• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1810002 งแรกท เด กผ หญ งทำหล งเก ดใหม อแอบหย บม อถ อของพ อแล วส งข อความ part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N1810002 งแรกท เด กผ หญ งทำหล งเก ดใหม อแอบหย บม อถ อของพ อแล วส งข อความ part2

ปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่ตลาดรถซบเซาในระดับหนึ่ง สังเกตได้จากยอดขายรถที่น้อง
Moo Cnoe ได้รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน และสภาพตลาดที่เป็นไปนั้น
ยังส่งผลกระจายไปสู่กลุ่มตลาดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับด้านรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นการจูน
การตกแต่งโมดิฟายรถยนต์ ตกแต่งเพื่อความสวยงาม ผมได้นั่งฟังรุ่นพี่ที่ทำธุรกิจนี้
2-3 ท่านอธิบายถึงสภาพความเป็นไปของปี 2014 ผ่านสายตาคนหาเช้ากินค่ำกับ
รถยนต์ด้วยกันแล้วก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะเอาเข้าจริง ภาพทุกอย่างก็สะท้อน
มาที่เว็บของเราด้วยเช่นกัน และหวังว่ามันคงจะดีขึ้นไม่ช้าก็เร็ว

ผมจั่วหัวไว้ให้ท่านรู้สึกถึงบรรยากาศมึนๆอับๆเทาๆแค่นั้นหรอกครับ..เพราะไม่ว่าอะไรจะ
เกิดขึ้นกับโลก เราก็ยังตะลุยลองรถแล้วเอามาปรุงให้ท่านชมกันผ่านตัวอักษร ภาพ
และเสียงไม่ว่าจะเป็น Review by J!MMY หรือ TheClip ที่ผมกับบอม RhinoMango ดูแลอยู่
ปี 2013 เรานำรถมาหลับนอนด้วยกันทั้งสิ้น 37 คัน ส่วนปีนี้ เจ้าของเว็บขยันทำโอที จึงได้
เพิ่มเป็น 45 คัน หรือพูดง่ายๆก็คือต้องขึ้นควบรถเหล่านั้นเฉลี่ย 8 วันต่อคัน แทบไม่ได้หยุด
กันเลยทีเดียว ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่มันก็สนุกดี ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน
ว่าธรรมชาติการขับไปด่าไปชมไปเล่าไปของพวกเรามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่ทราบ
เหมือนกันว่าจะหยุดลงวันไหน แต่ตราบใดที่มันสนุก ก็จะยังคงทำอยู่ต่อไป

เช่นเดียวกับบทความ BestDrive ในแต่ละปี ซึ่งเมื่อเทียบกับ Review แล้วจะเหมือน
น้ำจิ้มที่มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ แต่หลายท่านก็รอลุ้นกันทุกปีว่าใครจะเข้าป้ายอันดับหนึ่ง และยิ่ง
ช่วงหลังๆก็เพ่งเล็งกันไปถึง Top 10 Top 20 อะไรทำนองนั้นเลยทีเดียว หลายท่านที่สนิทกัน
และติดตามกันมาตลอดแสดงความสงสัยว่า เวลา BMW ได้คะแนนดีๆตลอดตั้งแต่เปิดเว็บมา
หรือการที่รถที่ชนะอันดับ 1 มักจะเป็นรถ Volume น้อยที่คนส่วนมากแตะไม่ค่อยถึงนั้น
จะกลายเป็นที่ครหาหรือไม่? ผมขอบอกพวกท่านแล้วกันครับว่า ไม่ต้องห่วง พวกเราโดนหมด
ทุกดอกอยู่แล้วครับ เช่นพอรถอินดี้สักยี่ห้อ ทำอะไรสักอย่างบางด้านไม่ดี พอพวกผมวิจารณ์ไป
ก็โดนหาว่าอคติ ไม่ให้โอกาส “ยี่ห้อทางเลือก” ได้เกิด หรือพอยี่ห้อแปลกสักยี่ห้อมีสมรรถณะดี
ก็มาตั้งข้อสงสัยว่ายี่ห้อพวกนั้นขายได้เพราะพวกผมเชียร์หรือเปล่า โดยไม่ได้สังเกตหรอกว่า
ที่ผ่านมาเรา “โคตร” จะไม่สนรถที่ตัวแบรนด์เลยครับ แต่เรดาร์ของคนส่วนมาก เวลาเห็นสิ่ง
ที่ขัดตา ก็มักจะรู้สึกก่อน และเกิดปฏิกิริยาก่อน เหมือนลูบไม้ทั้งแผ่นว่าเรียบ ก็ไม่ได้มีคำชม
แต่พอเจอเสี้ยน 2 มิลลิเมตรจากไม้ทั้งกระดาน ก็ด่าช่างไม้ลั่นบ้าน

