ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ ที่เทคโนโลยีและความคาดหวังของผู้บริโภคก้าวไปอย่างก้าวกระโดด แบรนด์ Lexus ได้ยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและความหรูหราอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยปรัชญา “การสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เหนือความคาดหมาย” สู่การนำเสนอรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน บทความนี้จะเจาะลึกถึง Lexus ES และ UX โมเดลปี 2025 สองดาวเด่นที่พร้อมจะปฏิวัติประสบการณ์การขับขี่พรีเมียมของคุณ ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้นในบริบทตลาดปัจจุบัน
Lexus ES: การนิยามใหม่ของความหรูหราสำหรับผู้บริหารยุคใหม่
นับตั้งแต่ปี 1989 Lexus ES ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ซีดานหรูขนาดกลาง และครองใจผู้บริหารทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายสะสมที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ในประเทศไทยเอง Lexus ES ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ตั้งแต่ปี 1994 และสำหรับโมเดลปี 2025 นี้ ES ได้พัฒนาไปอีกขั้น เพื่อตอบรับกับวิถีชีวิตของผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องการมากกว่าแค่สถานะ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและการแสดงออกถึงรสนิยมอันล้ำลึก
การออกแบบที่สะท้อนอารมณ์และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต
ภายนอกของ Lexus ES 2025 โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบ “L-Finesse” ที่ผสมผสานความสง่างามเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระจังหน้า Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ได้รับการปรับดีไซน์ให้มีความคมชัดและมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและดุดัน ไฟหน้า Ultra Compact 3-Eye LED แบบ Matrix พร้อมฟังก์ชัน Adaptive High-Beam System (AHS) มอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมและสร้างความสะดุดตา เส้นสายด้านข้างตัวรถมีความพลิ้วไหว ลู่ลม และให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น ปิดท้ายด้วยไฟท้าย LED รูปตัว L ที่เชื่อมต่อกันตลอดแนว ช่วยเสริมความโดดเด่นยามค่ำคืน และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว หรือ 19 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ที่มาพร้อมยางรันแฟลตขนาด 235/45 R18 ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบ Kick Sensor ยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
สถาปัตยกรรมยานยนต์ที่เหนือกว่า: แพลตฟอร์ม GA-K
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Lexus ES 2025 ก้าวล้ำหน้าคือการใช้แพลตฟอร์ม GA-K (Global Architecture-K Platform) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังและลดจุดศูนย์ถ่วง ตัวรถมีมิติที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ภายใน โดยมีความยาว 4,975 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,445 มม. และระยะฐานล้อ 2,870 มม. ส่งผลให้การขับขี่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น ยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม และยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus แพลตฟอร์มนี้ยังช่วยให้ทีมวิศวกรสามารถปรับจูนช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวได้อย่างละเอียด เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นในทุกย่านความเร็ว
ภายในห้องโดยสาร: โอเอซิสแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Lexus ES 2025 คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญา “Omotenashi” หรือการต้อนรับอย่างอบอุ่นและพิถีพิถัน วัสดุหนังแท้เกรดพรีเมียมถูกรังสรรค์อย่างปราณีต ผสมผสานกับลายไม้หรือวัสดุตกแต่งแบบพิเศษที่ให้ความรู้สึกร่วมสมัย มีโทนสีภายในให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสีดำสุดคลาสสิก สีน้ำตาล Topaz อบอุ่น หรือโทนสีใหม่ประจำปี 2025 ที่สะท้อนความหรูหราแบบมินิมอล แผงหน้าปัดและคอนโซลกลางถูกออกแบบให้เป็น “Driver-centric cockpit” เน้นการใช้งานที่ง่ายและเข้าถึงทุกฟังก์ชันอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของภายในคือระบบความบันเทิงและข้อมูลที่ล้ำสมัย หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว หรือ 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) มอบการแสดงผลที่คมชัดและการตอบสนองที่รวดเร็ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบนำทางอัจฉริยะแบบ Augmented Reality ที่ผสานข้อมูลดิจิทัลเข้ากับโลกจริงเพื่อประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่น ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) ช่องเสียบ USB-C หลายจุด และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Mark Levinson พร้อมลำโพงถึง 13 ตำแหน่ง มอบคุณภาพเสียงระดับคอนเสิร์ตฮอลล์ สร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุนทรีตลอดการเดินทาง เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมระบบระบายอากาศและความร้อน รวมถึงฟังก์ชันการนวด เพื่อความผ่อนคลายสูงสุดในการเดินทางไกล
สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบ: ขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4
