• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0311012_แต งงานแบบฟ าผ ความร กและความแค นของภรรยาบ กบอส.mp4_part2

admin79 by admin79
October 30, 2025
in Uncategorized
0
N0311012_แต งงานแบบฟ าผ ความร กและความแค นของภรรยาบ กบอส.mp4_part2

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมขอนำพาทุกท่านย้อนกลับไปสำรวจความยอดเยี่ยมของรถยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัวใหญ่ นั่นคือ Hyundai H1 Touring 2018 รถตู้สัญชาติเกาหลีที่เข้ามาพลิกโฉมตลาดด้วยคุณสมบัติที่ครบครันในราคาที่ยากจะหาคู่แข่ง และในปัจจุบันปี 2025 นี้ H1 Touring 2018 ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งในตลาด รถตู้ครอบครัวมือสอง ด้วยความทนทานและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างไม่เสื่อมคลาย เราจะมาเจาะลึกถึงเสน่ห์ของมัน พร้อมทั้งพาไปรำลึกถึงอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์วงการยานยนต์ไทยกับงาน Motor Expo 2017 ที่เป็นเวทีเปิดตัวนวัตกรรมและโปรโมชั่นสุดเร้าใจในยุคนั้น

Hyundai H1 Touring 2018: การเดินทางที่สบายที่สุดในทุกมิติ

เมื่อพูดถึง Hyundai H1 Touring 2018 หลายคนคงนึกถึงนิยาม “การเดินทางที่…สบายที่สุด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบรถรุ่นนี้ มันไม่ใช่แค่รถตู้ แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่พร้อมรองรับทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นทริปสั้นๆ หรือการเดินทางไกลกับครอบครัวใหญ่ หรือแม้กระทั่งการใช้งานเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและสมรรถนะที่เชื่อถือได้ ทำให้ H1 กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในช่วงเวลาที่เปิดตัว และยังคงความนิยมในฐานะ รถ MPV ราคาดี ในตลาดมือสองทุกวันนี้

การออกแบบภายนอกที่เรียบง่าย แต่คงความภูมิฐาน

ในปี 2018 Hyundai H1 Touring ได้นำเสนอการออกแบบภายนอกที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความเรียบง่ายได้อย่างลงตัว ขนาดตัวรถที่ใหญ่ถึง 5,125 x 1,920 x 1,925 มม. (ยาว x กว้าง x สูง) ไม่ได้ทำให้รถดูเทอะทะ กลับกันด้วยเส้นสายที่คมชัดและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวและหรูหรา ทำให้ H1 Touring มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นบนท้องถนน

ไฟตัดหมอกหน้า: ดีไซน์ทันสมัย ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเป็นคุณสมบัติมาตรฐานที่สำคัญ

กระจกมองข้าง: ปรับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED ในตัว เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน

กระจังหน้าใหม่: การออกแบบที่เน้นความเรียบหรู แต่ยังคงความโดดเด่น ทำให้ H1 Touring ดูภูมิฐาน ไม่ว่าจะจอดอยู่มุมไหน

เสาอากาศแบบ Short-Type: ขนาดกะทัดรัด แต่ยังคงประสิทธิภาพในการรับสัญญาณวิทยุ ช่วยให้เข้าถึงพื้นที่จำกัดความสูงได้คล่องตัว

กระจกที่ประตูแบบ Flush Glass: ประตูสไลด์ติดตั้งกระจกที่เปิดรับลมได้ เมื่อปิดจะเรียบสนิทไปกับตัวรถ มอบทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา

กาบข้างดีไซน์ Extended: ยืดชายด้านล่างครอบบันไดข้าง ทำให้รถดูเรียบหรูและไร้รอยต่อมากขึ้น

กล้องมองหลังพร้อม Bird’s Eye View: ในรุ่นที่มาพร้อมกับจอภาพ จะแสดงผลอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง พร้อมฟังก์ชัน Bird’s Eye View ที่ปรับมุมกล้องลงอัตโนมัติเมื่อเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบนี้ถือเป็นฟีเจอร์ล้ำสมัยในปี 2018 และยังคงมีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน

