ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวล้ำไม่หยุดยั้ง การแสวงหาความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พละกำลังหรือความเร็วอีกต่อไป แต่เป็นการผสมผสานระหว่างสมรรถนะอันเร้าใจ ความหรูหราที่ไร้กาลเวลา และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เชื่อมโยงทุกมิติของชีวิต ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการมานับทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ยังคงเป็นผู้นำในการกำหนดนิยามแห่งยนตรกรรมพรีเมียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเปิดตัวของ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ซึ่งไม่ใช่แค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือคำประกาศถึงอนาคตที่มาถึงแล้วในประเทศไทย
งาน “The Art of Cultivated Luxury” ได้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอความหรูหราที่แตกต่างและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยขบวนทัพยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า 100% พลักอินไฮบริด ไปจนถึงเครื่องยนต์สันดาปที่ยังคงสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ บทความนี้จะพาท่านเจาะลึกถึงหัวใจของ CLE Coupé ทั้งสองรุ่น พร้อมสำรวจความพิเศษของยนตรกรรมระดับสูงสุดรุ่นอื่นๆ ที่สะท้อนถึงปรัชญา “Luxury & Performance” ของแบรนด์ได้อย่างไร้ที่ติ
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé: มิติใหม่แห่งสมรรถนะสปอร์ตคูเป้ ที่ไร้ขีดจำกัด
เมื่อพูดถึง Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ราคา 5,250,000 บาท สิ่งแรกที่ต้องกล่าวถึงคือ นี่ไม่ใช่แค่รถสปอร์ตคูเป้ทั่วไป แต่คือผลงานชิ้นเอกที่หลอมรวมเทคโนโลยีสูงสุดจาก Mercedes-AMG เข้าไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นประกอบในประเทศที่อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเหนือระดับ ที่พร้อมจะปลุกเร้าทุกโสตประสาทการขับขี่ให้ตื่นเต้นเร้าใจถึงขีดสุด
ภายใต้ฝากระโปรงที่มาพร้อมดีไซน์ Power dome และช่องระบายอากาศ Central air outlet อันเป็นเอกลักษณ์ หัวใจหลักคือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่เราคุ้นเคยจาก CLS 53 และ GLE 53 การผสานกำลังนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นการส่งมอบพละกำลังสูงสุด 449 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 560 นิวตันเมตร อย่างราบรื่นและทันใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ในคราบของสปอร์ตคูเป้หรู และด้วยแพคเกจ AMG Driver’s Package ซึ่งติดตั้งมาให้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย CLE 53 สามารถทะยานสู่ความเร็วสูงสุดที่ 270 กม./ชม. ได้อย่างง่ายดาย นี่คือประสบการณ์การขับขี่ความเร็วสูงที่หาได้ยากยิ่ง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CLE 53 แตกต่างคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ที่สามารถกระจายแรงส่งกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้ 100% แบบแปรผันอย่างชาญฉลาด ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G ที่ตอบสนองฉับไวและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวที่ดุดัน การเร่งแซงที่มั่นใจ หรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบนี้จะมอบการยึดเกาะและการควบคุมที่เหนือชั้นในทุกสภาวะ และหากคุณเป็นนักขับที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัด AMG DYNAMIC PLUS Package ที่มาพร้อมฟังค์ชัน RACE START เพื่อการออกตัวที่สมบูรณ์แบบ และ Drift mode เพื่อปลดปล่อยความดิบของรถบนสนามแข่ง ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครผ่านโหมด DYNAMIC SELECT
ช่วงล่างคืออีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ด้วยล้อแมกสปอร์ต AMG Y-spoke ขนาด 20 นิ้ว สีดำด้าน black accents ที่ไม่เพียงเสริมความดุดัน แต่ยังทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือน AMG RIDE CONTROL ที่ออกแบบมาเพื่อความปราดเปรียวสูงสุด ควบคู่ไปกับความสบายในการเดินทาง ระบบ Active engine mounts หรือแท่นเครื่องยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดการสั่นสะเทือนให้ห้องโดยสารนุ่มนวลขณะขับขี่บนถนนปกติ แต่ก็ยังสามารถยึดเกาะเครื่องยนต์ได้อย่างมั่นคงเมื่อต้องใช้ความเร็วสูงในสนามแข่ง สะท้อนปรัชญาของ AMG ที่ไม่ประนีประนอมทั้งสมรรถนะและความสบาย
งานดีไซน์ภายนอกยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ CLE 53 ดึงดูดทุกสายตา ด้วยการตกแต่งแบบ AMG Night Package ที่เพิ่มความเข้มขรึมและพลังสปอร์ตตามแบบฉบับ AMG Exterior ไฟหน้า DIGITAL LIGHT พร้อม Adaptive Highbeam assist Plus ไม่เพียงมอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดด้วยการปรับลำแสงอัจฉริยะแบบไร้กังวล
