• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0212002 Ep3 คำส ญญาของซ โอท จะรอแฟนสาวกลายเป นเร องตลกเม อเขาแนะนำค หม นของเขา part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0212002 Ep3 คำส ญญาของซ โอท จะรอแฟนสาวกลายเป นเร องตลกเม อเขาแนะนำค หม นของเขา part2

ในโลกยานยนต์ปี 2025 แบรนด์ Mercedes-Benz ยังคงยืนหยัดเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา นวัตกรรม และสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบเคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทยที่เต็มไปด้วยพลวัตและความต้องการที่หลากหลาย จากประสบการณ์ในวงการรถยนต์กว่าทศวรรษ ผมเห็นถึงความมุ่งมั่นของ Mercedes-Benz ในการนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหารถยนต์ขนาดกะทัดรัดคล่องตัวสำหรับชีวิตในเมือง ผู้บริหารที่ต้องการความภูมิฐานและเทคโนโลยีล้ำสมัย ไปจนถึงผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจเส้นทางและไฮไลต์สำคัญของ Mercedes-Benz ในประเทศไทยในปี 2025 ซึ่งยังคงเป็นผู้นำตลาดรถหรูอย่างแท้จริง

การเข้าถึงความหรูหราที่ง่ายขึ้น: Mercedes-Benz A-Class และ GLA เจาะตลาดคนเมือง

Mercedes-Benz A-Class (รหัส V177) ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัว และในปี 2025 นี้ก็ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์พรีเมียม ด้วยเวอร์ชันประกอบในประเทศไทย ทำให้ A 200 ทั้งรุ่น Progressive และ AMG Dynamic มีราคาที่น่าสนใจยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของความเป็น Mercedes-Benz ได้อย่างครบถ้วน

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ดึงดูดสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille พร้อมเส้นเดี่ยวแนวนอนและตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอันโดดเด่น ไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบางทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวันคล้ายคบเพลิง เพิ่มความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอย 18 นิ้วแบบ 5 ก้านคู่ ส่วนภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยพวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa และเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre พร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับเบาะผู้ขับข สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือแผงหน้าปัด Dual Screen Cockpit ที่ประกอบด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว 2 จอ มอบประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัยและเหนือระดับ

สำหรับรุ่น A 200 Progressive นั้น แม้จะลดทอนความสปอร์ตลงเล็กน้อยด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว แต่ยังคงรักษาความเรียบหรูและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันไว้ หน้าจอ Dual Screen Cockpit ในรุ่นนี้เป็นขนาด 7 นิ้วสำหรับมาตรวัดและ 10.25 นิ้วสำหรับจอสัมผัส infotainment ซึ่งยังคงมอบความสะดวกสบายและข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

หัวใจสำคัญของ A-Class คือระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ใช้งานง่าย จดจำพฤติกรรมผู้ใช้งาน และทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ทำให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ “Hey, Mercedes” การนำทาง หรือฟังก์ชันด้านความปลอดภัยอย่างระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน Mercedes-Benz emergency call system รวมถึงการตรวจสอบสถานะรถและการจัดการบำรุงรักษาผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เหนือกว่ารถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน

ขุมพลังของ A-Class สำหรับตลาดไทยคือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ที่ให้กำลัง 163 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT มอบความคล่องตัวและประหยัดน้ำมันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยยังได้รับการอัปเกรดด้วย Active Brake Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงการชน และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง ทำให้ A-Class เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับชีวิตคนเมืองที่ต้องการรถยนต์พรีเมียมที่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันและดีไซน์

คู่ขนานกันมาคือ Mercedes-Benz GLA (H247) ซึ่งในปี 2025 ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการปฏิวัติรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด โดย GLA เจนเนอเรชั่นที่สองนี้ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้างเพื่อเน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์อย่างแท้จริง แม้ขนาดความยาวและกว้างจะลดลงเล็กน้อย แต่ความสูงและฐานล้อที่เพิ่มขึ้นถึง 104 มิลลิเมตร และ 28 มิลลิเมตร ตามลำดับ ทำให้ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและนั่งสบายยิ่งขึ้น เบาะหน้ายกสูงกว่า A-Class 140 มิลลิเมตร มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ภายในยังคงความล้ำสมัยด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลและระบบ Infotainment ที่คุ้นเคยจากรุ่นอื่นๆ ของ Mercedes-Benz