ระบบไฟหน้านำทาง: ไฟส่องสว่างนาน 20 วินาทีหลังดับเครื่องและล็อกรถ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเดินเข้าบ้านในเวลากลางคืน

ในมุมมองของปี 2025 การออกแบบภายนอกของ H1 Touring 2018 อาจไม่ได้มีเทคโนโลยีไฟหน้า LED Matrix ที่ทันสมัยเท่ารถรุ่นใหม่ๆ แต่ดีไซน์โดยรวมยังคงความลงตัวและไม่ล้าสมัยง่ายๆ ทำให้มันยังคงเป็นรถที่ดูดีบนถนน

มาตรฐานภายในที่เน้นประโยชน์ใช้สอยและความสบาย

จุดแข็งที่แท้จริงของ Hyundai H1 Touring 2018 อยู่ที่การออกแบบภายในที่กว้างขวางและคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารเป็นหลัก วิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พวงมาลัยปรับระดับสูง-ต่ำได้ และวงเลี้ยวที่แคบ ทำให้การควบคุมรถขนาดใหญ่นี้เป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่: ในปี 2018 ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้นด้วยเส้นโค้งมน พร้อมการตกแต่งด้วยสี Glossy Black และลายไม้ Light Brown Sicilian Elm ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

พื้นที่ภายในและเบาะนั่ง: มีจำนวนเบาะมากถึง 11 ที่นั่ง (รวมที่นั่งสำรอง) บุด้วยเบาะสีเบจที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา และจุดเด่นคือเบาะแถวที่ 2 สามารถปรับหมุนได้ 180 องศา เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดสรรพื้นที่ภายใน ประตูสไลด์ทั้งสองข้างแบบแมนนวลใช้งานง่ายและทนทาน แม้ไม่ได้ทันสมัยเท่าระบบไฟฟ้า แต่ก็ดูแลรักษาง่าย

ระบบปรับอากาศ: ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแยกส่วนสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ทำให้ความเย็นทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร

ระบบเครื่องเสียงและความบันเทิง: แม้ในรุ่น Touring 2018 จะมาพร้อมเครื่องเสียงวิทยุ/CD 1 แผ่น รองรับไฟล์ MP3 และช่องต่อ USB/iPod พร้อมลำโพง 4 ตัว แต่ในรุ่น Deluxe ที่มีราคาสูงกว่านั้น มีหน้าจอ LCD ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบ Bluetooth และจอ LCD ติดเพดานขนาด 10.1 นิ้วสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ฟีเจอร์เหล่านี้ถือว่าครบครันในปี 2018 และยังคงตอบโจทย์ความบันเทิงพื้นฐานได้ดีในยุคปัจจุบัน

ในปี 2025 ระบบ Infotainment ของ H1 Touring 2018 อาจไม่รองรับ Apple CarPlay/Android Auto โดยตรง แต่ด้วยราคาของ ฮุนได H1 มือสอง ที่น่าสนใจ ผู้ซื้อสามารถอัปเกรดระบบเครื่องเสียงให้ทันสมัยขึ้นได้ไม่ยากนัก เพื่อเพิ่มประสบการณ์ความบันเทิงในการเดินทาง

ระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

แม้จะเป็นรถที่เน้นความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอย แต่ Hyundai H1 Touring 2018 ก็ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่จำเป็นและได้มาตรฐานในยุคนั้น เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง

ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS): ช่วยควบคุมทิศทางรถขณะเบรกกะทันหัน

ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS: ปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

เข็มขัดนิรภัย: แบบ ELR 3 จุดสำหรับที่นั่งด้านหน้าฝั่งประตู และแบบ 2 จุดสำหรับที่นั่งตรงกลางและด้านหลัง

สัญญาณกันขโมย: มาพร้อมตัวรถเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ

ระบบป้องกันการหนีบสำหรับกระจกไฟฟ้า (ฝั่งคนขับ): เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานกระจกไฟฟ้า

ไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED: เพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นสำหรับรถที่ตามมา

โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ Four Rings: ออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกและปกป้องห้องโดยสารเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย: ช่วยให้ควบคุมเครื่องเสียงได้โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย

กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ: เพิ่มความปลอดภัยเมื่อขับขี่ในเวลากลางคืน ลดแสงสะท้อนจากไฟรถคันหลัง

สำหรับปี 2025 ระบบความปลอดภัยของ H1 Touring 2018 อาจไม่มีระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) เหมือนรถรุ่นใหม่ๆ แต่พื้นฐานความปลอดภัยที่มอบให้ยังคงเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหา รถครอบครัว 11 ที่นั่ง ในงบประมาณที่คุ้มค่า

ขุมพลังที่ตอบสนองได้ดีเยี่ยม

Hyundai H1 Touring 2018 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล A2 2.5 ลิตร CRDi DOHC 16 Valve VGT พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน ที่สร้างกำลังสูงสุด 175 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 441 นิวตัน-เมตร ทำให้รถ MPV ขนาดใหญ่นี้มีการตอบสนองที่ทันใจและคล่องตัวในทุกช่วงความเร็ว ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกต่างจังหวัด

เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม Sequential Shift: ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ช่วยประหยัดน้ำมันในการเดินทางไกล และยังสามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ตามต้องการ

รัศมีวงเลี้ยวแคบ: เพียง 5.6 เมตร ซึ่งถือว่าคล่องตัวอย่างน่าประหลาดใจสำหรับรถขนาดใหญ่ ทำให้การกลับรถหรือเข้าจอดในพื้นที่จำกัดทำได้ง่ายขึ้น

เบรกและช่วงล่าง: ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ABS ช่วยให้หยุดรถได้อย่างมั่นใจ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Struts และด้านหลังแบบ 5-Link Rigid Axle ให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมและความนุ่มนวลในการขับขี่

ขุมพลังดีเซลนี้พิสูจน์แล้วถึงความทนทานและประสิทธิภาพในการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ H1 Touring 2018 ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งสำหรับผู้ที่ต้องการ รถตู้ดีเซล ที่เชื่อถือได้และมีพละกำลังเพียงพอสำหรับการบรรทุกและเดินทาง

ราคาและความคุ้มค่าในตลาดมือสองปี 2025

เมื่อครั้งเปิดตัว Hyundai H1 Touring 2018 มีราคาเริ่มต้นที่ 1,289,000 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ “ไร้คู่แข่ง” ในกลุ่มรถ MPV ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์การใช้งานอเนกประสงค์ได้อย่างครบถ้วน และในปัจจุบันปี 2025 นี้ ราคาของ ฮุนได H1 มือสอง รุ่นปี 2018 ได้ปรับลดลงมาอยู่ในช่วงที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ที่มองหา รถยนต์มือสอง สำหรับครอบครัวหรือธุรกิจ ได้เข้าถึงรถคุณภาพดีที่มีพื้นที่กว้างขวางและสมรรถนะที่ไว้ใจได้ในงบประมาณที่คุ้มค่าอย่างเหลือเชื่อ

Hyundai H1 Touring 2018 ยังคงเป็นตัวเลือกที่ “เพียบพร้อมในแบบไร้คู่แข่ง” ในแง่ของความคุ้มค่า เมื่อพิจารณาทั้งรูปลักษณ์ การใช้งาน ขุมพลัง และความทนทาน ถ้าคุณกำลังมองหา รถครอบครัวใหญ่ ที่คุ้มค่าและพร้อมใช้งาน H1 Touring 2018 ในตลาดมือสองคือหนึ่งในตัวเลือกที่ห้ามพลาด

