ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์หรู ที่ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของสถานะอีกต่อไป แต่ยังเป็นเวทีของการประชันนวัตกรรม เทคโนโลยี และปรัชญาการออกแบบที่ล้ำหน้า Lexus แบรนด์รถยนต์หรูจากญี่ปุ่น ซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 1989 ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่กำหนดทิศทางของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 ที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์อัจฉริยะและพลังงานสะอาด Lexus ยังคงยืนหยัดด้วยปรัชญา “การแสวงหาความสมบูรณ์แบบ” (Pursuit of Perfection) และ “Omotenashi” หรือการต้อนรับอันอบอุ่นแบบญี่ปุ่น ที่สะท้อนผ่านทุกมิติของผลิตภัณฑ์ ทั้ง Lexus ES ซาลูนระดับตำนาน และ Lexus UX ครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่ฉีกทุกกรอบ
Lexus ES: สุนทรียภาพแห่งความหรูหราที่ไร้กาลเวลา สู่ยุคดิจิทัล 2025
สำหรับ Lexus ES ซาลูนขนาดกลางที่ยืนหยัดเคียงข้าง Lexus LS มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นไอคอนของความหรูหราและความสะดวกสบาย ในปี 2025 นี้ ES ได้รับการยกระดับขึ้นอีกขั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริหารและผู้ที่แสวงหาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการขับขี่กับความสง่างามเหนือกาลเวลา ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของกระจังหน้า Spindle Grille ที่พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยลวดลายที่ละเอียดซับซ้อนและมิติที่ลึกขึ้น สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต ไฟหน้าแบบ Ultra Compact Triple Beam LED ที่โฉบเฉี่ยว ให้แสงสว่างที่คมชัดและปรับการทำงานได้อย่างอัจฉริยะ เส้นสายด้านข้างของตัวรถยังคงความสปอร์ตและลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ พร้อมไฟท้าย LED รูปตัว L ที่ได้รับการออกแบบให้มีมิติสามมิติที่งดงามยิ่งขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วดีไซน์ใหม่ ที่ไม่เพียงเพิ่มความโดดเด่น แต่ยังช่วยเสริมสมรรถนะการยึดเกาะถนนให้เหนือชั้น พร้อมฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าที่ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างราบรื่น
โครงสร้างตัวถังของ Lexus ES ยังคงใช้แพลตฟอร์ม Global Architecture-K (GA-K) ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2025 เพื่อให้ตัวรถมีน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงความแข็งแกร่งและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่และประสิทธิภาพการควบคุม การปรับปรุงในส่วนนี้ทำให้ ES เป็นรถที่ให้ “ประสบการณ์ขับขี่ระดับพรีเมียม” อย่างแท้จริง มิติของตัวรถที่กว้างขวางขึ้นในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความยาว ความกว้าง หรือระยะฐานล้อ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่งและสะดวกสบายอย่างเหนือระดับ
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของ Lexus ES ในปี 2025 คุณจะสัมผัสได้ถึง “สุนทรียภาพแห่งความหรูหรา” ที่ผสานกับ “เทคโนโลยียานยนต์” ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว วัสดุหนังแท้เกรดพรีเมียมที่ตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมการตกแต่งด้วยลายไม้และอะลูมิเนียมขัดเงาที่คัดสรรมาอย่างดี สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและโอ่อ่า แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้วที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เป็นศูนย์รวมของระบบความบันเทิงและข้อมูลต่างๆ ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย, ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger, และระบบสั่งการด้วยเสียงที่ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดขึ้น ช่วยให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและเชื่อมต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อ เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้หลายทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและความจำตำแหน่ง มอบความสบายสูงสุดแม้ในการเดินทางระยะไกล
หัวใจขับเคลื่อนของ Lexus ES ในปี 2025 ยังคงมุ่งเน้นที่ “นวัตกรรมไฮบริด” ด้วยขุมพลังเบนซิน Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและกำลังที่เหนือกว่าเดิม เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS VVT-iE ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้ “กำลังรวมสูงสุด” ที่เพิ่มขึ้น พร้อม “ประสิทธิภาพเชื้อเพลิง” ที่ยอดเยี่ยม และ “การปล่อยมลพิษต่ำ” ตอบรับเทรนด์ “ยานยนต์รักษ์โลก” เกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ปรับจูนมาเป็นพิเศษ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ช่วงล่างด้านหลังแบบ Double Wishbone ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ มอบการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และเสถียรภาพในการทรงตัวที่เหนือกว่า โดยยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus ทำให้ทุกการขับขี่เป็นไปอย่างมั่นใจและสะดวกสบาย