ผมคงไม่ว่างเอาแหนบเขี่ยเสี้ยนออกให้กับทุกคนได้ แต่อาจจะมีการยื่นยาแดงให้บ้างตามสมควร
ส่วนหนึ่งคือสิ่งที่เราทำโดยยึดหลักพูดทุกอย่างไปตามตรงๆ แชร์ทั้งข้อดีและข้อเสีย ไม่ต้องมา
นั่งแก้ตัวให้บริษัทรถยนต์ พวกเราพูดกับคุณและเขียนบทความขึ้นมาโดยมองว่าคุณผู้อ่าน
เป็น “เพื่อน” ของเรา ผมจะพยายามพูดและเขียนให้ตรงไปตรงมาแต่ไม่ได้มีจุดประสงค์
เพื่อด่าใครเอามันส์ หากประโยคไหนท่านอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เราสามารถคุยกันได้
หน้าที่หลักของผมจะอยู่กับการตีแผ่รถแต่ละคันอย่างซื่อสัตย์กับความคิดของตัวเอง
ส่วนการรักษาสัมพันธ์กับคนอื่น จะเป็นสิ่งที่ควบคู่กันไป ผมยินดีรับฟังความคิดเห็น
ที่แตกต่าง บนข้อแม้ว่าท่านต้องทราบเกณฑ์การให้คะแนนของเราที่ให้ความสำคัญกับ
ทุกด้าน อาจจะไม่ใช่สนใจเฉพาะแรง สนใจเฉพาะความสบาย นั่นทำให้เราทุกคนมี
BestDrive ในใจที่ต่างกันไป และผมไม่สนใจเลยที่จะต้องนำประเด็นนี้มาโจมตีใคร

ถือว่าก่อนอ่านบทความนี้ ให้ย่อหน้าข้างบนเปรียบเสมือนข้อตกลงระหว่างเราและท่าน
ก็แล้วกันนะครับว่าจะไม่ถือโทษโกรธกันเป็นการส่วนตัว

อ้อ..เท่าที่สังเกตดู ปีนี้ไม่มี BMW เข้าร่วมสักคัน..ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เพราะ BMW ไม่มีรถว่าง
ให้เราทดสอบแน่ๆ เพราะสื่ออื่นก็มีรุ่นอื่นทดสอบกัน ไปๆมาๆ มันเป็นความตั้งใจของ J!MMY
นั่นแหละครับที่อยากจะลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าปี 2014 ไม่มี BMW สักคัน (แต่ปี 2015
ผมว่า BMW จะมีไม้เด็ดรออยู่แล้ว และ J!MMY ก็จะเอามาทดสอบต่อไป) ไม่เกี่ยวกับว่า
เราเกลียดหรือชอบ BMW เป็นพิเศษนะครับ แต่บางครั้งเราก็ต้องแอบใช้เวที BestDrive
ในลักษณะนี้เพื่อดูพัฒนาการของผู้เล่นแต่ละค่ายอย่างเท่าเทียม เรามาดูกันว่าปีนี้
ค่ายญี่ปุ่นจะสามารถเอื้อมมือไปแตะอันดับ 1 สำเร็จหรือไม่ หลังจากที่แชมป์ทุกปีที่ผ่านมา
ล้วนเป็นรถเยอรมัน หรืออยู่ในเครือบริษัทรถเยอรมัน และล้วนมีราคาค่อนข้างสูงเสียส่วนใหญ่

– – – – – – –  – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

เงื่อนไขประกอบของ BestDrive ปีนี้ โดยหลักๆแล้วยังเหมือนเดิม โดยมีคำอธิบายดังนี้ครับ
1. เราจะนับเฉพาะรถที่ได้มาหลับนอนกับ J!MMY ได้ผ่านการทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
อัตราเร่งครบ และจะไม่นับรถที่ได้ขับเพียงผิวเผินหรือขับภายในทริปสั้นๆ แต่มีข้อข้องใจที่
ผมต้องเรียกประชุมกับทีมงาน 2 เรื่องคือ Altis 1.8ESport ซึ่งไม่ได้ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง
เพราะในวันที่จะทำอัตราสิ้นเปลืองนั้น ปั๊มเจ้าประจำที่เติมน้ำมันได้ปิดลงชั่วคราวเพื่อซ่อมแซม
ถังใต้ดิน โดยผลสรุปสำหรับ ESport นั้น J!MMY ขอให้ผมเขียนลำดับไปตามปกติ แต่ในส่วน
ของอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงนั้น เราใช้ตัวเลขของ 1.8V ล้อ 16 นิ้วนำมาคำนวณความน่าจะเป็น
ซึ่งเราพบว่าหากล้อ 17 นิ้วส่งผลถึงอัตราเร่งที่ต่าง อัตราการสิ้นเปลืองก็น่าจะแย่กว่าตัว 1.8V
ราว 0.5-1.0 ก.ม./ลิตร และใช้เกณฑ์นี้ในการตัดสินคะแนน

