
เจาะลึกสมรภูมิ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์: บทวิเคราะห์จากจุดเปลี่ยนปี 66 สู่เทรนด์การลงทุนปี 2026 ใครคือผู้รอดที่แท้จริง?
ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในแวดวง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวัฏจักรขึ้นลงของตลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าช่วงรอยต่อระหว่างปี 2566 ถึงปัจจุบัน ถือเป็น “บททดสอบสุดหิน” ที่คัดกรองตัวจริงออกจากสนามได้อย่างชัดเจนที่สุด
หากเราย้อนกลับไปมองข้อมูลรากฐานจากปี 2566 ซึ่งถือเป็นปีแห่งความผิดหวังและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เราจะพบร่องรอยของกลยุทธ์ที่นำไปสู่ความสำเร็จและความล้มเหลว ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงเทรนด์อสังหาฯ ในปี 2026 นี้ บทความนี้ผมจะพาเจาะลึกข้อมูลเชิงสถิติจาก 41 บริษัทจดทะเบียน เพื่อถอดรหัสว่าใครคือ “ของจริง” ในยุคที่ดอกเบี้ยผันผวนและหนี้ครัวเรือนกดดันตลาด พร้อมชี้เป้าโอกาส การลงทุนอสังหา ที่คุณไม่ควรพลาด
ภาพรวมตลาด: เมื่อพายุเศรษฐกิจซัดกระหน่ำ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ปี 2566 ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปีแห่งการ Take off หรือการทะยานขึ้นของกราฟธุรกิจ สืบเนื่องจาก Momentum ที่ดีในปี 2565 แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเราอย่างจัง เมื่อตลาดเข้าสู่ภาวะ “ชะลอตัวแบบลากยาว” (Stagnation) ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ลามไปจนถึงไตรมาส 4 ที่ปกติจะเป็นช่วง High Season ของการโอนกรรมสิทธิ์ แต่กลับเงียบเหงาจนน่าใจหาย
จากข้อมูลของ Property Mentor ที่รวบรวมผลประกอบการของ 41 บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบตัวเลขที่น่าสนใจคือ รายได้รวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 371,560 ล้านบาท ซึ่งลดลง -1.2% เมื่อเทียบกับปี 2565 (376,141 ล้านบาท) ตัวเลข -1.2% อาจดูเหมือนน้อย แต่ในโลกของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีมูลค่ามหาศาล นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง เพราะมีถึง 25 บริษัทจาก 41 บริษัทที่รายได้ลดลง!
แรงกดดันนี้ไม่ได้เกิดจากฝั่ง Supply อย่างเดียว แต่มาจากฝั่ง Demand ที่ถูกกระทบจาก สินเชื่อบ้าน ที่เข้มงวดขึ้น (Rejection Rate พุ่งสูง) และกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายรายต้องปรับพอร์ตการลงทุนอย่างเร่งด่วน
ใครเจ็บหนัก? เจาะลึกบริษัทที่รายได้หายวูบ
ในสมรภูมินี้ มีผู้ที่ได้รับบาดแผลฉกรรจ์ กลุ่มบริษัทที่มีรายได้ติดลบมากกว่า 20% ขึ้นไป ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการปรับตัว:
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN): รายได้หายไปกว่า -28% สะท้อนถึงความท้าทายในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์และการเจาะตลาดกลุ่มใหม่
อีสเทอร์น สตาร์ และ คันทรี่ กรุ๊ป: ติดลบในระดับ -28% เช่นกัน
ไรมอน แลนด์ (RML): ผู้นำตลาดลักชัวรี่ที่ต้องเผชิญความท้าทาย ติดลบไป -26%
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ และ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์: ติดลบ -23% และ -22% ตามลำดับ
แม้แต่พี่ใหญ่อย่าง แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ก็ยังสะดุดขาตัวเองด้วยรายได้รวมที่ลดลงถึง 18% สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่า ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป การยึดติดกับโมเดลเดิมๆ อาจไม่ใช่คำตอบ ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์ใหญ่แค่ไหนก็ตาม
บัลลังก์รายได้รวม: สงครามระหว่าง แสนสิริ และ เอพี
ท่ามกลางวิกฤต ยังมีผู้ที่สามารถกอบโกยรายได้ได้อย่างน่าทึ่ง การแข่งขันชิงแชมป์รายได้รวมปี 2566 คือหนังม้วนยาวที่ต้องดูกันตาไม่กระพริบ
