• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและสุนทรียะแห่งการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของแบรนด์ดาวสามแฉก ด้วยการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่รถคอมแพกต์พรีเมียมสำหรับการขับขี่ในเมือง ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าซีดานระดับเรือธงที่พร้อมกำหนดทิศทางอนาคต การผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่เร้าใจ คือหัวใจหลักที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์หรูและเปี่ยมด้วยคุณภาพ

ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในเมือง: A-Class และ GLA เจนเนอเรชันใหม่

สำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในมหานครที่ต้องการความคล่องตัวและสไตล์อันโดดเด่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class (รหัส V177) ยังคงเป็นเก๋งซีดานตัวเล็กที่ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการผลิตในประเทศ ทำให้ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในรุ่น A 200 ทั้ง Progressive และ AMG Dynamic ดีไซน์ภายนอกยังคงความปราดเปรียวและทันสมัย โดยเฉพาะรุ่น AMG Dynamic ที่มาพร้อมกระจังหน้า Diamond Radiator Grille ล้ออัลลอย 18 นิ้ว และไฟหน้า LED High Performance ที่เฉียบคม ส่วนรุ่น Progressive มอบความเรียบง่ายแต่ยังคงความหรูหราด้วยล้อ 17 นิ้ว และดีไซน์ที่เน้นความลงตัว

ภายในห้องโดยสารของ A-Class ยังคงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์แห่งอนาคตด้วยดีไซน์ที่ถอดแบบมาจากเวอร์ชั่นนำเข้า พวงมาลัยสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa เบาะนั่ง ARTICO/DINAMICA microfibre ที่มอบความสบายเหนือระดับ และไฮไลต์สำคัญคือ Dual Screen Cockpit ซึ่งในรุ่น AMG Dynamic มาพร้อมหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ส่วนรุ่น Progressive เลือกใช้จอมาตรวัดขนาด 7 นิ้ว และจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ 10.25 นิ้ว ที่ลอยตัวอย่างงดงาม ทุกรุ่นมาพร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่ ที่ใช้งานง่าย จดจำพฤติกรรมผู้ขับขี่ และสามารถสั่งการด้วยเสียง “Hey, Mercedes” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับบริการ Mercedes me connect ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างรถยนต์กับโลกภายนอกเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน การตรวจสอบตำแหน่งรถ หรือการนัดหมายเข้ารับบริการ ทำให้ A-Class เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นคู่หูที่เข้าใจทุกความต้องการ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความอเนกประสงค์ของรถครอสโอเวอร์ แต่ยังคงต้องการความหรูหราและกะทัดรัด เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA (H247) โฉมใหม่ ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมดให้ดูแข็งแกร่งและสปอร์ตมากขึ้น ฐานล้อที่ยาวขึ้นช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ เบาะนั่งยกสูงขึ้นเพื่อทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม และเบาะหลังที่ปรับพับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน ภายในยังคงรักษามาตรฐานความหรูหราด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลและระบบ MBUX ที่คุ้นเคย ระบบความปลอดภัยได้รับการยกระดับด้วยฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย อาทิ Active Brake Assist และ Blind Spot Assist ทำให้การเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น ขุมพลังในรุ่น GLA 250 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ 221 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ส่วนรุ่นเริ่มต้น GLA 200 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.33 ลิตร เทอร์โบ 161 แรงม้า พร้อมเกียร์ 7 สปีด ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและการประหยัดพลังงาน ทำให้ GLA ยังคงเป็นครอสโอเวอร์หรูยอดนิยมในเมืองไทย

ความสมบูรณ์แบบระดับผู้บริหาร: E-Class Facelift, CLS และ S-Class W223

ก้าวสู่เซกเมนต์รถยนต์หรูระดับผู้บริหาร เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class Facelift ยังคงเป็นผู้นำที่ไม่หยุดนิ่ง การปรับโฉมครั้งใหญ่ที่มาพร้อมหน้าตาใหม่หมดจด ถอดแบบความหล่อเหลาจาก CLS ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ และไฟ Daytime Running Light รูปตัว L ที่เฉียบคม กันชนหน้า-หลัง และฝากระโปรงหน้าที่ออกแบบใหม่ทั้งหมด เสริมความสปอร์ตและหรูหราได้อย่างลงตัว ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18-20 นิ้ว ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์

ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราตามแบบฉบับ E-Class แต่เพิ่มความทันสมัยด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน มาตรวัดดิจิทัลและจอสัมผัสในชุดเดียวกันขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX ที่ได้รับการอัปเกรด ลำโพง Burmester รอบทิศทาง และเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ มอบความสะดวกสบายและความบันเทิงตลอดการเดินทาง สำหรับขุมพลังในประเทศไทยมีให้เลือกหลากหลาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ทั้งเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร (E 220 d) ที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยมพร้อมความประหยัด และเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid 2.0 ลิตร (E 300 e) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 320 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 700 นิวตันเมตร สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 50 กิโลเมตร ตอบรับเทรนด์ยานยนต์รักษ์โลกได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีรุ่น Mercedes-AMG E 53 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร พร้อม EQ Boost ที่ให้กำลังมหาศาลถึง 435 แรงม้า มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

ไม่ใช่แค่ E-Class ซีดานเท่านั้นที่ได้รับการปรับโฉม แต่ The new Mercedes-Benz E-Class Coupe & Cabriolet ก็ได้ถูกนำเสนอสู่ตลาดไทย เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในความสปอร์ตและความมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่ถอดแบบมาจากเวอร์ชันซีดาน แต่คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวของรถยนต์คูเป้และอิสระในการเปิดประทุนของคาบริโอเลต์ หลังคาผ้า Soft top fabric ในรุ่น Cabriolet ที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าภายใน 20 วินาที พร้อมระบบ AIRCAP ช่วยลดกระแสลมขณะเปิดประทุน ทำให้การขับขี่ในเมืองไทยเต็มไปด้วยความสุข ขุมพลังในรุ่น E 200 Coupé และ Cabriolet AMG Dynamic ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 197 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่ลงตัวสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและวันพักผ่อน

ด้าน Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อตอบรับความต้องการของตลาด โดยเปลี่ยนจาก CLS 300 d เดิม ขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน OM654 ขนาด 2.0 ลิตร แต่ลดกำลังลงเหลือ 194 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร เพื่อให้ได้ราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น การปรับลดออปชันบางรายการอย่างชาญฉลาด แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติเด่น อาทิ ระบบชาร์จมือถือไร้สาย พวงมาลัยสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa ระบบ MBUX พร้อมจอ Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้วคู่ ระบบไฟ Ambient Light 64 สี และระบบความปลอดภัย Active Braking Assist ทำให้ CLS 220 d ยังคงเป็นรถยนต์คูเป้ 4 ประตู ที่มอบทั้งความสง่างามและความสปอร์ต

สำหรับสุดยอดยนตรกรรมแห่งความหรูหรา The All New Mercedes-Benz S-Class (W223) ในเวอร์ชั่นประกอบในประเทศไทยได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์หรูอย่างแท้จริง ด้วยคอนเซ็ปต์ Sensual Purity ที่ยกระดับดีไซน์ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ กันชนหน้าสปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว และระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตร เพิ่มความภูมิฐานและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร มือจับประตูแบบไร้รอยต่อ และไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class Facelift สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ภายในห้องโดยสารของ S-Class คือการหลอมรวมระหว่างความหรูหราและเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ที่โมเดิร์นและสอดรับกับสรีระ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Instrument Clusters ขนาด 12.3 นิ้ว แต่ไฮไลต์ที่แท้จริงคือหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีน OLED ขนาด 12.8 นิ้ว ที่รวบรวมปุ่มควบคุมทั้งหมดไว้ในหน้าจอเดียว พร้อมระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคน และ Rear Seat Comfort Package สำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่มาพร้อมเบาะไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชันนวดสูงสุด 6 โปรแกรม ระบบ MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองการเคลื่อนไหวของร่างกาย และระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment พร้อมจอสัมผัส Rear Tablet ขนาด 7 นิ้ว และจอ 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบเสียง Burmester 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตัว สร้างบรรยากาศการเดินทางที่เหนือระดับ

