูงสุดของแบรนด์ Kia ในช่วงต้นปี 2025 ดูน่าประทับใจเป็นพิเศษ
ตัวเลขยอดขายที่บ่งบอกถึงการตอบรับอันดีเยี่ยม
ข้อมูลยอดขายในเดือนมกราคมที่ผ่านมาของ Kia America เผยให้เห็นภาพรวมที่น่าสนใจ โดย Kia มียอดขายรวมทั้งสิ้น 57,007 คัน เติบโตขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสถิติยอดขายเดือนมกราคมที่ดีที่สุดของบริษัทฯ ตลอดกาล โดยมีถึง 5 รุ่นที่ทำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ได้แก่ Carnival, K4/Forte, Telluride, Sportage และ EV6
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งซีดาน Kia K4 ที่รวมยอดขายกับ Kia Forte (ซึ่งกำลังจะหมดอายุการผลิตในไม่ช้า) สามารถทำยอดขายรวมกว่า 11,616 คัน ขึ้นแท่นเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ในเดือนนั้น ตามมาด้วย Sportage ด้วยยอดขาย 11,357 คัน และ Telluride ในอันดับที่สามด้วยยอดขาย 8,771 คัน
ไม่ใช่เพียงแค่ K4 เท่านั้น แต่ Kia K5 รถซีดานอีกรุ่นหนึ่งของค่าย ก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโต โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 32.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำยอดขายไป 4,357 คัน นอกจากนี้ Carnival ซึ่งเป็นรถยนต์ประเภทมินิแวน ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้น 21.6%
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยอดขายของ Kia ไม่ได้มีแต่ข่าวดีเท่านั้น บางรุ่นก็ประสบกับยอดขายที่ลดลง เช่น Seltos ที่ยอดขายลดลง 29% รวมถึง Niro, Sorento และ EV9 ที่มียอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่โดยรวมแล้ว สถิติยอดขายที่แข็งแกร่งในเดือนมกราคม ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ Kia และความพยายามในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงต่อความต้องการของตลาด
Kia K4: คุณค่าที่มากกว่าราคา
ความสำเร็จของ Kia K4 ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากความคุ้มค่าที่ผู้บริโภคได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่าย ตั้งแต่ $21,990 สำหรับรุ่นมาตรฐานที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 147 แรงม้า แรงบิด 132 ปอนด์-ฟุต (179 นิวตัน-เมตร) ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน
แต่สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะที่จัดจ้านยิ่งขึ้น Kia K4 GT-Line Turbo คือคำตอบ ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.6 ลิตร 4 สูบ ที่รีดกำลังได้ถึง 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 195 ปอนด์-ฟุต (264 นิวตัน-เมตร) ซึ่งให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ตอบสนองได้ดั่งใจ และช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเร่งแซง
ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ดีไซน์ที่ทันสมัย และสมรรถนะที่หลากหลายให้เลือก Kia K4 ได้พิสูจน์แล้วว่า รถยนต์นั่งซีดานยังคงมีศักยภาพที่จะเป็นที่รักของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่มองหารถยนต์ที่ให้ความสมดุลระหว่างความสวยงาม ความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่คุ้มค่า
Daihatsu Copen: ความสุขเล็กๆ ในสไตล์สปอร์ตเปิดประทุน
หากเราจะพูดถึงรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง Daihatsu Copen คือชื่อที่ต้องถูกกล่าวถึง รถยนต์สปอร์ตขนาดเล็กแบบสองประตูเปิดประทุนคันนี้ มีขนาดที่กะทัดรัดกว่า Mazda MX-5 รถสปอร์ตโรดสเตอร์ยอดนิยมตลอดกาล แต่หากจะเทียบในกลุ่มเดียวกัน Copen จะถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับ Honda S660 ในฐานะรถยนต์สไตล์ Kei Car ทรงสปอร์ต
Copen มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 660 ซีซี. พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ซึ่งแม้จะให้กำลังที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั่วไป แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาหวิวและความคล่องตัวสูง ทำให้ Copen มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ไม่ต่างจากการขับโกคาร์ท ที่ให้ความรู้สึก “พุ่ง” กระฉับกระเฉง และควบคุมได้ดั่งใจ