แสนสิริ (SIRI): คว้าแชมป์ไปด้วยรายได้รวม 39,082 ล้านบาท เติบโตถึง 12% กลยุทธ์การรุกตลาดลักชัวรี่และการทำแบรนด์ดิ้งที่แข็งแกร่ง (Strong Brand Equity) ทำให้แสนสิริยังคงเป็นเบอร์หนึ่งในใจคนเมืองและนักลงทุนรุ่นใหม่
เอพี ไทยแลนด์ (AP): ตามมาติดๆ แบบหายใจรดต้นคอที่ 38,399 ล้านบาท พลาดแชมป์ไปเพียงเฉียดฉิว แต่ความแข็งแกร่งของ AP คือพอร์ตโฟลิโอที่กระจายความเสี่ยงได้ดีเยี่ยม ทั้งแนวราบและแนวสูง
ศุภาลัย (SPALI): ยืนระยะในอันดับ 3 ด้วยรายได้ 31,818 ล้านบาท แม้จะลดลง -10% แต่ด้วยโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำและการบริหารงานแบบอนุรักษ์นิยม ทำให้ศุภาลัยยังคงเป็นหุ้นที่ปลอดภัยในสายตานักลงทุน
ส่วนอันดับอื่นๆ ใน Top 10 ได้แก่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (30,170 ลบ.), พฤกษา โฮลดิ้ง (26,132 ลบ.), เอสซี แอสเสท (24,487 ลบ.) และรายอื่นๆ ที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่เล็กลง
วัดกันที่ “ยอดขาย” เนื้อๆ: เอพี (AP) ทวงคืนบัลลังก์
ถ้าเราตัดรายได้พิเศษอื่นๆ ออก แล้ววัดกันที่ “รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์” (Revenue from Sales) เพียวๆ ภาพการแข่งขันจะเปลี่ยนไปทันที เพราะนี่คือตัวชี้วัดความสามารถในการระบายสต็อก (Inventory) และความนิยมในตัวโปรดักต์จริงๆ
รายได้จากการขายรวมของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 268,460 ล้านบาท ลดลง -11% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ยืนยันว่า กำลังซื้อ ในภาคอสังหาฯ หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ชนะในเกมยอดขาย:
อันดับ 1 เอพี (ไทยแลนด์): พลิกกลับมาเป็นผู้นำด้วยยอดขาย 36,927 ล้านบาท เอาชนะแสนสิริได้สำเร็จ สิ่งนี้พิสูจน์ว่าโปรดักต์ “บ้านกลางเมือง” และทาวน์โฮมของ AP ยังคงตอบโจทย์ Real Demand หรือผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงได้อย่างแม่นยำ
อันดับ 2 แสนสิริ: ตามมาที่ 32,829 ล้านบาท แต่ที่น่าสนใจคือ แสนสิริ เป็นหนึ่งในไม่กี่รายที่ยอดขาย เติบโต ขึ้น 7% ท่ามกลางตลาดสีแดงเดือด
อันดับ 3 ศุภาลัย: 30,836 ล้านบาท รักษาฐานลูกค้าต่างจังหวัดและกลุ่ม Value-for-money ได้อย่างเหนียวแน่น
อันดับ 4 เอสซี แอสเสท (SC): ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยยอดขาย 23,370 ล้านบาท เติบโตถึง 13% สะท้อนความสำเร็จของแบรนด์บ้านหรูอย่าง “บางกอก บูเลอวาร์ด” ที่เจาะกลุ่ม Wealth ได้ตรงจุด
Case Study ที่น่าตกใจ:
แลนด์แอนด์เฮ้าส์ รายได้จากการขายลดลงถึง -38% หล่นไปอยู่อันดับ 6 ในตารางยอดขาย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพอร์ตสินค้าแนวราบระดับบนอาจเผชิญภาวะอิ่มตัว หรือเจอกับคู่แข่งที่ Fresh กว่าอย่าง SC Asset และ Sansiri เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่ง
ดาวรุ่งพุ่งแรง: เซ็นทรัลพัฒนา (CPN)
ม้ามืดที่ต้องจับตามองคือ เซ็นทรัลพัฒนา ที่กระโดดจากธุรกิจรีเทลลงมาเล่นในสนามที่อยู่อาศัยอย่างเต็มตัว ในปี 2566 CPN ทำรายได้จากการขายไป 5,835 ล้านบาท เติบโตพุ่งทะยานถึง 103%
กลยุทธ์ “Mixed-use Development” ที่นำโครงการที่อยู่อาศัยไปแปะติดกับห้างสรรพสินค้า เป็น Killer Feature ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย (Convenience) ซึ่งนี่คือเทรนด์หลักของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2026 ที่ Location อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเป็น “Ecosystem” ของการใช้ชีวิต
กำไรสุทธิ (Net Profit): ความจริงที่เจ็บปวดและหอมหวาน
ท้ายที่สุด ธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ว่าใครขายได้เยอะที่สุด แต่วัดกันที่ “เหลือเงินเข้ากระเป๋าเท่าไหร่” กำไรสุทธิรวมของทั้ง 41 บริษัทอยู่ที่ 44,165 ล้านบาท ลดลง -11% และมีถึง 12 บริษัทที่ประสบภาวะขาดทุน
