นฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เฝ้าสังเกตและวิเคราะห์ทิศทางของตลาดมาโดยตลอด และในปี 2025 นี้เอง เรากำลังได้เห็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือกระแส “เรโทร-ออฟโรด” หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่ารถยนต์ “ทรงกล่อง” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างดีไซน์คลาสสิกอันเป็นอมตะกับเทคโนโลยีและสมรรถนะล้ำสมัย ทำให้รถยนต์ประเภทนี้โดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งที่เน้นหลักอากาศพลศาสตร์เพียงอย่างเดียว
ยุคนี้คือยุคที่ “คาแรคเตอร์” สามารถเอาชนะ “แอโรไดนามิกส์” ได้อย่างแท้จริง ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถที่แค่สวยงามหรือประหยัดน้ำมันสูงสุดอีกต่อไป แต่ต้องการรถที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์สะท้อนตัวตน และที่สำคัญคือพร้อมพาพวกเขาออกไปผจญภัยได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองใหญ่ หรือการบุกตะลุยเส้นทางธรรมชาติที่ท้าทาย
ในบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึก 9 รถยนต์ทรงกล่องที่กำลังมาแรงที่สุดในปี 2025 ซึ่งแต่ละคันล้วนมีจุดเด่นและเสน่ห์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้รถเหล่านี้กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลุกจิตวิญญาณนักผจญภัยในตัวคุณให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
9 ยนตรกรรมทรงกล่องที่น่าจับตาที่สุดในปี 2025
GWM TANK 300 Diesel: นิยามใหม่ของรถออฟโรดดีเซลพันธุ์แกร่ง
ในโลกของยานยนต์ที่มุ่งหน้าสู่พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว การเปิดตัว GWM TANK 300 Diesel ถือเป็นการหักปากกาเซียน และตอกย้ำว่าขุมพลังดีเซลยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับสายลุยตัวจริง รุ่นดีเซลนี้ได้รับการปรับจูนมาเพื่อเน้นความทนทาน แรงบิดมหาศาล และราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ TANK 300 Diesel กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือก “รถออฟโรด” ที่คุ้มค่าที่สุดในตลาดปี 2025
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 184 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time ที่มีโหมด 2H, 4H, 4L ครบครันสำหรับทุกสภาพเส้นทาง จุดแข็งที่ทำให้ TANK 300 Diesel แตกต่างคือการรับประกันเครื่องยนต์ 1,000,000 กิโลเมตร สะท้อนถึงความมั่นใจในคุณภาพอย่างแท้จริง นี่คือ “รถยนต์ออฟโรดแท้” ที่พร้อมลุย ไม่ใช่แค่ขับอวดโฉมในเมือง แม้ว่าอัตราเร่งอาจไม่จัดจ้านเท่ารุ่นไฮบริด และอัตราสิ้นเปลืองในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time อาจไม่ต่างกันมากนัก แต่ด้วย “ราคาที่จับต้องได้” และสมรรถนะ “แรงบิดหนักๆ” ในรอบต่ำ ทำให้มันเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถออฟโรดดีเซลสมรรถนะสูง” ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
Keywords: GWM TANK 300 Diesel, รถออฟโรดดีเซล, แรงบิดสูง, ขับเคลื่อน 4 ล้อ, ราคาคุ้มค่า, รถยนต์ออฟโรดแท้, สมรรถนะออฟโรด
JAECOO 5 EV MAX: พลังไฟฟ้าเพื่อชีวิตในเมืองที่ไม่ธรรมดา
JAECOO 5 EV MAX จาก Chery คือการก้าวเข้ามาเขย่าตลาด “Compact SUV ไฟฟ้า” ในปี 2025 ด้วยกลยุทธ์ที่เน้น “สมรรถนะเหนือราคา” มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลัง 211 แรงม้า และแรงบิด 288 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ LFP ขนาด 58.9 kWh ที่วิ่งได้ 461 กม./ชาร์จ (NEDC) การทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.7 วินาที ถือว่าโดดเด่นอย่างมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน
