ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์หรูที่คลุกคลีกับแบรนด์ต่างๆ มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการที่น่าทึ่งของ Lexus ซึ่งไม่ใช่แค่การนำเสนอรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยความหรูหรา แต่ยังเป็นการรังสรรค์ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ปี 1989 ที่ Lexus ES ก้าวเข้ามาพลิกโฉมตลาดรถซาลูนขนาดกลาง ทำให้คู่แข่งต้องหันมามอง ด้วยปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานความประณีต สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือได้อย่างลงตัว จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มียอดขายสะสมอันน่าประทับใจ การเดินทางของ Lexus ในประเทศไทยเองก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1994 และยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าผู้ชาญฉลาดในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของปี 2025
เล็กซัส ES: สุนทรียะแห่งความหรูหราที่ไร้กาลเวลา สู่ปี 2025
สำหรับปี 2025 Lexus ES ยังคงยืนหยัดเป็นเสาหลักแห่งความหรูหราและประสิทธิภาพ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการผสานงานฝีมือระดับ Takumi เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต รถยนต์ซาลูนรุ่นนี้ไม่เพียงแค่พาคุณจากจุด A ไป B แต่ยังมอบการเดินทางที่เต็มไปด้วยสุนทรียภาพและความสะดวกสบายสูงสุด การออกแบบภายนอกของ Lexus ES เจเนอเรชั่นล่าสุดในปี 2025 ได้รับการขัดเกลาให้มีความเฉียบคมและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ได้ถูกปรับให้มีมิติและความลึกที่น่าประทับใจยิ่งกว่าเดิม ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสง่างาม แต่ยังสะท้อนถึง DNA ที่กล้าหาญของ Lexus ผสมผสานกับไฟหน้า Ultra Compact 3-Eye LED ที่ล้ำสมัย ให้แสงสว่างคมชัดและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เส้นสายด้านข้างของตัวรถยังคงความสปอร์ตพรีเมียม แต่ในเวอร์ชั่นปี 2025 นี้มีการปรับปรุงให้ไหลลื่นและมีพลวัตมากขึ้น เสริมด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลวดลายใหม่ที่ทั้งหรูหราและแข็งแกร่ง พร้อมยางประสิทธิภาพสูงขนาด 235/45 R18 เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ไฟท้าย LED รูปตัว L ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่อย่าง Lexus LS ก็ได้รับการปรับปรุงให้มีรายละเอียดที่ละเอียดอ่อนและทันสมัยยิ่งขึ้น ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าอัจฉริยะยังคงมอบความสะดวกสบายที่เหนือชั้น
โครงสร้างของ Lexus ES 2025 ยังคงใช้แพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K Platform) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ES มีความสมดุลทั้งด้านขนาดที่กว้างขวางขึ้นในทุกมิติ ทั้งความยาว 4,975 มม. ความกว้าง 1,865 มม. ความสูง 1,445 มม. และระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,870 มม. แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มพื้นที่ภายใน แต่ยังช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง มอบการควบคุมที่เฉียบคมและเสถียรภาพในการขับขี่ที่เหนือกว่า โดยยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus แพลตฟอร์ม GA-K ยังได้รับการปรับปรุงวัสดุให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในโมเดล 2025 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ
ภายในห้องโดยสารของ Lexus ES 2025 คือการหลอมรวมของศิลปะและเทคโนโลยีอย่างแท้จริง วัสดุหนังแท้ชั้นเยี่ยมที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ผสานเข้ากับลายไม้ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและหรูหรา มีให้เลือกหลากหลายโทนสีที่ตอบสนองรสนิยมที่แตกต่างกัน รวมถึงสีดำคลาสสิกและสีน้ำตาล Topaz ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและทันสมัย แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่โดยยังคงกลิ่นอายความหรูหราของ Lexus LS แต่เพิ่มความล้ำสมัยด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว และ 8 นิ้ว ที่ให้การแสดงผลคมชัดและตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ระบบ Infotainment ในปี 2025 ได้รับการอัปเกรดด้วยฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมแท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟน ทำให้การเดินทางของคุณไม่เคยขาดการเชื่อมต่อและความบันเทิง