ประวัติศาสตร์อันยาวนานและความน่าสนใจที่ยังคงอยู่
Daihatsu Copen ไม่ใช่รถยนต์รุ่นใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวในวงการ แต่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2002 ในรูปแบบรถสปอร์ตเปิดประทุนขนาดเล็ก ที่มาพร้อมหลังคาไฟฟ้ามาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ความนิยมในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า Honda S660 และยังได้รับการยอมรับจากผู้ชื่นชอบรถยนต์ทั่วโลกอีกด้วย เมื่อปี 2022 Copen ได้ฉลองครบรอบ 20 ปี ด้วยรุ่นพิเศษฉลองครบรอบที่ผลิตในจำนวนจำกัด
นอกจากนี้ Daihatsu ยังได้พัฒนารุ่นพิเศษอย่าง Copen GR Sport ที่เน้นการออกแบบให้ดุดันและเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้นอีกระดับ รวมถึงการร่วมมือกับสำนักแต่งชื่อดังอย่าง Liberty Walk ที่ได้สร้างสรรค์ชุดแต่งรอบคัน ทำให้ Copen จากรถยนต์ที่น่ารัก กลายเป็นซูเปอร์คาร์ย่อส่วนอย่าง GT-R R35 ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
มิติที่เล็กแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์
ในฐานะรถยนต์ในตระกูล Kei Car Daihatsu Copen มีมิติตัวถังที่เล็กกะทัดรัดเป็นพิเศษ ช่วยให้การขับขี่ในเมืองที่การจราจรหนาแน่นเป็นไปอย่างสะดวกสบาย และยังสามารถจอดในพื้นที่จำกัดได้อย่างง่ายดาย
| รุ่นรถยนต์ | ความกว้าง (มม.) | ความยาว (มม.) | ความสูง (มม.) |
|—|—|—|—|
| Honda S660 | 1,475 | 3,395 | 1,180 |
| Daihatsu Copen | 1,475 | 3,395 | 1,280 |
| Mazda MX-5 | 1,735 | 3,915 | 1,235 |
จะเห็นได้ว่า Copen มีขนาดที่เล็กกว่า Mazda MX-5 อย่างชัดเจน ทำให้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างออกไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานในสไตล์รถสปอร์ตขนาดเล็ก
เครื่องยนต์ 660 ซีซี. เทอร์โบ: ความสนุกที่เหนือความคาดหมาย
หัวใจของ Daihatsu Copen คือเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ รหัส KF ขนาด 660 ซีซี. พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 64 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที โดยมีตัวเลือกชุดเกียร์ทั้งแบบธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
แม้ตัวเลขสมรรถนะอาจดูไม่หวือหวา แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบามากของ Copen ทำให้เครื่องยนต์ขนาดเล็กนี้สามารถส่งกำลังได้อย่างทันใจ ให้ความรู้สึก “พุ่ง” ออกตัวได้อย่างสนุกสนาน และการมีเทอร์โบยังช่วยเพิ่มอรรถรสในการเร่งแซงให้มีความเร้าใจยิ่งขึ้น
ประสบการณ์ขับขี่: ความสนุกสไตล์โกคาร์ท
สัมผัสการขับขี่ของ Daihatsu Copen นั้น มอบความรู้สึกใกล้เคียงกับการขับรถโกคาร์ท คือความคล่องตัวสูง การควบคุมที่ฉับไว และการตอบสนองที่รวดเร็ว แม้จะไม่ได้ให้ความรู้สึกดุดันเท่ารถสปอร์ตขนาดกลางอย่าง Subaru BRZ หรือ Mazda MX-5 แต่ก็ต้องยอมรับว่าในกลุ่มรถยนต์ Kei Car เครื่องยนต์เล็ก ขับเคลื่อนล้อหน้า Copen ถือว่ามอบความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ Honda S660 ที่วางเครื่องยนต์กลางลำ และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) นั้น S660 อาจจะให้ความรู้สึกสปอร์ตที่มากกว่า แต่ Copen ก็มีจุดเด่นในเรื่องออปชันที่ให้มาครบครัน ตั้งแต่หลังคาไฟฟ้าที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ
Daihatsu Copen Cero: ความน่ารักที่แฝงไว้ด้วยความสปอร์ต
สำหรับรุ่น Daihatsu Copen Cero Convertible ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยผ่านช่องทางเกรย์มาร์เก็ตนั้น เป็นรุ่นสเปคญี่ปุ่น ที่มอบความน่าสนใจในหลายมิติ แม้ราคาจะสูงเนื่องจากภาษีนำเข้า แต่ก็ยังคงมีคุณค่าที่คู่ควรแก่การพิจารณา
การออกแบบที่น่ารัก สไตล์เรโทร-ร่วมสมัย