ขุมพลังของ S-Class ในไทยยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร OM656 ที่ให้กำลัง 286 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ 9G-TRONIC พร้อมระบบความปลอดภัยที่ไม่เคยมีมาก่อนในรถยนต์รุ่นใด อาทิ ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ Parking Package with 360° camera และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด รวมถึง Evasive Steering Assist และ Active Emergency Stop Assist ทำให้ S-Class ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์หรู แต่เป็นป้อมปราการแห่งความปลอดภัยและนวัตกรรม

อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า: Mercedes-Benz EQS

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS คือบทบาทสำคัญในการกำหนดนิยามใหม่ของซีดานไฟฟ้าหรูระดับโลกที่เข้ามาเขย่าตลาดในปี 2025 โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เริ่มมีแนวโน้มการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง EQS คือเรือธงพลังงานไฟฟ้าที่ถอดแบบความหรูหราและความใหญ่โตมาจาก S-Class แต่มาพร้อมจุดเด่นด้านพลังงานไฟฟ้าล้วนที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Vision EQS Concept กระจังหน้าแผงสีดำพร้อมไฟ Daytime Running Light LED พาดยาวตลอดแนว ไฟหน้า LED อัจฉริยะ 1.3 ล้านพิกเซลที่สามารถฉายสัญลักษณ์บนถนนได้ และไฟท้าย LED พาดยาวที่สวยงาม ล้อแม็กซ์มีให้เลือกตั้งแต่ 19-21 นิ้ว สร้างความลงตัวให้รูปลักษณ์ภายนอก

ภายในห้องโดยสารของ EQS คือการปฏิวัติการออกแบบด้วย MBUX Hyperscreen แผงหน้าปัดขนาดยักษ์ที่พาดเต็มคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอ 3 จอหลัก ได้แก่ จอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, จอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และจอสำหรับความบันเทิงผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว รวมความยาวกว่า 1,410 มิลลิเมตร พร้อมจอขนาด 11.6 นิ้วอีก 2 จอสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ระบบเครื่องเสียง Burmester 710 วัตต์ 15 ตำแหน่ง และเบาะหนังแท้คุณภาพสูงสีขาว สร้างบรรยากาศที่หรูหราและล้ำสมัยอย่างไร้ที่ติ

สำหรับขุมพลังไฟฟ้า EQS มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก ได้แก่ EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง) มอเตอร์เดี่ยว 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร และ EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่รวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร โดยทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. จุดเด่นสำคัญคือแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 kWh ที่มอบระยะทางการวิ่งสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ในรุ่น EQS 450+) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 kW ทำให้ชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางได้ 300 กม. ใน 15 นาที ระบบความปลอดภัยรอบคัน เช่น Adaptive Cruise Control, Lane-Keep Assist, Blind-Spot Monitoring ล้วนเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ทำให้ EQS ไม่เพียงแค่หรูหราและรักษ์โลก แต่ยังปลอดภัยสูงสุด

บทสรุปสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์ที่เหนือระดับในตลาดประเทศไทย ด้วยการผลิตในประเทศเพื่อราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น การอัปเดตโมเดลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีและดีไซน์ยุคใหม่ การนำเสนอขุมพลังทางเลือกที่หลากหลายทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ปลั๊กอินไฮบริด และที่สำคัญที่สุดคือการรุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวด้วย EQS ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมแล้วที่จะนำพาผู้บริโภคชาวไทยเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการขับขี่ ที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ นวัตกรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นี่คือบทพิสูจน์ว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์ที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้ที่มองหาสุดยอดยนตรกรรมอย่างแท้จริง และจะยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูของไทยไปอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

Previous Post

N0112005 Ep5 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Next Post

N0212001 Ep2 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

Next Post
N0212001 Ep2 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

N0212001 Ep2 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.