ย้อนรอย Motor Expo 2017: มหกรรมยานยนต์ที่กำหนดทิศทางตลาด

ในปี 2017 วงการยานยนต์ไทยได้จัดมหกรรมงานแสดงยานยนต์ครั้งยิ่งใหญ่ หรือ Motor Expo 2017 ภายใต้ธีม “ยานยนต์ยุคใหม่ ฝันไกลที่กลายเป็นจริง – New Age Vehicles.. A Distant Dream comes true” ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอย่างเต็มตัว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้อนรอยความตื่นเต้นและนวัตกรรมที่โดดเด่นในครั้งนั้น ซึ่งหลายสิ่งได้กลายเป็นจริงและส่งผลต่อตลาดรถยนต์ในปัจจุบันปี 2025

ASTON MARTIN: ความหรูหราที่มาพร้อมความแรง

บูธ Aston Martin ในปี 2017 โดดเด่นด้วย DB11 รถ GT Coupe แบบ 2+2 ที่นั่ง ซึ่งเป็นผลงานแรกที่เกิดจากความร่วมมือกับ Daimler A.G (Mercedes-Benz และ AMG) DB11 V8 ที่เปิดตัวในเวลานั้น ใช้เครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 510 แรงม้า การลดน้ำหนักทำให้รถมีความคล่องตัวและขับสนุกยิ่งขึ้น ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ Aston Martin ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเยอรมันเข้ากับจิตวิญญาณสปอร์ตอังกฤษ

AUDI: การกลับมาอย่างเต็มกำลังของผู้ท้าชิง

Audi Thailand ภายใต้การบริหารงานของ Meister Technik ได้รุกตลาดอย่างเต็มที่ในปี 2017 ด้วยการนำเข้าโมเดลใหม่ๆ ที่ได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยม R8 Coupe V10 ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์รุ่นสูงสุดของค่าย ด้วยเครื่องยนต์ V10 5.2 ลิตร 540 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน Quattro ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม นอกจากนี้ A5 Sportback และ A4 Avant Black Edition ก็เป็นอีกสองโมเดลที่เข้ามาเสริมทัพ ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหา รถยนต์พรีเมียม ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะเหนือชั้น Audi ในปี 2017 ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับการเป็นแบรนด์หรูที่แข็งแกร่งในไทยในปัจจุบัน

BMW/MINI: หลากทางเลือกเพื่อทุกสไตล์

BMW จัดเต็มด้วยรถแทบทุกรุ่นที่มีขาย รวมถึงการนำ i8 สีเหลืองด้าน Pure Impulse มาโชว์ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของ BMW ที่จะโชว์ i8 สีใหม่ๆ ในทุกงานมอเตอร์โชว์ นอกจากนี้ 630d Gran Turismo M Sport ได้เข้ามาแทนที่ 5 Gran Turismo เดิม ด้วยดีไซน์แฮทช์แบ็กที่หรูหราและเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ 3.0 ลิตร 265 แรงม้า ที่ให้พละกำลังมหาศาล อีกทั้ง X3 xDrive20d Highline และ 530e Plug-in Hybrid ก็เป็นการตอกย้ำถึงกลยุทธ์ของ BMW ในการนำเสนอ รถยนต์พลังงานทางเลือก และ SUV ที่ทันสมัยให้กับตลาด ในส่วนของ MINI, John Cooper Works Countryman ก็เข้ามาเสริมทัพรถอเนกประสงค์พรีเมียมขนาดกะทัดรัดที่แฝงไว้ด้วยความซุกซนสไตล์ MINI

CHEVROLET: มุ่งเน้นกระบะและความแกร่ง

หลังจากยกเลิกการขายรถเก๋ง Chevrolet ได้มุ่งเน้นที่รถกระบะและ PPV เป็นหลัก ใน Motor Expo 2017 ได้เปิดตัว Colorado กระบะรุ่นพิเศษ Centennial Edition ฉลองครบรอบ 100 ปี “รถกระบะ Chev” ด้วยการตกแต่งที่โดดเด่นและชุดอุปกรณ์พิเศษ ตอกย้ำถึงภาพลักษณ์ของรถกระบะที่แข็งแกร่งและทนทาน ในยุคนั้น Chevrolet ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดกระบะของไทย

FORD: Ranger และ Everest คือหัวใจ

Ford ยังคงเน้นย้ำถึงจุดแข็งด้วย Ranger และ Everest ซึ่งเป็นสองโมเดลหลักที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย รถกระบะ Ranger โดยเฉพาะรุ่น Wildtrak และ SUV อย่าง Everest ได้รับการชื่นชมในด้านความแข็งแกร่ง สมรรถนะ และเทคโนโลยีที่ครบครัน ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการในตลาด รถยนต์มือสอง สำหรับงานหนักในปัจจุบัน

FOTON: ทางเลือกใหม่สำหรับรถเพื่อการพาณิชย์

Foton ได้นำรถกระบะ Tunland และรถตู้ View CS2 รวมถึงรถบรรทุกเล็ก Aumark มาจัดแสดง ซึ่งนำเสนอทางเลือกที่แตกต่างในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ด้วยจุดเด่นที่ความทนทานและราคาที่เข้าถึงได้ Foton สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับรถกลุ่มนี้ในยุคนั้น

HONDA: สีสันใหม่และข้อเสนอสุดพิเศษ

Honda สร้างความน่าสนใจด้วยการเปิดตัวสีแดง Rallye Red สำหรับ Civic ซึ่งเป็นสีใหม่ที่เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่เบื่อสีโทนขาว-ดำ การนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษและแคมเปญช่วยเหลือการผ่อนชำระสำหรับรถหลากหลายรุ่น แสดงให้เห็นถึงความพยายามของ Honda ในการกระตุ้นยอดขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

HYUNDAI: มองไปข้างหน้าด้วยพลังงานทางเลือก

Hyundai ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการนำ Ioniq Electric รถยนต์ไฟฟ้า 100% มาจัดแสดง ซึ่งสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม และยังนำรถต้นแบบสายซิ่งอย่าง Hyundai RN30 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 380 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ eLSD มาโชว์ วิสัยทัศน์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Hyundai ในการพัฒนานวัตกรรม รถยนต์ไฟฟ้า EV และ รถสปอร์ตสมรรถนะสูง ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ของโลกในปี 2025 อย่างชัดเจน

ISUZU: ตอกย้ำแชมป์กระบะด้วย D-Max ไมเนอร์เชนจ์

Isuzu มั่นใจใน D-Max ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ซึ่งมีการปรับปรุงทั้งเครื่องยนต์ 1.9 ลิตรที่ลดเสียงรบกวน และ 3.0 ลิตรที่ยังคงเป็นขวัญใจสายโมดิฟายด์ ภายในได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุนุ่มบุเพิ่มในหลายจุด ทำให้รถกระบะมีระดับความหรูหราที่เหนือกว่าคู่แข่งในยุคนั้น การปรับปรุงนี้ทำให้ D-Max ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์ยอดขายรถกระบะได้อย่างต่อเนื่อง

JAGUAR/LAND ROVER: ความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย

Land Rover นำ Velar SUV รุ่นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัว ซึ่งเป็นรถที่อยู่ระหว่าง Evoque และ Range Rover Sport ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยและอุปกรณ์ภายในที่ทันสมัย เช่น หน้าปัดจอ TFT และเครื่องเสียง Meridian ทางฝั่ง Jaguar ก็มี F-Type Coupe รุ่นพิเศษ 400 Sport AWD ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ซูเปอร์ชาร์จ 400 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ รถสปอร์ตหรู ที่มีสมรรถนะสูง

KIA: การก้าวเข้าสู่ตลาดพรีเมียมและ EV

Kia สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการนำ Stinger ซาลูนขนาดใหญ่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 255 แรงม้า มาเปิดตัวในไทย ซึ่งเป็นการท้าชนรถยุโรปในตลาดพรีเมียมอย่างกล้าหาญ นอกจากนี้ Soul EV รถยนต์ไฟฟ้าก็ถูกนำมาจัดแสดง ซึ่งเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของ Kia ในการรุกเข้าสู่ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า EV ในอนาคต

