ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจซื้อรถยนต์สักคันนั้นซับซ้อนกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เพียงพิจารณารถรุ่นใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเปิดตัว แต่ตลาดรถยนต์มือสองกลับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาความคุ้มค่าสูงสุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด ในปี 2025 นี้ รถยนต์ที่เคยโดดเด่นในช่วงกลางทศวรรษ 2010s อย่าง Hyundai H1 Touring 2018 และ Toyota Vios 2017 ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งและน่าจับตามองในฐานะ รถมือสองน่าใช้ ปี 2025 ด้วยคุณสมบัติเด่นที่ยังคงตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านความทนทาน, ประโยชน์ใช้สอย, และราคาที่จับต้องได้ บทความนี้จะพาคุณไปวิเคราะห์เจาะลึกถึงคุณค่าที่ยังคงเหลืออยู่ของรถทั้งสองรุ่นนี้ เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อรถมือสองที่ใช่ที่สุดได้อย่างมั่นใจ
Hyundai H1 Touring 2018: ความสบายที่ยังคงอยู่สำหรับครอบครัวและธุรกิจในตลาดรถมือสองปี 2025
Hyundai H1 ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดรถตู้โดยสารอเนกประสงค์มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะรุ่นปี 2018 ที่มาพร้อมฉายา “การเดินทางที่…สบายที่สุด” ซึ่งยังคงเป็นจริงแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ในปี 2025 นี้ H1 Touring 2018 ได้เปลี่ยนสถานะจากรถใหม่ไร้คู่แข่งมาเป็น รถตู้โดยสารมือสอง ที่มอบความคุ้มค่าสูง ด้วยราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก นี่คือสิ่งที่ทำให้ H1 Touring 2018 ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรถมือสอง
ดีไซน์ภายนอก: ความเรียบง่ายที่ยังคงความทันสมัย
แม้จะผ่านไป 7 ปี ดีไซน์ภายนอกของ Hyundai H1 Touring 2018 ยังคงความเรียบง่ายและเป็นเอกลักษณ์ที่ดูไม่ล้าสมัย ขนาดตัวถังที่ใหญ่ (ยาว 5,125 มม. กว้าง 1,920 มม. สูง 1,925 มม.) บ่งบอกถึงพื้นที่ภายในที่กว้างขวางตั้งแต่แรกเห็น กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวในยุคนั้น ยังคงให้ความรู้สึกหรูหรา กลมกลืนกับเส้นสายของตัวรถ ไฟตัดหมอกหน้าช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จำเป็นเสมอไม่ว่าจะปีไหน กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว ยังคงมอบความสะดวกสบายและสวยงาม การติดตั้งเสาอากาศแบบ Short-Type แสดงให้เห็นถึงการออกแบบที่คำนึงถึงความคล่องตัวในการเข้าพื้นที่จำกัด ซึ่งเป็นประโยชน์ในการใช้งานในเมือง
สำหรับผู้ที่มองหา ฮุนได H1 มือสอง ในปี 2025 สิ่งที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมคือสภาพของสีตัวถังและรอยบุบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานตลอด 7 ปี รวมถึงการทำงานของกล้องมองหลังพร้อมฟังก์ชัน Bird’s Eye View ที่ช่วยกะระยะได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นระบบที่สำคัญสำหรับการจอดรถขนาดใหญ่ ระบบไฟหน้านำทาง (ไฟส่องสว่าง 20 วินาทีหลังดับเครื่อง) เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ยังคงมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในเวลากลางคืน
ภายในห้องโดยสาร: ความกว้างขวางและความยืดหยุ่นคือหัวใจ
จุดเด่นที่แท้จริงของ H1 Touring 2018 คือภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและยืดหยุ่น การออกแบบคอนโซลกลางที่ทันสมัยด้วยสี Glossy Black และลายไม้ Light Brown Sicilian Elm ยังคงให้ความรู้สึกหรูหราเหนือระดับ วิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพถนนได้ดี จำนวนเบาะนั่ง 11 ที่นั่ง (รวมที่นั่งสำรอง) ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญสำหรับ รถครอบครัวขนาดใหญ่ หรือ รถตู้เพื่อการพาณิชย์ ที่ต้องการความสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารได้มาก เบาะนั่งสีเบจให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย และเบาะแถวที่ 2 ที่สามารถปรับหมุนได้ 180 องศาเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มความอเนกประสงค์ในการใช้งานได้อย่างมาก
