• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2911004 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N2911004 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

ในปี 2025 นี้ วงการรถยนต์หรูยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่อง และเมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ในฐานะผู้นำระดับโลก ก็ไม่หยุดยั้งที่จะนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานนวัตกรรม ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และสมรรถนะอันทรงพลัง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย ตั้งแต่รถยนต์คอมแพกต์ที่คล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าหรูระดับเรือธง และเอสยูวีพรีเมียมที่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกถึงรายละเอียดของแต่ละรุ่นที่ยังคงความโดดเด่นและเป็นที่พูดถึงในตลาด ทั้งในด้านความล้ำสมัยทางเทคโนโลยี ความสะดวกสบายที่ไร้ขีดจำกัด และมาตรฐานความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

Mercedes-Benz A-Class: นิยามใหม่ของรถยนต์คอมแพกต์หรูที่ลงตัวกับชีวิตคนเมือง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class (V177) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่มอบความหรูหรา ความคล่องตัว และเทคโนโลยีอันทันสมัยได้อย่างลงตัว หลังจากที่เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศไทยในรหัส A 200 ทั้งรุ่น Progressive และ AMG Dynamic ไปเมื่อไม่นานมานี้ รถยนต์รุ่นนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับพรีเมียมของเมอร์เซเดส-เบนซ์

ดีไซน์ภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์
สำหรับรุ่น AMG Dynamic รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond Radiator Grille ที่สะท้อนความสปอร์ตหรูหรา พร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ที่กึ่งกลาง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย 5 ก้านคู่ พร้อมยางขนาด 225/45 R18 ช่วยเสริมให้รถดูปราดเปรียวและมั่นคง ไฟหน้าแบบ LED High Performance ที่เพรียวบาง พร้อมกรอบโครเมียม และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง เพิ่มความโฉบเฉี่ยวและทันสมัย

ในขณะที่รุ่น Progressive เน้นความเรียบง่ายสง่างาม ด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond Radiator Grille เช่นกัน แต่ลดทอนความสปอร์ตลงเล็กน้อยด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลาย 10 ก้าน พร้อมยางขนาด 205/55 R17 ทว่ายังคงรักษาชุดไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED High Performance อันทันสมัยไว้เช่นเดียวกับรุ่น AMG Dynamic

ห้องโดยสารที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์การใช้งาน
ภายในห้องโดยสารของ A-Class ยังคงความประทับใจด้วยการตกแต่งที่เหมือนกับเวอร์ชันนำเข้า ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง Nappa เพื่อเพิ่มอารมณ์สุนทรีย์ในการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO/DINAMICA Microfibre ในรุ่น AMG Dynamic ซึ่งมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำสำหรับเบาะคนขับ ส่วนรุ่น Progressive จะเป็นเบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO ที่ยังคงความสบายและฟังก์ชันบันทึกความจำไว้เช่นกัน เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุกสัมภาระ

จุดเด่นสำคัญคือแผงหน้าปัด Dual Screen Cockpit ที่ล้ำสมัย ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว 2 จอในรุ่น AMG Dynamic และหน้าจอขนาด 7 นิ้ว สำหรับมาตรวัด และ 10.25 นิ้ว สำหรับจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ในรุ่น Progressive หน้าจอเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เป็นแบบ Widescreen ขนาดใหญ่ ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจน และยังมาพร้อมกับระบบ infotainment MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ระบบนี้ไม่เพียงใช้งานง่าย แต่ยังสามารถจดจำลักษณะการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของได้ ทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ที่อำนวยความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่กับศูนย์บริการ รวมถึงฟังก์ชันอัจฉริยะมากมาย เช่น การสั่งการด้วยเสียงแบบธรรมชาติ (Natural Speech Recognition) เพียงแค่พูดว่า “Hey, Mercedes” ระบบก็จะพร้อมตอบสนองคำสั่งในภาษาพูดหลากหลายสำเนียง ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบนำทางที่แม่นยำ

