• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0212001 Ep2 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0212001 Ep2 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 โลกยานยนต์ยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์หรูที่การแข่งขันดุเดือดกว่าที่เคย เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำระดับโลก ได้ตอกย้ำสถานะของตนด้วยการนำเสนอยนตรกรรมที่ผสานความหรูหราไร้ที่ติ เทคโนโลยีล้ำสมัย และความมุ่งมั่นเพื่อความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทยที่ผู้บริโภคต่างมองหาสุดยอดยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และคุณค่าเหนือกาลเวลา บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจอาณาจักรของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025 พร้อมเจาะลึกถึงโมเดลสำคัญที่กำลังสร้างปรากฏการณ์และกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์พรีเมียมในปัจจุบัน

S-Class: มหานครแห่งความหรูหราบนท้องถนน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและนวัตกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยน ในปี 2025 S-Class ยังคงยืนหยัดในฐานะเรือธงของค่าย ด้วยการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่และการโดยสารที่เหนือระดับอย่างแท้จริง ด้วยดีไซน์ภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ที่ได้รับการยกระดับในทุกมิติ ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ มอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมและเสริมรูปลักษณ์ให้ดูทันสมัย ชุดกันชนหน้าเน้นความสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว ที่ช่วยขับเน้นความโอ่อ่าสง่างาม เส้นโค้งหลังคาแบบ Catwalk line ที่ถูกกดองศาให้ต่ำลงอย่างมีศิลปะ ทำให้รถคันนี้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นโดยไม่ลดทอนพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ซึ่งกลับเพิ่มความกว้างขวางและความสบายให้แก่ผู้โดยสารได้อย่างน่าทึ่ง

ความโดดเด่นอีกประการคือมือจับประตูแบบไร้รอยต่อที่กลมกลืนไปกับเส้นสายด้านข้างของตัวรถ ไม่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังมอบความสะดวกสบายในการล็อกและปลดล็อกด้วยการสัมผัสเพียงปลายนิ้ว ส่วนไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉมใหม่พร้อมกรอบโครเมียม ก็สะท้อนความหรูหราในทุกรายละเอียด S-Class สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MRA II ทำให้ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น มอบพื้นที่ใช้สอยและเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่า

ภายในห้องโดยสารของ S-Class คือการสร้างสรรค์สุนทรียภาพที่ผสมผสานความอบอุ่น ความหรูหรา คุณภาพระดับสูงสุด และวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีที่สุดเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูงแบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว มอบความคมชัดและการใช้งานที่ง่ายดาย ทุกปุ่มควบคุมบนคอนโซลกลางถูกรวมเข้าไว้ในหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว ที่ใช้จอ OLED มอบพื้นที่ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 64% พร้อมการออกแบบแบบฟรีฟอร์มที่ดูบางเบาแต่ตอบสนองฉับไว ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันได้อย่างง่ายดายผ่านปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคน เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลตลอดการขับขี่

เบาะที่นั่งตอนหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเบาะไฟฟ้าที่ปรับตำแหน่งได้ และฟังก์ชันการนวดที่เลือกโปรแกรมได้สูงสุดถึง 6 โปรแกรม ยกระดับความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ คือหัวใจของประสบการณ์ดิจิทัลภายในรถ ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสารได้อย่างฉับไว รวมถึง MBUX High-End Rear Seat Entertainment ที่ทำงานร่วมกับ Rear Tablet ขนาด 7 นิ้ว เพื่อควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบเสียง Burmester® 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงคมชัดรอบทิศทาง

สำหรับขุมพลังในตลาดประเทศไทย S-Class ยังคงเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร (OM656) พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ในรุ่น S350 d จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและประหยัดเชื้อเพลิง ระบบความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ด้วยการนำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลังเป็นครั้งแรก, ระบบ Parking Package with 360° camera ที่มอบมุมมองเสมือนจริงรอบรถ และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning ซึ่งล้วนตอกย้ำคำมั่นสัญญาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการมอบความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้โดยสารทุกคน

