
เปิดโผผู้นำตลาดพรีเมียมปี 2024: BMW ยึดบัลลังก์ ทิ้งห่าง Mercedes-Benz 2,925 คัน
กรุงเทพมหานคร – 6 มกราคม 2025 – ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาครองความเป็นผู้นำของ BMW ที่สามารถทำยอดจดทะเบียนทิ้งห่างคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Mercedes-Benz ไปได้ถึง 2,925 คัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ห่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงทิศทางใหม่ของตลาดในปี 2025
ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก เผยให้เห็นภาพรวมยอดจดทะเบียนรถยนต์พรีเมียม 8 แบรนด์หลักในกลุ่ม Mass Premium ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche, Audi, MINI, Lexus และ TESLA ซึ่งตลอดทั้งปี 2024 มียอดจดทะเบียนรวมกันทั้งสิ้น 34,540 คัน
BMW ผงาดครองแชมป์ปี 2024 ด้วยยอดจดทะเบียน 12,208 คัน
ผลประกอบการล่าสุดแสดงให้เห็นว่า BMW สามารถก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งผู้นำตลาดได้อย่างสวยงาม ด้วยยอดจดทะเบียนสูงถึง 12,208 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 35.3% ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งตลาดที่สูงที่สุดในบรรดาแบรนด์รถยนต์พรีเมียมทั้งหมด การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงใจผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม
Mercedes-Benz รั้งอันดับ 2 กับยอดจดทะเบียน 9,283 คัน
ด้าน Mercedes-Benz ซึ่งครองตำแหน่งผู้นำตลาดมาอย่างยาวนาน แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น แต่ก็ยังคงรักษาตำแหน่งในอันดับที่ 2 ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดจดทะเบียน 9,283 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 26.9% แม้จะตามหลัง BMW อยู่พอสมควร แต่ Mercedes-Benz ก็ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย และมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
TESLA รุกตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง ยึดอันดับ 3 ด้วยยอดจดทะเบียน 4,120 คัน
สำหรับ TESLA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ในตลาดไทยอย่างแท้จริง ด้วยยอดจดทะเบียน 4,120 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 11.9% การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TESLA ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และการที่ผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น
Volvo รักษาตำแหน่งในตลาด ด้วยยอดจดทะเบียน 3,741 คัน
Volvo ยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจดทะเบียน 3,741 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10.8% จุดแข็งของ Volvo ในตลาดไทยอยู่ที่ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ของคนไทยยุคใหม่
Porsche และ MINI กับการเติบโตที่น่าจับตามอง
Porsche สามารถทำยอดจดทะเบียนได้ถึง 1,705 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.9% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงในตลาดไทย ส่วน MINI ก็มีการเติบโตที่น่าสนใจ ด้วยยอดจดทะเบียน 1,451 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 4.2% โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในราคาที่เข้าถึงง่าย ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค
Lexus และ Audi กับฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง
Lexus ยังคงรักษาฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ด้วยยอดจดทะเบียน 1,123 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 3.3% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีความหรูหรา ความสบาย และความน่าเชื่อถือ ในขณะที่ Audi มีส่วนแบ่งตลาด 2.6% จากยอดจดทะเบียน 909 คัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปในตลาดไทย
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ: ตลาดรถยนต์พรีเมียมปี 2024 เทียบกับ 2023
เมื่อนำยอดจดทะเบียนปี 2024 มาเปรียบเทียบกับปี 2023 ที่มียอดรวม 44,274 คัน จะพบว่าตลาดรถยนต์พรีเมียมในปี 2024 มียอดจดทะเบียนลดลง 9,734 คัน หรือคิดเป็นการลดลงถึง -22.6% ซึ่งถือเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สาเหตุหลักของการลดลงนี้ มาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้รถยนต์ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด
Lexus และ MINI กับการเติบโตสวนกระแส
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ภาพรวมตลาดลดลง กลับมีบางแบรนด์ที่สามารถทำยอดจดทะเบียนเติบโตได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lexus ที่มีการเติบโตสูงสุดถึง +48.5% สาเหตุหลักมาจากความสำเร็จของรถตู้ Luxury MPV อย่าง Lexus LM ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดไทย รวมถึงรุ่นอื่นๆ ที่มีการปรับปรุงให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
อีกแบรนด์ที่มีการเติบโตที่น่าสนใจคือ MINI ที่มีการเติบโตถึง +7.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นล่าสุดในราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้ามายังแบรนด์ได้มากขึ้น
ส่วน Volvo ก็ยังคงมีการเติบโตเล็กน้อยที่ +1.4% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์ และการแนะนำรุ่นรถยนต์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ตลาด
แบรนด์ที่เหลือเผชิญความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งตลาด
สำหรับแบรนด์อื่นๆ ในตลาด ทั้ง BMW, Mercedes-Benz, Porsche, Audi และ TESLA แม้จะยังคงเป็นผู้นำในตลาด แต่ก็เผชิญกับความท้าทายในการรักษาส่วนแบ่งตลาด เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
5 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2024: เมื่อความหรูหราก้าวข้ามจินตนาการ
นอกจากตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยแล้ว การสำรวจตลาดรถยนต์ระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ทั่วโลก ก็เผยให้เห็นถึงความหรูหราที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของจินตนาการ โดย 5 อันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2024 ได้แก่:
อันดับ 5: Bugatti Divo – ราคา 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 219 ล้านบาท)
Bugatti Divo ได้รับการตั้งชื่อตามนักแข่งชาวฝรั่งเศส Albert Divo ซึ่งเป็นผู้ชนะการแข่งขัน Targa Florio ถึง 2 สมัยในปี 1928 และ 1929 โดยที่ Bugatti Divo ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียงแค่ 40 คันเท่านั้น ซึ่งทำให้รถคันนี้มีความพิเศษและหายากอย่างยิ่ง
การออกแบบของ Bugatti Divo ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bugatti Chiron โดยเน้นที่การลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิก ทำให้รถคันนี้มีความคล่องตัวและสมรรถนะที่เหนือกว่า Chiron ในหลายๆ ด้าน
การออกแบบและเทคโนโลยี:
Bugatti Divo โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเกือกม้าขนาดใหญ่ตามแบบฉบับของ Bugatti พร้อมช่องดักอากาศที่กว้างขึ้น และช่องดักอากาศ NACA Duct บริเวณหลังคา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศไปยังห้องเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้มีแรงกดอากาศเพิ่มขึ้น 90% ในขณะที่น้ำหนักเบาลง 35 กิโลกรัม ทำให้สามารถทำความเร็วในช่วงจังหวะเข้าโค้งได้ดีกว่า Bugatti Chiron
ภายในห้องโดยสาร Bugatti Divo ยังคงความหรูหราและสปอร์ตด้วยเบาะหนัง Alcantara ทรงสปอร์ตสีทูโทน ที่สอดรับกับ