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการเชื่อมต่อ
A-Class ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ความปลอดภัยและบริการเชื่อมต่ออันชาญฉลาดจาก Mercedes me connect อาทิ
Mercedes-Benz emergency call system: ระบบโทรฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พร้อมส่งตำแหน่งรถไปยังศูนย์ช่วยเหลือทันที
Vehicle Monitoring: สามารถตรวจสอบตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถได้ผ่านแอปพลิเคชัน
Vehicle Set-up: ตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล ทั้งข้อมูลสถานะต่างๆ ที่ส่งผ่านแอปพลิเคชัน
Maintenance Management: ระบบช่วยเตือนเมื่อถึงกำหนดนำรถเข้าตรวจสภาพ พร้อมตั้งวันเวลาเข้ารับบริการอัตโนมัติ
Online Booking: ฟังก์ชันนัดหมายเข้ารับบริการจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ง่ายๆ ผ่านปลายนิ้ว

ภายในห้องโดยสารสร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ด้วยระบบไฟ Ambient Lighting ที่สามารถปรับได้ถึง 64 สี (และเพิ่มอีก 10 สีพิเศษในรุ่น AMG Dynamic) ช่วยเสริมเอกลักษณ์และอารมณ์ตามความต้องการของผู้ขับขี่ ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร พร้อมช่องเปิดที่กว้างขวาง ทำให้การขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่าย

ขุมพลังและสมรรถนะที่ตอบโจทย์
สำหรับตลาดประเทศไทย A-Class มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบ/นาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT ขับเคลื่อนล้อหน้า มอบสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล พร้อมความประหยัดน้ำมันที่เป็นเยี่ยม

ด้านความปลอดภัย มาพร้อมเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นก่อนหน้ามากมาย เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถลดความเสียหายหรือป้องกันการชนกับรถคันหน้า รวมถึงผู้ใช้ถนนและจักรยาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Reversing Camera) ช่วยให้การถอยจอดเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ราคาจำหน่าย (ประมาณปี 2025)
Mercedes-Benz A 200 Progressive: ประมาณ 1,990,000 บาท
Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic: ประมาณ 2,150,000 บาท

Mercedes-Benz E-Class: ซีดานหรูยอดนิยมที่ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดรถยนต์หรูของประเทศไทย และด้วยการปรับโฉมครั้งสำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ E-Class Facelift ในปี 2025 นี้ยังคงความสดใหม่และล้ำสมัย พร้อมท้าชนคู่แข่งในเซกเมนต์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ตและหรูหรา
E-Class Facelift มาพร้อมหน้าตาใหม่ที่ดูสปอร์ตและเฉียบคมยิ่งขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Mercedes-Benz CLS ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ที่ดูดุดัน ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ ที่มาพร้อมไฟ Daytime Running Light แบบ LED รูปตัว L ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและวิสัยทัศน์ในการขับขี่ กันชนหน้า-หลังออกแบบใหม่ให้เข้ากับบุคลิกที่ลงตัว ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่รับกับฝาท้ายที่สปอร์ตงดงาม พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ที่มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18 นิ้ว ไปจนถึง 20 นิ้ว เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสมรรถนะและความสวยงาม

ภายในห้องโดยสารที่ผสมผสานความหรูหราและเทคโนโลยี
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ที่ยังคงความรู้สึกหรูหราเช่นเคย แต่เพิ่มความทันสมัยยิ่งขึ้น ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ต่อเนื่องกับจอสัมผัสในชุดเดียวกันขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันล่าสุด ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่า ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Burmester® พร้อมเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ ทั้งแบบ ARTICO และ Nappa ช่วยเพิ่มความพรีเมียมและความสะดวกสบายในการเดินทาง

ขุมพลังทางเลือกที่หลากหลาย
สำหรับตลาดประเทศไทย E-Class Facelift มีขุมพลังให้เลือกถึง 3 รูปแบบ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่แตกต่างกัน:
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Plug-In Hybrid (E 300 e): เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า ให้กำลังรวมสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ระบบ Plug-In Hybrid นี้ช่วยให้สามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้า (E-Mode) ได้ไกลสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 13.5 kWh ที่ชาร์จเต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที เมื่อใช้ Wallbox ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดและรักษ์สิ่งแวดล้อม
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ (E 220 d): เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร รหัส OM654 ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. เป็นตัวเลือกที่ให้ความประหยัดน้ำมันและความทนทานสำหรับการเดินทางไกล
Mercedes-AMG E 53: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร รหัส M256 ให้กำลังมหาศาลถึง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที พร้อมระบบ EQ Boost ที่ช่วยเสริมกำลังเครื่องยนต์ได้อีก 22 แรงม้า และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจอย่างแท้จริง