จุดเด่นของ JAECOO 5 EV MAX คือการให้ “ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม” ที่ปกติจะพบในรถราคาแพงกว่า ไม่ว่าจะเป็นหลังคากระจก Panoramic Roof, กล้อง 540 องศา (รวมภาพใต้ท้องรถ) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ที่ครบครัน นี่ไม่ใช่แค่รถ EV ที่แรง แต่ยังมาพร้อม “เทคโนโลยีรถยนต์” ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ทำให้ JAECOO 5 EV MAX เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต” ที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาความคุ้มค่าและสมรรถนะในการขับขี่ที่สนุกสนานสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่
Keywords: JAECOO 5 EV MAX, Compact SUV ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า, สมรรถนะสูง, เทคโนโลยีรถยนต์, ADAS, รถยนต์ EV คุ้มค่า
JAECOO 6 EV AWD: ออฟโรดไฟฟ้าสไตล์คลาสสิกที่พร้อมผจญภัย
หาก JAECOO 5 EV MAX คือรถเมือง JAECOO 6 EV AWD คือการนำ “ดีไซน์ออฟโรดคลาสสิก” มาตีความใหม่ในรูปแบบ “รถยนต์ไฟฟ้า 100%” ด้วยแรงบันดาลใจจาก Defender และ G-Class แต่ย่อส่วนลงมาอย่างชาญฉลาด รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ 275 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ 65.7 kWh ที่วิ่งได้ 501 กม./ชาร์จ (NEDC)
สิ่งที่ทำให้ JAECOO 6 EV โดดเด่นคือโครงสร้างตัวถัง Aluminium-Alloy Body ที่แข็งแกร่ง และโหมดการขับขี่มากถึง 10 โหมด รวมถึงโหมด Off-road เฉพาะทาง (ทราย, โคลน, หิมะ) พร้อมชิป Snapdragon 8155 ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วทันใจ นี่คือ “รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์เรโทร” ที่มาพร้อม “ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ” เพื่อการผจญภัยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม รูปทรง Boxy ย่อมแลกมาด้วยเสียงลมปะทะที่ความเร็วสูง และช่วงล่างที่เซ็ตมาเพื่อออฟโรดอาจให้ความรู้สึกกระด้างกว่า SUV เมืองทั่วไปเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่มองหา “SUV ไฟฟ้า” ที่มีเอกลักษณ์และพร้อมลุย JAECOO 6 EV AWD คือคำตอบ
Keywords: JAECOO 6 EV AWD, รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ออฟโรด, SUV ไฟฟ้า, ขับเคลื่อน 4 ล้อ, โหมด Off-road, เทคโนโลยีรถยนต์, รถยนต์ EV ลุย
Chery V23: รถแฟชั่นทรงกล่องที่ลงตัวกับชีวิตเมือง
Chery V23 คืออีกหนึ่ง “กล่องติดล้อของแท้” ที่คนไทยให้ความสนใจอย่างล้นหลามในปี 2025 มันคือการนำเทรนด์รถทรงกล่องมาผนวกรวมกับความเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า” ในขนาด B-SUV ที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองอย่างยิ่ง ด้วยมิติตัวถังที่ฉลาด (ยาว 4,220 มม., กว้าง 1,915 มม., สูง 1,845 มม., ฐานล้อ 2,735 มม.) ทำให้ภายในกว้างขวางเกินคาด รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ 81.76 kWh กำลังสูงสุด 211 แรงม้า แรงบิด 292 นิวตันเมตร วิ่งได้ 430 กม./ชาร์จ (NEDC) และระบบ V2L 3.3 กิโลวัตต์
V23 ถูกยกย่องในฐานะ “รถแฟชั่น” ที่ผสมผสานความดิบของ G-Class ความบึกบึนของ Defender และความน่ารักของ Jimny ได้อย่างลงตัว แค่ดีไซน์ก็กินขาดทุกสายตา ความคล่องตัวในเมืองด้วยขนาดที่กระชับแต่ภายในไม่อึดอัดคือจุดเด่นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ระยะขับจริงที่อาจอยู่ราว 300-400 กม. อาจไม่เหมาะกับการลุยป่าทางไกลโดยไม่วางแผนการชาร์จที่ดีนัก แต่ในฐานะ “รถยนต์ไฟฟ้าสไตล์เรโทร” สำหรับคนเมืองที่ต้องการความโดดเด่นและ “ประสบการณ์ขับขี่” ที่แตกต่าง Chery V23 คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
Keywords: Chery V23, รถยนต์ไฟฟ้าทรงกล่อง, รถแฟชั่น, รถยนต์ EV เมือง, V2L, ดีไซน์เรโทร, รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์
KIA EV9 GT-Line AWD: ยานแม่ไฟฟ้าสุดหรูแห่งอนาคต