ด้าน “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ” Lexus ES 2025 มาพร้อมกับ Lexus Safety System+ เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อาทิ:
ระบบป้องกันก่อนการชน Pre-Crash Safety System (PCS) ที่ตรวจจับได้ทั้งรถยนต์ คนเดินเท้า และจักรยาน แม้ในสภาพแสงน้อย พร้อมฟังก์ชันเบรกอัตโนมัติฉุกเฉิน
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) ที่ทำงานได้เต็มช่วงความเร็ว พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go
ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง Lane Tracing Assist (LTA) และ ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Alert (LDA) พร้อมพวงมาลัยช่วยดึงรถกลับ
ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ Adaptive High Beam (AHB) หรือ Adaptive High-beam System (AHS) ที่ปรับรูปแบบลำแสงเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยและไม่รบกวนผู้ร่วมทาง
ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM) พร้อม Rear Cross Traffic Alert (RCTA) ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและถอยจอด
นอกจากนี้ ยังมีถุงลมนิรภัยรอบคันถึง 10 ตำแหน่ง และโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่ดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Lexus ES เป็นหนึ่งใน “รถยนต์ที่ปลอดภัยที่สุด” ในตลาด
Lexus UX: นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์พรีเมียมสำหรับคนเมือง 2025
ก้าวเข้าสู่ปี 2025 Lexus UX ได้ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาด “Premium Small Crossover SUV” ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยการผสมผสานดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว และเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “Modern Urban Explorer” อย่างแท้จริง ด้วยแรงบันดาลใจจากการนำทีมพัฒนาโดยหัวหน้าวิศวกรหญิงคนแรกของ Lexus อย่าง Chika Kako, UX จึงเป็นรถที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อผู้ที่ต้องการความสดใหม่ ร่วมสมัย และมองหาสิ่งแปลกใหม่อันน่าตื่นเต้น
ดีไซน์ภายนอกของ Lexus UX ในปี 2025 ได้รับการปรับปรุงให้มีความเฉียบคมและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น กระจังหน้า Spindle Grille ที่มีลวดลายแบบ Parametric Design ที่เปลี่ยนมิติไปตามมุมมอง พร้อมไฟหน้า Triple Beam LED ดีไซน์เอกลักษณ์ เส้นสายด้านข้างตัวรถยังคงความโฉบเฉี่ยวและมีมิติที่ซับซ้อน ช่วยรีดอากาศตามหลัก AeroDynamic ได้อย่างยอดเยี่ยม ไฟท้ายแบบ LED ลากยาวเชื่อมกันทั้งสองฝั่ง ไม่เพียงสร้างความโดดเด่นยามค่ำคืน แต่ยังทำหน้าที่เป็นครีบรีดอากาศ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ล้ออัลลอยขนาด 18 หรือ 19 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ที่ผสมผสานความแข็งแกร่งและความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ UX เป็น “รถยนต์หรู” ที่สะท้อนบุคลิกของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Lexus UX สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA-C (Toyota New Global Architecture – Compact) ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2025 โดยเน้นการลดน้ำหนัก เพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และลดจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ UX มี “การควบคุมที่แม่นยำ” และ “การขับขี่ที่คล่องตัว” อย่างน่าทึ่งในสภาพการจราจรในเมืองใหญ่ การใช้เทคโนโลยีการเชื่อมตัวถังแบบ Laser Screw Welding และการใช้อะลูมิเนียมในหลายชิ้นส่วน รวมถึงเหล็ก High-Tensile Steel ในโครงสร้างสำคัญ ทำให้ UX มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทรงตัวที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน
ภายในห้องโดยสารของ Lexus UX 2025 เป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือ Takumi อันประณีตกับ “เทคโนโลยีดิจิทัล” ล้ำยุค วัสดุตกแต่งภายในที่หลากหลาย ตั้งแต่ผ้า Washi สไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ไปจนถึงหนังแท้และ Alcantara สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีรสนิยม แผงหน้าปัดและหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ที่ปรับแต่งได้ แสดงข้อมูลการขับขี่และฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างครบครัน ระบบควบคุม Remote Touch Pad ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและตอบสนองได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ที่จัดวางอย่างเป็นธรรมชาติในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่ใช้งานได้สะดวก เบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตที่โอบกระชับสรีระ มอบความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ ช่องเก็บของและพื้นที่ใช้สอยได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองได้อย่างลงตัว