EQS: การปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าหรู

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูอย่างแท้จริง สะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการขับเคลื่อนไปสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ EQS ได้รับการออกแบบให้เป็นรถซีดานไฟฟ้าสุดหรูระดับ S-Class ที่มอบทั้งความสง่างาม ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน งานออกแบบส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบ Vision EQS concept โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Black Panel ที่คาดด้วยไฟ Daytime Running Light แบบ LED เป็นแนวยาว พร้อมไฟหน้า LED อัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนพื้นถนนเพื่อสื่อสารกับผู้ขับขี่และรถคันอื่น ๆ ได้ ส่วนไฟท้าย LED ก็ถูกออกแบบให้มีแถบแสงพาดยาวตลอดฝาท้ายเช่นกัน โดยมีล้ออัลลอยให้เลือกตั้งแต่ขนาด 19, 20 และ 21 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารคืออาณาจักรแห่งเทคโนโลยี MBUX Hyperscreen อันล้ำสมัย ที่พาดเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3 นิ้ว รวมความยาวถึง 1,410 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลังอีก 2 จอ ขนาด 11.6 นิ้ว เพื่อความบันเทิงส่วนตัว ระบบเสียง Burmester พลังขับ 710 วัตต์ จากลำโพง 15 ตำแหน่ง พร้อมระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน มอบความสบายสูงสุดในทุกตำแหน่งที่นั่ง เบาะภายในหุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง สะท้อนความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด

EQS มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง EQS 450+ ที่ใช้มอเตอร์เดี่ยวกำลังขับ 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ EQS 580 4Matic ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. บรรจุแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทำให้วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (สำหรับรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ใน 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 300 กิโลเมตรจากการชาร์จเพียง 15 นาที พร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนมุมบอด และระบบช่วยในการจอดรถ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งปลอดภัยและสะดวกสบายอย่างไม่มีใครเทียบ

E-Class: ความสมดุลแห่งความสง่างามและสมรรถนะ

Mercedes-Benz E-Class รุ่นปรับโฉม ซึ่งได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้และยังคงความนิยมอย่างต่อเนื่องในปี 2025 ได้ตอกย้ำถึงความสมดุลระหว่างความสง่างามเหนือกาลเวลาและสมรรถนะอันทรงพลัง E-Class Facelift ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูสปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น CLS ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ และไฟ Daytime Running Light แบบ LED รูปตัว L ที่สวยงาม กันชนหน้าและฝากระโปรงได้รับการออกแบบใหม่ให้รับกับบุคลิกที่ลงตัวยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่งดงาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18, 19 และ 20 นิ้ว มอบความโดดเด่นในทุกมุมมอง

ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราเช่นเดิม แต่ได้รับการปรับแต่งใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน มาตรวัดขนาดใหญ่พร้อมจอสัมผัสในชุดเดียวกันขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ใช้งานง่ายและชาญฉลาด ระบบลำโพง Burmester ชุดใหม่รอบทิศทาง และเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ที่เพิ่มความสบายและหรูหรา

สำหรับขุมพลังในตลาดเมืองไทย E-Class มีตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น:
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid (E300 e): ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้ารวมกับมอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic สามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนรุ่นใหม่ขนาด 13.5 kWh ที่ชาร์จเต็ม 100% ได้ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วยเครื่องชาร์จวอลล์บอกซ์
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ (E220 d): รหัส OM654 ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.
Mercedes-AMG E53: สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร รหัส M256 ให้กำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร พร้อมระบบ EQ Boost ที่เสริมกำลังเครื่องยนต์ได้อีก 22 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที ทำงานร่วมกับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+

นอกจากรุ่นซีดานแล้ว E-Class Coupé & Cabriolet ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดรถหรูที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความมีสไตล์ โดยยังคงดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นซีดาน พร้อมหลังคาผ้า Soft top ที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าในรุ่น Cabriolet มอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุนที่น่าประทับใจ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมพวงมาลัย Multifunction sports steering wheel New generation และหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง พร้อมระบบ MBUX, Premium Ambient light 64 เฉดสี และระบบเสียง Burmester® surround sound system 13 ตำแหน่ง พร้อมฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่ครบครัน ทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto รวมถึงระบบ Mercedes me ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์และควบคุมรถจากระยะไกลเป็นเรื่องง่าย สำหรับขุมพลังในรุ่น E 200 Coupé AMG Dynamic และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 197 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ 9G-TRONIC ให้สมรรถนะที่เร้าใจและประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงเช่น Parking Package with reversing camera และ Blind Spot Assist