GLA ยังคงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์พรีเมียมที่สามารถลุยได้เล็กน้อย ด้วยขุมพลังเบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 221 แรงม้าในรุ่น GLA 250 และตัวเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic หรือเครื่องยนต์เบนซิน 1.33 ลิตร เทอร์โบ 161 แรงม้าในรุ่น GLA 200 ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน ระบบความปลอดภัยถูกยกระดับด้วยฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่ครอบคลุม เช่น การเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ การแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้วัตถุ และ Active Brake Assist ทำให้ GLA เป็นยนตรกรรมที่ผสานความคล่องตัว สไตล์ และความปลอดภัยได้อย่างไร้ที่ติ

ความสง่างามที่ไร้กาลเวลา: E-Class และ CLS ยังคงเป็นดาวเด่นแห่งยนตรกรรมหรู

Mercedes-Benz E-Class ยังคงเป็นเสาหลักในกลุ่มรถยนต์ซีดานหรูขนาดกลาง ด้วยการปรับโฉม Facelift ที่นำพาดีไซน์ที่สปอร์ตและหรูหรามาจาก Mercedes-Benz CLS ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่พร้อมไฟ daytime แบบ LED รูปตัว L และกันชนหน้าที่ลงตัวยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ใหม่ดีไซน์รับกับฝาท้ายที่สปอร์ตงามสง่า และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18-20 นิ้ว มอบภาพลักษณ์ที่ภูมิฐานและทันสมัย

ภายในห้องโดยสารของ E-Class Facelift ตกแต่งใหม่แต่ยังคงความหรูหราเช่นเดิม ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ต 3 ก้าน มาตรวัดขนาดใหญ่พร้อมจอสัมผัสในชุดเดียวกันขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้วที่ทำงานร่วมกับระบบ MBUX และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester พร้อมเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ ทำให้ E-Class มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สะดวกสบายและเพลิดเพลิน

สำหรับขุมพลังในประเทศไทย E-Class นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ:
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ (E 220 d): รหัส OM654 ขนาด 2.0 ลิตร 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic มอบการขับขี่ที่ประหยัดและทรงพลัง
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid (E 300 e): ขนาด 2.0 ลิตร 211 แรงม้า ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 700 นิวตันเมตร สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 50 กิโลเมตร และแบตเตอรี่ใหม่ขนาด 13.5 kWh ที่ชาร์จเต็มได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วย Wallbox ทำให้ E 300 e เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน
Mercedes-AMG E 53: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะขั้นสุด ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร 435 แรงม้า พร้อมระบบ EQ Boost ที่เสริมกำลังได้อีก 22 แรงม้า ทำให้ E 53 เป็นรถยนต์ที่มอบอัตราเร่งเร้าใจ 0-100 กม./ชม. ได้ใน 4.5 วินาที พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+

นอกจากรุ่นซีดานแล้ว Mercedes-Benz E-Class Coupe & Cabriolet ยังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการความสปอร์ตและความมีสไตล์ โดยทั้งสองรุ่นได้รับการปรับโฉมตามเวอร์ชันซีดาน ภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ที่ผสานความเป็นสปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว กระจังหน้า diamond radiator grille ดีไซน์ A-Shape พร้อมไฟหน้า MULTIBEAM LED อัจฉริยะ และล้ออัลลอย AMG ดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่เพิ่มความดุดันแต่ยังคงความสง่างาม ในรุ่น Cabriolet มาพร้อมหลังคาผ้า Soft top fabric ที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าใน 20 วินาที พร้อมระบบ AIRCAP ที่ช่วยลดกระแสลมในห้องโดยสาร

ภายใน E-Class Coupe & Cabriolet เหมือนกันกับซีดาน ด้วยพวงมาลัย Multifunction sports steering wheel New generation หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง พร้อมระบบ MBUX ที่ชาญฉลาด ระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” และไฟ Premium Ambient light 64 เฉดสี รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system ทั้งหมดนี้มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สะดวกสบายและดื่มด่ำ อุปกรณ์มาตรฐานยังครอบคลุมการเชื่อมต่อ Smartphone integration, แผนที่นำทาง 3 มิติ และระบบ 4G-LTE แบบ E-SIM ที่ทำให้การเชื่อมต่อโลกออนไลน์ไร้ขีดจำกัด ขุมพลังคือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 197 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม พร้อมระบบความปลอดภัย อาทิ Parking Package with reversing camera, Active Parking Assist และ Blind Spot Assist

