• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1810003 งแรกท หญ งคนหน งทำหล งจากการกล บชาต มาเก ดค อฆ ากระต ายต วโปรดของ part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N1810003 งแรกท หญ งคนหน งทำหล งจากการกล บชาต มาเก ดค อฆ ากระต ายต วโปรดของ part2

มันคือการนำรุ่น 2.4GLSltd 5AT มาเปลี่ยนเป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ เอาระบบรักษา
การทรงตัว เอา Cruise Control, Hill Assist, เบาะไฟฟ้าด้านคนขับออกนั่นเอง แต่ความ
รู้สึกที่เรามีก็คล้ายกับ Navara Calibre เทียบกับตัว VL 4WD ก็คือเมื่อเข้าไปนั่งแล้ว มันไม่ได้
รู้สึกต่างจากรุ่นท้อปราคา 1,008,000 บาทเท่าไหร่เลย แถมสิ่งที่แลกเปลี่ยนกับการยอม
เมื่อยเท้าซ้ายนั้นก็ดูจะคุ้มค่าอยู่ เช่นจังหวะทดเกียร์ที่ต่อเนื่องกว่า อาการรอรอบที่เหมือนจะ
น้อยลงนิดดดดดนึง การชิฟท์เกียร์ที่ให้ความรู้สึกดีกว่ารุ่นเก่ามาก แค่ยังสู้ Ford/Mazda
ไม่ได้ และโบนัสก็คืออัตราการสิ้นเปลือง 13.41 ก.ม./ลิตรซึ่งเป็นกระบะยกสูงขับสองที่
ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดที่เราทดสอบภายในปี 2014 (Navara Calibre V สี่ประตูที่ทำได้
14.24 นั้นเราเอามาทดสอบปี 2015)

ราคา 881,000 บาทนั้น แพงกว่า Ranger 2.2 Hi-rider ซึ่งถือว่าเป็นพิกัดแรงน้อยกว่า
แต่ก็ถูกกว่า Navara Calibre VL MT 190 แรงม้าอยู่ราว 40,000 บาท Nissan มีความหรู
และออพชั่นที่เหนือกว่าในขณะที่ Mitsubishi ตีด้วยความสบายในห้องโดยสารและ
ช่วงล่าง การเลือกรถทั้งสองตัวนี้สามารถพิจารณาได้จากการคิดให้ออกว่าคุณชอบอะไร
ทนอะไรได้ และทนอะไรไม่ได้ในรถกระบะคันหนึ่ง ซึ่งเมื่อเข้าใจความต้องการของตัวเองแล้ว
มันจะไม่ยากในการเลือกเลยเพราะต่างคนก็มีแนวทางของตัวเองที่ชัดเจน



อันดับที่ 19-Subaru  BRZ Premium 6M/T
 (คะแนนเท่า Triton Plus)

มันเหมือนกับ BRZ เกียร์อัตโนมัติทุกประการยกเว้นเกียร์ แน่นอนว่าคุณได้ของสมนาคุณ
เป็นวิทยุที่เหมือนๆกับของ Vigo (แม้ว่าเสียงจากลำโพงออกมาแล้วจะไม่ได้เลวร้ายขนาด
ธานินทร์เรียกพ่อแบบ Camry Hybrid ก็เถอะ) จุดที่รถเกียร์อัตโนมัติมีจุดอ่อนคือการออกตัว
ซึ่งคุณต้องใจเย็น จิบ Starbucks อ่าน Star Soccer รอให้รอบกวาดผ่านบริเวณไร้แรงบิด
ไปก่อน ส่วนตัวเกียร์ธรรมดาคุณสามารถปิดแทร็คชั่นคอนโทรลกับ VSC แล้วจัดการ
ทำล้อฟรีออกตัวอย่างคลาสสิคได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้เกียร์อัตโนมัติของ BRZ จะดีเลิศ
แต่ทุกคนในทีมพร้อมใจกันเลือกเกียร์ธรรมดาถ้ามีโอกาส คันเกียร์มีน้ำหนักกำลังดี
พวงมาลัยไฟฟ้าที่แม่น ถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีกว่าที่คิด ทุกอย่างจะเป็นไปตามคำสั่ง
ของคุณในการเข้าโค้ง จะ Grip หรือ Drift ก็ได้โดยที่ทุกอย่างจะไม่แสดงออกอย่างกระโชก
โฮกฮาก ยกเว้นว่าคุณตั้งใจจะทรมานมัน

ถ้าจะปรับอะไรสักอย่าง ก็คงเป็นเรื่องของแป้นคลัตช์ ซึ่งนอกจากระยะเหยียบบนสุดถึง
ยันพื้นจะยาวเกินไปนิดสำหรับรถสปอร์ตแล้ว จุดที่เป็นช่วงตัดต่อกำลังยังสูงจากพื้นมาก
ทำให้จังหวะการเปลี่ยนเกียร์ต้องอาศัยความชินในจังหวะถอนคลัตช์และเหยียบคันเร่ง
เข้าใจว่าเซ็ตมาแบบนี้ทำให้เปอร์เซ็นต์ที่คนเผลอเข้าเกียร์โดยเหยียบคลัตช์ไม่สุดลดลง
แต่มันก็ลดความสนุกลงไปด้วยเช่นกัน นอกนั้นก็คงมีเรื่องข้อเสียต่างๆดังที่กล่าวไป
ใน BRZ เกียร์อัตโนมัติครับ

อันดับที่ 18-Volvo V40 Cross Country

มันคือ Volvo V40 ที่ถูกเพิ่มความสูงใต้ท้องให้ปีนป่ายลุยได้มากกว่าเดิมนิดหน่อย
อาจจะไม่เหมาะกับขาออฟโรด แต่อย่างน้อยก็ดีสำหรับการวิ่งบนถนนคุณภาพเยี่ยม
ชนิดไม่ห่วงลูกหลานอย่างในประเทศไทย มันเป็นรถที่มีส่วนผสมหลายอย่างลงตัว
เริ่มจากการออกแบบภายในที่เลือกใช้วัสดุดูดี มีความทันสมัย และยังมีความมั่นใจ
ในการขับขี่ที่แม้จะด้อยลงกว่า V40 ตัวธรรมดา แต่ก็ยังอยู่ในวิสัยที่พึ่งพาและไว้ใจได้
เครื่อง 5 สูบเทอร์โบก็ยังมีสุ้มเสียงที่หวานแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะที่นับวันจะหาได้ยาก
ขึ้นทุกที มีลูกเล่นทางด้านความปลอดภัยที่สามารถเอาชื่อ Volvo เป็นประกันได้

แต่เมื่อพูดถึงความเอนกประสงค์ เราพบว่าขนาดพื้นที่ภายในของตัวรถยังเป็นข้อจำกัด
มันค่อนข้างแคบแม้จะดีกว่า A-Class แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะต่างกับ GLA ขนาดไหนกัน
อัตราเร่ง ตัว V40T5 ก็ไม่ได้ถือว่าเด่น พอมาเป็นตัว Cross Country ปุ๊บ 0-100
ก็ปาเข้าไป 9.16 วินาที จากออกตัวถึงเส้น 402 เมตรนั้นแทบจะวิ่งมองหน้าไปกับ
BMW 320d Touring ที่มีแรงม้าน้อยกว่าและตัวโตกว่าด้วยซ้ำ หากมองที่ราคา
จะพบว่ามันเป็นรถที่ดูคุ้มค่าพอสมควร แต่ถามว่าในภาพรวม ดีจนทำให้กรรมการ
ให้คะแนนสูงๆได้หรือไม่นั้น เห็นชัดว่ายังดีไม่มากพอ

อันดับที่ 18-Toyota Altis 1.8ESport (คะแนนเท่ากันกับ V40 Cross Country)

เราขอบอกไว้ก่อนว่า ESport นั้นไม่ได้ถูกทำอัตราสิ้นเปลืองเก็บข้อมูลไว้อันเนื่องมาจาก
ไม่สามารถนำรถไปเติมน้ำมันที่ปั๊มประจำก่อนเขาปิดชั่วคราวทำความสะอาดถังได้ทัน
ดังนั้นเราจึงพิจารณาจากสเป็คของยางและใช้สมมติฐานสำหรับหัวข้ออัตราสิ้นเปลือง
ซึ่งไม่น่าจะดีเท่าตัว 1.8V Navi แต่ก็ตามหลังกันประมาณ 0.5-1 ก.ม./ลิตร ซึ่งอย่างไรก็ตาม
จะมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรถ C-Segment เราจึงเอาคะแนนประหยัดน้ำมันของตัว 1.8V
ล้อ 16 นิ้วมาลดแต้มลง เพราะเราเชื่ออย่างมากว่าถ้าอัตราเร่งมันช้าลง ก็น่าจะกินน้ำมันขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม ESport ก็ยังผสานข้อดีที่เราพบใน Altis 1.6G เปลี่ยนภายในเป็นสีดำที่
วัยรุ่นชอบ ลายคาร์บอนเป็นสีเทาดำอย่างที่ควรจะเป็น (ไม่ใช่แดงน้ำตาล!) ใส่เบาะนั่ง
ตอนหน้าที่สบายขึ้นอีกนิด มีแอร์ออโต้ (ไม่มีฮีทเตอร์) ให้ มีแพดเดิ้ลชิฟท์ให้กันเหงานิ้ว ใช้เครื่อง
1.8 ตัวเก่งแบบรุ่น V Navi และมีแอโร่พาร์ทรอบคันพร้อมกับเปลี่ยนล้ออัลลอยเป็นขนาด 17 นิ้ว
ยาง Michelin Pilot Sport 3 ที่ไม่ได้เยี่ยม แต่ก็ดีกว่ายางโรงงานติดรถทั่วไประดับหนึ่ง อีกส่วน
ที่สำคัญอยู่ที่การทำช่วงล่างให้หนึบขึ้นราว 10% ทำให้การขับขี่ของมันดีขึ้นกว่ารุ่นอื่นๆ
อยู่ในระดับที่สามารถซ่าขึ้นได้บ้าง แม้จะยังห่างชั้นกับ Ford Focus และ Mazda 3 อยู่ก็ตาม
ด้วยราคา 899,000 บาทกับสิ่งที่ได้ในภาพรวม ทำให้ตอยด์ คิดว่ามีความลังเลว่า ESport
มันเป็นรอง Mazda 3 มากที่เขาเคยคิดไว้หรือเล่า ส่วนผมนั้นคิดว่ามันเป็น Corolla 4 ประตู
ที่น่าซื้อที่สุดในรอบ 23 ปีที่ผ่านมานับจากวันที่พวกเขาเลิกขาย AE92 GTi และ J!MMY
ก็ยังเกลียดแดชบอร์ดของมันอยู่เหมือนเดิม ถ้าคุณยอมทนได้กับการไม่มีระบบ VSC และ
ลูกเล่นที่ขาดไปบ้าง (เช่นหน้าปัดที่เป็นแบบธรรมดา) มันคือ Corolla ที่น่าสนใจมาก
แต่ถ้าคุณต้องการรถแอร์ออโต้ที่มีฮีทเตอร์…นี่คงไม่ใช่รถที่คุณต้องการครับ