รุ่น Coupe & Cabriolet: ความสง่างามที่ไร้ขีดจำกัด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงส่งมอบความสง่างามและความสปอร์ตในรูปแบบ Coupe และ Cabriolet ที่ปรับโฉมตามเวอร์ชันซีดาน ภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างลงตัว
ดีไซน์ภายนอก: โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond Radiator Grille แบบ A-Shape ไฟหน้า MULTIBEAM LED อัจฉริยะที่มาพร้อมหลอดไฟ LED จำนวน 84 หลอดต่อข้าง และระบบส่องสว่างระยะไกล ULTRA RANGE High Beam สูงสุด 650 เมตร ล้ออัลลอย AMG ดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดุดันแต่สง่างาม
รุ่น Cabriolet: มาพร้อมหลังคาผ้า Soft Top Fabric ที่สามารถเปิดและปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าในเวลาเพียง 20 วินาที มอบอิสระในการขับขี่แบบเปิดประทุน
ภายในห้องโดยสาร: ทั้งสองรุ่นมาพร้อมพวงมาลัย Multifunction Sports Steering Wheel New Generation หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง พร้อมระบบ MBUX ที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ของคุณ ระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” ไฟ Ambient Light 64 เฉดสี และระบบเสียง Burmester® Surround Sound System พร้อมลำโพง 13 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีระบบ AIRCAP ในรุ่น Cabriolet ช่วยลดกระแสลมที่เข้ามาสู่ห้องโดยสาร

ราคาจำหน่าย (ประมาณปี 2025)
Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic: ประมาณ 4,550,000 บาท
Mercedes-Benz E 200 Cabriolet AMG Dynamic: ประมาณ 5,140,000 บาท

The All New Mercedes-Benz S-Class: เพชรน้ำเอกแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีระดับโลก

The All New Mercedes-Benz S-Class (W223) ซึ่งประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ยังคงยืนหยัดเป็นสุดยอดรถยนต์ซีดานหรูระดับเรือธง ที่มอบความสมบูรณ์แบบทั้งในด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และความสะดวกสบายที่ยากจะหาใครเทียบได้ เป็นรถยนต์ที่คู่ควรแก่การครอบครองสำหรับผู้ที่มีรสนิยมสูงส่งและต้องการสิ่งที่ดีที่สุด

ดีไซน์ภายนอกภายใต้แนวคิด Sensual Purity
S-Class ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่ได้รับการยกระดับขึ้นในทุกส่วน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ตีความใหม่ให้ดูโมเดิร์นยิ่งกว่าที่เคย ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมชุดกันชนหน้า-หลังดีไซน์สปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว และระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม เส้นโค้งหลังคา Catwalk Line ที่กดองศาต่ำลง ทำให้รถดูสปอร์ตยิ่งขึ้น แต่ยังคงพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง มือจับประตูแบบไร้รอยต่อเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง และไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉม เสริมความหรูหราด้วยกรอบโครเมียม

S-Class สร้างจากพื้นฐานแพลตฟอร์ม MRA II ทำให้ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น (รุ่นฐานล้อยาว V223) ด้วยความยาว 5,289 มม. ความกว้าง 2,130 มม. ความสูง 1,503 มม. และฐานล้อ 3,216 มม. มอบมิติความยิ่งใหญ่และสง่างามบนท้องถนน