แม้ระบบ Infotainment ในรุ่น Touring อาจไม่ได้ทันสมัยเท่ารถรุ่นใหม่ปี 2025 แต่ก็ยังคงใช้งานได้ดี เครื่องเสียงวิทยุ/CD รองรับ MP3 และช่องต่อ USB/iPod พร้อมลำโพง 4 ตัว ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐาน สำหรับรุ่น Deluxe (ซึ่งอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดมือสองเช่นกัน) จะมาพร้อมจอ LCD ทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ระบบ Bluetooth และจอ LCD ติดเพดานขนาด 10.1 นิ้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งยังคงให้ความบันเทิงในการเดินทางได้ดี ระบบแผนที่นำทาง GPS จาก Power Map ยังคงเป็นประโยชน์แม้ในยุคที่มีสมาร์ทโฟนนำทาง เพราะการแสดงผลบนจอรถโดยตรงยังคงให้ความสะดวกสบายที่แตกต่าง
เมื่อพิจารณาในตลาดรถมือสอง สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบสภาพของเบาะหนัง พลาสติกภายใน และการทำงานของระบบปรับอากาศ (ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง) รวมถึงประตูสไลด์แบบแมนนวลซ้าย-ขวา ที่เน้นความทนทานและดูแลรักษาง่าย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความสะดวกสบายที่น้อยกว่าระบบไฟฟ้าในรถรุ่นใหม่ๆ
ระบบความปลอดภัย: มั่นใจได้ในระดับมาตรฐาน
Hyundai H1 Touring 2018 มาพร้อมระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการใช้งานในยุคนั้น ซึ่งยังคงให้ความมั่นใจในการขับขี่ในปี 2025 ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดและ 2 จุดในตำแหน่งต่างๆ รวมถึงสัญญาณกันขโมยและระบบป้องกันการหนีบสำหรับกระจกไฟฟ้าฝั่งคนขับ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Four Rings และไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการปกป้องผู้โดยสาร
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ กล้องมองหลังพร้อมฟังก์ชัน Bird’s Eye View เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการจอดรถขนาดใหญ่ ระบบกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติก็เป็นฟังก์ชันที่ช่วยลดแสงสะท้อนจากไฟหน้ารถคันหลังในเวลากลางคืน ซึ่งยังคงมีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน
สำหรับ ฮุนได H1 มือสอง การตรวจสอบระบบเบรก, สภาพของยาง, และการทำงานของระบบถุงลมนิรภัย เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจว่ารถยังคงอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยพร้อมใช้งาน
ขุมพลังและการขับขี่: แรงดี ประหยัด คล่องตัว
หัวใจสำคัญของ Hyundai H1 Touring 2018 คือเครื่องยนต์ดีเซล A2 2.5 ลิตร CRDi DOHC 16 Valve VGT ที่มาพร้อมระบบ Commonrail Direct Injection และเทอร์โบแปรผัน VGT ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 441 นิวตัน-เมตร ซึ่งยังคงให้การตอบสนองที่ทันใจและคล่องตัวในทุกช่วงความเร็ว แม้จะเป็นรถตู้ขนาดใหญ่ก็ตาม เครื่องยนต์ดีเซลนี้ยังขึ้นชื่อเรื่อง ความประหยัดน้ำมัน เมื่อเทียบกับขนาดและน้ำหนักของตัวรถ
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sequential Shift ให้ความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์และยังช่วยประหยัดน้ำมันเมื่อขับขี่ทางไกล รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.6 เมตร เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าทึ่งสำหรับ MPV ขนาดใหญ่เช่น H1 ทำให้มีความคล่องตัวสูงกว่าที่คาดไว้และขับขี่ในเมืองได้อย่างสบายใจ
ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อพร้อม ABS และช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Struts ด้านหลังแบบ 5-Link Rigid Axle ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรถครอบครัว การตรวจสอบสภาพของช่วงล่างและระบบเบรกเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อพิจารณา ฮุนได H1 มือสอง เพื่อให้มั่นใจในสมรรถนะและความปลอดภัยในการเดินทาง
ตารางราคาและบทสรุป Hyundai H1 Touring 2018 มือสองในปี 2025
ในตลาดรถมือสองปี 2025 ราคาของ Hyundai H1 Touring 2018 ย่อมลดลงจากราคาป้ายแดงในปี 2018 ที่ 1,289,000 บาทอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ ราคาดีที่สุด และคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหา รถตู้โดยสารมือสองราคาประหยัด ที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครัน ความแข็งแรงทนทาน และความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวของครอบครัวใหญ่ หรือการใช้งานเชิงพาณิชย์เพื่อรับส่งลูกค้าหรือพนักงาน H1 ยังคงเป็นรถที่ “พร้อมใช้งาน” อย่างแท้จริง