A-Class: นิยามใหม่ของความหรูหราในเมือง

สำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรมหรูขนาดกะทัดรัดที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างลงตัว เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class (V177) รุ่น A 200 ทั้ง Progressive และ AMG Dynamic ซึ่งผลิตในประเทศไทยและได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในปี 2025 ด้วยความคล่องตัวและการออกแบบที่ทันสมัย A-Class คือรถยนต์ซีดานที่ผสมผสานดีไซน์คลาสสิกเข้ากับความปราดเปรียวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รุ่น AMG Dynamic โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz สีเงินตรงกลาง ดึงดูดสายตาด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ล้อขนาด 18 นิ้ว และโคมไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบาง ส่วนรุ่น Progressive เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงความหรูหรา ด้วยกระจังหน้า diamond radiator grille และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แต่ทั้งสองรุ่นใช้ไฟหน้าและไฟท้าย LED High Performance ที่ทันสมัยเหมือนกัน

ภายในห้องโดยสาร ถอดแบบมาจากเวอร์ชันนำเข้า พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre ในรุ่น AMG Dynamic และหนัง ARTICO ในรุ่น Progressive ทั้งสองรุ่นมีเบาะที่นั่งคนขับพร้อมหน่วยความจำ และเบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40 แผงหน้าปัดล้ำสมัยแบบ Dual Screen Cockpit ด้วยหน้าจอขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอในรุ่น AMG Dynamic และหน้าจอขนาด 7 นิ้ว (มาตรวัด) กับ 10.25 นิ้ว (อินโฟเทนเมนต์) ในรุ่น Progressive โดยหน้าจอทั้งสองจะอยู่ติดกันและมีลักษณะลอยตัว มอบประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัยและเข้าใจง่าย

ระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ A-Class แตกต่าง ด้วยความสามารถในการจดจำลักษณะการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของ และทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า ผู้จำหน่าย และบริการต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกง่ายดาย พร้อมฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ เพียงพูดว่า ‘Hey, Mercedes’ ก็สามารถควบคุมระบบต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ บริการ Mercedes me connect ยังมาพร้อมฟังก์ชันเด่นมากมาย เช่น ระบบโทรฉุกเฉิน Mercedes-Benz emergency call system, Vehicle Monitoring ตรวจสอบตำแหน่งรถ, Vehicle Set-up ตรวจสอบสภาพรถระยะไกล และ Maintenance Management ระบบเตือนเข้ารับบริการ ช่วยให้การเป็นเจ้าของรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นเรื่องง่ายและอุ่นใจ

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT พร้อมระบบความปลอดภัย Active Brake Assist ที่ช่วยลดความเสียหายหรือป้องกันการชน และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง ทำให้ A-Class เป็นยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในเมือง

GLA: ครอสโอเวอร์หรูสำหรับชีวิตคนเมืองยุคใหม่

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับยอดขายกว่า 1 ล้านคันทั่วโลก เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA รุ่นที่สอง ซึ่งได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้และยังคงเป็นที่นิยมในปี 2025 ได้เข้ามาพลิกโฉมตลาดรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัดให้คึกคักยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง GLA ได้รับการปรับปรุงให้มีขนาดความยาวลดลง 14 มม. และแคบลง 2 มม. แต่กลับสูงกว่ารุ่นเดิมถึง 104 มม. และมีฐานล้อยาวขึ้น 28 มม. ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูบึกบึนแบบครอสโอเวอร์มากยิ่งขึ้น

ภายในห้องโดยสารคล้ายคลึงกับรุ่น A-Class แต่เน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์มากขึ้น โดยยกเบาะหน้าให้สูงกว่า A-Class ถึง 140 มม. เพื่อทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม เบาะหลังสามารถปรับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่เก็บสัมภาระได้อย่างเต็มที่ GLA ได้ยกระดับด้านความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือการขับขี่ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ทั้งฟังก์ชันการเปลี่ยนเส้นทาง, ฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ และระบบ Active Brake Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