ระบบเบรก AMG high-performance brake system ด้านหน้าแบบ 4 พอร์ต และด้านหลัง 1 พอร์ต มอบการควบคุมที่แม่นยำและมั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ เสริมด้วยระบบ Active rear-axle steering ที่สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 2.5 องศาที่ความเร็วต่ำกว่า 100 กม./ชม. เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง และปรับได้สูงสุด 0.7 องศาที่ความเร็วสูงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ นี่คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีรถยนต์ 2025 ที่ทำให้การควบคุมรถคูเป้สมรรถนะสูงเป็นเรื่องง่ายและสนุกยิ่งขึ้น
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับรถ AMG คือ “เสียง” ระบบ AMG Real Performance Sound คือนวัตกรรมท่อไอเสียที่ดีที่สุดของ Mercedes-AMG ที่มอบเสียงเครื่องยนต์และเทอร์โบที่เร้าใจและแตกต่างกันตามโหมดการขับขี่ พร้อมให้ผู้ขับขี่เลือกปรับระดับเสียงได้ทั้งแบบ BALANCED หรือ POWERFUL ผ่านคอนโซลกลาง เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้ถึงขีดสุด
ภายในห้องโดยสารคืออาณาจักรแห่งความสปอร์ตลักชัวรี พวงมาลัย AMG Performance steering wheel พร้อมระบบพวงมาลัย AMG Steering 3 สเตจ มอบการควบคุมที่เฉียบคม เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและไมโครไฟเบอร์ ให้ความรู้สึกนุ่มสบายแต่กระชับในการเดินทาง หัวใจสำคัญคือระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ AMG ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอธีมพิเศษของ AMG การวัดแทร็กสนาม และระบบ AI ที่เรียนรู้ข้อมูลการขับขี่ส่วนบุคคลและบันทึกไว้ในระบบเพื่อความสะดวกสบายแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ AMG Head-up Display, MBUX augmented reality for navigation และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ลำโพง 17 ตัว กำลังขับ 710 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos ก็พร้อมมอบประสบการณ์เสียงเพลงที่คมชัดสมจริงรอบทิศทางราวกับอยู่ในสตูดิโอส่วนตัว
ด้านเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยขั้นสูง Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé จัดเต็มมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้า (ATTENTION ASSIST), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist), ระบบรักษาระยะห่างและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist), ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, ABS, TPMS, ESP และ Parking Package พร้อมกล้องถอยหลัง นี่คือความปลอดภัยที่ไร้ข้อกังขาสำหรับรถสปอร์ตสมรรถนะสูงแห่งยุค
มีสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ Obsidian Black, Spectral Blue, MANUFAKTUR Alpine Grey Solid, MANUFAKTUR Opalite White Bright และ MANUFAKTUR Patagonia Red เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามสไตล์ที่เป็นตัวเอง
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic: บทสรุปแห่งความหรูหรา สง่างาม และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ขยับมาที่ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ราคา 3,950,000 บาท นี่คือยนตรกรรมที่เข้ามาแทนที่ E-Class Coupé โดยนำเสนอความลงตัวระหว่างความสปอร์ต ความหรูหรา และความทันสมัยตามแบบฉบับของยนตรกรรมปี 2025 เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการความสง่างามในการเดินทางประจำวัน ควบคู่ไปกับสมรรถนะที่ตอบโจทย์
หัวใจสำคัญของ CLE 300 คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบกำลังสูงสุด 258 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ที่สนุกสนานและมีประสิทธิภาพ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ไม่เป็นรองใครในเซกเมนต์นี้ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ที่มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและประหยัดเชื้อเพลิง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC กระจายกำลังหน้า 45% หลัง 55% เพื่อสมดุลการยึดเกาะและการควบคุมที่ยอดเยี่ยม