เมื่อพิจารณา ฮุนได H1 มือสอง ควรตรวจสอบประวัติการบำรุงรักษาอย่างละเอียด เลขไมล์ สภาพเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพราะการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้เป็นอย่างดี อะไหล่บางชิ้นอาจมีราคาสูงกว่ารถญี่ปุ่นเล็กน้อย แต่ความทนทานและการใช้งานที่คุ้มค่าก็ยังคงเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจ
Toyota Vios 2017: เพื่อนคู่ใจที่ยังคงเชื่อถือได้ในตลาดรถมือสองปี 2025
สำหรับผู้ที่มองหา รถเก๋งมือสอง ขนาด B-Segment ที่เชื่อถือได้ในงบประมาณที่คุ้มค่า Toyota Vios 2017 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในปี 2025 ชื่อเสียงด้านความทนทาน สมรรถนะที่ไว้ใจได้ และการออกแบบที่ยังคงดูดี ทำให้ Vios 2017 เป็นรถที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้งการขับขี่ในเมืองที่คล่องตัวและการเดินทางไกลที่มั่นใจได้
ดีไซน์สปอร์ตที่ยังคงความสดใหม่
Vios 2017 มาพร้อมการออกแบบภายใต้แนวคิด “Keen Look” ที่เน้นความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว ด้วยชุดโคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำที่เชื่อมต่อกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่สีเทาดำเมทัลลิกอย่างลงตัว กันชนหน้าและหลังถูกออกแบบให้มีมิติและดูดุดันมากขึ้น พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED ในรุ่นท็อป แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ดีไซน์ของ Vios 2017 ก็ยังคงดูทันสมัย ไม่ตกยุค และเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ทำให้เป็น รถเก๋งคุ้มค่า ที่ยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่ดีได้
เมื่อเลือก โตโยต้า Vios มือสอง สิ่งที่ควรพิจารณาคือสภาพสีตัวถัง รอยขีดข่วน หรือรอยเฉี่ยวชนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความสมบูรณ์ของชุดแต่งภายนอก โดยเฉพาะในรุ่นท็อป S ที่มาพร้อมสเกิร์ตรอบคัน
ขุมพลัง Dual VVT-i และเกียร์ CVT: ประหยัดและนุ่มนวล
หัวใจสำคัญของ Vios 2017 คือเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Dual VVT-i ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นและโดดเด่นในเรื่อง ความประหยัดน้ำมัน โดยสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 17-19 กิโลเมตรต่อลิตร ทำงานคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ที่ให้อัตราเร่งที่นุ่มนวล ต่อเนื่อง และตอบสนองได้อย่างทันใจ ทำให้การขับขี่ในทุกย่านความเร็วเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ในฐานะรถมือสอง การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และระบบเกียร์ CVT เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเกียร์ยังคงเปลี่ยนได้อย่างราบรื่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ตามกำหนดจะช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบส่งกำลังได้เป็นอย่างดี
ระบบความปลอดภัย VSC+TRC ทุกรุ่นย่อย: มาตรฐานที่เหนือกว่า
หนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Vios 2017 คือการติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว (VSC – Vehicle Stability Control) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC – Traction Control System) มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในทุกรุ่นย่อย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่ลื่น หรือเมื่อต้องเข้าโค้งกะทันหัน นับเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่ารถในระดับเดียวกันหลายรุ่นในยุคนั้น
สำหรับ โตโยต้า Vios มือสอง การมีระบบความปลอดภัยเหล่านี้เป็นมาตรฐานทำให้ผู้ซื้ออุ่นใจได้มากขึ้น ควรตรวจสอบการทำงานของระบบเบรก ABS ถุงลมนิรภัย (หากมี) และสภาพของยางรถยนต์
รุ่นย่อยที่หลากหลายและความคุ้มค่าในตลาดมือสอง
Toyota Vios 2017 มี 4 รุ่นย่อยหลัก ได้แก่ 1.5 J, 1.5 E, 1.5 G, และ 1.5 S (ตัวท็อป) ซึ่งผู้ซื้อสามารถเลือกรถที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณได้ง่ายที่สุด
รุ่น 1.5 J: รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่า เน้นการใช้งานเป็นหลัก เหมาะสำหรับ รถยนต์คันแรก ที่ให้ความปลอดภัยเต็มพิกัดในราคาที่เข้าถึงง่าย
รุ่น 1.5 E: รุ่นยอดนิยมที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมออปชันอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เช่น ล้ออัลลอย กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า