Lexus ES 300h โมเดลปี 2025 ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีไฮบริด ด้วยขุมพลังเบนซิน Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 4 รหัส A25A-FXS VVT-iE ขนาด 2.5 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มอบพละกำลัง 178 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที และแรงบิด 221 นิวตันเมตร ที่ 3,600-5,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง 120 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน ระบบจะให้กำลังสูงสุดถึง 218 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ตอบสนองได้อย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง มอบอัตราเร่งที่ทันใจและประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น
นอกจากนี้ ระบบช่วงล่างหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้การยึดเกาะถนนและการทรงตัวเป็นเลิศ ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือบนเส้นทางที่คดเคี้ยว ES 300h ก็ยังคงมอบความนุ่มนวลและเงียบสงบในห้องโดยสาร ทำให้การเดินทางเป็นประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ในทุกเส้นทาง
ความปลอดภัยสูงสุด: Lexus Safety System+ 3.0
Lexus ES 2025 มาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System+ 3.0 (LSS+ 3.0) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความอัจฉริยะและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบประกอบด้วย:
ระบบป้องกันก่อนการชน (Pre-Collision System – PCS) ที่มาพร้อมฟังก์ชันตรวจจับคนเดินเท้าและจักรยานทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงฟังก์ชันเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวางขณะเลี้ยวในสี่แยก
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Adaptive High-Beam System – AHS) ช่วยให้ทัศนวิสัยในเวลากลางคืนดียิ่งขึ้น โดยไม่รบกวนรถคันอื่น
ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่ง (Lane Tracing Assist – LTA) และ ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist – LDA) ช่วยให้รถอยู่ในเลนอย่างปลอดภัย
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Dynamic Radar Cruise Control – DRCC) ที่ทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำไปจนถึงความเร็วสูง ช่วยลดความเมื่อยล้าในการขับขี่ระยะทางไกล
ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitor – BSM) พร้อม ระบบเตือนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและถอยจอด
ถุงลมนิรภัย 10 จุด รอบคัน เพื่อปกป้องในทุกสถานการณ์ไม่คาดฝัน
Lexus ES 2025 จึงไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ
Lexus UX: นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์พรีเมียมสำหรับชีวิตคนเมืองยุคดิจิทัล
เมื่อพูดถึง Lexus UX ผมต้องย้อนกลับไปถึงวิสัยทัศน์ของหัวหน้าวิศวกรหญิงคนแรกของ Toyota/Lexus คุณ Chika Kako ที่ต้องการสร้างรถยนต์ที่ “โดนใจจริงจัง” ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้คน ยานยนต์ที่สามารถ “เปลี่ยนชีวิตของผู้ซื้อและครอบครองมันให้ดีขึ้นได้” และนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ Lexus UX 2025 ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ “นักสำรวจเมืองสมัยใหม่” หรือ Modern Urban Explorer ที่มองหารถยนต์ Compact SUV พรีเมียม ที่ผสานความคล่องตัวเข้ากับดีไซน์ที่ล้ำสมัยและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ดีไซน์ที่ปลุกเร้าอารมณ์และสะท้อนความเป็นตัวคุณ
Lexus UX 2025 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่แข็งแกร่งและคล่องตัวในแบบ Urban Crossover กระจังหน้า Spindle Grille ได้รับการออกแบบลวดลายใหม่ที่ให้มิติที่แตกต่าง พร้อมไฟหน้า LED ที่เฉียบคมและไฟท้าย LED ลากยาวเชื่อมต่อกันตลอดแนว พร้อมครีบรีดอากาศที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ (Drag Coefficient Cd 0.33) เส้นสายตัวถังด้านข้างมีความโค้งมนอย่างมีศิลปะ เหนือซุ้มล้อทั้งสี่ประดับด้วยพลาสติกสีดำ เพิ่มบุคลิกที่ทะมัดทะแมง และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว หรือ 18 นิ้ว (สำหรับรุ่น F Sport) ที่เสริมความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์โดยรวม
มิติของตัวรถ UX 2025 มีความยาว 4,495 มม. กว้าง 1,840 มม. และสูง 1,520 – 1,540 มม. (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ด้วยระยะฐานล้อ 2,640 มม. ทำให้ UX มีความคล่องตัวสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองใหญ่ ขณะที่ Ground Clearance 160 มม. ช่วยให้มั่นใจในการเดินทางบนพื้นผิวที่หลากหลาย การออกแบบชายล่างประตูที่คลุมทับเสากรอบประตูลงไปถึงด้านล่าง เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่คุณ Kako-san ใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้โคลนหรือสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนกางเกงหรือกระโปรงขณะขึ้น-ลงจากรถ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้งานจริงของผู้ใช้
ห้องโดยสารที่ผสานความหรูหราเข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน
ภายในห้องโดยสารของ Lexus UX 2025 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยนำเสนอวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังสังเคราะห์, Alcantara หรือหนังแท้แท้ พร้อมตัวเลือกการตกแต่งด้วย WASHI Texture Dashboard ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระดาษ Washi โบราณของญี่ปุ่น เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและมีเอกลักษณ์ ช่องแอร์ที่ปรับทิศทางลมด้วยระบบมือหมุนพร้อมไฟ Illumination แบบ Wireless! เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สร้างความประทับใจ