MASERATI: สุนทรียะแห่งความเร็วและความหรูหรา

Maserati นำเสนอรถหรูหลากหลายรุ่น ทั้ง Ghibli, Quattroporte และ Gran Turismo Sport ซึ่งยังคงเป็นรถ GT V8 เสียงดุดันสไตล์อิตาเลียนที่ครองใจแฟนคลับ และที่โดดเด่นที่สุดคือ Levante S GranSport SUV ตัวแรงที่ใช้เครื่องยนต์ V6 เบนซินทวินเทอร์โบ 430 แรงม้า ซึ่งเป็นทางเลือกที่มาเสริมทัพให้ Maserati มีรถที่เหมาะกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย

MAZDA: CX-5 ใหม่พลิกโฉมตลาด SUV

Mazda CX-5 ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2017 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยยอดจองที่ทะลุ 1,500 คันภายในเวลาเพียงครึ่งเดือน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ไม่เพียงแค่การออกแบบภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น แต่ยังรวมถึงการปรับปรุงภายในและเบาะหลังที่นั่งสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมด้วยเครื่องยนต์ Skyactiv ทั้งเบนซินและดีเซล และระบบเรดาร์ครูสคอนโทรล (MRCC) ในรุ่นท็อป ทำให้ CX-5 กลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด รถ SUV ที่น่าจับตามอง

MERCEDES-BENZ: เทคโนโลยีไฮบริดและ AMG Performance

Mercedes-Benz จัดเต็มด้วยรถแปลกและรถแรงมากมาย ใน Motor Expo 2017 ได้เปิดตัว Mercedes-AMG GT C Roadster และ GT R ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้พละกำลังมหาศาล นอกจากนี้ Maybach S560 Premium ได้มอบความหรูหราเหนือระดับ และ S350d ซึ่งเป็น S-Class ดีเซล 6 สูบเรียงบล็อกใหม่ ก็ถูกนำมาจำหน่าย ตอบโจทย์เศรษฐีที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

MG: ZS ครอสโอเวอร์อัจฉริยะ

MG ZS ครอสโอเวอร์เครื่อง 1.5 ลิตร ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้างาน ได้รับความสนใจอย่างมาก ด้วยการออกแบบภายในที่ล้ำสมัย จอกลางแบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และที่สำคัญคือระบบ i-SMART ที่สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยได้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นในเวลานั้น MG ZS ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถในกลุ่มครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก และเป็นที่พูดถึงอย่างมากในด้าน สมาร์ทเทคโนโลยี

MITSUBISHI: Triton Athlete และ GT PHEV Concept

Mitsubishi ได้นำ Triton Athlete ซึ่งเป็นรุ่นตกแต่งพิเศษมาเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ด้วยชุดแต่งภายนอกที่ดุดันและภายในสีส้มที่โดดเด่น พร้อมทั้งมีการนำ Concept Car อย่าง GT PHEV ซึ่งเป็นรถต้นแบบ SUV แห่งโลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Plug-in Hybrid มาโชว์ แสดงถึงวิสัยทัศน์ของ Mitsubishi ในการพัฒนา รถยนต์ไฮบริด ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

NISSAN: ผู้นำ Intelligent Mobility

Nissan ตอกย้ำนโยบายหลักในการเป็นผู้นำรถยนต์พลังงานทางเลือก ด้วยการนำ Leaf รถยนต์ไฟฟ้า EV และ Note e-Power รถไฮบริดที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แต่ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟมาจัดแสดง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ก้าวล้ำในยุคนั้น นอกจากนี้ยังมีการอัปเดต Navara ด้วยการเพิ่มระบบกล้องรอบคัน 360 องศา Around View Monitor ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่

