The new S-Class ยนตรกรรมระดับลักชัวรี่จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สุดของความหรูหราสวยงามหมดจดทั้งภายในและภายนอก พร้อมแล้วที่จะยกระดับประสบการณ์การขับขี่เหนือชั้นให้คุณในทุกรายละเอียด


ยนตรกรรมที่มีดีไซน์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ดูโมเดิร์นขึ้นในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว เส้นโค้งหลังคา Catwalk line กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง เผยโฉมที่ดูสปอร์ตขึ้น ทว่าพื้นที่ในห้องโดยสารไม่ได้ลดลงแต่กลับเพิ่มพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้การออกแบบมือจับประตูแบบไร้รอยต่อยังช่วยเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง การล็อกและปลดล็อกประตูทำได้สะดวกสบายเพียงแค่ใช้มือสัมผัส

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น หากยังคงความหรูหราด้วยคุณภาพระดับสูง ควบคู่ไปกับการมอบวิสัยทัศน์ในการขับขี่ที่ดีที่สุด ด้วยระบบ ENERGIZING comfort control ควบคุมการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 เฉดสี ระบบปรับอากาศพร้อม AIR BALANCE package ช่วยให้ห้องโดยสารสะอาดยิ่งขึ้น และระบบเครื่องเสียงที่มอบคุณภาพเสียงยอดเยี่ยมจากลำโพง Burmester® 3D surround sound system

การออกแบบคอนโซลหน้าด้วยรูปลักษณ์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นและสอดรับกับสรีระของผู้ใช้มากขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนังนัปปา หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูง Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว The new S-Class ยังนำทุกปุ่มควบคุมตรงคอนโซลส่วนกลางทั้งหมดให้เข้ามาอยู่บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว ด้วยหน้าจอแบบ OLED มอบพื้นที่การใช้งานหน้าจอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม ภายใต้การออกแบบในลักษณะฟรีฟอร์ม ตอบสนองฉับไว ให้คุณควบคุมทุกฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ได้ดั่งใจเพียงปลายนิ้วสัมผัส โดยผสานการทำงานร่วมกับระบบจดจำโปรไฟล์ผู้ขับขี่ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner) เพื่อเก็บข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนและตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลขณะใช้งานได้อย่างตรงใจ

นอกจากนี้ยังเหนือชั้นด้วยประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง ตั้งแต่เบาะที่นั่งด้านหน้าเรื่อยไปจนถึงเบาะที่นั่งด้านหลังแบบมัลติคอนทัวร์ พร้อมด้วย Rear Seat Comfort Package มอบความสะดวกสบายอย่างสูงสุด ทั้งการเป็นเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งที่นั่งได้ และฟังก์ชั่นการนวด ENERGIZING ที่มีโปรแกรมการนวดให้เลือกได้มากสุด 6 โปรแกรม รวมถึงระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment จะทำงานร่วมกับ Rear Tablet หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ยกระดับความเพลิดเพลินของผู้โดยสารด้านหลังให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วทั้งสองหน้าจอ ด้วยระบบเสียง Burmester® 3Dsurround sound system พร้อมชุดลำโพง 15 ตัว
ความพิเศษของระบบมัลติมีเดีย MBUX7 (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชั่นใหม่นี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการทำงานของ MBUX Interior Assistant ในการตอบรับการเคลื่อนไหวของผู้โดยสาร โดยระบบ Gesture Control 2.0 จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ นำไปสู่การควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในรถยนต์คันหรู เช่น ยื่นมือขึ้น-ลงทางกระจกมองหลัง ไฟอ่านหนังสือจะติด-ดับลงโดยอัตโนมัติ

The new S-Class ยังครบครันด้วยระบบความปลอดภัยสุดล้ำ และเป็นครั้งแรกของการติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง มีระบบช่วยจอดอัตโนมัติพร้อมกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Parking Package with 360° camera) ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ระบบ ATTENTION ASSIST รุ่นใหม่ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติและส่งสัญญาณเตือนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงระบบความปลอดภัยที่รวมอยู่ใน Driving Assistance Package เจเนอเรชั่นล่าสุด อาทิ Evasive Steering Assist ช่วยดึงให้รถยนต์กลับมาอยู่ในเลนหากเกิดเหตุกะทันหัน Active Emergency Stop Assist ระบบการหยุดรถฉุกเฉินที่จะทำงานตลอดเวลา รวมถึงฟังก์ชั่น Exit Warning ที่จะทำงานหากผู้โดยสารขยับมือเข้าไปใกล้ที่จับประตูด้านใน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นคำกล่าวอ้างที่เกินจริง สำหรับ The new S-Class ที่สุดของยนตรกรรมหรู “รถยนต์ที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ทั้งยังเป็นรถยนต์หรูที่ขายดีที่สุดทั้งในตลาดโลกและในตลาดไทย สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เอสคลาส รุ่นใหม่นี้ เรามีความภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอรถยนต์ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นที่สุด ทั้งในเรื่องความหรูหรา ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ภายใต้การผนวกเอานวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำหน้าที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้” ดังคำกล่าวของ มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