อันดับที่ 17-Range Rover Evoque 2.2SD4 Dynamic

เป็นรถทดสอบคันแรกเปิดศักราช 2014 ของ Headlightmag.com ซึ่งยังเป็นตัวเกียร์
อัตโนมัติรุ่นแรกอยู่ แต่ผมขอให้ J!MMY นำมาทดสอบเพราะอยากขับอยากลองเป็นการส่วนตัว
มันเป็นรถในฝันของพวกเราหลายคนในทีม The Coup เพราะดีไซน์ของ Gerry McGovern
ที่เฉียบลงตัว เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งในห้องโดยสารก็พบว่ามันมีเอกลักษณ์อังกฤษเต็มขั้นและ
เลือกที่จะไม่เดินแนวทางที่ “เหมือนกันไปเสียหมด” อย่างคู่แข่งเยอรมันที่ออกจะทึมทึบและ
ขาดจินตนาการ คะแนนดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในของ Evoque นั้น ออกมาคือ 9/10 เป็น
อย่างต่ำ และเฉพาะภายนอกทำได้ 9.5 ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดทางด้านดีไซน์ของปีนี้

แต่ถ้าเข้าไปนั่งในรถ สตาร์ทเครื่อง เริ่มขับ และละความสนใจจากดีไซน์ เราก็เริ่มรู้สึกว่า
Evoque ก็คือ Freelander ที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้น และแค่นั้น เครื่อง 2.2SD4 นั้นให้อัตราเร่ง
ที่ดี แต่ก็มีคู่แข่งที่ทำได้ดีกว่าโดยไม่ต้องสวาปามน้ำมัน 13.92 ก.ม./ลิตรอย่างที่มันทำด้วย
ช่วงล่างที่เข้าใจว่าน่าจะมีระบบโช้คแม่เหล็ก พอลองขับแล้วก็ไม่แน่ใจว่ามีแน่หรือเปล่า
เพราะแม้จะนุ่มสบายพอสมควร แต่เวลาเริ่มเล่นบทหนัก กลับรู้สึกไม่ค่อยมั่นคงอย่าง
ที่คาดไว้แต่แรก การเก็บเสียงเครื่องและเสียงลมทำได้ดี จะมีก็แต่เสียงยางที่ดังเข้ามา
ในห้องโดยสารอยู่ตลอดเวลาวิ่งทางไกล ใช่..มันเป็นรถในฝันของเราและพวกเราบางคน
ยังอยากจะขอเจอกับมันอีกสักครั้งหรือสองครั้ง แต่เรารู้สึกว่าราคา 4.59 ล้านนั้น เป็นค่า
ใช้จ่ายที่แพงมากสำหรับการเอาดีไซน์นั้นมาจอดในโรงรถของตัวเอง และถ้าใครที่คิดว่า
X3 20d หน้าตาน่าเบื่อเกินไป ก็ยังมี Lexus NX300h ที่ราคาถูกกว่า Evoque อยู่ 600,000
แต่หน้าตาอาจจะไม่ใช่แบบที่ทุกคนชอบเท่านั้นเอง

อันดับที่ 16-Nissan Pulsar 1.6DIG-T

เอาสติกเกอร์นั่นออกเสียแล้วคุณจะได้หมาป่าในคราบนกกระจอกเทศที่ซ่อนพลังร้ายกาจ
ไว้ใต้ฝากระโปรงของมัน แม้ว่าปัจจุบันยอดขายจะไม่เดินเอาเสียเลยเพราะคนมองว่ารถ
1.6 ลิตรบ้าอะไรราคาเกินล้าน แต่อย่าลืมว่ามันคือ 1.6 บวกเทอร์โบที่พกม้ามา 190 ตัวและ
มีแรงบิด 240Nm ซึ่งเมื่อประกบกับเกียร์ CVT แล้ว สามารถเร่งจาก 0-100 ได้ใน 8.1 วินาที
ซึ่งเร็วกว่า Accord Hybrid หรือ Accord V6 3.0 G7 ด้วยซ้ำไป และที่มันไม่เร็วไปกว่านี้เพราะ
เกียร์มันยังไม่พัฒนาให้ดุใจถึงเท่าพวก Teana ยิ่งพอลอยลำ 80 แล้วกระแทกคันเร่ง คุณจะถึง
120 ได้ใน 5.62 วินาที เป็นตัวเลขที่เร็วกว่ารถสปอร์ต 200 ม้าอย่าง BRZ เกียร์ธรรมดาเสียด้วยซ้ำ
และไล่หลังตัวแสบจาก VW Group ทั้งหลายไปติดๆแถมมีแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก Mini Cooper
Clubman และ Coupe เทอร์โบได้อีกด้วย ถ้ามองในมุมนี้จะเห็นว่ารถที่เร็วขนาดนี้ ในราคา
ระดับนี้ คุณไม่มีตัวเลือกอื่นใด

อุปกรณ์ความปลอดภัยมีครบ เรายินดีมากที่จะยอมสละมูนรูฟอันเป็นที่รักของนกกระจอกเทศ
ตัวนั้น เพื่อแลกกับระบบรักษาการทรงตัวและถุงลมนิรภัยด้านข้างที่เพิ่มเข้ามา เรียกได้ว่า
เทียบกับ Altis 1.8V Navi ที่ราคาใกล้ๆกันแล้วงงเลยว่าแล้วใครจะอยากได้ Altis? คำตอบ?
ก็คนส่วนใหญ่ของประเทศไงล่ะครับ ดีไซน์ของ Pulsar เทียบกับพรรคพวกแล้วถือว่าได้
คะแนนค่อนข้างน้อย แต่ว่าภายในยังจัดว่าเรียบร้อยและดูดีสะอาดตาระดับหนึ่ง ช่วงล่างกับ
พวงมาลัยแม้จะได้รับการปรุงแต่งเพิ่มจากรุ่น 1.8V แต่พอลองขับจริง เราพบว่ามันต่างกันน้อยมาก
กลายเป็นรถที่เดินแนวทางคล้าย Subaru Legacy คือมัดหนักมากแต่ไม่ใช่รถที่เล่นโค้ง
แล้ว “ได้ใจ” อย่างที่คิด แต่อย่างน้อยก็รู้สึกว่ามั่นใจกว่า Altis ESport นิดๆและแม้อัตราการกินน้ำมัน
แบบเดินทางไกลจะดูดี แต่ถ้าขยันกดคันเร่งเมื่อไหร่ มันจะโหดซดแหลกจนน่ากลัวได้เหมือนกัน

อันดับที่ 15-Nissan Teana 2.0XL Navi

รถดีที่ขายไม่ค่อยออกอีกคันหนึ่ง.. Teana 2.0XL นั้นเมื่อเทียบกับคู่แข่งพิกัด 2.0 D-Segment
ด้วยกันแล้วนับว่าผสานจุดเด่นของ Camry กับ Accord เอาไว้ด้วยกัน กล่าวคือประเคนอุปกรณ์
มาให้เต็มพิกัดแต่แรกโดยไม่ต้องรอให้ผู้คนด่าก่อนแล้วค่อยเสริมมาให้ตอนไมเนอร์เชนจ์
(ดีเหมือน Accord) ในขณะที่อัตราเร่งนั้นคุณเลือกได้ว่าถ้าใส่เกียร์ D แล้วกดคันเร่งมันก็จะ
วิ่งดีเท่า Accord แต่ถ้าใส่เกียร์โหมดสปอร์ต มันก็จะเร็วเท่า Camry (ใช่ครับ Camry 2.0
ออโต้ 4 สปีดแบบ Plain Plian นี่ล่ะเร่งแซงเร็วสุด) นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือการ
เซ็ตน้ำหนักการตอบสนองของพวงมาลัยที่น่าจะลงตัวที่สุดแล้วในบรรดา D-Segment
ยิ่งช่วงล่างยิ่งไม่ต้องสืบ เฉพาะคนที่เคยขับมันแบบ Back-to-Back กับรถยุโรปขับหลัง
จะรู้เลยว่า Teana นั้นการคอนโทรลการยุบตัว/แกว่งตัวของช่วงล่างนั้นดีกว่า E300
BlueTEC Hybrid AMG (รุ่นปี 2014 ที่ยังไม่มีช่วงล่างปรับได้) เสียอีก ไม่เชื่อไปลองดูเอง
ดังนั้นในการขับในเมืองมันก็คล่องตัวไม่แพ้คู่แข่ง การขับทางไกลมันก็สามารถมอบความ
มั่นใจสบายใจได้มากกว่า Camry และพวงมาลัยก็ไม่ประสาทบอแรดแบบ Accord