อีกหนึ่งยนตรกรรมที่ผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัวคือ Mercedes-Benz CLS (C257) ซึ่งในปี 2025 รุ่น CLS 220 d AMG Premium ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ภายนอกยังคงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ CLS ด้วยกระจังหน้า diamond-pattern grille เส้นสายที่ดูเพรียวบางและลาดลงสู่พื้น พร้อมชุดแต่ง AMG และล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว ชุดไฟหน้า MULTIBEAM LED และไฟท้าย LED ยังคงให้ความสว่างและการมองเห็นที่ยอดเยี่ยม

ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งหนังแท้ Nappa การตกแต่งที่หรูหรา และฟังก์ชัน Wireless Charging ยังคงสร้างความสะดวกสบาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และระบบเสียง Burmester® Surround Sound System สร้างบรรยากาศที่เหนือระดับ การอัปเกรดระบบ MBUX พร้อม Touchscreen Functions และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ ทำให้การควบคุมง่ายดายและทันสมัยยิ่งขึ้น แม้จะมีการปรับลดออปชันบางรายการเพื่อปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ CLS 220 d ยังคงมอบประสบการณ์รถยนต์พรีเมียมอย่างเต็มเปี่ยม

ขุมพลังของ CLS 220 d คือเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ OM654 ขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับจูนให้กำลัง 194 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่นุ่มนวลและประหยัด การมีระบบ DYNAMIC SELECT, KEYLESS-GO พร้อม HAND-FREE ACCESS, Head-up display, และระบบช่วยเตือน Blind Spot Assist ทำให้ CLS เป็นรถยนต์ที่ครบครันทั้งในด้านความสะดวกสบาย สมรรถนะ และความปลอดภัยระดับสูง

นิยามใหม่แห่งความสมบูรณ์แบบ: The All New Mercedes-Benz S-Class (W223)

สำหรับผู้ที่แสวงหาสุดยอดแห่งยนตรกรรมหรู The All New Mercedes-Benz S-Class (W223) ยังคงเป็นเพชรน้ำเอกที่คู่ควรแก่การครอบครองอย่างแท้จริง และในปี 2025 นี้ รุ่นประกอบในประเทศไทยได้ตอกย้ำถึงความเหนือระดับในทุกมิติ S-Class มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ในภาษาดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับใหม่หมดจด ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าสปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว และฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตร มอบสัดส่วนที่สง่างามและห้องโดยสารที่กว้างขวาง มือจับประตูแบบไร้รอยต่อ และไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉม ล้วนเสริมความกลมกลืนและทันสมัยของยนตรกรรมคันนี้

สร้างจากพื้นฐาน MRA II platform ทำให้ S-Class มีขนาดใหญ่ขึ้นในทุกมิติ (รุ่นฐานล้อยาว V223) มอบพื้นที่ใช้สอยภายในที่โอ่อ่า ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโมเดิร์น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

หัวใจสำคัญของห้องโดยสารคือหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วแบบ OLED ที่รวมทุกปุ่มควบคุมไว้บนหน้าจอ พร้อมระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล เบาะที่นั่งตอนหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งการปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้าและฟังก์ชันการนวดสูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ยกระดับประสบการณ์ขับขี่ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสารอย่างฉับไว เช่น การเปิด-ปิดไฟอ่านหนังสืออัตโนมัติเมื่อยื่นมือไปใกล้กระจกด้านข้าง นอกจากนี้ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบเสียง Burmester® 3D-Surround พร้อมชุดลำโพง 15 ตัว สร้างสรรค์ความบันเทิงที่เหนือระดับ

ขุมพลังสำหรับ S-Class ในไทยคือเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร (OM656) 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ในรุ่น S 350 d จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและนุ่มนวล ระบบความปลอดภัยเป็นครั้งแรกที่มีถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ Parking Package with 360° camera และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุดที่รวมถึง Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning ล้วนทำให้ S-Class เป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุดคันหนึ่งบนท้องถนน การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี ความหรูหรา และความปลอดภัย ทำให้ S-Class ยังคงเป็นมาตรฐานของยานยนต์หรูในปี 2025