ในด้านขุมพลัง Lexus UX ในปี 2025 ยังคงมีตัวเลือกที่หลากหลาย เริ่มจากรุ่น UX 200 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Dynamic Force ขนาด 2.0 ลิตร รหัส M20A-FKS ที่ให้กำลังสูงสุดและ “ประสิทธิภาพเชื้อเพลิง” ที่ดีเยี่ยม ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift-CVT ที่มีอัตราทดเกียร์ 1 แบบล็อกตายตัว ให้ความรู้สึกเหมือนการออกตัวด้วยเกียร์ธรรมดา สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นธรรมชาติ
สำหรับรุ่น UX 250h ยังคงเป็น “นวัตกรรมไฮบริด” เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด เครื่องยนต์เบนซิน Atkinson Cycle ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ให้ “กำลังรวมสูงสุด” ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมแบตเตอรี่ Ni-MH ที่ได้รับการพัฒนาให้มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาลง แต่ยังคงให้พลังงานที่เสถียรและทนทาน มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบไฟฟ้า e-Four ALL WHEEL DRIVE ซึ่งเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับล้อหลัง ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการยึดเกาะถนนและการควบคุมในทุกสภาพการขับขี่ โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ลื่นหรือในยามที่ต้องการอัตราเร่งฉุกเฉิน นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2025 Lexus UX อาจจะมีตัวเลือก “ยานยนต์ไฟฟ้า” เต็มรูปแบบอย่าง UX 300e ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ที่ก้าวล้ำ ให้ระยะทางวิ่งที่ไกลขึ้นและการชาร์จที่รวดเร็วกว่าเดิม ตอบโจทย์กระแส “พลังงานสะอาด” อย่างเต็มตัว
ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Trailing Wishbone ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับ UX โดยเฉพาะ มอบความสมดุลที่ยอดเยี่ยมระหว่างความนุ่มนวลและความมั่นคง รุ่น F Sport ยังได้รับการติดตั้ง Performance Dampers และเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง เพื่อการขับขี่ที่เฉียบคมและเร้าใจยิ่งขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ปรับน้ำหนักตามความเร็ว ทำให้การควบคุมในเมืองเป็นไปอย่างเบาสบาย และมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย
และแน่นอนว่า Lexus UX 2025 มาพร้อม “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ” Lexus Safety System+ เจเนอเรชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับ ES ซึ่งรวมเอาฟังก์ชันสำคัญต่างๆ ไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบป้องกันก่อนการชนที่ตรวจจับได้แม่นยำยิ่งขึ้น, ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง, ระบบแจ้งเตือนป้ายบอกทาง, และไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกเส้นทาง
บทสรุปจากประสบการณ์กว่าทศวรรษ: Lexus กับอนาคตของยานยนต์หรูในปี 2025
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ ผมกล้ากล่าวได้ว่า Lexus ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่สร้าง “รถยนต์หรู” เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้บุกเบิก “นวัตกรรมยานยนต์” ที่ผสานความหรูหราเข้ากับ “เทคโนโลยีดิจิทัล” ความยั่งยืน และ “ประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้ง Lexus ES และ Lexus UX ต่างสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคยุคใหม่ ด้วยปรัชญาการออกแบบที่โดดเด่น งานฝีมืออันประณีต “เทคโนโลยีไฮบริด” ที่ก้าวล้ำ และ “ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ” ระดับโลก Lexus ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาด “รถยนต์ประหยัดพลังงาน” และ “ยานยนต์รักษ์โลก” ได้อย่างแท้จริง
ไม่ว่าคุณจะมองหาซาลูนที่เปี่ยมด้วยความสง่างามเหนือกาลเวลา หรือครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัดที่สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ทันสมัย Lexus คือคำตอบที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และจะเป็น “พันธมิตรที่รู้ใจ” ในทุกการเดินทางของคุณอย่างแน่นอน
เชิญสัมผัสประสบการณ์ความหรูหราแห่งอนาคตและนวัตกรรมยานยนต์ที่แท้จริงได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Lexus ทั่วประเทศ!