ขุมพลังของ Lexus ES 300h ในปี 2025 ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและกำลังที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยต่อยอดจากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS VVT-iE ในรุ่นก่อนหน้า มอบกำลังสูงสุดจากเครื่องยนต์ที่ 178 แรงม้าที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 221 นิวตันเมตรที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 120 แรงม้า ทำให้ได้กำลังรวมสูงสุดของระบบถึง 218 แรงม้า ระบบส่งกำลังยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ได้รับการปรับจูนให้ราบรื่นและตอบสนองได้ดีขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันอย่างน่าทึ่ง ระบบช่วงล่างหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนใหม่ล่าสุดในปี 2025 ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมรถ การยึดเกาะถนน และเสถียรภาพในการเข้าโค้งได้อย่างไร้ที่ติ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus
เล็กซัส UX: นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์พรีเมียมแห่งมหานคร 2025
นอกเหนือจากความสำเร็จของ ES, Lexus ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายขอบเขตและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วย Lexus UX ซึ่งเป็นตัวแทนของวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการสร้างสรรค์ “นักสำรวจเมืองสมัยใหม่” ที่ต้องการความแตกต่างไม่ซ้ำใครในโลกของปี 2025 ในฐานะที่เป็นครอสโอเวอร์พรีเมียมขนาดกะทัดรัด (Premium Small Crossover) UX ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในเมืองใหญ่ ที่แสวงหารถยนต์ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะที่เร้าใจ และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
การพัฒนา Lexus UX สะท้อนถึงปรัชญาที่ลึกซึ้งในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ การออกแบบของ UX ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวคิดที่ต้องการปลุกเร้าอารมณ์และสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่น่าตื่นตาตื่นใจ เส้นสายที่คมชัดและพลวัต การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่เพียงแค่ดึงดูดสายตา แต่ยังคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ขั้นสูง ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Drag Coefficient) ที่ต่ำถึง Cd 0.33 ทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพและเงียบสงบ
จุดเด่นในการออกแบบภายนอกของ UX 2025 ที่คุณจะสังเกตเห็นได้ทันที ได้แก่:
ชุดไฟหน้า: มีให้เลือกทั้งแบบ Bi-LED และ Premium Triple Beam LED 3 ดวงในโคมเดียว ที่ให้แสงสว่างประสิทธิภาพสูงและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว
กระจังหน้า Spindle Grille: เอกลักษณ์ของ Lexus ที่ได้รับการออกแบบให้มีลวดลายแบบ 3 มิติ ที่สร้างความรู้สึกมีชีวิตชีวาและดุดันยิ่งขึ้นในเวอร์ชั่น 2025 ไม่ว่าจะมองจากมุมใด
ชุดไฟท้าย: ออกแบบเป็นแผงยาวต่อเนื่อง พร้อมครีบรีดอากาศที่ผสานเข้ากับเสา C-Pillar อย่างลงตัว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดแรงต้านอากาศ
เส้นตัวถังด้านข้าง: มีการออกแบบเป็นกลีบโค้งที่สวยงาม ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อความงาม แต่ยังช่วยในเรื่องอากาศพลศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ เหนือซุ้มล้อทั้ง 4 ยังคงมีพลาสติกกันกระแทกสีดำ เพิ่มบุคลิกที่ทะมัดทะแมง เหมาะกับการใช้งานในเมือง
Lexus UX ในปี 2025 มีตัวถังที่กะทัดรัดแต่โอ่อ่า ด้วยความยาว 4,495 มม. กว้าง 1,840 มม. และสูง 1,520 – 1,540 มม. (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมระยะฐานล้อ 2,640 มม. ทำให้เป็นรถที่คล่องตัวในการขับขี่ในเมือง แต่ยังคงมีพื้นที่ภายในที่สะดวกสบาย การเข้า-ออกจากห้องโดยสารด้านหน้าทำได้อย่างง่ายดาย ด้วยช่องทางเข้าที่ออกแบบให้กว้างเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Lexus ให้ความสำคัญเพื่อประสบการณ์ผู้ใช้ที่เหนือกว่า นอกจากนี้ บานประตูด้านนอกยังได้รับการออกแบบให้ชายล่างคลุมทับเสากรอบประตูลงไปถึงด้านล่าง ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ชาญฉลาด เพื่อป้องกันไม่ให้ขากางเกงหรือกระโปรงเปื้อนฝุ่นโคลนขณะก้าวเข้าออก ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ภายในห้องโดยสารของ Lexus UX 2025 คือการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว แผงหน้าปัดออกแบบให้มีแผงควบคุมกลางเอียงเข้าหาผู้ขับขี่ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายสูงสุด สามารถเลือกตกแต่งด้วย WASHI Texture Dashboard ที่ได้แรงบันดาลใจจากงานฝีมือผ้าโบราณของญี่ปุ่น หรือ Trim ประดับที่ทันสมัยอื่นๆ ช่องแอร์ที่สามารถปรับทิศทางลมได้ด้วยระบบมือหมุน พร้อมไฟ Illumination แบบ Wireless! ที่ซ่อนไว้ข้างใน แสดงถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนังอย่างดี กระชับมือ และสามารถปรับระดับได้ทั้งสูง-ต่ำ และใกล้-ห่าง เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถปรับท่านั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ แผงสวิตช์บนพวงมาลัยยังคงควบคุมระบบมัลติมีเดีย การโทรศัพท์ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ All-Speed Dynamic Radar Cruise Control ได้อย่างง่ายดาย
ชุดมาตรวัดดิจิทัลใน UX 2025 ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตระดับตำนานอย่าง Lexus LF-A V10 เป็นแบบวงกลมที่ปรับเปลี่ยนการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ และยังสามารถแสดงข้อมูลบนกระจกหน้ารถ (Head-Up Display) ซึ่งปรับระดับได้ เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน แผงควบคุมการขับขี่ด้านบนชุดมาตรวัดยังคงให้คุณเลือกโหมดการขับขี่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ECO สำหรับการขับขี่ประหยัดพลังงาน, Normal สำหรับการใช้งานทั่วไป, Sport เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวขึ้น และ Sport S+ ที่จะปรับการทำงานของพวงมาลัยและเกียร์ให้ดุดันยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Sonic Interaction Design (SID) ที่ช่วยปรับเสียงเครื่องยนต์ให้เร้าใจยิ่งขึ้น
ระบบ Infotainment และหน้าจอกลางขนาด 7 นิ้ว หรือ 10.3 นิ้ว (Wide Screen) ถูกควบคุมด้วย Remote Touch Pad เวอร์ชันใหม่ล่าสุดในปี 2025 ที่ตอบสนองต่อการสัมผัสของนิ้วมือได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ไม่ลื่นไหลไวเกินไปเหมือนรุ่นก่อนหน้า ตำแหน่งสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงยังถูกย้ายมาไว้ในตำแหน่งเหนือพื้นที่พักแขนบริเวณคอนโซลกลาง เพื่อการเข้าถึงที่ง่ายและสะดวกสบาย
ขุมพลังและสมรรถนะ: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเล็กซัส UX 2025
สำหรับ Lexus UX 2025 มีขุมพลังให้เลือกสองแบบที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด:
UX200: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่ล่าสุด รหัส M20A-FKS 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1,987 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 205 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังสู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift CVT ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่น ด้วยการออกแบบให้มีอัตราทดเกียร์ 1 แบบล็อกตายตัว ใช้ชุดคลัตช์และ Torque Converter เพื่อมอบสัมผัสการออกตัวที่นุ่มนวลและตอบสนองได้ทันใจเหมือนรถยนต์ทั่วไป ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่โหมด CVT เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่นและประหยัดเชื้อเพลิง
UX250h: ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน HYBRID เจเนอเรชั่นที่ 5 รหัส M20A-KXS ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1,987 ซีซี ที่ให้กำลัง 146 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 180 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet ที่ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 202 นิวตัน-เมตร เมื่อทำงานร่วมกันทั้งระบบ ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 178 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ ด้วยเทคโนโลยี Hybrid ขั้นสูงของ Lexus ในปี 2025 นี้ แบตเตอรี่ Ni-Mh (Nickel Metal Hydride) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัดและเบายิ่งขึ้น ยังคงติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลัง เพื่อช่วยให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ นอกจากนี้ UX250h ยังมีตัวเลือกรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Four ALL WHEEL DRIVE ที่เพิ่มมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อคู่หลังอีก 1 ตัว เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและสมรรถนะในการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกสภาพเส้นทาง
วิศวกรรมการขับขี่และความปลอดภัย: มาตรฐานสูงสุดของเล็กซัส 2025