สิ่งที่น่าประทับใจคือมิติตัวถังที่ยาวขึ้น กว้างขึ้น และเตี้ยลงกว่า E-Class Coupé เดิม ด้วยความยาว 4,850 มม., กว้าง 1,861 มม., สูง 1,422 มม. และระยะฐานล้อ 2,865 มม. ซึ่งส่งผลให้มีภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้น ชุดแต่งรอบคัน AMG Bodystyling เสริมความสปอร์ตให้โดดเด่นบนท้องถนนในทุกมุมมอง ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ความละเอียดสูงถึง 1 ล้านพิกเซลต่อโคม พร้อม Adaptive Highbeam Assist ที่ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังมอบความปลอดภัยและทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม หลังคา Panoramic roof มอบความโปร่งโล่งสบาย ส่วนล้อแมก AMG multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Sports suspension เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนและเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ นอกจากนี้ ถังน้ำมันขนาด 66 ลิตร ยังช่วยให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปได้อย่างอิสระไร้กังวล
ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบ AMG Interior Package มอบความรู้สึกสปอร์ตลักชัวรีด้วยแผงคอนโซลกลาง high-gloss black และแผงคอนโซลหน้า รวมถึงแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลาย Nappa เสริมความดุดันด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังทรงสปอร์ตสีแดงที่ทั้งสวยงามและนั่งสบาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมหน้าจอแสดงผลรูปแบบใหม่ที่สามารถล็อกอินด้วยระบบ Fingerprint scanner เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย จอแสดงผลการขับขี่แบบ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอกลางขนาด 11.9 นิ้ว มอบการแสดงผลที่คมชัดและใช้งานง่าย ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC 2 โซน ช่วยสร้างบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x รุ่นล่าสุด ซึ่งนับเป็นรุ่นที่ 2 ที่ทำตลาดในประเทศไทยต่อจาก The new E-Class ระบบนี้โดดเด่นด้วย AI-generated routines ที่เรียนรู้และบันทึกรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมการออกแบบปุ่มไอคอนที่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า และแยกสีเพื่อความง่ายในการใช้งาน รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง เพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกมิติ
CLE 300 ยังเป็นแพลตฟอร์มความบันเทิงเคลื่อนที่ที่สมบูรณ์แบบ รองรับการเชื่อมต่อสตรีมมิ่งต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่จะยกระดับอรรถรสทางดนตรีให้เหมือนอยู่ในสตูดิโอ พร้อมรองรับอินเทอร์เน็ต 5G สำหรับการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย, Podcast, ภาพยนตร์, เกม หรือแม้กระทั่งการประชุมผ่าน Zoom นี่คือประสบการณ์การเดินทางที่ครบวงจรและไร้รอยต่อแห่งปี 2025
ด้านระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ก็จัดเต็มด้วยระบบ Active Distance Assist DISTRONIC Plus ที่ปรับระยะห่างและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, Parking package พร้อมกล้อง 360 องศา, Active Brake Assist, Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, PRE-SAFE system, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, ABS เป็นต้น มอบความอุ่นใจในทุกเส้นทาง
มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ Polar White, Obsidian Black, Graphite Grey, High-tech Silver และ MANUFAKTUR Alpine Grey Solid
ขบวนทัพ Top-End Luxury: นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับจาก Mercedes-Benz
งาน “The Art of Cultivated Luxury” ไม่ได้หยุดอยู่แค่ CLE Coupé เท่านั้น แต่ยังนำเสนอภาพรวมของความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในการนำเสนอยนตรกรรมระดับสูงสุดที่ตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคยุค 2025 อย่างแท้จริง
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV (ราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท): ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งเอสยูวีที่ผสานความหรูหราขั้นสุดเข้ากับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต นี่คือการเดินทางที่เงียบสงบ เปี่ยมด้วยพลัง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
Mercedes-Maybach S 580 e Premium (ราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท): ซีดานไฮเอนด์ลักชัวรีพลักอินไฮบริดที่สะท้อนความสง่างามของ S-Class มาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่แบบ Local Production นับเป็นการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและความหรูหราที่ไม่อาจปฏิเสธได้
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology (ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท) และ G 450 d (ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท): ตำนาน 45 ปีของ G-Class “King of Off-Road” ก้าวเข้าสู่ยุคไฟฟ้า 100% ด้วย G 580 ที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว มอบแรงบิดมหาศาลถึง 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ สะท้อนถึงสมรรถนะออฟโรดในมิติใหม่ พร้อมกันนี้ G 450 d ก็ตอบโจทย์ผู้ที่ยังคงชื่นชอบขุมพลังดีเซลอันแข็งแกร่ง นี่คือรถ SUV ไฟฟ้า และรถยนต์ดีเซลหรูที่ตอบโจทย์ทั้งการผจญภัยและการใช้งานในเมือง