กรณีที่ 2 นั้นคือ Suzuki Hustler ซึ่งได้ทำตามกติกาโดยทดสอบอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลือง
ครบทุกอย่าง แต่ขาดเพียงเรื่องราคา เพราะ Suzuki ไทยไม่ได้นำเข้ามาขาย ดังนั้นหลังจาก
คำนวณและสำรวจราคาอ้างอิงจากการนำเข้าและข้อมูลเบื้องต้นจาก Suzuki ทำให้เราได้ข้อมูลว่า
หากใครจะนำรถรุ่นนี้เข้ามาใช้สักคัน จะต้องจ่ายเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.5 ล้านบาท ซึ่งแม้จะ
เกิดจากการคำนวณ มิใช่ราคาขายปลีกจริง แต่ก็ยังดีกว่าการใส่ตัวเลข 6 หรือ 7 แสนซึ่งขาด
ความเป็นไปได้ทางเทคนิคโดยสิ้นเชิง

ผมจึงต้องเรียนอธิบายไว้ในย่อหน้าต้นๆนี้เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบ และขอให้ใช้วิจารณญาณ
ของท่านประกอบกับการอ่านบทความของเราไว้ ณ ที่นี้ ..เราคิดว่าบอกกันตรงๆแบบนี้มันโล่งใจ
กว่า ดีกว่าให้คุณมาถามกันเอาทีหลังครับ ขาดตกบกพร่องอย่างไรก็ต้องขออภัยไว้ด้วย

2.การให้คะแนน มีการกระจายน้ำหนักไปสู่หัวข้อต่างๆเช่นความมั่นใจในการขับขี่ รูปลักษณ์ วัสดุหรือ
อุปกรณ์ที่ให้ โดยให้น้ำหนักแต่ละข้อเท่ากัน ไม่ได้เน้นหนักไปที่ด้านใดด้านหนึ่งมากเป็นพิเศษ
ขอให้ท่านอ่านคำอธิบายต่างๆที่ผมได้เขียนไว้ให้เข้าใจร่วมกันซึ่งสำหรับรถทุกคัน ผมจะบอกไว้
ว่าได้ดีเพราะอะไร เสียคะแนนเพราะเรื่องไหน

3. ความสูงชั้น ความเลอค่า..ภาพพจน์ทางสังคมของแบรนด์ เราไม่เอามาคิดครับ และไม่อยาก
ให้รถคันใดคันนึงชนะแค่เพราะโลโก้สวย หรือขับแล้วดูรวย รถคันนั้นจะต้องมีข้อดีที่พวกเรา
สามารถรู้สึกสัมผัสได้ และเมื่อเทียบกับพวกพ้องระดับคลาสและราคาเดียวกัน มันต้องทำได้ดี
จึงจะมีสิทธิ์ได้แต้มสูง

4. เราไม่นำเรื่องศูนย์บริการหลังการขาย ความทนทาน ราคาขายต่อ ความยากง่ายในการหา
อะไหล่มานับคะแนนเพราะเรื่องพวกนี้ แต่ละคนอาจพบความสุขหรือความฉิบหายมาต่างกัน
หากท่านจะใช้ข้อมูลของเราในการนำไปประกอบการซื้อรถ “ให้พิจารณาความเสี่ยงหลัง
การขาย” ด้วยข้อมูลที่ท่านหาได้จากแหล่งอื่นประกอบไปด้วย

5. เราพิจารณารถแต่ละคันตามสภาพของรถที่เราได้ทดลองขับ ซึ่งจะไม่ได้มีการคำนึงถึงการนำไป
ดัดแปลงหรือเสริมสมรรถณะต่อ พูดง่ายๆคือ “We rate the car as it is”  ตัวอย่างเช่น ยี่ห้อ A
โมง่าย จูนกล่องได้หลายแบบกว่ายี่ห้อ B ถ้าว่ากันตามกฎของผม เรื่องนี้จะไม่ได้ช่วยให้ A ได้
คะแนนเหนือยี่ห้อ B