ในฐานะผู้ขับขี่และผู้ประเมินรถยนต์มานาน ผมกล้าพูดว่า Lexus ไม่เคยประนีประนอมในเรื่องของวิศวกรรมการขับขี่และความปลอดภัย ระบบบังคับเลี้ยวแบบ Rack and Pinion พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า EPS (Electronic Power Steering) ใน ES และ UX ให้ความรู้สึกที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ พวงมาลัยตอบสนองฉับไว ทำให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่คล่องตัว หรือการเดินทางไกลที่ต้องใช้ความเร็ว
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Trailing Wishbone ที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับ UX โดยเฉพาะ ยังคงเป็นจุดเด่นที่ทำให้รถยนต์ Lexus มีความโดดเด่นในเรื่องความนุ่มนวลในการขับขี่ แต่ยังคงรักษาการทรงตัวและการยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยม รุ่น F Sport ของ UX ยังมาพร้อมเหล็กกันโคลงหน้าและเหล็กค้ำช็อกอัพคู่หน้า รวมถึง “performance damper” ที่ล้อคู่หลัง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เนียนนุ่มและสปอร์ตยิ่งขึ้น
ในด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) Lexus ได้ติดตั้งแพ็คเกจระบบ Lexus Safety System+ 3.0 ในรุ่น ES และ UX สำหรับปี 2025 ซึ่งเป็นการรวบรวมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่:
ระบบควบคุมความเร็วคงที่อัตโนมัติ (All-Speed Dynamic Radar Cruise Control): ปรับความเร็วตามรถคันหน้าอัตโนมัติในทุกช่วงความเร็ว
ระบบเตือนก่อนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติ (Pre-Collision System – PCS): พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนและจักรยาน ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงของการชน
ระบบรักษารถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist with Lane Tracing Assist): ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน
ระบบแจ้งเตือนป้ายบอกทาง (Road Sign Assist – RSA): แสดงข้อมูลป้ายจราจรบนมาตรวัดและ HUD
ชุดไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Adaptive High-beam System – AHS / Intelligent High-Beam headlamps – AHB): ปรับการทำงานของไฟสูงอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและไม่รบกวนผู้ใช้ถนนคนอื่น
ระบบช่วยเหลือขณะเข้าจอด (Parking Support Alert) และระบบเตือนเมื่อมีพาหนะหรือคนสัญจรตัดท้ายรถ (Rear Cross Traffic Alert): เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการจอดรถ
นอกจากนี้ ในด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) รถยนต์ Lexus ทั้ง ES และ UX ในปี 2025 ยังคงมาพร้อมถุงลมนิรภัยรอบคันมากถึง 8 ใบ รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านลมนิรภัย และถุงลมหัวเข่า สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า เข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด 5 ตำแหน่ง พร้อมระบบลดแรงปะทะและดึงกลับอัตโนมัติ (Pre-tensioner & Load limiter) ยกระดับความปลอดภัยให้สูงสุดในทุกสถานการณ์
อนาคตแห่งความหรูหราพร้อมประสบการณ์ที่ไร้คู่แข่ง
สำหรับปี 2025 Lexus ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู โดยไม่เพียงแค่เสนอผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยปรัชญา Omotenashi ที่เปรียบเสมือนการบริการต้อนรับด้วยใจแบบญี่ปุ่น ผสานกับงานฝีมือระดับ Takumi และความน่าเชื่อถือที่ไร้ที่ติ Lexus จึงไม่เป็นเพียงแค่แบรนด์รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของรสนิยมและความสำเร็จ
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์ซาลูนที่มอบความสะดวกสบายหรูหราเหนือกาลเวลาอย่าง Lexus ES หรือครอสโอเวอร์พรีเมียมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัยและกล้าหาญอย่าง Lexus UX รถยนต์ Lexus ทุกคันได้รับการออกแบบและรังสรรค์ขึ้นเพื่อมอบการเดินทางที่น่าจดจำและประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ไร้คู่แข่ง
หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความหรูหราที่เหนือกว่า สัมผัสถึงนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในทุกๆ การเดินทาง เราขอเชิญชวนคุณให้มาสัมผัสและทดลองขับรถยนต์ Lexus ES และ Lexus UX รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2025 ได้ที่ผู้จำหน่าย Lexus ทั่วประเทศ เพื่อให้คุณได้สัมผัสด้วยตัวคุณเองว่า “ความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง” ในโลกยานยนต์หรูของปี 2025 เป็นอย่างไร