แต่จุดหนึ่งที่อดสงสัยไม่ได้คือ ทำไมเครื่อง 2.0 ลิตรของ Nissan จึงสู้ชาวบ้านไม่เคยได้เลย
ในเรื่องอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มันกินจุกว่า Accord และ Camry..แล้วไอ้ Accord
กับ Camry ที่เราพูดถึงนี่มันคือรุ่น 2.4TECH กับ 2.5G ด้วยนะเอ้า! เทียบกับพวกเดียวกัน
ไม่ต้องสืบ 2.0 เจอ 2.0 Teana เข้าปั๊มก่อนใคร นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่าแม้ภายนอกจากดู
สมาร์ทระดับหนึ่งแต่การออกแบบภายในนั้นสูญเสียเสน่ห์แบบอบอุ่นไฮโซโอโมเตนาชิ
อย่างรุ่น J32 ไป วัสดุบางส่วนให้สัมผัส/หน้าตาที่พอเห็นแล้วเรารู้สึกว่า Accord G9
ดูสุขุมล้ำน่าปล้ำเสียยิ่งกว่า อีกอย่างหนึ่งคือเสียงเครื่องที่ดูเหมือนจะรุกรานเข้ามา
ห้องโดยสารมากเวลากดคันเร่งเกิน 60% และถ้ากด 100% ก็จงเตรียมตัวพบกับ
Symphony จากเสียงเครื่อง 4 สูบที่โวยวายบ้าบอคอแตกอย่างไม่เป็นท่าที่สุด..
MG ยังเพราะซะกว่า

อันดับที่ 14-Honda Mobilio RS

มันเป็นรถที่ทำให้เรานึกถึงการเปิดตัวของปลากระป๋องอะยัมในยุค 90s เปล่าครับ ผมไม่ได้บอก
ว่า Mobilio เป็นรถกระป๋อง แต่พยายามสื่อว่าพอเห็นราคารุ่น RS เปิดมา 739,000 บาทนั้น
ปฏิกิริยาแรกคือ “แพงว่ะ” เหมือนกับครั้งแรกในชีวิตที่ผมเห็นราคาของปลากระป๋องเจ้านั้น
แต่เมื่อได้เห็นชิ้นปลาตัวจริง..โอ้โฮเว้ย เซอร์ไพรส์..Moby  (ขอตั้งชื่อเล่นให้ Mobilio RS นะ)
คันขาวนี่ไม่ใช่แค่ Brio เป่าพองลมเพิ่มที่นั่งแล้วยัดเครื่อง 1.5 แต่มันคือรถที่มีประสิทธิภาพ
ดีในหลายด้านและตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดกว่าทั้ง Ertiga และ Spin และลืม Avanza ไปเลย
ช่วงล่างเซ็ตมาดีแล้ว ต้องขอชมเชยทีม R&D สักทีมนั่นแหละที่นั่งดู J!MMY ด่า Brio/ชม Amaze
และคาดเดาการเซ็ตช่วงล่างออกมาได้ถูกต้องเป๊ะ! มันอยู่ตรงกลางระหว่างความนุ่มสบายของ
City และความแข็งของ Jazz มันสามารถขับรูดหลุมในซอยแล้วสะเทือนก้นน้อยกว่า CRV Gen 2
เสียด้วยซ้ำ ยิ่งเวลารีบมากๆ (เช่นเจ้าของเว็บปวดขี้กระทันหัน) บทบู๊ของ Moby ช่างน่าดูดดื่ม
และอภิรมย์ชนิดที่ Honda Freed แวนเล็กไฮคลาสร่วมค่ายไม่มีทางให้คุณได้เด็ดขาด!

มันชนะ Ertiga ได้ในหัวข้อที่เกี่ยวกับการโดยสาร ความสบายของคนในห้องโดยสาร ความหนักแน่น
เวลาขับอาจจะไม่ได้เด่นกว่า Spin อัตราเร่งแซงนั้น..คุณขับ Jazz ได้ ก็ต้องรับคันนี้ได้ ถ้ามี
จุดไหนที่ยังทำให้มันไม่ได้อันดับดีกว่านี้ ก็คงเหลือแค่ความสนุกของช่วงล่างที่ยังไม่เท่า Ertiga
นอกนั้นก็คงจะมีแต่เรื่ององค์ประกอบบางอย่างของตัวรถที่ยังแชร์กับ Brio ผมเดาว่าถ้า
เปลี่ยนทรงไฟหน้าให้ต่างกันไป และเลือกใช้แดชบอร์ดที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เอาของ Brio มา
แซมนั่นแซมนี่เปลี่ยนสีมาตรวัดแบบนี้ คนอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่ารถ MPV เล็กคันนี้มันคือ
Brio ป่องลม! ดังนั้นทำแดชบอร์ดมาใหม่เถอะ แล้วเอาแดชบอร์ดของ Moby ไปใส่ให้กับ Brio
น้องเล็กเขาก็จะดูหรูน่าใช้ขึ้นเป็นกอง..อีกอย่างหนึ่ง เบาะคนขับน่ะ ช่วยทำให้ปรับสูงต่ำได้หน่อย
เถอะครับ อุปกรณ์เบสิกสุดๆแบบนี้ไม่น่าจะขาดเลย เข็มขัดปรับสูงต่ำไม่ได้แล้วเบาะยังปรับไม่ได้อีก

อันดับที่ 13-Volvo V40 T5

เกือบจะทันทีที่ผม Tweet รูปของ V40T5 ออกไป ก็มีสาวน้อยหน้าตาน่ารักนางหนึ่งเอารูปนั้น
ไป Retweet ต่อพร้อมกับเสริมว่า “That’s such a sexy ass!” ในขณะเดียวกัน ทีม The Coup
ของเราคนนึงก็บอกว่า “ปากมันดูเซ็กซี่นะพี่ เหมือนแองเจลิน่า ลี่โจว์” ส่วนผมรู้สึกเฉยๆกับ
ภายนอก แต่ยอมรับว่าภายในทำมาได้สวยเก๋มีสไตล์ มันเป็นที่ที่มองไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าที่
Volvo มีดีไซน์เนอร์ภายในทำงานร่วมกับมัณฑนากรสักคนมันจึงออกมาดูแล้วเข้าท่า ทำให้
ภายในของ A-Class ดูรกสะเปะสะปะและภายในของ Golf ดูแล้วเหมือนคนออกแบบไม่อยาก
คิดเส้นสายนาน  เบาะนั่งสบายดีในด้านหน้า ส่วนด้านหลังนั้นมีพื้นที่มากกว่า CT200hและA250
ภายในมีเส้นสายที่ดูเรียบร้อยแต่มีลูกเล่นกับหน้าปัดที่ปรับได้สามอารมณ์กับจอTFT ออพชั่น
ความปลอดภัยเยอะจนบางอย่างอยากให้เอาออกด้วยซ้ำ (ล้อเล่นนะครับ)

จ่ายแค่ 1.82 ล้าน คุณก็จะได้รถคันนี้พร้อมกับเครื่อง 5 สูบเทอร์โบเสียงหวานน่ารัก
และไม่ต้องห่วง มันเป็นเครื่องคนละตัวกันกับเครื่อง 1.6 เทอร์โบ E85 ที่กำลังสร้างปัญหาอยู่
ในขณะนี้ มันเป็นเครื่อง Volvo แท้ที่มีรากเหง้ามาจากสมัยตัว 850 เกียร์ก็เป็นอัตโนมัติ 6 จังหวะ
ไม่ใช่คลัตช์คู่ตัวที่มีปัญหาเช่นกัน แต่เมื่อคุณได้เห็นตัวเลขแรงม้าแล้วคิดว่ามันจะต้อง
ว่องไวเหมือน Golf GTi หรือ A250 ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ ให้ตายเถอะ 80-120 ยังตามหลัง
Pulsar DIG-T เสียด้วยซ้ำไป อัตราการสิ้นเปลือง 15.33 ก.ม./ลิตรก็ถือว่าดีกว่าเกณฑ์
เฉลี่ยของกลุ่ม Hot Hatch นิดหน่อย (V40 น่าจะเป็น Warm Hatch มากกว่า Hot) ช่วงล่าง
ไม่ได้โหมดปรับแข็ง-อ่อน และทางโรงงานเซ็ตมาในลักษณะที่เน้นความรู้สึกหนักแน่น
และผู้ใหญ่นั่งแล้วโอเคมากกว่าจะเน้นความสปอร์ต แต่เมื่อถึงลิมิตมันจะแสดงออกด้วย
อาการหน้าดื้อมากกว่าการสะบัดท้าย เป็นรถที่ขับเร็วๆแล้วปลอดภัย แค่ไม่ได้ดังใจเหมือน
รถค่าย VW เท่านั้น ในภาพรวมผมคิดว่ามันขับเพลินและดูคุ้มราคากว่า Lexus CT200h แน่ๆ
แต่ประทับใจแบบ Golf GTi ปี 09 หรือเปล่า..ขอบอกว่ายัง

อันดับที่ 12-Mazda CX-5 2.2D

ฮ่า..คิดล่ะสิว่า CX-5 2.2D จะทำแต้มได้ดีกว่านี้ เพราะคะแนนหลายด้านของมันนั้น ไม่มี
ข้อไหนที่แย่เอามากๆ ส่วนมากจะอยู่ในระดับกลางๆถึงดีมากทั้งนั้น CX-5 2.2D เป็นรถ
SUV ที่ประสบความสำเร็จในการพยายามเอาอรรถประโยชน์ใช้สอยระดับเดียวกับ Honda
CR-V มารวมเข้ากับช่วงล่างและการขับขี่ที่เหมือน Mazda 3 ได้อย่างน่าทึ่ง มันมีอุปกรณ์
ติดรถมาให้ในระดับที่น่าพอใจแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมคลาส มีตำแหน่งของเบาะหน้าที่
ตั้งมาได้อย่างเหมาะสม เบาะหลังก็มีพื้นที่เหลือพอในระดับหนึ่ง พื้นที่เก็บของด้านท้ายก็ไม่ได้แคบ
เครื่องยนต์ดีเซล SkyActive-D กับเกียร์ SkyActive ทำงานประสานกันอย่างรู้ใจเหมือน
จอมยุทธ์จีนโบราณที่ไปไหนมาไหนกันเป็นคู่แล้วมีท่าไม้ตายที่ประสานพลังกัน ระบบขับเคลื่อน
สี่ล้อ ซึ่งมีแต่ในรถรุ่นดีเซลเท่านั้น J!MMY สังเกตได้ว่ามันแอบช่วยปรับอาการด้านท้ายของรถ
ให้หันเข้าไลน์ได้ดีกว่า CX-5 ขับหน้าเบนซินนิดๆ