ดีไซน์ของ Copen Cero เน้นความน่ารักตามสไตล์รถเปิดประทุนแบบเรโทร แต่ผสมผสานกับเส้นสายที่ดูทันสมัย กระจังหน้าทรงกลม ไฟหน้า LED ทรงกลม และไฟท้ายทรงกลม ทำให้ Copen Cero มีบุคลิกที่ดูเป็นมิตร และโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ แม้จะดูเหมือนเน้นความน่ารัก แต่เมื่อมองจากด้านข้าง ก็ยังคงอวดโฉมความหล่อตามแบบฉบับรถเปิดประทุน
ในด้านความปลอดภัย แม้จะไม่ได้มีออปชันล้นหลามตามขนาดตัวรถ แต่ก็ยังคงมีอุปกรณ์ที่จำเป็นในรถยนต์ยุคใหม่ อาทิ Keyless Entry, พวงมาลัย Multi-function, Push Start, Park Sensor และ SRS Airbag ที่สำคัญคือ ระบบช่วงล่างที่มาพร้อมโช้คอัพ Bilstein ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนึบแน่น ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
ภายในที่พรีเมียมและสปอร์ต
ห้องโดยสารของ Copen Cero โดดเด่นด้วยเบาะนั่ง RECARO ทรง Bucket Seat ที่หุ้มด้วยวัสดุผ้าและ Alcantara ให้ความรู้สึกพรีเมียม นั่งสบาย และมีฟังก์ชันเบาะอุ่นร้อน พวงมาลัยเป็นแบบ MOMO ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ Full Multi-function แต่ก็ยังคงให้สัมผัสสปอร์ตอย่างแท้จริง เรือนไมล์แบบเข็มผสานกับจอแสดงผลดิจิทัลเล็กๆ ที่สวยงาม
วัสดุภายในส่วนใหญ่เป็นพลาสติกขึ้นรูป แต่การตกแต่งด้วย Alcantara ที่แผงข้างประตู และการมีตาข่ายเก็บของสีดำ ทำให้ภายในดูหรูหราขึ้น ถึงแม้รถนำเข้าจากญี่ปุ่นจะไม่มีจอ Infotainment มาให้ แต่ก็มีช่องสำหรับติดตั้งเพิ่มเติมได้ ระบบปรับอากาศสามารถปรับอัตโนมัติได้ และปุ่มควบคุมต่างๆ รวมถึงปุ่มเปิดหลังคาไฟฟ้า จะถูกจัดวางไว้บริเวณใกล้กับคันเกียร์และเบรกมือ
การเปิดหลังคาไฟฟ้าของ Copen Cero ไม่ได้เป็นระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบเสียทีเดียว ผู้ขับขี่จำเป็นต้องปลดล็อคสลักที่ชายหลังคาก่อน จากนั้นจึงกดปุ่มเปิดหลังคา ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ทำให้การใช้งานมีความพิเศษ
โดยรวมแล้ว Daihatsu Copen Cero เป็นรถยนต์ที่ผสมผสานความน่ารักเข้ากับอุปกรณ์ตกแต่งที่เสริมความเป็นสปอร์ตได้อย่างลงตัว หากผู้หญิงขับก็จะดูน่ารักแฝงความเปรี้ยว แต่หากผู้ชายขับก็ดูไม่ขัดเขิน ถือเป็นรถที่สร้างรอยยิ้มและดึงดูดสายตาได้อย่างแน่นอน
Daihatsu Copen GR Sport: ความดุดันสำหรับสายสปอร์ต
สำหรับผู้ชายที่หลงใหลในสไตล์สปอร์ต และต้องการรถเปิดประทุนขนาดเล็ก Daihatsu Copen GR Sport คือคำตอบที่ตรงใจ ด้วยการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก Gazoo Racing (GR) ของ Toyota ทำให้ Copen GR Sport ดูดุดันและมีสมรรถนะที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
ดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน พร้อมความพิเศษจาก Gazoo Racing
ภายนอกของ Copen GR Sport โดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่ออกแบบเป็นลายรังผึ้งสีดำ ซึ่ง Gazoo Racing เรียกว่า “Functional MATRIX” ไม่เพียงแต่ช่วยระบายความร้อนให้กับอินเตอร์คูลเลอร์ แต่ยังเสริมบุคลิกให้รถดูดุร้ายยิ่งขึ้น ดิฟฟิวเซอร์ท้ายได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยจัดระเบียบกระแสลมให้ไหลผ่านตัวรถได้อย่างราบรื่น หลังคาไฟฟ้ายังคงเป็นเอกลักษณ์ โดยมีตัวเลือกทั้งวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ และหลังคาแข็งแบบปกติ ปิดท้ายด้วยชุดล้อ Forged น้ำหนักเบาจาก BBS ที่พ่นสีเทาด้าน
ภายในที่เน้นความดุดัน สไตล์ GR
ห้องโดยสารของ Copen GR Sport ยังคงใช้พื้นฐานจาก Copen Cero แต่มีการปรับโทนสีให้ดุดันยิ่งขึ้น โดยใช้สีดำเป็นหลัก วัสดุ Alcantara ที่เคยมีสีสันสดใส ถูกเปลี่ยนเป็นสีดำเข้ม คอนโซลกลางและที่เปิดประตูใช้วัสดุ Piano Black เพิ่มความหรูหรา และมีการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือเรือนไมล์ที่เน้นสีดำแดง พวงมาลัยเป็นแบบ MOMO สไตล์ GR Sport พร้อมโลโก้ GR ที่ก้าน ส่วนเบาะ RECARO Bucket Seat ยังคงเดิม แต่เปลี่ยนเป็นหุ้มหนังสีดำล้วน ให้ความรู้สึกกระชับตัวยิ่งขึ้น และมีโลโก้ GR บนเบาะอีกด้วย โดยรวมแล้ว Copen GR Sport มอบบรรยากาศที่ดุดัน และเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตอย่างแท้จริง
GR Sport: ดีกว่ารุ่นปกติอย่างไร?