PORSCHE/BENTLEY: ความหรูหราและสมรรถนะระดับโลก

Porsche สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัว All New Cayenne S พร้อมเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ 440 แรงม้า Panamera Sport Turismo และ Panamera Executive ที่มาพร้อมทางเลือกฐานล้อยาวขึ้น และ 911 Carrera GTS ที่ได้รับการปรับจูนเครื่องยนต์ให้มีกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 450 แรงม้า ส่วน Bentley ได้นำ Bentayga W12 และ Flying Spur W12 มาจัดแสดง ซึ่งยังคงเป็นสุดยอดของ รถยนต์หรู และสมรรถนะระดับโลก พร้อมการประกาศราคาใหม่ที่น่าสนใจ

ROLLS-ROYCE: สุดยอดแห่งความรันทดเพราะได้แต่มอง

บูธ Rolls-Royce ยังคงเป็นดุจพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่แห่งความหรูหรา ด้วยการนำ Ghost Series II, Wraith และ Dawn มาจัดแสดง ซึ่งทุกคันล้วนใช้เครื่องยนต์ V12 เทอร์โบ และตกแต่งภายในด้วยวัสดุเหนือชั้นที่สุดตามแบบฉบับของ Rolls-Royce ในปี 2017 Rolls-Royce ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความมั่งคั่งที่ยากจะเข้าถึง

SUBARU: XV 2017 แพลตฟอร์มใหม่เพื่อการขับขี่ที่ดีกว่า

Subaru ได้เปิดผ้าคลุม Subaru XV โฉมใหม่ ซึ่งแม้ลักษณะภายนอกจะดูคล้ายรุ่นเดิม แต่ภายในกลับใช้โครงสร้างพื้นฐาน Subaru Global Platform ชุดใหม่ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังและการซับแรงกระแทกได้มากขึ้น พร้อมเครื่องยนต์ Boxer Direct Injection 2.0 ลิตร 156 แรงม้า และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ X-Mode ทำให้ XV ใหม่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าและยังคงเป็น รถ SUV ออลวีลไดรฟ์ ที่คุ้มค่า

Toyota Vios 2017: รถยนต์มือสองที่ยังน่าซื้อในปี 2025

เมื่อพูดถึง รถยนต์มือสอง ที่ยังคงความน่าสนใจและคุ้มค่าอย่างยิ่งในปี 2025 หนึ่งในชื่อที่ผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น Toyota Vios 2017 รุ่นไมเนอร์เชนจ์ รถเก๋งซีดาน B-Segment ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น รถเก๋งประหยัดน้ำมัน และทนทาน ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบได้อย่างลงตัว

ทำไม Toyota Vios 2017 จึงยังน่าซื้อในวันนี้?

ความทนทานในตำนาน: Vios ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานตามมาตรฐานของ Toyota เป็นรถที่ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกกวนใจ ทำให้ผู้เป็นเจ้าของสบายใจได้ในระยะยาว ไม่ต้องกังวลเรื่อง ค่าซ่อมบำรุงรถยนต์ ที่สูง

ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ: ด้วยเครื่องยนต์ Dual VVT-i ขนาด 1.5 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด Vios 2017 ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ถึง 17-19 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นและยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนในยุคที่น้ำมันมีราคาผันผวน

ค่าบำรุงรักษาต่ำและอะไหล่หาง่าย: ศูนย์บริการ Toyota มีอยู่ทั่วประเทศ ช่างมีความเชี่ยวชาญ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางไม่สูง นอกจากนี้ อะไหล่ทั้งของแท้และอะไหล่ทดแทนมีให้เลือกมากมายในราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้การดูแลรักษารถเป็นเรื่องง่ายและไม่แพง

ระบบความปลอดภัย VSC+TRC ทุกรุ่นย่อย: นี่คือจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Vios 2017 ที่ทำให้เหนือกว่าคู่แข่งในยุคนั้น Toyota ได้ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC) มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงที่ยังคงมอบความมั่นใจในการขับขี่บนสภาพถนนที่หลากหลายในปี 2025