แต่บางจุดที่มันไม่ควรพลาด ก็ไม่น่าพลาด และ CX-5 2.2D ที่มีอิทฤทธิ์ดั่งม้านิลมังกร
กลับมาตายเพราะไม่สามารถให้ในสิ่งที่คาดหวังได้ดีพอ และสิ่งนั้นก็คืออัตราการสิ้นเปลือง
14.76 ก.ม./ลิตรที่ไม่ได้ประหยัดกว่ารุ่น 2.5 เบนซินขนาดนั้น. มันอาจจะประหยัดกว่า
Captiva Diesel แต่ถ้าลองดูรถระดับพรีเมียมอย่าง BMW มันก็ทำตัวเลขได้ 14.5 ก.ม./ลิตร
แต่ BMW ที่ผมพูดถึงนี่คือ X5 xDrive30d น่ะครับ ถ้าเป็น X3 ทะลุ 16 ก.ม./ลิตร เครื่อง
Mazda ไม่ได้ถือว่าประหยัดนัก และอัตราเร่งที่เราคาดว่าจะแรงสุดๆ ก็แพ้รุ่น 2.5 ไป
ท้ายสุดแล้ว การจ่าย 330,000 บาทเพิ่มเติมจากรุ่น 2.5 นั้นสิ่งที่เหนือกว่าอย่างเป็นรูปธรรม
ก็มีแค่กำลังลากสไตล์ดีเซล และระบบขับสี่ซึ่งมีบทบาทบ้างแต่ไม่เยอะอย่างที่คิด แล้วทำไม
เราจะต้องจ่ายเงินขนาดนี้ เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่ได้มาเท่านี้ มันอาจจะเหมาะสำหรับ
คนที่เสพย์ติดแรงบิดแรงดึง แต่ถ้าพิจารณารวมในทุกด้านแล้ว อันดับ 12 นี่ล่ะเหมาะกับมันแล้ว

อันดับที่11-Volvo XC60 D4 iArt

Volvo พยายามที่จะพัฒนารถของตัวเองให้ใกล้เคียง X3 มากขึ้น และน่าเสียดายที่ว่า
พยายามมาตลอดนับตั้งแต่ช่วงที่เว็บ Headlightmag เปิดใหม่ๆ พอถึงวันที่รถ XC60 ของพวกเขา
สร้างตัวเลขสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองได้ชนะ X3 มันก็เป็นเวลาที่บอดี้นี้ก็เริ่มดู
ไม่ทันสมัยและไม่น่าดึงดูดใจให้เสียเงินมากเท่าคู่แข่งแล้ว ภายในเปลี่ยนมาใช้โทนสีเข้ม
ดูดุดันขึ้น หน้าปัดเปลี่ยนมาใช้แบบ Active Digital Display เหมือนของ V40T5 อุปกรณ์
ด้านความปลอดภัยนั้น Volvo ยังคงอัดแน่น สารพัดอุปกรณ์ ไฮเทค มาให้ลูกค้าได้
ใช้งานจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คราวนี้ ถือเป็นครั้งแรกของการ Upgrade ระบบ
City Safety โดยเพิ่ม ระบบตรวจจับผู้ขับขี่จักรยานพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถแบบ
เต็มแรงเบรก (Cyclist Detection with Full Auto Brake) แล้วยังเปลี่ยนระบบตรวจจับ
รถในจุดบอดมาใช้เซ็นเซอร์แบบเรดาร์แทน ดูเหมือนว่าถึง XC60 ในวันนี้จะเป็นไม้ใกล้ฝั่ง
แต่มันเป็นไม้ใกล้ฝั่งที่ตัดสินใจเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เข้าฟิตเนส ออกกำลังกายวันเสาร์เข้าโบสถ์
วันอาทิตย์ ถึงแม้จะช้า แต่ก็มาเสียที

สิ่งที่ยังทำให้ D4 iArt ราคา 3.145 ล้านไม่ได้ดีไปถึงอันดับที่ 10? จะว่าไปแล้วก็ไม่มีข้อไหน
ที่แย่ ช่วงล่างของมันจะมีอาการสะเทือนกรวดที่ความเร็วต่ำบ้าง สะท้านบ้าง และที่ความ
เร็วสูงๆมันก็ยังไม่มั่นใจเท่า X3 xDrive20d ที่กดโหมดสปอร์ตอยู่ดี และถ้าคุณต้องการ
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็จะต้องเล่นรุ่นอื่นเพราะ XC60 คันนี้เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า
แต่ถ้าคุณคิดว่าขับสองก็ดีพอแล้ว และขี้เกียจรอคิวจองอันยาวเหยียดของ Lexus NX
XC60 ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ…แต่ถ้าซื้อมาแล้ววิ่งๆไปต้องเติมน้ำมันเครื่องเพิ่ม
แทนน้ำมันที่หายไปตลอดแบบ XC60 เวอร์ชั่นที่แล้วๆมาหรือเปล่า..เราไม่ได้เอามาคิด
เป็นคะแนน BestDrive แต่ถ้าคุณจะซื้อ คุณนั่นล่ะควรคิดต่อเรื่องนี้ด้วย

ต่อไป..เข้าสู่ช่วง TOP TEN!

อันดับที่ 10-Honda Jazz 1.5SV Plus

มันยังคงเป็นแฮทช์แบ็ค 5 ประตู B-Segment ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้กว้างที่สุดและมี
คะแนนรวมอยู่ในระดับที่ดี มีอัตราเร่งที่เป็นรองแค่ Vios เกียร์ธรรมดากับ Fiesta Ecoboost
มีอัตราการสิ้นเปลืองอยู่ในระดับกลางๆของกลุ่มและไม่ได้เลขสวยแบบ Ford 1.0 เทอร์โบ
แต่ถ้าผ่านสองข้อนี้ไป ที่เหลือ Jazz ทำคะแนนได้ดีมาก ทีมงานรู้สึกพอใจกับวิธีการออกแบบ
ภายในซึ่งจัดพื้นที่ให้รถคันเล็กสามารถนั่งได้สบาย..แค่ว่าเฮดรูมหลังเหมือนจะน้อยไปนิด
เมื่อเทียบกับรุ่นเก่า แต่สิ่งที่พัฒนาไปไกลมากคือวิธีการออกแบบแดชบอร์ดและภายใน
ที่ออกมาแล้วแม้จะมีความง่ายในการใช้น้อยลง แต่มีความแพรวพราวหรูหรามากขึ้น
อุปกรณ์ให้มาอย่างครบครันมากขึ้น วัสดุในส่วนที่ตาเห็นมือสัมผัสได้ส่วนมากดีขึ้น อีกทั้ง
ยังมีอุปกรณ์ทางด้านความปลอดภัยพร้อม มีถุงลมด้านข้างมาให้ ส่วน VSC นั้นมีมาให้ตั้งแต่
รุ่นล่างสุดเลยทีเดียว

เบาะนั่งดันหลังดุนหัวในลักษณะที่กำลังดี เบาะนั่งรองรับส่วนก้นได้ดีเช่นกัน อย่างน้อย
มันเป็นที่ที่สบายกว่าเก้าอี้สำนักงานของ Fiesta แน่ๆ เกียร์ CVT นั้นแม้จะไม่ดุดันแบบ
Toyota แต่ก็มีนิสัยคนละเรื่องกับ CVT ใน Jazz ตัวแรก ไม่มีอาการเย่อที่น่ารำคาญ กดแล้ว
มาตามน้ำหนักเท้า เสียงลมที่กระจกหน้าดังบ้าง และเล็ดรอดมาด้านข้างรถบ้าน แต่ผมมอง
หน้ากับ J!MMY แล้วคิดตรงกันว่าอย่างน้อยการเก็บเสียงในภาพรวมหน้า/หลังก็ยังดีกว่า
Mazda 3 ซึ่งเป็นรถที่คลาสโตและแพงกว่า อย่างที่ผมบอกว่า Jazz เป็นรถที่เหมือนจะโต
ไปกับวัยของผู้ซื้อ และเวอร์ชั่นล่าสุดก็ทำตัวเหมือนสาววัย 30 ที่อาจจะน่ารักน้อยลง แบ๊วน้อยลง
จริงจังมากขึ้น แต่ก็เข้าใจชีวิตของคุณมากขึ้น บางจุดของรถอาจมีความรู้สึกลดต้นทุน
ซ่อนอยู่บ้างถ้าไม่สังเกต และช่วงล่างนั้นอาจจะแข็งไปสำหรับผู้ใหญ่วัยชรา ไม่ได้นุ่มเหมือน
City และยังไม่ได้ฟีลที่ทั้งเกาะถนนและหนักแน่นและสบายอย่าง Chevrolet Sonic นี่คือ
จุดหนึ่งที่ทำให้เรามองว่ามันเป็น The Best all-rounder แต่ยังไม่ได้ดีสุดๆไปในทุกด้าน



อันดับที่ 9-Lexus NX300h F-Sport

ปกติ Lexus มักทำรถที่จืดชืดน่าเบื่อในรูปลักษณ์ และเมื่อพวกเขาทำให้มันเฉี่ยวเปรี้ยวสวย
มันก็มักเป็นรถที่เราซื้อกันไม่ได้ อย่าง IS-F และ LF-A แล้วพอมันเฉี่ยว และราคาไม่แรงเกิน
มันก็มักจะออกมามีหน้าตาประเภทที่เรามองแล้วเกาหัวว่าตกลงมันเวิร์คหรือเปล่า อย่าง
IS250/IS300h จะเห็นได้ว่าพวกเขาไม่เคยทำดีไซน์ที่น่าใช้โดยเฉพาะหลังยุคกระจังหน้า
Predator จนกระทั่งเจ้า NX300h นี่ล่ะที่กรรมการส่วนใหญ่ให้คะแนนภายนอกดี ดูสวยงาม
ลงตัว มีความกำยำ แต่บางคนก็คิดว่าเส้นสายของ Evoque นั้นดูสมาร์ทและลงตัวกว่า
ในขณะที่ NX นั้นออกแบบมาจนดูเหมือนรถไปประสบอุบัติเหตุชนหน้าชนท้ายชนข้างมา
ส่วนภายในนั้นไม่มีใครเถียงว่าทำมาได้ล้ำยุค ไฮเทค และถ้าเทียบกับ ES300h ซาลูน
การจัดการปุ่มบนแผงคอนโซลทำออกมาได้มีรสนิยมกว่าเสียด้วยซ้ำไปแม้ว่าในบางมุม
มันออกจะละลานตาจนอยากเรียกเพื่อนผมชื่อถังที่เป็นนักบินไทยสไมล์มาช่วยขับให้ก็ตาม