The new S-Class มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 6 สูบเรียง ขนาด 2,925 ซีซี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 286 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 600 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.4 วินาที ขณะนี้มีวางจำหน่าย 2 รุ่น คือ Mercedes-Benz S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท และ Mercedes-Benz S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท สามารถเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์
Bentley เปิดตัว Bacalar คอนเซปคาร์ ที่ได้รับการออกแบบมา “ไม่มีหลังคา” แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถภาพและดีไซน์ สามารถซื้อจับจองได้ในราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท
Bentley แบรนด์รถหรูสัญชาติอังกฤษตัดสินใจเปิดตัวรถสมรรถภาพสูงอย่าง Bacalar ที่เห็นแวบแรกต่างเข้าใจว่านี่คือรถเปิดประทุนอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีหลังคา
แน่นอนว่าเป็นที่น่ากังวลใจเมื่อใครหลายคนได้ยินว่า Bentley Bacalar ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านเหรียญ (65 ล้านบาท) คันนี้ “ไม่มีหลังคา” แล้วเวลาฝนตกจะเป็นอย่างไร ? แต่ในเมื่อคุณสามารถซื้อรถราคาระดับนี้ได้ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รถเพียงคันเดียวที่คุณมี และมั่นใจได้ว่ารถคันอื่นของคุณย่อมมีหลังคาป้องกันไม่ให้คุณเปียกได้เวลาฝนตก
Bentley Bacalar
ทิม ฮันนิก โฆษกของ Bentley ระบุว่า การไม่มีหลังคาทำให้ทีมนักออกแบบของเบนท์ลีย์มีอิสระอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องหาที่ซ่อนหลังคาเวลาพับลง และวางกลไกต่างๆ ที่วุ่นวาย
“เมื่อไม่มีหลังคา ทำให้ลายเส้นในการออกแบบนั้นลื่นไหล จากห้องโดยสารสู่ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นรถคันนี้จึงมีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบเป็นอย่างมาก และเบนท์ลีย์ต้องการสร้างสิ่งที่สวยงามเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงไม่มีหลังคา” ฮันนิก กล่าว
Bentley
Bentley ตั้งใจสร้าง Bacalar ขึ้นเพียง 12 คันเท่านั้น ด้วยจำนวนการผลิตที่น้อยมาก ประกอบกับราคาแบบนั้น ทำให้ Bacalar ถูกจัดประเภทเป็นรถคอนเซปคาร์ แตกต่างจากคอนเซปคาร์ทั่วไปที่ Bentley Bacalar นั้นสามารถครอบครองได้จริง และมั่นใจได้ว่าสามารถนำไปขับบนท้องถนนได้จริงอย่างถูกกฎหมายแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- 10 ที่สุด! สถิติมิวสิควิดีโอ LALISA ของ ลิซ่า BLACKPINK
- ลิซ่า BLACKPINK เนื้อหอมกวาดแบรนด์แอมบาสเดอร์แบรนด์ดังระดับโลก
- พาสำรวจ ! ราคาชฎารับกระแส `”ลิซ่า BLACKPINK” ว่าแบบไหน ราคาเท่าไหร่ ?
Bentley Bacalar เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 12 สูบ 650 แรงม้า เทอร์โบชาร์จ แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเพียงเท่านั้น หากต้องการแบบนั้นสามารถไปซื้อรถสปอร์ตของ Lamborghini ที่แบรนด์น้องสาวของ Bentley ได้ (ทั้งคู่อยู่ภายใต้แบรนด์ของ Volkswagen Group)
Bacalar ถูกออกแบบมาให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล มีเบาะนั่งที่สะดวกสบาย และพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง เรียกได้ว่าเป็นรถที่ได้รับการออกแบบให้สามารถขับขี่ได้ทุกวัน แต่แน่นอนว่าคงไม่มีขับทุกวัน
Bacalar
Bacalar มีส่วนประกอบพื้นฐานส่วนใหญ่ร่วมกันกับ Continental GT โดยเฉพาะรุ่น GTC Speed ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ Bacalar นั้นมีน้ำหนักเบากว่าประมาณร้อยกว่ากิโลกรัม ต้องขอบคุณคาร์บอนไฟเบอร์ราคาแพงที่นำมาใช้ในการผลิต ประกอบกับการเสียสละหลังคาและเบาะหลังที่ช่วยลดน้ำหนักลงด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงด้วย แต่ Bacalar ยังคงหนักถึง 5,300 ปอนด์ (2.4 ตัน) ซึ่งมันไม่ได้เบาเลยซักนิด โดยมีน้ำหนักมากกว่ารถซีดานหรูขนาดใหญ่ของ Mercedes เสียอีก
Bacalar ยังคงเอกลักษณ์แผงหน้าปัดแบบหมุนได้สามด้าน ที่พบเห็นได้ใน Bentley รุ่นอื่นๆ รวมถึง Continental GT แม้แผงหน้าปัดด้านหนึ่ง “ว่างเปล่า” ดูเหมือนส่วนอื่นๆ ของแดชบอร์ด แต่เมื่อกดปุ่ม แผงหน้าปัดสามารถพลิกไปรอบๆ เพื่อแสดงหน้าปัดแบบเก่าสามปุ่ม รวมถึงเข็มทิศด้วย พลิกแผงหน้าปัดอีกครั้งและแสดงหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอลที่รถแทบทุกคันมีในทุกวันนี้ ที่นั่น คุณสามารถดูแผนที่นำทาง เลือกเพลงที่จะเล่น และทำสิ่งต่างๆ ที่ไดรเวอร์ทำกับหน้าจอได้