ภายในห้องโดยสารที่มอบประสบการณ์ดิจิทัลเหนือระดับ
ภายใน S-Class ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น หรูหรา มีคุณภาพสูง และมอบวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด ผ่านประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นและตอบรับกับสรีระของผู้ใช้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument Clusters ขนาด 12.3 นิ้ว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการรวมปุ่มควบคุมทั้งหมดบนคอนโซลกลางไว้บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว ซึ่งใช้จอแบบ OLED มอบพื้นที่ใช้งานบนจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมกว่า 64% ภายใต้การออกแบบแบบฟรีฟอร์มที่ดูบางเบาแต่ตอบสนองฉับไว ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันของรถยนต์และภายในห้องโดยสารได้อย่างง่ายดายผ่านปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล เบาะที่นั่งตอนหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งการปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า และฟังก์ชันการนวดที่เลือกได้สูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้น ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบรับการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสารอย่างฉับไว โดยระบบจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ เช่น หากยื่นมือไปทางกระจกด้านข้าง ไฟอ่านหนังสือจะเปิดหรือปิดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ยังทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เพื่อการควบคุมความบันเทิงที่สะดวกสบาย ระบบเสียง Burmester® 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตัว ช่วยเติมเต็มอรรถรสในการเดินทาง

ขุมพลังและระบบความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ
สำหรับ S-Class ในสเปกไทยยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage 3.0 ลิตร รหัส OM656 ให้กำลัง 286 แรงม้า ที่ 3,400–4,600 รอบ/นาที และแรงบิด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 3,200 รอบ/นาที ในรุ่น S 350 d จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่ทรงพลังและราบรื่น

ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ไม่ว่าจะเป็นครั้งแรกของการนำเสนอถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ Parking Package with 360° Camera ที่มอบมุมมองรอบรถยนต์แบบ 360 องศาที่เสมือนจริง รวมถึงระบบความปลอดภัยที่รวมอยู่ใน Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist ที่ช่วยดึงรถกลับเข้าเลนหากเกิดเหตุการณ์กะทันหัน, Active Emergency Stop Assist ระบบหยุดรถฉุกเฉิน และฟังก์ชัน Exit Warning ที่จะทำงานหากมือของผู้โดยสารขยับไปใกล้ที่จับประตูด้านใน

ราคาจำหน่าย (ประมาณปี 2025)
Mercedes-Benz S 350 d Exclusive: ประมาณ 6,690,000 บาท
Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium: ประมาณ 7,190,000 บาท

Mercedes-Benz GLA: Crossover คอมแพกต์ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่

หลังจากสร้างยอดขายไปทั่วโลกกว่า 1 ล้านคันในเจเนอเรชันแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ก็ได้ก้าวเข้าสู่เจเนอเรชันที่ 2 ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวขึ้น ขนาดตัวรถที่ปรับปรุงใหม่ และเทคโนโลยีที่ยกระดับ เพื่อตอบโจทย์ตลาด Crossover คอมแพกต์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2025

ดีไซน์และมิติใหม่ที่โดดเด่น
New Mercedes-Benz GLA ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง แม้ความยาวของตัวรถจะลดลง 14 มิลลิเมตร และแคบลง 2 มิลลิเมตร แต่กลับสูงกว่ารุ่นเก่าถึง 104 มิลลิเมตร และมีฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตร การปรับเปลี่ยนมิตินี้ช่วยให้รถดูแข็งแกร่งและมีพื้นที่ใช้สอยภายในที่ดีขึ้น

ภายในห้องโดยสารที่เน้นความเป็น Crossover
ภายในห้องโดยสารยังคงคล้ายคลึงกับเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆ ที่มีแผงหน้าปัดพร้อมจอแสดงผลดิจิทัลขนาดใหญ่สำหรับมาตรวัดและระบบสาระบันเทิง แต่เน้นความเป็นรถ Crossover มากขึ้น ด้วยการยกเบาะหน้าให้สูงกว่า A-Class ถึง 140 มิลลิเมตร เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น หลังคาด้านหน้ากว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร เพื่อความโปร่งสบาย และที่นั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้แบบ 40:20:40 หรือตั้งชันเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังได้

ความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือการขับขี่
New GLA ยกระดับด้านความปลอดภัยด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ ฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ และระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist) เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุในสถานการณ์ต่างๆ

ขุมพลังและสมรรถนะที่ตอบโจทย์
ในรุ่น GLA 250 มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด สามารถเร่งความเร็ว 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 8.6 วินาที และยังสามารถอัปเกรดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น GLA 250 4MATIC ได้