นี่เป็นรถอีกคันหนึ่งที่ทำกางเกงของผมเป้าขาดตอนก้าวขึ้น (โอเคผมพลาดเอง) เบาะหน้า
นุ่มสบายและเป็นที่ที่น่านั่งที่สุดบนรถคันนี้เพราะเบาะหลังของมันนั้นไม่ใช่..จริงๆเบาะมันก็ดี
แต่ทำไมพนักพิงศรีษะไม่ทำให้นุ่มแบบเบาะหน้าบ้างก็ไม่รู้ ช่วงล่างยังไม่นุ่มเป็นครีมเอแคลร์
ในโหมดสปอร์ตจะมีความสะเทือนที่ถ้าเอาคนแก่นั่งเบาะหลังแล้วจะบ่นนิดๆ ส่วนโหมด
Sport Plus นั้นช่วงล่างจะหนึบหนืดขึ้น แต่แทบไม่กระด้างขึ้น มันคล่องตัวพอๆกับ CX-5
แค่รู้สึกว่าหน้ากับท้ายมีน้ำหนักถ่วงอยู่มากกว่า ขุมพลังไฮบริด ไม่ประหยัดน้ำมันเท่าดีเซล
ยุโรป และไอ้เจ้าเสียงเครื่องยนต์เทียมที่ให้มา..วันหลังไม่ต้องก็ได้ มันไร้สาระมาก ราคาของ
ตัวรถถูกกว่า Evoque ก็จริง แต่ก็แพงกว่า X3 โดยที่ส่วนหลักๆที่คุณได้คือหน้าตาที่
เอเลี่ยนจะเกลียดและแฟนคลับ Predator จะชอบ แค่นั้น! ผมคิดด้วยซ้ำว่าถ้าต้องซื้อใช้จริง
รุ่นขับหน้า 3.29 ล้านน่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า F-Sport AWD ราคา 3.99 ล้านครับ



อันดับ 8-Honda City 1.5SV Plus

Unbelievably believable. มันคือรถธรรมดาคันหนึ่งซึ่งบริษัทไหนจะทำบ้างก็ได้ แต่ส่วนที่
ไม่น่าเชื่อคือในที่สุด Honda ก็ทำรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ช่วงล่างหลังไม่เด้งดีดจนน่ารำคาญ
ได้แล้วหลังจากที่เจอมาตลอดตั้งแต่สมัย Civic Dimension มันไม่ได้ให้ความมั่นใจแบบ
Sonic แต่ก็มั่นคงและคุมอาการตัวรถได้ดีกว่า Vios ที่น่าแปลกคือรถเล็กอย่าง City กลับ
เซ็ตพวงมาลัยที่ความเร็วต่ำมาได้มีน้ำหนักกำลังดี และที่ความเร็วสูงก็เกร็งน้อยกว่ารถใหญ่
อย่าง Accord เสียด้วยซ้ำ City รุ่นกัปตันมาวินนี้พกอุปกรณ์มาเพียบ ดูทันสมัยแพรวพราว
แต่ไม่สามารถปรับแอร์โดยไม่ชำเลืองตามองเพราะมันเป็นจอทัชเรียบๆที่ใช้หลักการคลำๆเอา
แบบพวกสวิตช์หมุนไม่ได้ อัตราเร่งไม่ต้องห่วง ถ้าจะชนะมันได้ต้องเอา Vios เกียร์ธรรมดา
หรือ Fiesta เทอร์โบเท่านั้น ความประหยัดน้ำมันก็อยู่ในระดับเกณฑ์เฉลี่ยค่อนไปทางดี คือแพ้
Ford แต่ดีกว่า Jazz เล็กน้อย เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบทุกด้านแล้ว มันเลยกลายเป็น
รถที่ลักษณะคล้าย Jazz กล่าวคือมีบางด้านดี หลายด้านดี บางด้านธรรมดา แต่รวมออกมาแล้ว
ตอบโจทย์การใช้งานได้กว้างที่สุด

แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อเสีย เข็มขัดหน้าปรับระดับสูงต่ำไม่ได้ (แต่ Jazz ปรับได้นะ) คือ..จะถอด
ออกทำไมครับ ไม่เข้าใจ? การเก็บงานบางส่วนเช่นหัวน็อตที่โผล่ประตูหลัง กับงานยางขอบ
ประตูเห็นแล้วอึ้งว่า ได้แค่นี้เองเหรอ? ช่วงล่างหลังถึงจะเด้งน้อยลงแต่เฮดรูมหลังก็เตี้ยลงกว่า
City เป็ดแดงรุ่นที่ J!MMY ใช้ แต่เดิมนั้นคนตัวสูงจะนั่งได้บ้าง แต่รุ่นใหม่นี้นั่งหลังตรงไม่ได้เพราะ
จะต้องเอียงคอกันสุดๆ สรุปว่ามันมีหลายอย่างที่ถูกพัฒนาจนถูกใจลูกค้าเป้าหมายมากขึ้น
แต่การสละบางสิ่งที่เคยดีออกไปก็ต้องทำใจว่าเนื้อหมูและเนื้อไก่อย่างไรเสียก็ยังไม่ได้ดีครบ
จนพอจะเรียกคะแนนจากเรามากไปกว่านี้ได้

อันดับที่ 8-Mazda CX-5 2.0S (คะแนนเท่ากันกับ City..ทำไมปีนี้ขี่กันหลายคู่จังฟระ?)

ยอดรถ SUV ที่พิสูจน์ว่าคุณสามารถเป็นครอบครัวลูกอ่อนไปพร้อมกับการหาความสุขจาก
การเข้าโค้งได้ เท่านั้นยังไม่พอ CX-5 2.0S ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าเครื่อง 2.0 ลิตรใน SUV
บอดี้ขนาดนี้ก็ยังสามารถปรับแต่งให้ขับสนุก เร้าใจได้ชนิดที่ทำให้เราลืมรถพิกัดเดียวกัน
ไปหมดทุกคัน อัตราสิ้นเปลืองก็ทำได้ดีกว่าคู่แข่งพิกัด 2.0 รายอื่นๆ (แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็น
เพราะรถเหล่านั้นขับเคลื่อนสี่ล้อ) แต่ก็ยังแพ้ Subaru Forester แบบงงๆ (บอกแล้ว
สมัยนี้จะประหยัดต้องคบดาวลูกไก่ไร้โบ) อุปกรณ์ความปลอดภัยมาครบ แค่ไม่ได้มี
ลูกเล่นเป็นเรดาร์เตือนนู่นนี่เหมือนพวกรถไฮโซเท่านั้น มันเป็นทางเลือกที่ดูคุ้มกว่า
CX-5 2.2 ดีเซลเสียด้วยซ้ำเมื่อมองจากราคา 1.3 ล้านบาทเทียบกับสิ่งที่ได้มา กับสิ่งที่ “ได้ใช้”
จริงๆในการขับและทดสอบของพวกเราคันหนึ่งหลายๆวัน

ห้องโดยสารและอุปกรณ์ของเล่นอื่นๆนั้นธรรมดาๆพื้นที่โดยสารและบรรทุกสัมภาระยังไม่จุใจ
เท่าCRV  และเรื่องการการเก็บเสียงลมยังต้องปรับปรุงโดยเฉพาะช่วงเกิน120จะดังเข้ามาตาม
ขอบประตูมากจนบอกตรงๆว่าแม้ปกติ Honda จะไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องการเก็บเสียง แต่ CR-V
ก็ยังกันเสียงลมได้ดีกว่า CX-5 อยู่นิดๆในความเห็นของผม ช่วงล่างที่ความเร็วไม่เกิน60ถ้า
ถนนขรุขระจะมีความสะเทือนน่ารำคาญนิดๆ Subaru XVบาลานซ์ความนุ่ม หนึบและเกาะได้
เจ๋งกว่า แต่นิสัยของเกียร์มาสด้าจะแสนรู้กว่าแม้เวลาเปลี่ยนเกียร์จะมีอาการกระตุกอยู่บ้าง
ส่วนข้อเสียอื่นๆเดี๋ยวจะอธิบายให้จบหมดเมื่อถึงตัว 2.5S

อันดับที่ 7-Mazda 3 2.0SP Hatchback

ปีนี้สหายจาก Hiroshima ดูท่าจะมาแรง แต่ก็ต้องยอมเขาจริงๆเพราะเครื่องและเกียร์ที่
เคยเป็นจุดอ่อนของ Mazda กลายเป็นจุดเด่นที่สำคัญของ Mazda 3 ตัวใหม่ ถูกล่ะมันอาจจะ
ไม่ได้แรงไปกว่า Altis 1.8 เว้นเสียแต่ว่าคุณจะลากทางยาว แต่การทำงานของเกียร์กับเครื่อง
ประสานกันได้ดี เมื่อบวกสิ่งนี้เข้ากับการออกแบบตำแหน่งพวงมาลัย คันเร่ง เบรก คันเกียร์
และความสูงของเบาะแล้ว ทำให้ผมต้องออกปากเลยว่าในบรรดา C-Segment ทั้งหมด
Mazda สามารถจัดวางตำแหน่งสิ่งต่างๆได้ลงตัวที่สุด มันให้รสชาติการขับขี่ที่หลอก
ความรู้สึกได้ว่าตัวรถไปไวกว่าความเป็นจริง เข็มไมล์ค่อนข้างเที่ยงตรงกว่าปกติ
พวงมาลัยเหมือนๆกับ CX-5 แต่จะมีความไวมากกว่าตามบุคลิกของรถ และน้ำหนักช่วง
ถือตรงจะเบากว่าบ้าง ไม่เพียงเท่านั้นรุ่น 2.0SP ยังมีลูกเล่นภายในกับระบบนำทาง
มีจอ HUD ในระดับสายตา มีระบบ RVM ที่ใช้เรดาร์ตรวจสอบรถที่พุ่งมาจากข้างหลัง
และเตือนที่กระจกมองข้าง ตลอดจนระบบช่วยเบรกเวลาเผลอ ไม่ต้องนับถุงลม 6 ใบ
ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของ C-Segment ตัวท้อปอยู่แล้ว