ดีไซน์ที่ยังทันสมัย: แม้จะเป็นรถปี 2017 แต่การออกแบบภายใต้แนวคิด “Keen Look” ที่เน้นความสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว ด้วยโคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED ในรุ่นท็อป ทำให้ Vios 2017 ยังคงดูดีและไม่ตกยุค

รุ่นย่อยของ Toyota Vios 2017 ที่น่าสนใจในตลาดมือสอง

รุ่น 1.5 J: รุ่นเริ่มต้นที่คุ้มค่าที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก ให้ความปลอดภัยเต็มพิกัดในราคาที่เข้าถึงง่าย

รุ่น 1.5 E: รุ่นยอดนิยมที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด พร้อมออปชันอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เช่น ล้ออัลลอย และกระจกมองข้างปรับ/พับด้วยไฟฟ้า

รุ่น 1.5 G: รุ่นรองท็อปที่เน้นความหรูหราและสะดวกสบาย มาพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และหน้าจอสัมผัส

รุ่น 1.5 S (ตัวท็อป): รุ่นท็อปสุดที่ให้อารมณ์สปอร์ตเต็มรูปแบบ จัดเต็มด้วยชุดแต่งสเกิร์ตรอบคัน, เบาะนั่งทรงสปอร์ต, ระบบ Smart Entry and Push Start, และไฟ Daytime Running Lights แบบ LED

ราคาประเมินรถมือสอง ของ Toyota Vios 2017 ในปัจจุบัน (ปี 2025) จะมีราคาเริ่มต้นที่สองแสนปลายๆ ไปจนถึงสี่แสนต้นๆ ขึ้นอยู่กับสภาพรถ, เลขไมล์, และประวัติการดูแลรักษา

Toyota Vios 2017 เหมาะกับใครในปี 2025?

ผู้ที่กำลังมองหา รถยนต์คันแรกในชีวิต ที่ไว้ใจได้

พนักงานออฟฟิศหรือผู้ที่ต้องการรถสำหรับขับขี่ในเมืองเป็นหลัก

ครอบครัวขนาดเล็กที่มองหา รถเก๋งประหยัดน้ำมัน และคุ้มค่า

ผู้ที่ต้องการรถยนต์สำรองสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน

ผู้ที่ให้ความสำคัญกับ ความทนทาน และ ค่าบำรุงรักษาต่ำ

สรุป: Toyota Vios 2017 ยังคงเป็น รถยนต์มือสอง ที่ “น่าใช้” และคุ้มค่าอย่างยิ่งในปี 2025 ด้วยชื่อเสียงด้านความทนทาน ประหยัดน้ำมัน ความปลอดภัย และค่าบำรุงรักษาต่ำ จึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการรถใช้งานในเมืองที่คล่องตัวและเชื่อถือได้

ในปี 2025 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่การย้อนมองไปยังรถยนต์อย่าง Hyundai H1 Touring 2018 หรือ Toyota Vios 2017 และมหกรรมอย่าง Motor Expo 2017 ทำให้เราเข้าใจถึงวิวัฒนาการที่ผ่านมา และคุณค่าที่รถยนต์เหล่านี้ยังคงมอบให้ในฐานะ รถยนต์มือสอง ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและคุ้มค่าอย่างแท้จริง การเลือกซื้อรถไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือ รถมือสอง ก็ยังคงเป็นเรื่องของการค้นหาสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานและงบประมาณของเราได้ดีที่สุดเสมอ

Previous Post

N0311011_หญ งสาวจะต องหาทางเอาล กกล บมา.mp4_part2

Next Post

N0311001_ตอนแรกเธอท งเขาไปเพราะเธอว พากษ จารณ เขาว ายากจน.mp4_part2

Next Post
N0311001_ตอนแรกเธอท งเขาไปเพราะเธอว พากษ จารณ เขาว ายากจน.mp4_part2

N0311001_ตอนแรกเธอท งเขาไปเพราะเธอว พากษ จารณ เขาว ายากจน.mp4_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.