แชมป์กำไรสุทธิ: แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (7,495 ล้านบาท)
แม้รายได้จากการขายจะตก แต่ LH แสดงความเป็น “เสือนอนกิน” ด้วยการบริหารพอร์ตการลงทุนที่ชาญฉลาด กำไรส่วนใหญ่ในปีนี้มาจากการขายโรงแรม 2 แห่งเข้ากองทุน REIT ฟันกำไรพิเศษไปกว่า 2,500 ล้านบาท นี่คือตัวอย่างของการ Diversify หรือการกระจายความเสี่ยงที่นักลงทุนควรศึกษา
รองแชมป์:
ศุภาลัย: 6,083 ล้านบาท (เน้นบริหารต้นทุนเก่ง Margin สูง)
เอพี ไทยแลนด์: 6,054 ล้านบาท (เน้น Volume และการหมุนรอบเร็ว)
แสนสิริ: 5,846 ล้านบาท (เติบโตสูงสุดถึง 42% จากการบริหาร Expense ที่ดีขึ้น)
วิเคราะห์เจาะลึก: จากบทเรียนปี 66 สู่ทิศทางตลาดปี 2026
จากการวิเคราะห์ข้อมูลข้างต้น ผนวกกับประสบการณ์กว่า 10 ปีในวงการ ผมมองเห็นเทรนด์ที่จะกำหนดชะตาของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2026 ดังนี้:
สงคราม “บ้านหรู” และ Niche Market
ตลาดแมส (Mass Market) หรือกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ยังคงน่าเป็นห่วงจากปัญหา หนี้ครัวเรือน และการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ของธนาคาร Developer จะหันไปโฟกัสตลาดบน (Luxury Segment) และตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น Pet-friendly Condo หรือ Wellness Residence มากขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงและไม่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยมากนัก
การล้มหายตายจากของรายย่อย
ตัวเลขขาดทุนของบริษัทขนาดเล็ก-กลาง ชี้ให้เห็นว่า “Economy of Scale” มีผลมหาศาล รายใหญ่จะยิ่งใหญ่ขึ้น (Market Consolidation) กินรวบส่วนแบ่งตลาด ส่วนรายย่อยต้องหาจุดยืนที่แตกต่างจริงๆ ถึงจะรอด หรืออาจต้องพึ่งพาการร่วมทุน (Joint Venture) กับต่างชาติ
ทำเลทองแห่งใหม่และการมาของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ
การขยายตัวของเมือง (Urbanization) ตามแนวรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยบวก แต่ผู้ซื้อจะฉลาดเลือกมากขึ้น ไม่ใช่แค่ “ติดรถไฟฟ้า” แต่ต้อง “มีไลฟ์สไตล์” การเลือกซื้อ คอนโดมิเนียม เพื่อการลงทุนต้องดูเรื่อง Yield และ Capital Gain ให้ละเอียดกว่าเดิม
ดอกเบี้ยและการรีไฟแนนซ์ (Refinance)
ในยุคที่ดอกเบี้ยยังคงทรงตัวในระดับสูง การบริหารจัดการหนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผู้บริโภคจะมองหาโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำ และการ รีไฟแนนซ์บ้าน จะกลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่สถาบันการเงินและ Developer ต้องนำมาเล่นเพื่อดึงดูดลูกค้า
สรุป: ใครคือผู้ชนะตัวจริง?
หากดูจากผลประกอบการ เอพี (ไทยแลนด์) และ แสนสิริ คือผู้ชนะในเชิงของการเติบโตและการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ในขณะที่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ ศุภาลัย คือผู้ชนะในเกมการเงินและการรักษากำไร
สำหรับผู้บริโภคและนักลงทุน ปีนี้และปีต่อๆ ไป คือช่วงเวลาของ “Buyer’s Market” หรือตลาดของผู้ซื้อ อำนาจการต่อรองอยู่ในมือคุณ หากคุณมีความพร้อมทางการเงิน นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการมองหา บ้านหลุดดาวน์ หรือโครงการที่จัดโปรโมชั่นระบายสต็อก เพื่อครอบครองสินทรัพย์ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
อนาคตของ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่ ยุคที่ “คุณภาพ” สำคัญกว่า “ปริมาณ” และ “นวัตกรรม” สำคัญกว่า “ทำเล”
คุณพร้อมหรือยังที่จะก้าวทันความเปลี่ยนแปลงนี้? หากคุณกำลังมองหาที่ปรึกษาด้านการลงทุนอสังหาฯ หรือต้องการวิเคราะห์เจาะลึกทำเลศักยภาพเพื่อการอยู่อาศัยและการเก็งกำไร อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
คลิกที่นี่เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และอัปเดตข่าวสารอสังหาฯ ระดับ Exclusive ก่อนใคร!