แต่ถ้าถามว่าเราประทับใจกับมันขนาดนี้ แล้วทำไมยังได้อันดับ 7? ถ้าให้พูดตามตรงก็คือ
เรื่องความสนุกในการขับนั้น Ford Focus GDi ยังทำได้ดีกว่าและช่วงล่างซับแรงกระแทก
ได้ดีกว่า อัตราเร่ง Ford ก็ทำได้ดีกว่า อุปกรณ์อะไรที่ Mazda มี Ford ก็มี (ยกเว้นจอ HUD)
แถมยังเกทับด้วย Cruise Control, Moonroof และระบบช่วยจอดอีกต่างหาก ราคารถก็
พอๆกันแถม Ford ถูกกว่านิดๆ ถ้าเป็นแบบนี้ จะให้เราพูดว่า Mazda ดีที่สุด ก็คงจะไม่ใช่
มันแค่ดีขึ้นกว่ารุ่นเก่ามาก ขับสนุกขึ้นมาก แต่ยังมีจุดอ่อนที่สู้คู่แข่งไม่ได้อยู่ดี เราจะมาว่า
กันต่อในหัวข้อของตัว Saloon แล้วกันครับ

อันดับ 6-Nissan Teana 2.5XV Navi

D-Segment นั้นถ้าคุณต้องการประเภทเครื่องแรงเร่งเร็วออพชั่นครบ ก็คงต้องเล่นบรรดา
รถไฮบริดของคู่แข่ง…หรือว่ามีทางเลือกอื่น? คำตอบคือมี ถ้าคุณยอมเปลืองค่าน้ำมันขึ้นมาก
เพราะ 13.60 ก.ม./ลิตรนั้นอยู่ห่างจากตัวเลข 18-20 ของ Honda กับ Toyota มากเหลือเกิน
รถ D-Segment สมัยนี้เขาไม่มีใครกินจุขนาดนี้กันแล้ว แต่ลองดูราคาค่าตัวของมันที่ตั้งป้าย
ไว้ 1,570,000 บาทก่อน..บางทีเงินส่วนต่างตรงนั้นยังสามารถเอาไปเติมน้ำมันได้นานโข
ที่สำคัญคือจุดใดก็ตามซึ่ง Teana 2.0XL ทำไว้ดี รุ่น 2.5XV ก็ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นรายการ
อุปกรณ์ที่มีมาให้เยอะ ไม่ต้องด่าเตือนสติให้สำนึกผิดแล้วค่อยแย้มๆเติมๆมา อุปกรณ์ด้าน
ความปลอดภัยครบครัน ช่วงล่างแน่นปึ้กหนึบชนิดยุโรป (ที่ไม่ใช่ BMW) เหวอเอาได้เหมือนกัน
แถมท้ายด้วยเครื่องยนต์ QR25DE ที่ถึงแม้จะเป็นบล็อคเก่าล่าข้ามศตวรรษ แต่ก็ถูกปรับมา
ให้มีแรงบิดดีเป็นช่วงกว้าง พอกดคันเร่งแล้วเสียงเครื่องดังอยู่เหมือนกัน แต่เป็นโทนเสียง
ที่เข้มกว่า ไม่โวยวายไร้สาระแบบตัว 2.0 มันยังไม่หวานนิ้งแบบ J32 V6 ตัวเก่า แต่พอเจอ
เกียร์ที่ปรับการทำงานมาดีกว่าเดิม แถมมีโหมดสปอร์ตบ้าพลังที่ทำให้เร่งแซงได้เร็วเกือบเท่า
นกกระจอกเทศพิฆาตอย่าง Pulsar DIG-T เลยทีเดียว เราไม่เคยสนุกกับการเล่นบทบู๊
ใน Teana มาก่อนจนกระทั่งเมื่อได้เจอคันนี้

ถ้าไม่นับเรื่องอัตราการสิ้นเปลือง และภายในที่เก็บเสียงไม่แน่นเหมือนรุ่นก่อน และวัสดุบางจุด
ที่ไม่ประทับใจ เรื่องอื่นๆ Teana 2.5XV นั้นถ้าไม่ใช่ว่าได้คะแนนดี ก็จะดีมากไปเลย ดังนั้น
ไอ้ที่ขายไม่ออกน่ะ ผมว่าไม่ใช่รถห่วยแน่นอน แต่อาจต้องมองในแง่การสื่อสารถึงคุณภาพ
ของตัวรถ แล้วก็ปรับปรุงบางอย่างเช่นตำแหน่งการวางจอ กับสีสันต่างๆบนหน้าปัดซึ่งจุดนี้
Accord ยังดูง่ายและเป็นมิตรกับคนขับมากกว่า นอกจากนี้ในขณะที่ Accord รองรับ E85
ในรุ่น 2.0 และ 2.4 Nissan ยังคงให้ Teana ทานเอธานอลสูงสุดได้แค่ E20 เหมือนเดิม..

อันดับ 5-Mercedes-Benz E300 BlueTECHybrid AMG

ต่อให้ช่วงล่างมันจะไม่ดีเท่า Teana (นี่พูดจริงไม่ได้พิมพ์ผิด) แต่ E300BlueTEC ก็ยังมีจุดอื่น
ที่เรารู้สึกชอบในตัวมัน ไม่ใช่เพราะว่ามันมีดาวสามแฉกโปะอยู่ข้างหน้า แต่เป็นเพราะการพยายาม
บาลานซ์ทุกอย่างให้ออกมาลงตัวเหมาะสำหรับความเป็นรถพรีเมียมผู้ใหญ่มากที่สุดเท่าที่
จะทำได้ E-Class คือเบนซ์ที่เป็นเบนซ์ มันมีคุณภาพวัสดุภายในที่เห็นแล้วรู้สึกดี มีดีไซน์ที่
ไม่น่าเบื่อ แต่ไม่ฉูดฉาดเกินไป มีการเล่นแสงภายในมาอย่างสวยดูดีในเวลาค่ำคืน มีเบาะหน้า
ที่ถูกปรับปรุงให้นั่งสบายขึ้น ส่วนเบาะหลังนั้นแม้ส่วนรองนั่งจะสั้นกว่า 5-Series แต่ในภาพรวม
กลับให้ความรู้สึกว่ามีพื้นที่เยอะและมีความโปร่งสบายกว่า ในเรื่องประสิทธิภาพของระบบ
ไฮบริดนั้น มันก็ช่วยให้ E300 กินน้ำมัน 18.65 ก.ม./ลิตร ซึ่งชนะ BMW และ Volvo กลายเป็น
พรีเมียมซาลูนยุโรปที่ประหยัดน้ำมันที่สุดไป ระบบความปลอดภัยมีพร้อม และสิ่งที่สำคัญ
ก็คือเบรก..ไม่ว่าจะกี่รุ่น Mercedes-Benz ก็มักจะทำระบบเบรกมาได้ดีและสามารถเรียกใช้
งานหนักได้โดยไม่เฟดง่ายๆ ยิ่งเป็นเบรกของ E300 คันนี้ ยิ่งมั่นใจได้มากกว่าเดิม ชนิดที่สามารถ
ทำ 200-100, 200-100 สองสามครั้งแล้วระบบเบรกยังไม่ออกอาการ พวงมาลัยวงเล็กกับ
ยางที่ขนาดกว้างกว่ารุ่นเดิมก็ช่วยทำให้มันมีน้ำหนักพวงมาลัยดีกว่ารุ่นเดิม เวลาขับแล้ว
ไม่รู้สึกหลวมโพรกเกินไป

แต่ข้อเสียหรือ? ถ้าผิดหวังที่สุดก็ยังคงเป็นนิสัยของคันเร่งที่ยังเป็น “แบบ เบนซ์ เบนซ์” ดังเดิม
บางคนบอกว่าอุ้ย J!MMY ลืมกดโหมด S หรือเปล่า กดแล้วครับ แต่มันก็ยังจะมีจังหวะรอ
ก่อนชิฟท์เกียร์แล้วพุ่งอยู่ดี และเรื่องอัตราเร่งนั้น เราคาดหวังไว้กับระบบไฮบริดค่อนข้างมาก
แต่มอเตอร์ของเบนซ์นี่ให้มาเหมือนจะมีบทบาทเป็นนางสนมถือพัดโบกในละครจักรๆวงศ์ๆ
บ้านเรานั่นแหละ..มีประโยชน์..แต่ไม่เด่น และถ้าหายไปจากฉากเราก็คงไม่สนใจและไม่รู้ตัว
เลยด้วยซ้ำ E-Class ไม่ใช่รถที่ขับแล้วสนุกแบบ BMW และไม่ใช่รถที่เงียบ นิ่ม ผ่อนคลาย
แบบสุดๆอย่าง Lexus ES300h แต่เป็นบางสิ่งที่อยู่ระหว่างกลาง และบวกสไตล์เข้าไป
เพื่อป้องกันความจืดชืดของชีวิตบ้างเท่านั้น ช่วงล่าง..ขนาดตั้งชื่อรุ่นว่ารุ่น AMG แล้วเวลา
วิ่งลงเนินจัมพ์คอสะพานทำไมตัวรถยังแกว่งในแนวระนาบได้อยู่ ไม่ได้เป็นแค่กับรถทดสอบ
ของเรานะครับ จุดนี้น่าจะยังปรับปรุงได้อีกแต่คงยากเพราะน้ำหนักชุดอุปกรณ์ไฮบริด
ที่ถ่วงอยู่นั่นเอง

อันดับที่ 4-Mazda 3 2.0S Saloon

มันเป็นรถบ้านที่ขับสนุก พวงมาลัยคมกว่าญี่ปุ่นเจ้าอื่น เครื่องและเกียร์SkyActiveสร้างอัตราเร่ง
ที่ดีกว่ารุ่นเก่าแบบคนละเรื่องจนสงสัยว่าถ้าใช้ล้อ215/45/17น่าจะเร่งได้ดีใกล้เคียงFocus 2.0
มากกว่านี้ เวลาเล่นManual shiftยิ่งสนุก ต้าบคันเร่งเป็นพุ่ง ภายในมีตำแหน่งการวางเบาะ
พวงมาลัย คันเร่งและการใช้งานสวิตช์ต่างๆที่คิดมาดี ไม่ละลานตาจนเวอร์  แอร์ไม่ใช่Dual Zone
Digitalแต่ใช้ง่าย จอHUD อยู่ในตำแหน่งที่กำลังดีแต่ในทางปฏิบัติจอความเร็วของCivicเห็นตัวเลข
ชัดเจนกว่าโดยไม่ต้องพึ่งพา HUD แสนกลใดๆ ข้อดีส่วนอื่นนั้นก็คล้ายกับที่ชมใน Mazda 3
2.0SP Hatchback แต่ตัวรถ 2.0S ราคา 974,000 บาทนี้จะไม่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่าง
ม่านถุงลมนิรภัยข้าง (น่าจะมีได้แล้วนะ) RVM และ City-Brake มาให้