สำหรับขุมพลัง GLA มีให้เลือกหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน รุ่นเริ่มต้น GLA 200 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ส่วนรุ่น GLA 250 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 221 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และมีตัวเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการในการขับขี่ที่แตกต่างกันในทุกเส้นทาง

CLS: ยนตรกรรมแห่งสไตล์ที่ปรับจูนเพื่อตลาด

Mercedes-Benz CLS คือไอคอนแห่งสไตล์ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์คูเป้ 4 ประตูอันเป็นเอกลักษณ์ และแม้จะมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านขุมพลังและออปชันในรุ่น CLS 220 d เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดและความคุ้มค่า แต่ CLS ก็ยังคงรักษาเสน่ห์และความหรูหราไว้อย่างครบถ้วนในปี 2025

ภายนอกยังคงไม่แตกต่างจากเดิม ด้วยกระจังหน้า diamond-pattern grille อันเป็นเอกลักษณ์พร้อมเส้นตัดแบ่งเส้นเดียว ล้ออัลลอยสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว และชุดไฟหน้า MULTIBEAM LED ที่ทันสมัย แต่มีการปรับลดจานเบรกขนาดใหญ่แบบเจาะรูเพื่อให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ภายในยังคงความประณีตด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Nappa ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย Wireless Charging พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และระบบเสียง Burmester® Surround Sound System รอบทิศทาง แม้จะมีการปรับลดออปชันบางรายการ เช่น ตาข่ายเก็บเอกสารหรือนาฬิกาแบบ Analog แต่ก็มีการเพิ่มและปรับปรุงระบบ MBUX พร้อมหน้าจอ Touchscreen Functions Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ รวมถึงระบบแจ้งสถานะเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง

ขุมพลังของ CLS 220 d ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน OM654 ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร (ปรับลดลงจากรุ่น CLS 300 d เดิม) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบความปลอดภัยที่โดดเด่น เช่น DYNAMIC SELECT, KEYLESS-GO พร้อม HAND-FREE ACCESS, Head-up display, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zone, ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Parking Pilot รวมถึงระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Blind Spot Assist และ Active Braking Assist ซึ่งแม้จะมีการตัดระบบ Active Distance Assist DISTRONIC ออกไป แต่ก็ยังคงความมั่นใจด้านความปลอดภัยไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับอนาคตของยานยนต์หรูในยุค EV

การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเซกเมนต์รถหรู เป็นปรากฏการณ์ที่ชัดเจนในปี 2025 ผู้เล่นหน้าใหม่จำนวนมากต่างกระโดดเข้าสู่สมรภูมินี้ แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมุ่งมั่นในนวัตกรรมมาโดยตลอด ได้วางกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพื่อรักษาความเป็นผู้นำไว้ การเปิดตัว EQS คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ในรุ่นยอดนิยมอย่าง E-Class

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบนิเวศโดยรวมของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขยายสถานีชาร์จ การพัฒนาดิจิทัลเซอร์วิสที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่กับรถและโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ และการนำเสนอแพ็คเกจการเป็นเจ้าของที่ครอบคลุม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่มองหายานยนต์หรูที่ผสานนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

โดยสรุปแล้ว ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยยนตรกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกความต้องการ ตั้งแต่รถซีดานหรูระดับเรือธงอย่าง S-Class, ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต EQS, รถผู้บริหารที่สมดุลอย่าง E-Class, รถคอมแพคท์หรู A-Class, ครอสโอเวอร์ GLA ไปจนถึงยนตรกรรมแห่งสไตล์ CLS ทุกโมเดลล้วนสะท้อนถึงปรัชญาของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการสร้างสรรค์ “The Best or Nothing” ที่จะยังคงเป็นผู้นำและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์หรูในประเทศไทยต่อไปในอนาคต

Previous Post

N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Next Post

N0212004 Ep3 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Next Post
N0212004 Ep3 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

N0212004 Ep3 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.