ก้าวกระโดดสู่อนาคต: Mercedes-Benz EQS ยนตรกรรมไฟฟ้าหรูระดับพรีเมียม

Mercedes-Benz EQS ได้รับการยอมรับในปี 2025 ในฐานะผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าหรูในตลาดประเทศไทย โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนในรูปแบบซีดานสุดหรูระดับ S-Class ที่โดดเด่นทั้งขนาดอันโอ่อ่าและเทคโนโลยีล้ำสมัย การออกแบบส่วนใหญ่มาจากต้นแบบ Vision EQS concept โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำพร้อมแสง Daytime Running Light แบบ LED พาดเป็นแนวนอนตลอดขอบกระจังหน้าด้านบน และไฟหน้า Digital Light อัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซลที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนถนนเพื่อเตือนผู้ขับขี่หรือสื่อสารกับรถคันอื่นได้ ไฟท้าย LED ที่มีแสงพาดยาวตลอดฝาท้ายเช่นกัน พร้อมล้อแม็กซ์ขนาด 19, 20 และ 21 นิ้ว มอบภาพลักษณ์ที่ล้ำยุคและสง่างาม

ภายในห้องโดยสารของ EQS คือการปฏิวัติการออกแบบด้วย MBUX Hyperscreen ที่พาดเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอสำหรับความบันเทิงของผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว รวมความยาวถึง 1,410 มิลลิเมตร ผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับความบันเทิงส่วนตัว พร้อมระบบเสียง Burmester พลังขับ 710 วัตต์จากลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศ 4 โซน ภายในหุ้มเบาะด้วยหนังแท้คุณภาพดี สร้างสรรค์บรรยากาศที่หรูหราและผ่อนคลาย

ขุมพลังไฟฟ้าของ EQS มาพร้อม 2 รุ่นหลัก:
EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): มอเตอร์กำลัง 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที
EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): มอเตอร์ไฟฟ้าคู่รวมกำลัง 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรจากการชาร์จ 1 ครั้ง (ในรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 300 กิโลเมตรในเวลาเพียง 15 นาที ระบบความปลอดภัยครบครัน ไม่ว่าจะเป็น adaptive cruise control, lane-keep assist, blind-spot monitoring และ rear cross-traffic alert ทำให้ EQS เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งทรงพลัง ปลอดภัย และเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียม

บทสรุป: ผู้นำที่ไม่หยุดนิ่งในตลาดรถหรูไทย

ในปี 2025 Mercedes-Benz ยังคงเป็นแบรนด์ที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่ A-Class และ GLA ที่เป็นประตูสู่ความหรูหราสำหรับคนเมือง ไปจนถึง E-Class และ CLS ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม และ S-Class ที่เป็นนิยามใหม่ของความสมบูรณ์แบบสูงสุด ที่สำคัญคือการก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคของยนตรกรรมไฟฟ้าด้วย EQS ซึ่งเป็นผู้นำแห่งอนาคต

แม้จะมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหรูอื่นๆ รวมถึงแบรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามา เช่น Zeekr จาก Geely (ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน Mercedes-Benz ด้วย) แต่ Mercedes-Benz ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างมั่นคง ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ และที่สำคัญที่สุดคือการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับและประหยัดพลังงาน ความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์คุณภาพสูง ประกอบกับบริการหลังการขายที่แข็งแกร่งและเครือข่ายผู้จำหน่ายที่ครอบคลุม ทำให้ Mercedes-Benz ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหารถหรูในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และจะยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนสำหรับอนาคตของยานยนต์.

Previous Post

N0212004 Ep3 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Next Post

N0212005 Ep2 คำส ญญาของซ โอท จะรอแฟนสาวกลายเป นเร องตลกเม อเขาแนะนำค หม นของเขา part2

Next Post
N0212005 Ep2 คำส ญญาของซ โอท จะรอแฟนสาวกลายเป นเร องตลกเม อเขาแนะนำค หม นของเขา part2

N0212005 Ep2 คำส ญญาของซ โอท จะรอแฟนสาวกลายเป นเร องตลกเม อเขาแนะนำค หม นของเขา part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.