ข้อเสียของรถคันนี้อยู่ที่พนักพิงศรีษะดันหัวมากไปนิดเดียว แต่ผมพบว่าตัวเบาะส่วน
อื่นดี สบาย กระนั้นความสบายเฉพาะตัวเบาะยังสู้ Altis ESport ไม่ได้ นอกจากนี้ สิ่งหนึ่ง
ที่รับไม่ได้แบบสุดๆเลยก็คือเสียงรบกวนที่ดังเข้ามามากจนเกินงาม นี่รถ C-Segment นะ
ไม่ใช่ Ecocar มันดีกว่า Lancer EX ก็จริง แต่นี่ปี 2014-2015 แล้ว รถเล็กอย่าง City
กับ Jazz ยังพัฒนาตัวเองในเรื่องนี้จนดีขึ้น รถเจ้าตลาดอย่าง Altis ก็ทำได้ดีขึ้น แล้ว Mazda
SkyActive ทำไม่ต้อง “ถีบ” เอาพวกวัสดุซับเสียงออกไปด้วย? และเรายังไม่ได้พูดถึงเรื่อง
พื้นที่ในห้องโดยสาร ซึ่งไม่เคยเป็นจุดเด่นของ Mazda 3 อยู่แล้ว ในรุ่นปัจจุบัน มันดูเหมือน
ว่าเฮดรูมจะดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพราะเบาะหลังต่ำลง นั่งไปสักพักก็ไม่สบายเข่าอยู่ดี
ปล. ในรถทั้งสองคันที่เรานำมาขับนั้น ไม่เจอไฟ Check Engine Error P0171 มาหลอกหลอน
แบบที่หลายท่านรวมทั้งคุณอุ้มรุ่นน้องผมเธอไปเจอมา…เราไม่ได้เอาเรื่องนี้มาคิดคะแนน
BestDrive แต่เราจะเตือนไว้ว่า Mazda 3 ก็ไม่ใช่รถที่ปราศจากปัญหา กรุณาลอง Google
เพิ่มเติมดูได้

อันดับที่ 3-Lexus ES300h

นี่คือรถที่พลิกโผมากที่สุดคันหนึ่งหากเทียบความรู้สึกมีในใจก่อน และหลังจากได้สัมผัสของจริง
มันคือรถที่ Lexus บอกว่า “เราไม่สนใจจะทำให้มันขับสนุก เราสนแค่เรื่องจะทำยังไงให้มัน
เป็นรถที่นั่งแล้วรู้สึก Relax ที่สุด” พวกเราไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่า Lexus จะถือเอาคำพูดนี้
เป็นจริงเป็นจังมาก เพราะ ES300h นั้นเป็นรถราคาต่ำกว่า 5 ล้านที่เก็บเสียงรบกวนภายนอก
ได้เงียบมาก ช่วงล่างก็นุ่มและสบายมาก สบายยิ่งกว่า E-Class เสียอีก ตัวเบาะนั่งดันหัว
แต่หมอนพิงหัวนั้นนุ่มสบายจนสามารถกดหัวไปกับพนักอิงแล้วได้ตำแหน่งที่พอดี เบาะก็นุ่มสบาย
หนังแท้บางส่วนนุ่ม หนังเทียมหุ้นหลังเบาะยังให้สัมผัสที่ดีด้วยซ้ำไป เรื่องคุณภาพวัสดุไม่ได้เป็น
รองรถหรูแบรนด์เยอรมันเลย ลูกเล่นภายในก็มีไม่น้อยโดยเฉพาะจอกลางขนาดใหญ่ เซ็ตค่าได้
มากมาย เครื่องเสียงไม่ใช่ยี่ห้อดัง แต่ให้เสียงที่กำลังดี การใช้งานทุกอย่าง แม้ต้องเรียนรู้ปุ่ม
ต่างๆบ้าง แต่สามารถเอื้อมถึงและใช้งานได้ง่าย มันเป็นรถที่คณะฑูตผู้เจรจาสันติภาพควร
มีเอาไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ให้คนที่จะมีเจรจาด้วยนั่งรถคันนี้จากที่พักมายังที่ประชุม
ผมคิดว่าสันติภาพในโลกนี้อาจเกิดได้ง่ายและบ่อยกว่าแต่ก่อน จะบอกอีกด้วยว่านับตั้งแต่
เปิดเว็บไซต์วันที่ 26 ก.พ. 2009 แล้วทดสอบรถมา 245 คัน นี่คือรถคันแรกที่ผม “อยาก และชอบ”
ที่จะเป็นผู้โดยสารมากกว่าคนขับ ไม่ว่าจะให้นั่งหน้า หรือหลัง

แล้วถ้าให้ผมขับมันล่ะ? ไอ้รถที่ Toyota บอกว่าไม่สนเรื่องความสนุกในการขับจะมีอะไรเหลือ?
คำตอบคือมี พวงมาลัยมันอาจไม่ได้เป๊ะแบบ BMW แต่ก็มีน้ำหนักถ่วงกลางดีพอสมควร ช่วงล่าง
ไม่ยวบเท่า Volvo S80 แต่ก็ยังมีอาการยุบตัวเวลาทิ้งโค้งหรือสลาลอมมากกว่า E300 แถมเวลา
จัมพ์ลงเนินเดียวกัน Lexus กลับไม่มีอาการแกว่งตัวแนวข้างอย่างที่พบใน Mercedes แม้ว่า
ท้ายสุดพอเอาไปลองยัดโค้งแรงๆ เยอรมันจะชนะญี่ปุ่น 1 ประตูต่อ 0 อยู่ดี อัตราเร่งไม่เลว
แต่ไอ้ที่ไม่ประทับใจคืออัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่แม้ว่ามอเตอร์ไฟฟ้าที่พลังสูงใช้งานได้
จริงจังกว่าของเบนซ์ แต่อัตราสิ้นเปลือง 17.5 ก.ม./ลิตรนั้น นอกจากจะสู้ “ไฮบริดมือใหม่”อย่าง
E300 ไม่ได้แล้ว ยังแพ้ BMW 520d รถดีเซลขวัญใจแท็กซี่โรงแรมเสียอีกด้วยซ้ำ นอกจากนี้ปุ่ม
บางปุ่มบนคอนโซล รู้สึกเหมือนถูกออกแบบมาลวกๆ ไม่เข้ากับรูปลักษณ์ของคอนโซลเท่าไหร่
และมือจับเปิดประตูภายในก็ดูธรรมดา ออกจะเหมือนรถบ้านราคาไม่ถึงล้านเสียด้วยซ้ำ เรา
พยายามแล้วที่จะหาเรื่องตำหนิมัน แต่ลงท้ายก็สามารถหาได้เท่าที่เขียนไปตามนี้จริงๆครับ

อันดับที่ 2-Honda Accord Hybrid TECH

ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า Accord Hybrid จะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้ แน่นอนว่าเรารู้ว่ามันน่าจะติด
Top Ten แต่ไม่คิดว่าจะทำได้ดีขนาดนี้ มันคือรถ D-Segment ประกอบในประเทศไทยที่
ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุด 20.52 ก.ม./ลิตร แต่ในขณะเดียวกันให้มีพละกำลังแรงจนทำให้
เรารู้สึกทึ่งที่ได้รู้ว่า ใน Accord Hybrid นั้น เครื่องยนต์มีหน้าที่เป็นตัวรอง แต่กำลังขับหลักนั้น
มาจากมอเตอร์ไฟฟ้า มันต้องเป็นมอเตอร์ที่ดูแลร่างกายมาดีราวกับอาร์โนลด์ ชวาร์ซเนกเกอร์
สมัยเขายังหนุ่มแน่ๆ และถ้าไม่นับเรื่องตัวเลขเหล่านี้ มันยังมีความน่าใช้ในอีกหลายด้าน
เช่นกล้องแสดงภาพมุมอับด้านซ้ายที่ใช้งานง่ายและได้ผลดีจริง มีเสียงเตือนคนภายนอกรถ
ขณะขับขี่ในโหมดไฟฟ้า มีระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาร์พร้อมระบบช่วยเบรกซึ่ง
ทำงานประสานกันกับระบบ Adaptive Cruise Control ได้ด้วย อุปกรณ์เหล่านี้ไม่มีในรถ
คู่แข่ง และระบบจอฉายรอบคันของ Teana นั้นก็ใช้งานได้แค่ที่ความเร็วต่ำๆเท่านั้น