KIA EV9 GT-Line AWD คือ “ยานแม่” ที่สร้างเสียงฮือฮาและนิยามใหม่ของ “SUV พรีเมียมไฟฟ้า” ขนาดใหญ่ 3 แถว 6 ที่นั่งในปี 2025 ด้วยเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V ที่รองรับการชาร์จเร็วเป็นพิเศษ ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลัง 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ 99.8 kWh วิ่งได้ไกล 505 กม./ชาร์จ (WLTP) และทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.3 วินาที
EV9 โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Digital Tiger Face” รูปทรงกล่องที่บึกบึนแต่ล้ำสมัย ทำให้มันดูเหมือนรถต้นแบบที่หลุดออกมาจากโลกอนาคตอย่างแท้จริง ภายในห้องโดยสารคือความอเนกประสงค์ระดับ First Class ด้วยเบาะ Captain Seat แถว 2 ที่หมุนได้ 180 องศา และพื้นที่แถว 3 ที่ผู้ใหญ่นั่งได้จริง จุดแข็งอีกประการคือเทคโนโลยีการชาร์จ 800V ที่รวดเร็วเป็นพิเศษ แม้ราคา 3.9 ล้านบาทจะอยู่ในระดับเดียวกับ “รถหรู” จากยุโรป แต่ EV9 มอบนวัตกรรมและ “ประสบการณ์ขับขี่” ที่แตกต่าง ทำให้เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ “รถยนต์ครอบครัวไฟฟ้า” ระดับอัลตร้าพรีเมียม
Keywords: KIA EV9 GT-Line AWD, SUV พรีเมียมไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า 3 แถว, เทคโนโลยี 800V, รถยนต์ครอบครัวไฟฟ้า, นวัตกรรมยานยนต์, รถหรูไฟฟ้า
Suzuki Jimny: ตำนานจิ๋วแต่แจ๋วที่ครองใจสายลุยและแฟชั่นนิสต้า
Suzuki Jimny ไม่ใช่แค่รถ แต่คือ “ปรากฏการณ์” ในวงการยานยนต์ไทยปี 2025 ที่กลายเป็น “แรร์ไอเทม” อย่างแท้จริง มันคือขวัญใจสายแฟชั่นที่มาพร้อมจิตวิญญาณ “รถลุยได้จริง” ด้วยทางเลือกทั้งแบบ 3 และ 5 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 102 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน Part-time 4WD “AllGrip Pro” ที่มีเกียร์ Low Range (4L) สำหรับการลุยหนักโดยเฉพาะ
Jimny โดดเด่นด้วยความคล่องตัวสูงในเมือง วงเลี้ยวแคบ ทำให้ขับขี่สนุกและจอดง่ายในสภาพการจราจรหนาแน่น และที่สำคัญที่สุดคือ “ราคาขายต่อ” ที่แข็งโป๊กอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากโควตาการนำเข้าที่จำกัดและความต้องการที่สูงมาก ทำให้ Jimny กลายเป็น “รถสะสม” ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ราคาเปิดตัวที่สูงถึง 1.7 – 1.8 ล้านบาท (จากกำแพงภาษี) ทำให้หลายคนต้องชั่งใจเมื่อเทียบกับ PPV 7 ที่นั่ง หรือ C-SUV ที่ราคาใกล้เคียงกัน และฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Bumpy Ride จากช่วงล่างคานแข็งและฐานล้อสั้น ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ แต่สำหรับผู้ที่เลือกด้วย “อารมณ์และสไตล์” Jimny คือการลงทุนที่คุ้มค่า
Keywords: Suzuki Jimny, รถลุย, รถยนต์ดีไซน์เรโทร, รถขับเคลื่อน 4 ล้อ, รถยนต์ออฟโรดขนาดเล็ก, ราคาขายต่อ, รถสะสม
Mercedes-Benz G 63 AMG: ราชาแห่ง SUV ทรงกล่องที่ไม่มีวันตาย
Mercedes-Benz G-Class หรือ G-Wagen คือ “ไอคอน” ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับยานยนต์ทรงกล่องมากมาย มันคือ “ราชาแห่ง SUV ทรงกล่อง” ที่ยืนหยัดมานานกว่า 40 ปี จากจุดเริ่มต้นในฐานะรถทหาร สู่สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและ “รถหรูสมรรถนะสูง” ที่สุดในปัจจุบัน ในรุ่น G 63 AMG คือที่สุดของความโหดร้ายและหรูหรา ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ให้กำลังมหาศาล 585 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ที่มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์
G-Class คือ “ตำนานที่ฆ่าไม่ตาย” ด้วยดีไซน์คลาสสิกที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ พร้อมด้วยสมรรถนะ “ออฟโรดของจริง” จากโครงสร้าง Body-on-Frame และระบบล็อกเฟืองท้าย 3 ตัว ที่พร้อมลุยได้ทุกสถานการณ์ ภายในคือความหรูหราเทียบเท่า S-Class ที่สมค่ากับราคาหลัก 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การบริโภคน้ำมันที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะในรุ่น G 63 V8 Bi-Turbo และวงเลี้ยวที่กว้าง ทำให้การขับขี่ในเมืองอาจต้องใช้ทักษะและความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่นี่คือ “รถยนต์พรีเมียม” ที่มอบทั้งประวัติศาสตร์ สมรรถนะ และความหรูหราอย่างไม่มีใครเทียบ