รุ่น 1.5 G: รุ่นรองท็อปที่เน้นความหรูหราและสะดวกสบาย มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พวงมาลัยหุ้มหนัง และหน้าจอสัมผัส
รุ่น 1.5 S (ตัวท็อป): รุ่นท็อปสุดที่ให้อารมณ์สปอร์ต จัดเต็มด้วยชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน เบาะนั่งทรงสปอร์ต ระบบ Smart Entry and Push Start และไฟ Daytime Running Lights LED
สำหรับ ราคา Toyota Vios 2017 มือสอง ในปี 2025 จะมีราคาเริ่มต้นที่สองแสนปลายๆ ไปจนถึงสี่แสนต้นๆ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย, สภาพตัวถัง, เลขไมล์, และประวัติการดูแลรักษาของรถแต่ละคัน ทำให้เป็น รถยนต์ราคาประหยัด ที่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม
จุดเด่นที่ทำให้ Vios 2017 ยังน่าซื้อในปี 2025
ความทนทานสูง: ขึ้นชื่อตามมาตรฐานของโตโยต้า เป็นรถที่ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกกวนใจ ทำให้ผู้ใช้สบายใจได้ในระยะยาว
ประหยัดน้ำมัน: ด้วยเครื่องยนต์ Dual VVT-i และเกียร์ CVT ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำ ช่วยลดภาระ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้อย่างดีเยี่ยม
ค่าซ่อมบำรุงต่ำ: ศูนย์บริการหาได้ง่าย ช่างมีความเชี่ยวชาญ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางไม่สูง ทำให้เป็นเจ้าของได้ง่าย
หาอะไหล่ง่าย: มีอะไหล่รองรับทั้งของแท้และอะไหล่ทดแทนในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในอนาคต
ตลาดซื้อง่ายขายคล่อง: เป็นรถตลาดที่ได้รับความนิยมสูง ทำให้ ราคาขายต่อรถมือสอง ไม่ตกมากนัก และสามารถหาผู้ซื้อต่อได้ไม่ยาก
เลือกซื้อรถมือสองปี 2025: ข้อควรพิจารณาทั่วไปสำหรับ Hyundai H1 และ Toyota Vios
ไม่ว่าจะเป็น Hyundai H1 Touring 2018 หรือ Toyota Vios 2017 การซื้อรถมือสองในปี 2025 จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้รถที่มีคุณภาพและคุ้มค่าที่สุด นี่คือข้อแนะนำเพิ่มเติม:
ตรวจสอบประวัติรถ: ขอเอกสารประวัติการเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบว่ารถได้รับการบำรุงรักษาตามระยะทางอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ นี่คือสิ่งสำคัญสำหรับ การตรวจเช็คสภาพรถมือสอง
สภาพตัวถัง: ตรวจสอบร่องรอยการชนหนัก การทำสีใหม่ หรือสนิม โดยเฉพาะในจุดอับที่มองเห็นยาก
สภาพเครื่องยนต์และเกียร์: ทดลองขับเพื่อฟังเสียงเครื่องยนต์ที่ผิดปกติ ตรวจสอบควันไอเสีย สีของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และการทำงานของเกียร์ว่านุ่มนวลหรือไม่
ช่วงล่างและระบบเบรก: ทดลองขับบนพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน เพื่อตรวจสอบเสียงผิดปกติจากช่วงล่าง และทดสอบประสิทธิภาพของระบบเบรก
ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: ตรวจสอบการทำงานของไฟส่องสว่าง ระบบปรับอากาศ กระจกไฟฟ้า ระบบ Infotainment และฟังก์ชันอื่นๆ ภายในรถ
เอกสารประกอบการซื้อขาย: ตรวจสอบเล่มทะเบียนรถ ประวัติการโอน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความถูกต้องและโปร่งใส
บทสรุป
ในปี 2025 นี้ ทั้ง Hyundai H1 Touring 2018 และ Toyota Vios 2017 ยังคงเป็น รถยนต์มือสองที่น่าสนใจและคุ้มค่า ในตลาดอย่างยิ่ง H1 Touring ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถตู้โดยสารขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวหรือธุรกิจที่เน้นพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบายในการเดินทาง ในขณะที่ Vios 2017 เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหารถเก๋งขนาดเล็กที่เชื่อถือได้ ประหยัดน้ำมัน ปลอดภัย และมีค่าบำรุงรักษาต่ำ
การเลือกซื้อรถมือสองจากรุ่นเหล่านี้ในปัจจุบัน ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด เพราะคุณจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพผ่านการพิสูจน์แล้ว ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารถป้ายแดงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียดและเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น ผู้ขายที่มีชื่อเสียงหรือดีลเลอร์รถมือสองที่ได้รับการรับรอง จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับ รถมือสองคุณภาพดี ที่พร้อมจะดูแลการเดินทางของคุณไปอีกหลายปี.