ในพื้นฐานของความสบาย เบาะหน้านั้น เราให้คะแนนความสบายดีกว่า Teana เพราะ
พนักพิงศรีษะที่นุ่มและดันหัวน้อยกว่า ส่วนพื้นที่ด้านหลังนั้น ก็ชนะ Teana เช่นกัน และ
ถือว่ามีพื้นที่กับความสบายสูสีกับ Camry การเก็บเสียงก็ทำได้ดีพอๆกับ Teana และดีกว่า
Camry อย่างชัดเจน การออกแบบแผงหน้าปัดและตำแหน่งการติดตั้งสวิตช์กับจอต่างๆ
Honda คิดมาได้ลงตัว จอภาพใหญ่อยู่ใกล้ระดับสายตามากกว่า Teana และส่งผลให้
ไม่ต้องละสายตาจากถนนลงมามองมากเท่า ดังนั้นในวินาทีนี้ การที่Honda สามารถ
พัฒนารถ D-Segment ไฮบริดมาจนดีขนาดนี้ เราก็ยินดีมอบตำแหน่งที่ 2 ให้ไปนอนกอด
แล้วอย่าลืมชมแผนกวิศวกรกับ R&D ด้วยที่ช่วยเจียรไนเพชรที่ขุดมาจนมีความสวยงาม
น่าชื่นชมได้ถึงขนาดนี้ แต่ถ้าถามว่าแล้วข้อเสียล่ะ ไม่มีเลยหรือ? อันที่จริงมี และเป็นจุดอ่อน
ที่แพ้ Teana ด้วยซึ่งก็คือช่วงล่างและพวงมาลัย อย่างที่ทราบว่า Accord จะมีลักษณะช่วงล่าง
และการตอบสนองเหมือน Civic ที่ตัวโตและหนักขึ้นมากกว่าที่จะไปคล้ายรถยุโรป ในรุ่น
Hybrid นี้เราพบว่าหน้ารถค่อนข้างเบาโหวงทำให้เวลาขับที่ความเร็วสูงแล้วไม่มั่นใจ
เท่าที่ควร พวงมาลัยก็ยังเบาไปและไวไปสำหรับรถใหญ่ขนาดนี้ น่าจะปรับเพิ่มน้ำหนัก
หน่วงมือที่ช่วงความเร็ว 80 ก.ม./ช.ม.ขึ้นไปอีกสักหน่อย เสียงเครื่องยนต์เสียงมอเตอร์นั้น
ดังเหมือนจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมที่กินสเตียรอยด์เข้าไป มันหวีด แหลม ดัง และควรจะ
ถูกทำให้เงียบกว่านี้ ก็คงจะมีเพียงเรื่องเหล่านี้ บวกกับราคา 1,899,000 บาทที่ทำให้เรา
รู้สึกลังเลที่จะมอบคะแนนให้มันมากกว่านี้ หาก Accord รู้จักเซ็ตช่วงล่างให้ขับมั่นใจกว่านี้
ดีไม่ดี BestDrive ปีนี้อาจกลายเป็นของมันไปแล้ว

และนั่น..

ก็หมายความว่า..ผู้ชนะ BestDrive 2014 ของเราในปีนี้ ได้แก่..

ได้แก่…

ได้แก่…

โอ้ว..คุณปัญญาคะ ดิชั้นรู้สึกตื่นเต้นแทนผู้เข้าประกวดเหลือเกินค่ะ..(โว้ย!!พอ!!-J!MMY)

อันดับ 1-Mazda CX-5 2.5S

ก่อนที่จะเชิญผู้ชนะประกวดจากปีที่แล้วมาทำพิธีมอบมงกุฏและคฑา..ไม่ใช่ล่ะ..คนละงาน!

Mazda CX-5 2.5S ได้รับ Comment ต่างๆเหล่านี้จากกรรมการ
“มึงเอาตำแหน่งไปเลยเหอะ ยกให้ด้วยความเต็มใจ!”
“นี่มัน SUV พ่อบ้านหรือรถสปอร์ตซาลูนวะ ขับมันส์เหลือร้าย ประหยัดด้วย”
“PERFECTO!”

มันคือรถที่มอบสิ่งที่เหนือความคาดหมายตั้งแต่วินาทีแรกที่กระทืบคันเร่ง เครื่อง 2.5 ลิตร
SkyActive ให้แรงดึงออกตัวที่สะใจมาก มากจนเราเกิดคำถามว่าแล้วทำไมยังต้องจ่าย
เยอะๆเพื่อซื้อ CX-5 2.2D หรือยิ่งไปกว่านั้น..Subaru Forester Turbo! ไม่เชื่อลองดู
อัตราเร่ง 0-100 สิครับ ไวกว่าดาวลูกไก่ติดหอยเสียอีก ยิ่งในช่วงเร่งแซงนั้น 80-120
ใน 6.84 วินาทีนั้นอย่าว่าแต่เทียบกับ SUV พิกัดเดียวกันเลย มันสามารถไล่ๆรถอย่าง
Mercedes-Benz C250 Coupe AMG ได้เลยด้วยซ้ำ และความเร็วที่ว่านี้ก็เกิดจาก
เครื่องที่มีพลังไม่ว่าช่วงไหนเมื่อไหร่ เกียร์ที่ชาญฉลาด มีจังหวะกระตุกบ้างแต่ก็น้อยมาก
กดเท่าไหร่ไปเท่านั้น ทำตามสั่งพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป ในเกียร์โหมด Manual
ก็จะทำตัวเป็น Manual จริง คือลากรอบเลยขีดแดงก็กล่องตัด ไม่ชิฟท์เกียร์ขึ้นให้เอง
โดยพลการ

ความเร็วของ CX-5 2.5S มาพร้อมกับช่วงล่างและพวงมาลัยที่ปรับเซ็ตมาอย่างลงตัว
เรารู้สึกกล้าที่จะนำมันอัดเข้าโค้งตาม Mazda 3 Hatchback ตัวใหม่ที่พยายามจะโชว์ป๋า
อยู่ข้างหน้าด้วยสปีดที่เท่ากัน (แต่ไม่ได้จี้ท้าย) แล้วแชสซีส์กับช่วงล่างของ CX-5 ก็จะ
แค่ออกอาการหน้าดื้อนิดๆก่อนพาตัวรถยิงออกจากโค้งกดคันเร่งได้ไวไม่ต้องรอปลาย
โค้งเปิด..โอ้ว คุณปัญญาคะ ดิชั้นไม่แน่ใจแล้วค่ะว่าดิชั้นกำลังพูดถึงรถ SUV ครอบครัว
หรือรถสปอร์ตซาลูนกันแน่ มันเป็นสิ่งที่ต้องลอง ถึงจะรู้ และความมั่นใจนี้ก็มีความกระด้าง
เป็นข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อย แต่คุณยังสามารถเอาผู้ใหญ่นั่งเบาะหลังไปได้โดยที่
มันจะไม่ส่งอาการสะเทือนมากจนเกินไป อุปกรณ์ความปลอดภัย เทียบกับคู่แข่งในปี
2014 ก็ถือว่าไม่น้อยหน้าใคร ระบบ VSC ใช้การได้จริง แต่ด้วยตัวรถที่เซ็ตมาดีจึงไม่ค่อย
เข้ามายุ่ง..ยกเว้นว่าคนขับมันบ้า อุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นต่อการขับขี่ที่สบายก็ให้มา
ค่อนข้างครบถ้ามองคู่แข่งราคาใกล้เคียงกัน ราคาที่เปิดมา 1.44 ล้านกับสิ่งที่ได้
เรารู้สึกเหมือนซื้อ SUV สไตล์ประมาณ Honda CR-V แต่ได้สปอร์ตซาลูนช่วงล่างมั่นๆ
แฝงมาในร่างเดียวกัน สำหรับคนที่ทั้งชีวิตเคยขับแต่รถซิ่ง แล้วสุดท้ายต้องมาขับรถ
คันเดียวทำทุกอย่าง ส่งภรรยาทำงาน ส่งลูกไปเรียน และยังต้องการรถขับสนุกในงบ
ที่ไม่ต้องจ่ายหลายล้าน CX-5 2.5S คือคำตอบหนึ่งเดียวแบบไม่ต้องสงสัย

แต่ถ้าจะให้เราพูดถึงมันในทุกด้าน CX-5 2.5S ก็ไม่ใช่รถที่ดีไปเสียหมด และประเด็นนี้
อาจมีความสำคัญกับอีกหลายคนที่ไม่ได้ใส่ใจความสนุกในการขับ ถ้าตัดเรื่องสมรรถนะ
เรื่องความมั่นใจในการขับ ระบบเบรก ความปลอดภัย..อัตราสิ้นเปลือง..ช่วงล่าง..
(เอ..มันก็ตัดหลายเรื่องอยู่นะ) ก็จะเหลือเรื่อง

1. การเก็บเสียง บอกแล้วว่า SkyActive นี่ถีบเอาวัสดุซับเสียงออกไปหรือไง ทำไมถึง
ไม่ลองคิดบ้างว่าคนที่ขับ SUV และชอบทรงของ Mazda นั้นก็มีคนที่อยากได้ห้องโดยสาร
ที่เงียบกว่านี้บ้างเหมือนกัน
2. ภายใน ถ้าไม่นับเรื่องการมีอุปกรณ์ครบครัน มองในแง่ของดีไซน์และวัสดุจริงๆแล้ว
มันไม่ได้ยอดเยี่ยมกินขาด CR-V ขนาดนั้น ถ้าเราถอดคำว่ารถตลาดกับรถอินดี้ออกจาก
หัวแล้วสังเกตดูดีๆ Honda ตัว 2.4 ก็ไม่ได้เลวร้าย การประกอบบางส่วนของ CX-5 ยัง
ตลกโดยเฉพาะพลาสติกครอบตรงคันเกียร์ที่ขยับไปมาได้เกินงาม..ถ้าอยู่ในรถราคา
5-7 แสนนี่พอคุยกันได้ แต่ในรถ 1.44 ล้าน มันก็อีกเรื่อง
3. การเข้าออกรถประตูหลัง แม้จะมีขนาดใหญ่แต่ก็ยังเข้าออกไม่สบายเท่ารถเล็กกว่า
อย่าง Subaru XV และแน่นอนว่าไม่สบายเท่า CR-V แม้ว่าปกติเรามักจะไม่ค่อยยุ่ง
กับเบาะหลัง แต่ในฐานะที่เป็น SUV ก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้เช่นเดียวกัน
4. เบาะนั่งหลัง แม้จะมีวิธีการพับที่ดี แต่ตัวเบาะนั้นยังเป็นจุดอ่อนอยู่ มันมีเนื้อที่วางขา
น้อยกว่า CR-V และมีพนักพิงหลังที่แข็งทำให้เวลานั่งแล้วเหมือนไม้กระดาน จะมีคน
นั่งหลังหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่อง แต่จะบอกไว้ให้รู้ว่ามันคือจุดที่ทอนคะแนนของ CX-5
ลงมา

Previous Post

N1810002 งแรกท เด กผ หญ งทำหล งเก ดใหม อแอบหย บม อถ อของพ อแล วส งข อความ part2

Next Post

N1810008 องแบ งสมบ นแต องชายกล บไม เอาบ านท นท จะถ กเวนค part2

Next Post
N1810008 องแบ งสมบ นแต องชายกล บไม เอาบ านท นท จะถ กเวนค part2

N1810008 องแบ งสมบ นแต องชายกล บไม เอาบ านท นท จะถ กเวนค part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.