Keywords: Mercedes-Benz G 63 AMG, G-Class, รถหรูสมรรถนะสูง, รถออฟโรดพรีเมียม, V8 Bi-Turbo, รถยนต์ไอคอนิก, ดีไซน์คลาสสิก
Land Rover Defender: สุภาพบุรุษสายลุยโฉมใหม่
Land Rover Defender เจเนอเรชันล่าสุด (L663) คือการกลับมาเกิดใหม่ของ “สุภาพบุรุษสายลุย” ที่น่าทึ่ง มันลบภาพจำเดิมของรถลุยที่ดิบๆ ให้กลายเป็น “SUV หรู” ที่อัดแน่นด้วย “เทคโนโลยีรถยนต์” และยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไว้อย่างเต็มเปี่ยม มีให้เลือกทั้งดีเซล (D300 MHEV 300 แรงม้า), เบนซิน (P400 MHEV 400 แรงม้า) และปลั๊กอินไฮบริด (P400e 404 แรงม้า) ที่วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 43 กม.
Defender มาพร้อมโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม Monocoque (D7x) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา และช่วงล่างถุงลม Adaptive Air Suspension ที่ปรับการขับขี่ตามสภาพพื้นผิวได้อย่างอัจฉริยะ ทำให้มอบความสบายบนถนนที่สวนทางกับหน้าตา แต่เมื่อลงทาง “ออฟโรด” มันคือ Land Rover ของจริงที่พร้อมลุยผ่านอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย ข้อเสียเปรียบคือค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป รวมถึงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ค่อนข้างมาก แม้จะมีระบบ Mild-Hybrid มาช่วยแล้วก็ตาม แต่สำหรับผู้ที่ต้องการ “SUV พรีเมียม” ที่ผสมผสานความหรูหรา ความสะดวกสบาย และ “สมรรถนะออฟโรด” Defender คือตัวเลือกที่ไร้เทียมทาน
Keywords: Land Rover Defender, SUV หรู, ออฟโรดพรีเมียม, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ, Plug-in Hybrid, เทคโนโลยี Adaptive Air Suspension, รถยนต์อเนกประสงค์
Toyota Land Cruiser FJ: การกลับมาของตำนานที่รอคอย
กระแสของ Toyota Land Cruiser FJ นั้นมาแรงตั้งแต่ก่อนจะเข้าสู่ประเทศไทยในปี 2026 ช่วงเดือนมีนาคมตามที่คาดการณ์ไว้ ตำนานที่เราคุ้นเคยกำลังจะกลับมาในรูปแบบ “SUV 5 ที่นั่ง” ขนาดเล็กกว่า Fortuner เล็กน้อย โดยใช้พื้นฐานแชสซีส์เดียวกับ Hilux Champ แต่เน้นการลุยที่มากกว่า เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 246 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ Super ECT และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time 4WD
หากราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 1.2 – 1.3 ล้านบาทตามที่คาดการณ์ Land Cruiser FJ จะกลายเป็นอีกหนึ่ง “รถยนต์ออฟโรด” ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแฟนคลับ Toyota และผู้ที่มองหา “รถยนต์ดีไซน์เรโทร” ที่มาพร้อมความน่าเชื่อถือและความสามารถในการลุยตามแบบฉบับของ Land Cruiser นี่คือการผสมผสานระหว่างตำนานและความทันสมัย ที่พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ให้กับตลาด “SUV ลุย” ในปี 2026
Keywords: Toyota Land Cruiser FJ, รถยนต์ออฟโรด, SUV ลุย, ดีไซน์เรโทร, ตำนาน Land Cruiser, ขับเคลื่อน 4 ล้อ, รถยนต์ใหม่
Mercedes-Benz: ผู้นำนวัตกรรมและคอมมูนิตี้ในโลกยานยนต์ 2025
นอกเหนือจากกระแสรถทรงกล่องที่กำลังเป็นที่นิยม เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด “รถหรู” และ “ยานยนต์สมรรถนะสูง” อย่างต่อเนื่องในปี 2025 ด้วยการนำเสนอ “นวัตกรรมยานยนต์” และการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้า
การเปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ ใหม่: ยนตรกรรมเรือธงแห่งสมรรถนะ
ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46” ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัว Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+ รหัสตัวถัง C192 ยนตรกรรมเรือธงในตระกูล GT เจเนอเรชันที่ 2 ที่สะท้อนปรัชญา “One Man, One Engine” อันเป็นเอกลักษณ์ของ AMG
ด้วยเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร Bi-Turbo ที่ติดตั้งแบบ Hot Inside “V” ทำให้รถคันนี้สามารถสร้างพละกำลังได้สูงถึง 585 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที และความเร็วสูงสุด 315 กม./ชม. นี่คือ “รถยนต์สมรรถนะสูง” ที่แท้จริง ราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอยู่ที่ 15,900,000 บาท
ดีไซน์ภายนอกแบบ Wide Body กว้าง 2 เมตร พร้อมกระจังหน้า AMG-specific radiator grille และไฟหน้า DIGITAL LIGHT สะท้อน DNA มอเตอร์สปอร์ตได้อย่างชัดเจน ภายในมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MBUX7 หน้าจอสัมผัสขนาด 11.9 นิ้ว และหน้าจอ Driver’s display ขนาด 12.3 นิ้ว แบบ AMG-specific indicators รวมถึงพวงมาลัย AMG Performance Steering Wheel
ระบบส่งกำลัง AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sport Transmission รองรับแรงบิดสูง เปลี่ยนเกียร์ได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที พร้อมระบบ RACE START เพื่ออัตราเร่งที่ดีที่สุด ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+ ที่ปรับจูนมาเพื่อการเข้าโค้งที่รวดเร็วและปลอดภัย และเบรกสมรรถนะสูงที่ออกแบบโดย Mercedes-AMG เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ “รถสปอร์ตสมรรถนะสูง”
เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง อย่างระบบ AMG Rear-Axle Steering ช่วยให้เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยล้อหลังจะเลี้ยวในทิศทางเดียวกับล้อหน้าเมื่อเกิน 100 กม./ชม. และเลี้ยวตรงข้ามเมื่อต่ำกว่า 100 กม./ชม. ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL Sports Suspension ปรับได้ 3 ระดับ (Comfort, Sport, Sport+) เพื่อรองรับทุกรูปแบบการขับขี่ นอกจากนี้ ระบบ AMG Real Performance Sound ยังช่วยเติมเต็ม “ประสบการณ์ขับขี่” ด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจตามแบบฉบับ AMG ซึ่งปรับได้หลากหลายโหมด
Friend with Benz: ชวนคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้คนคลั่งเบนซ์
เมอร์เซเดส-เบนซ์เข้าใจดีว่า “แบรนด์” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่คือความหลงใหลและแรงบันดาลใจ จึงสานต่อแคมเปญ “Friend with Benz” ที่ Motor Show 2025 เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ให้ผู้ที่ชื่นชอบเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรถหรือไม่ก็ตาม ได้มาเป็นเพื่อนกับแบรนด์และร่วมแบ่งปันเรื่องราว ความรู้สึก และ “ประสบการณ์ที่มีต่อเมอร์เซเดส-เบนซ์”
ผ่านวิดีโอ “คน คลั่ง เบนซ์ (Passion for Benz)” แบรนด์ได้รวบรวมเรื่องราวความผูกพันที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การสืบทอดจากครอบครัว การสะสมโมเดล ไปจนถึงการแต่งเพลงที่กล่าวถึงแบรนด์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในแบบฉบับของตัวเอง นี่คือการตอกย้ำว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้ขายแค่รถ แต่ขาย “ไลฟ์สไตล์” และ “ความสัมพันธ์” ที่ยั่งยืน
ในงาน Motor Show 2025 คุณจะได้พบกับเพื่อนใหม่จาก Mercedes-AMG ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ “Mercedes-AMG G 63” เพื่อนสายลุยคลาสสิก, “Mercedes-AMG SL 55 4MATIC+” เพื่อนสายสปอร์ตหรูหรา และ “Mercedes-AMG GT 63 4MATIC+” เพื่อนสายเรียบหรูสมรรถนะสูง พร้อมรับ “ข้อเสนอพิเศษ” อีกมากมายที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ หมายเลข A17 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี
ยกระดับความปลอดภัยและบริการหลังการขายด้วย “เทคโนโลยี ADAS” และศูนย์ Body&Paint มาตรฐานสูงสุด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นในเรื่อง “ความปลอดภัย” และ “บริการหลังการขายรถหรู” อย่างไม่หยุดยั้ง ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Week) ที่จัดโดย UNESCAP เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำรถยนต์ 3 รุ่น (EQS 450+ AMG Premium, EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic, S 350 d Exclusive) เข้าร่วมทดสอบระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ “ADAS (Advanced Driver Assistance System)” เพื่อส่งเสริมและยกระดับ “ความปลอดภัยบนท้องถนน” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบบ ADAS ที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน อาทิ Active Distance Assist DISTRONIC, Active Lane Keeping Assist, Active Brake Assist และ Active Blind Spot Assist เป็นเครื่องพิสูจน์ถึง “นวัตกรรมยานยนต์” ที่เน้นความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ “เบนซ์ไพรม์มัส” ยังได้ตอกย้ำความเป็นเลิศด้าน “บริการหลังการขาย” โดยการยกระดับศูนย์บริการซ่อมสี-ตัวถัง (Body & Paint Center) สู่มาตรฐานสูงสุดของ Mercedes-Benz ด้วยการลงทุนในอุปกรณ์เครื่องมือพิเศษ “เทคโนโลยีทันสมัย” ล่าสุด และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญระดับ 4 ที่ผ่านการฝึกอบรมมาตรฐานสูงสุด เพื่อรองรับงานซ่อมสี-ตัวถังทุกรุ่น ทุกซัพแบรนด์ รวมถึงรถยนต์ที่มีโครงสร้างหลักแบบอะลูมิเนียม
ศูนย์ฯ แห่งนี้มีช่องซ่อม 27 ช่อง รองรับรถยนต์ได้ 300 คันต่อเดือน พร้อมบริการครบวงจรทั้งงานซ่อมหนักและเบา ด้วยเทคโนโลยีการพ่นอบสีระบบแขนกลอินฟราเรดอัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์สีน้ำคุณภาพมาตรฐานสากล ที่สำคัญคือรับงานซ่อมจากบริษัทประกันภัยชั้นนำทุกแห่ง พร้อมทีมประสานงานเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการ “เคลมสีรอบคัน” ด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “รับฟรี! ค่า Excess” เมื่อนำรถเข้ารับบริการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 31 กรกฎาคม 2567 ที่เบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทราเท่านั้น
อนาคตของการขับขี่: ผสมผสานสไตล์ สมรรถนะ และความยั่งยืน
ปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงปีที่ “เทรนด์เรโทร-ออฟโรด” กลับมาผงาดเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์อื่นๆ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วย “รถยนต์ไฟฟ้า” ที่เน้นความยั่งยืน การผจญภัยด้วย “รถออฟโรด” ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ หรือการสัมผัส “ความหรูหรา” ในทุกเส้นทาง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่าอนาคตของยานยนต์คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ “เทคโนโลยีรถยนต์” ที่ล้ำสมัย และการสร้าง “ประสบการณ์ขับขี่” ที่เหนือกว่าแค่การเดินทาง มันคือการที่รถยนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ และสะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
พร้อมแล้วหรือยังที่จะปลุกจิตวิญญาณนักผจญภัยในตัวคุณ?
ไม่ว่าคุณจะหลงใหลในความคลาสสิกแบบเรโทร-ออฟโรด ชื่นชอบใน “นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” หรือมองหา “รถหรูสมรรถนะสูง” ที่สุดแห่งยุค ปี 2025 นี้คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้ พร้อมพบกับ “ข้อเสนอพิเศษ” มากมาย ที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025” หรือเยี่ยมชมโชว์รูมของผู้จำหน่ายใกล้บ้านคุณ เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจและปลุกจิตวิญญาณนักผจญภัยในตัวคุณให้ลุกโชนอีกครั้ง เพราะโลกของการขับขี่ยังมีเรื่องราวให้ค้นพบอีกมากมาย!