นอกจากนี้ ยังมีรุ่น GLA 200 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ซึ่งมอบความประหยัดและประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันในเมือง

Mercedes-Benz CLS: สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่ยังคงความสง่างามเหนือกาลเวลา

เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS ยังคงเป็นรถยนต์ที่ดึงดูดสายตาด้วยดีไซน์แบบ “สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู” ที่เป็นเอกลักษณ์ และแม้จะมีการปรับปรุงรุ่นย่อยและออปชันเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในรุ่น CLS 220 d แต่ CLS ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราที่ผสมผสานความสปอร์ตได้อย่างลงตัว

ดีไซน์ภายนอกอันเป็นอมตะ
ภายนอกของ CLS 220 d ยังคงไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond-pattern Grille พร้อมเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เส้นสายที่ดูกว้างและทอดตัวลงไปที่พื้น ให้ความรู้สึกถึงความสง่างามและพละกำลัง หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตจาก AMG สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรก และล้ออัลลอยสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า MULTIBEAM LED และไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ CLS โดดเด่นบนท้องถนน

ภายในห้องโดยสารที่หรูหราและปรับปรุงใหม่
ภายในยังคงความพรีเมียมด้วยเบาะนั่งหนังแท้คุณภาพ Nappa และการตัดเย็บที่ประณีต เบาะนั่งคู่หน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เบาะนั่งตอนหลังสามารถพับลงแบบ 40/20/40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน มาพร้อมระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa ที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System และไฟเรืองแสง Premium Ambient Lighting ที่เลือกได้ถึง 64 สี

สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงคือการเพิ่มระบบ MBUX พร้อม Touchscreen Functions และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง และระบบแจ้งสถานะเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง (Rear Seat Belts Status) ถึงแม้จะมีการปรับลดออปชันบางรายการออกไปเพื่อบริหารจัดการราคา แต่ CLS 220 d ก็ยังคงมอบความหรูหราและเทคโนโลยีที่จำเป็นครบครัน

ขุมพลังดีเซลที่ประหยัดและตอบสนองดีเยี่ยม
CLS 220 d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน OM654 ขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับจูนกำลังเหลือ 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ประหยัดน้ำมัน และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

ระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีใน CLS 220 d โดดเด่นด้วย DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่หลากหลาย ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อม HANDS-FREE ACCESS ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up Display) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zone ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) รวมถึง Active Braking Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการชน

ราคาจำหน่าย (ประมาณปี 2025)
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium: ประมาณ 4,329,000 บาท

Mercedes-Benz EQS: นิยามใหม่แห่งรถยนต์ไฟฟ้าหรูระดับเรือธง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวที่สร้างความฮือฮาและได้รับการตอบรับอย่างดีในฐานะ “S-Class แห่งโลกไฟฟ้า” ที่มอบทั้งความยิ่งใหญ่ หรูหรา และเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดที่เหนือชั้น ปัจจุบัน (ปี 2025) EQS ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูของประเทศไทยแล้ว

การออกแบบที่ล้ำยุคและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน
EQS ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบ Vision EQS Concept โดยถ่ายทอดดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์มาเกือบทั้งหมด โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำ (Black Panel Unit) ที่คาดด้วยแสง Daytime Running Light แบบ LED พาดเป็นแนวนอนตลอดขอบกระจังหน้าด้านบน พร้อมไฟหน้าแบบ LED อัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนถนนเพื่อเตือนผู้ขับขี่หรือสื่อสารกับรถคันอื่นได้ ไฟท้ายแบบ LED ที่พาดขวางเป็นแนวนอนตลอดฝาท้าย สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ล้อแม็กซ์มีให้เลือกหลากหลายขนาดตั้งแต่ 19, 20 และ 21 นิ้ว เพื่อตอบสนองทั้งด้านความสวยงามและสมรรถนะ