แม้ขุมพลังจะยังคงเดิม แต่ Copen GR Sport มีการปรับปรุงในด้านสมรรถนะการขับขี่อย่างเห็นได้ชัด โดยมีการติดตั้ง ค้ำยันช่วงล่าง ทั้งด้านหน้าและตรงกลางรถ (Front / Center Brace) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง โช้คอัพถูกเปลี่ยนมาเป็น กระบอกแดงเฉพาะรุ่น GR Sport
นอกจากนี้ ยังมีการปรับอัตราทดพวงมาลัยไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้การตอบสนองมีความฉับไวเสมือนรถแข่ง และสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา จะได้รับ Super LSD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนในขณะเข้าโค้ง นอกจากนี้ยังมีชุดอุปกรณ์ตกแต่งเสริมจาก TRD สำหรับ Daihatsu Copen GR Sport อีกด้วย
Daihatsu Copen: คุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่?
หากถามว่า Daihatsu Copen น่าซื้อหรือไม่ คำตอบคือ น่าซื้อมาก สำหรับผู้ที่มีรถยนต์ใช้งานประจำอยู่แล้ว และมีงบประมาณส่วนเกินที่ต้องการรถยนต์คันพิเศษที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ Copen ไม่ใช่รถยนต์ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบครอบคลุมทุกรูปแบบ เนื่องจากขนาดที่เล็กและข้อจำกัดด้านพื้นที่ใช้สอย
แต่หากมองในมุมของการใช้งานในชีวิตประจำวันบางกรณี Copen ก็สามารถตอบโจทย์ได้ เช่น การขับไปทำงาน, การขับเที่ยวในเมือง, การเดินทางระยะใกล้ไปต่างจังหวัด, การเข้าร่วมงานคาร์มีทติ้ง หรือการซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าเป็นการเดินทางแบบครอบครัว หรือการท่องเที่ยวระยะไกล Copen อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมนัก
สำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ขนาดเล็กที่ขับสนุกเหมือนโกคาร์ท และต้องการเพิ่มสีสันและความเร้าใจในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน Daihatsu Copen คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แม้ราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่สูงถึงหลักล้านบาท อาจทำให้หลายคนคิดหนัก แต่หากคุณหลงรักในดีไซน์และประสบการณ์การขับขี่ที่ Copen มอบให้ ราคาจะไม่ใช่อุปสรรค
ผมขอแนะนำให้ลองไปทดลองขับ Daihatsu Copen เปรียบเทียบกับ Honda S660 ดู เพราะทั้งสองรุ่นมีราคาใกล้เคียงกัน แต่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ในมุมมองของผม ภาษีนำเข้าที่สูงลิบในประเทศไทย ทำให้ราคา Copen พุ่งสูงขึ้นไปมาก เมื่อเทียบกับราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น แต่ถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่รักใน Daihatsu Copen จริงๆ และมีกำลังซื้อ การครอบครองรถคันนี้จะทำให้คุณไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน บนท้องถนนของประเทศไทย การพบเห็น Daihatsu Copen นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก ถือเป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มอบทั้งความน่ารักและความหล่อสง่าไปพร้อมๆ กัน
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ที่แตกต่าง สร้างความสุขในการขับขี่ และไม่เหมือนใคร Daihatsu Copen คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใครแล้วหรือยัง?