
ยอดจดทะเบียนรถยนต์พรีเมียม 8 แบรนด์ ปี 2025: ตลาดคึกคัก สะเทือนบัลลังก์ผู้นำ
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา วงการรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายได้หันมาใช้ตัวเลขยอดจดทะเบียนรถยนต์เป็นเกณฑ์หลักในการวัดความสำเร็จ แทนที่ยอดขายที่เคยใช้เป็นตัวชี้วัดในอดีต การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างระยะเวลาการส่งมอบรถและการจดทะเบียนจริง ซึ่งส่งผลต่อความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ตลาด
บทสรุปยอดจดทะเบียนรถยนต์พรีเมียม ปี 2025
ในปี 2025 ตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยแสดงสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีแบรนด์หลัก 8 แบรนด์ ได้แก่ BMW, Mercedes-Benz, Volvo, Porsche, Audi, MINI, Lexus และ TESLA ทำยอดจดทะเบียนรวมกันได้ถึง 38,250 คัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ระดับสูงที่กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังจากการชะลอตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
BMW ครองแชมป์ปี 2025: ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 3.5%
BMW ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยยอดจดทะเบียน 13,520 คัน และส่วนแบ่งตลาด 35.3% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม หรือกลยุทธ์ทางการตลาด
Mercedes-Benz ตามติดในอันดับ 2 ด้วยยอดจดทะเบียน 10,480 คัน และส่วนแบ่งตลาด 27.4% แม้จะยังคงเป็นอันดับ 2 แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด
TESLA ยืนหยัดในอันดับ 3 ด้วยยอดจดทะเบียน 4,820 คัน และส่วนแบ่งตลาด 12.6% ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
Volvo รักษาตำแหน่งในอันดับ 4 ด้วยยอดจดทะเบียน 4,120 คัน และส่วนแบ่งตลาด 10.8% แสดงถึงความนิยมที่ต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและนวัตกรรม
Porsche ครองใจสปอร์ตคาร์ ด้วยยอดจดทะเบียน 1,820 คัน และส่วนแบ่งตลาด 4.8% ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สมรรถนะสูง
MINI ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ด้วยยอดจดทะเบียน 1,520 คัน และส่วนแบ่งตลาด 4.0% ตอกย้ำความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่
Lexus ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดที่ 3.3% โดยมียอดจดทะเบียน 1,260 คัน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในกลุ่ม Luxury MPV
Audi แม้จะมีส่วนแบ่งตลาด 2.6% แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเติบโตในตลาด ด้วยยอดจดทะเบียน 990 คัน
เปรียบเทียบภาพรวมตลาดปี 2025 กับปี 2024
เมื่อเปรียบเทียบยอดจดทะเบียนรถยนต์พรีเมียม 8 แบรนด์ในปี 2025 กับปี 2024 พบว่าตลาดมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมียอดจดทะเบียนรวมเพิ่มขึ้น 3,710 คัน หรือคิดเป็นการเติบโต 10.7% แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่กลับคืนสู่ตลาด และความต้องการรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง
แบรนด์ที่เติบโตโดดเด่นในปี 2025
BMW แสดงการเติบโตที่แข็งแกร่ง ด้วยยอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้น +10.7% ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาด
TESLA ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้น +17.0% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
Porsche แสดงการเติบโตที่น่าประทับใจ +6.7% ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง
MINI ยังคงเติบโต +4.8% แสดงให้เห็นถึงความนิยมในกลุ่มลูกค้า
Volvo แสดงการเติบโต +10.2% ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาด
Lexus แสดงการเติบโต +12.2% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Luxury MPV
Audi แสดงการเติบโต +8.9% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของตลาด
Mercedes-Benz แม้จะมีการเติบโต +13.0% แต่ก็ยังคงเป็นอันดับ 2 ในตลาด
ห้าอันดับรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลกปี 2025: ความหรูหราที่เหนือจินตนาการ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความหรูหราและความพิเศษ รถยนต์ซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์จากแบรนด์ระดับโลกยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีราคาที่สูงจนเกินจินตนาการ แต่ก็ยังคงมีผู้ที่พร้อมทุ่มเทเพื่อครอบครองสมบัติเหล่านี้
อันดับ 5: Bugatti Divo – ราคา 6.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 222,400,000 ล้านบาท
Bugatti Divo รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ที่ตั้งชื่อตามนักแข่งชาวฝรั่งเศส Albert Divo ผู้ชนะการแข่งขัน Targa Florio ถึง 2 สมัยในปี 1928 และ 1929 ผลิตออกมาจำนวนจำกัดเพียง 40 คันทั่วโลก โครงสร้างได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก Bugatti Chiron โดยมีการปรับปรุงเรื่องน้ำหนักและแอโรไดนามิกให้ดียิ่งขึ้น
การออกแบบของ Bugatti Divo โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงเกือกม้าขนาดใหญ่ สัญลักษณ์เฉพาะของ Bugatti พร้อมช่องดักอากาศที่กว้างขวางและช่องดักอากาศ NACA Duct บนหลังคา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศไปยังห้องเครื่องยนต์ ทำให้มีแรงกดอากาศเพิ่มขึ้น 90% และมีน้ำหนักเบาลง 35 กิโลกรัม ส่งผลให้สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Bugatti ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และหนัง Alcantara สีทูโทน เบาะนั่งทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ Bugatti
ขุมพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 ตัว ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7 สปีด ขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 2.4 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 380 กม./ชม.
อันดับ 4: Mercedes-Maybach Exelero – ราคา 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 278,000,000 ล้านบาท
Mercedes-Maybach Exelero รถยนต์ไฮเปอร์คาร์หรูที่ผลิตขึ้นเพียงคันเดียวในโลก เกิดจากการร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ Fulda บริษัทยางในเครือ Goodyear ใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ Mercedes-Benz S 57 แต่มีการปรับแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ทั้งหมดเพื่อยกระดับความหรูหรา
การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงฟันหนูขนาดใหญ่ และไฟหน้าทรงกลมที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก ด้านท้ายมีดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวคล้ายกับรถ Batman ยิ่งเพิ่มความดุดันและลึกลับ
ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุที่หรูหราที่สุดเท่าที่จะหาได้ มีการใช้ไม้เนื้อดีแซมในบางส่วน ส่วนใหญ่เป็นหนัง Nappa คุณภาพสูง และคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะนั่งทรงสปอร์ตสีดำเดินด้ายแดงตัดกันอย่างลงตัว มาพร้อมระบบเสียง Burmester High-End Surround Sound คุณภาพสูง
ขุมพลังขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 5.9 ลิตร เทอร์วินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 690 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 351.45 กม./ชม.
อันดับ 3: Bugatti Centodieci – ราคา 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 313,200,000 ล้านบาท
Bugatti Centodieci รถยนต์ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ ผลิตขึ้นเพื่อ