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium (ราคา 7,580,000 บาท): ยนตรกรรมลักชัวรีซีดานที่มอบความครบเครื่องทุกมิติ ตั้งแต่สุนทรียภาพในการขับขี่ ความสบายขั้นสูง และความปลอดภัย ด้วยระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ที่เพิ่มความคล่องตัวอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับรถขนาดใหญ่
Mercedes-Benz V 300 d Exclusive (ราคา 5,820,000 บาท): รถแวนระดับลักชัวรี 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้าจากยุโรป ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัว และการใช้งานทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว นี่คือ รถแวนหรู และ รถยนต์เพื่อธุรกิจ ที่สมบูรณ์แบบ
กลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ตอกย้ำถึงความเป็นเลิศในทุกด้านของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะแบรนด์ Mercedes-Maybach และ S-Class ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราแบบร่วมสมัย ด้วยการตกแต่งภายในสุดประณีต เทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ขณะที่ G-Class เป็นตัวแทนของขุมพลังและมรดกอันยิ่งใหญ่ พร้อมความแข็งแกร่งและสมรรถนะขั้นสูง และสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวาง V-Class ก็ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายอย่างแท้จริง
ตำนานที่ยังคงขับเคลื่อน: Mercedes-Benz Sprinter และ eSprinter ในยุค 2025
นอกเหนือจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับพรีเมียมแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ ด้วยตำนานของ Sprinter ที่ขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกมาตลอด 30 ปีนับตั้งแต่ปี 1995 ในปี 2025 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะจำหน่าย Sprinter สะสมครบ 5 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพ นวัตกรรม และความน่าเชื่อถือที่ไม่มีใครเทียบได้
Sprinter ไม่ได้เป็นเพียงรถตู้ขนส่งสินค้า แต่เป็นพาหนะอเนกประสงค์ที่ถูกนำไปดัดแปลงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่โลจิสติกส์, การก่อสร้าง, ไปจนถึงบริการฉุกเฉิน และด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน eSprinter รถตู้ไฟฟ้ารุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นปี 2024 ได้รับการอัปเกรดให้มีตัวเลือกแบตเตอรี่และระยะทางที่หลากหลายขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติขั้นสูง
สำหรับประเทศไทย Sprinter และ Vito ยังคงเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ โดย Sprinter มีทั้งรุ่นรถตู้ทึบ, รถตู้โดยสาร และหัวเก๋งแชสซี ส่วน Vito เป็นรถตู้โดยสาร ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมรถตู้เชิงพาณิชย์ และความพร้อมที่จะขับเคลื่อนอนาคตของการขนส่งที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ
สรุป: อนาคตแห่งยนตรกรรมที่สัมผัสได้ในวันนี้
เมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แบรนด์ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับชื่อเสียงในอดีต แต่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ผสานความหรูหรา สมรรถนะ นวัตกรรม และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสปอร์ตคูเป้ที่เร้าใจอย่าง CLE 53 และ CLE 300 หรือขบวนทัพ Top-End Luxury อย่าง Maybach, G-Class, S-Class และ V-Class ไปจนถึงยนตรกรรมเชิงพาณิชย์อย่าง Sprinter แต่ละรุ่นล้วนถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่และการเป็นเจ้าของที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
หากท่านปรารถนาที่จะสัมผัสอนาคตแห่งยนตรกรรมอันหรูหราและล้ำสมัยด้วยตัวท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะอันเร้าใจของ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé, ความสง่างามพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะของ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic หรือสัมผัสขีดสุดแห่งความหรูหราจากยนตรกรรม Top-End Luxury รุ่นอื่นๆ การเยี่ยมชมผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ ใกล้บ้านท่าน คือก้าวแรกสู่การเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตที่น่าตื่นเต้นนี้ อย่ารอช้าที่จะเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่จะเปลี่ยนมุมมองของท่านไปตลอดกาล