พวงมาลัย 3 ก้าน หุ้มหนังอย่างดี กระชับมือ พร้อมปุ่มควบคุมมัลติฟังก์ชัน และชุดมาตรวัดดิจิทัลที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lexus LF-A สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลตามโหมดการขับขี่ และมี Head-Up Display (HUD) แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกหน้า มอบความสะดวกสบายและข้อมูลที่ครบถ้วน หน้าจอมอนิเตอร์กลางขนาด 7 นิ้ว หรือ 10.3 นิ้ว (Wide Screen) รองรับระบบนำทาง GPS, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และระบบเครื่องเสียงพรีเมียม Mark Levinson (ในรุ่นท็อป) ที่มอบประสบการณ์เสียงอันน่าทึ่ง Remote Touch Pad เวอร์ชันใหม่ได้รับการปรับปรุงให้ไวต่อการสัมผัสและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น
เบาะนั่งคู่หน้าออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมลาย ArrowHead มอบการรองรับที่ดีเยี่ยมทั้งในด้านความนุ่มนวลและปีกข้างที่โอบกระชับ เบาะหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 615 ลิตร (มาตรฐาน SAE) รองรับกระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้หลายใบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน
ขุมพลังและสมรรถนะที่ตอบสนองทุกการขับขี่
Lexus UX 2025 นำเสนอทางเลือกขุมพลังที่ทันสมัยและประหยัดพลังงาน:
UX 200: มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่รหัส M20A-FKS 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,987 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift CVT ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีเกียร์ 1 แบบล็อกตายตัว ใช้ชุดคลัตช์และ Torque Converter เพื่อมอบความรู้สึกการออกตัวที่ตอบสนองทันใจและนุ่มนวลคล้ายเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่การทำงานของพูเลย์ CVT เมื่อได้ความเร็วคงที่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจ
UX 250h: หัวใจหลักคือเทคโนโลยี HYBRID Generation ที่ 4 (รหัส M20A-KXS) ซึ่งประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Atkinson Cycle ให้กำลัง 146 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 109 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน จะให้กำลังสูงสุดทั้งระบบถึง 178 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพสูง ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่นี้ มอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 สู่ระดับต่ำ (เพียง 96-103 กรัม/กิโลเมตร) ซึ่งสอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดในปี 2025
นอกจากนี้ UX 250h ยังมีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ e-Four ALL WHEEL DRIVE ซึ่งเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนล้อหลังอีก 1 ลูก ทำงานร่วมกับระบบควบคุมเสถียรภาพ Vehicle Stability Control (VSC) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและสมรรถนะการขับขี่บนพื้นผิวที่ท้าทาย ทำให้ UX เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่แท้จริง
พลวัตการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
Lexus UX สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA-C (Toyota New Global Architecture – Compact) ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ พร้อมจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่า ทำให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและตอบสนองได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าโค้ง ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Trailing Wishbone ที่พัฒนาขึ้นใหม่ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ยังคงความมั่นคง สำหรับรุ่น F Sport จะมีการติดตั้งเหล็กกันโคลงหน้าและ Performance Damper ที่ล้อคู่หลัง เพื่อเพิ่มความ “เนียน” และเสถียรภาพในการขับขี่
ด้านระบบความปลอดภัย Lexus UX 2025 จัดเต็มด้วย Lexus Safety System+ 3.0 (LSS+ 3.0) ที่ครอบคลุมฟังก์ชันเดียวกับ ES แต่ปรับให้เข้ากับลักษณะการใช้งานของ Urban Crossover ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (DRCC) ระบบเตือนก่อนเกิดการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติ (PCS) ระบบช่วยรักษาช่องทางการวิ่ง (LTA) ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) และระบบเตือนป้ายบอกทาง (RSA) พร้อมถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่งรอบคัน มอบความอุ่นใจในทุกการเดินทาง
สรุปภาพรวมและเชิญชวนสัมผัสประสบการณ์จริง
Lexus ES 2025 และ Lexus UX 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Lexus ในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคสมัยใหม่ ES ยืนหยัดในฐานะซีดานหรูสำหรับผู้บริหารที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดและความสง่างามเหนือกาลเวลา ขณะที่ UX นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว ความสปอร์ต และดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัย แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งสองรุ่นพร้อมที่จะมอบประสบการณ์ขับขี่พรีเมียมที่เหนือกว่าในทุกมิติ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมกล้ายืนยันว่า Lexus ได้พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้ครอบครองยานยนต์ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสกับความล้ำหน้าของ Lexus ES และ UX 2025 ที่จะเปลี่ยนนิยามของการเดินทางในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตแห่งยานยนต์พรีเมียม! เชิญสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันน่าตื่นเต้นด้วยตัวคุณเองวันนี้ที่ผู้แทนจำหน่าย Lexus ใกล้บ้านคุณ หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายทดลองขับ เราพร้อมที่จะนำเสนอประสบการณ์พิเศษที่ Lexus เท่านั้นที่ให้คุณได้!