ภายในห้องโดยสาร MBUX Hyperscreen ที่ปฏิวัติวงการ
จุดเด่นที่ปฏิวัติวงการยานยนต์คือ MBUX Hyperscreen ที่ทอดยาวเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3 นิ้ว รวมความยาวประมาณ 1,410 มิลลิเมตร มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือกว่าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า นอกจากนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับความบันเทิงส่วนตัวจากหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว อีก 2 จอ ระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อมพลังขับ 710 วัตต์ จากลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศแบบแบ่ง 4 โซน (4-Zone Climate Control) เสริมด้วยเบาะนั่งหนังแท้คุณภาพดีสีขาว มอบความหรูหราและความสะดวกสบายสูงสุด

ขุมพลังไฟฟ้าและระยะทางที่น่าทึ่ง
EQS มีให้เลือก 2 รุ่นหลักในตลาด:
EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): ใช้มอเตอร์เดี่ยว ให้กำลัง 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
EQS 580 4MATIC (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งทำให้ EQS 450+ สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งเป็นระยะทางที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ทำให้การเดินทางไกลด้วยรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

การชาร์จไฟที่รวดเร็วและปลอดภัย
EQS รองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 200 กิโลวัตต์ ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 31 นาที หรือหากชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถเพิ่มระยะทางได้สูงสุดถึง 300 กิโลเมตร (ในรุ่น EQS 450+) สำหรับการชาร์จด้วยสายชาร์จขนาด 11 กิโลวัตต์ จะใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 10 ชั่วโมง แต่หากเลือกชุดชาร์จออปชันพิเศษ 22 กิโลวัตต์ จะลดเวลาการชาร์จ 10-100% ได้ในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง

EQS ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคันที่ครบครัน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane-Keep Assist), ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane-Centering Assist), ระบบอ่านป้ายจราจร (Traffic-Sign Recognition), ระบบช่วยในการเปลี่ยนเลน (Lane-Change Assist), ระบบเตือนมุมบอดด้านข้าง (Blind-Spot Monitoring), ระบบเตือนรถวิ่งตัดด้านหลังเมื่อถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert) และอีกมากมาย เพื่อมอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง

สรุป: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025 กับอนาคตของยานยนต์พรีเมียมในประเทศไทย

ในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์หรูในประเทศไทย ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับในทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่รถยนต์คอมแพกต์ A-Class ที่เปิดประตูสู่โลกแห่งความหรูหราสำหรับคนเมือง ไปจนถึง E-Class ที่ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ด้วยทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ทั้งดีเซล ปลั๊กอินไฮบริด และ AMG Performance

และสำหรับผู้ที่มองหาที่สุดแห่งความหรูหรา S-Class ก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งที่รวบรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอันล้ำสมัยไว้ในหนึ่งเดียว ขณะเดียวกัน GLA ก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวและอเนกประสงค์ในแบบ Crossover ที่ทันสมัย ส่วน CLS ก็ยังคงดึงดูดใจด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการปรับปรุงที่เข้าถึงง่ายขึ้น

ที่สำคัญที่สุดคือการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัวด้วย Mercedes-Benz EQS ที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของแบรนด์ในการสร้างสรรค์รถยนต์ไฟฟ้าหรูระดับโลก ที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้านสมรรถนะและระยะทางขับขี่ แต่ยังมาพร้อมนวัตกรรมภายในห้องโดยสารที่ปฏิวัติวงการ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้เพียงแค่นำเสนอรถยนต์ แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบ “ประสบการณ์” ที่สมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นบริการหลังการขายที่เหนือกว่า การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อผ่าน Mercedes me connect หรือความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของโลกอนาคตได้อย่างยั่งยืน ด้วยทัพรถยนต์ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงยังคงเป็นแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างไม่หยุดยั้ง

Previous Post

N2911005 Ep2 ภรรยาไม ชวนสาม เป นประธานไปก นข าวตอนประช และน อตอนจบ part2

Next Post

N2911001 Ep2 หญ งสาวท กำล งหน จากพ อใจร าย ไม คาดค ดว าจะได พบก บพรหมล ตของช part2

Next Post
N2911001 Ep2 หญ งสาวท กำล งหน จากพ อใจร าย ไม คาดค ดว าจะได พบก บพรหมล ตของช part2

N2911001 Ep2 หญ งสาวท กำล งหน จากพ อใจร าย ไม คาดค ดว าจะได พบก บพรหมล ตของช part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.