– – – – – – –  – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

อันดับที่ 41- MG 6 1.8Turbo Fastback

BRIT Dynamic..BRIT แบบเดียวกับ BRITish Leyland นั่นเอง เราไม่ได้สนว่ารถคันนี้จะ
มีพ่อแม่เป็นสัญชาติอะไร และในความเป็นจริงผมนี่แหละ เป็นคนหนึ่งที่เฝ้ารอจะได้ขับรถคันจริง
มาโดยตลอด มันช่างเหมือนกับการสมัครงานในที่สักแห่ง โปรฯดึงเด็กใหม่ฟังแล้วดึงดูดใจมาก
แต่ยิ่งอ่านเงื่อนไขละเอียดเท่าไหร่ยิ่งรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นเรื่อยๆ ในกรณีของ MG6 เราพบว่า
อัตราเร่งของมันไม่ได้ดีไปกว่ารถ C-Segment รุ่นอื่นที่ไร้เทอร์โบ เพราะตัวรถนั้นหนักมากพอๆ
กับรถยุโรปขับหลังสมัยก่อน เกียร์ของมันเป็นคลัตช์คู่ แต่เวรกรรมจริงๆที่การตอบสนองของมันนั้น
ไม่เรียบ ไม่ลื่น ไม่ฉลาด ไม่เร็ว จะว่า Logic ของเกียร์โง่กว่าใครๆนั้นก็คงไม่ได้เวอร์ ผมมองเกียร์
กับคันเร่งทำงานร่วมกันแล้วนึกถึงสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ขายก๋วยเตี๋ยว ลวกเส้นไป เช็ดโต๊ะไป
ทะเลาะกันไป พวงมาลัยหนัก แต่ไม่ได้คมและแม่นอย่างที่คิด ภายในของรถนั้นมีดีไซน์บางส่วน
ที่ดูโอเค แต่ก็มีหลายส่วนที่เริ่มรู้สึกโบราณ MG ใช้ประสิทธิภาพจอกลางไม่คุ้มเท่าที่ควร มันน่าจะ
มีฟังก์ชั่นได้มากกว่านี้ และสะดวกต่อการใช้มากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงช่วงล่าง เราต้องขอยอมรับว่า MG6 เป็น C-Segment ที่ช่วงล่างนิ่ง
แน่นเสมือนรถใหญ่ ทำเอาผมนึกถึง E-Class สมัย W124 ที่ใส่โช้ค Sportline รูปทรงของตัวรถ
ไม่ใช่ว่าแย่ โครงหลักนั้นสวยใช้ได้แค่ต้องปรับเพิ่มความทันสมัยเข้าไปบ้างเท่านั้น อุปกรณ์
ความปลอดภัยมีครบ ถุงลมข้างมีมาให้ ระบบรักษาการทรงตัวมี ระบบแทร็คชั่นคอนโทรลมี
อุปกรณ์ความสะดวกมีเบาะไฟฟ้าคนขับ(มาสด้าไม่มี) มีมูนรูฟ แต่สิ่งต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดน่ะ
มันมาติดที่ข้อเสียสุดท้ายของ MG6 คือราคา..เราหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเราต้องจ่าย 1,128,000
บาทเพื่อรถที่ยังมีเรื่องอีกมากต้องปรับปรุงอย่างนี้ และมีตัวเลือกอีกมากที่ดีกว่าและถูกกว่า

อันดับที่ 40-Proton Suprima S CVT Turbo

ให้คิดเสียว่ามันคือ Preve ที่เสียส่วนก้นไป และราคาอัพขึ้นอีก 70,000 บาท แน่นอนว่าความ
คุ้มค่าโดยรวมย่อมสู้ Preve ไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะไปเจอดีลเลอร์ไหนให้ส่วนลดแบบ “ใจๆ”
Suprima S คันนี้มีอัตราเร่งช่วงออกตัวและพุ่งทะยานในเมืองที่เร็วถึงใจมากถ้าคุณตั้งใจ
กดคันเร่ง..แค่ 50% ก็เหลือพอ แต่ถ้าขับเกิน 120 ไปแล้ว ก็ต้องบอกว่ารถ 136 แรงม้าเกียร์
CVT ควรวิ่งดีแค่ไหน มันก็ได้แค่นั้นจริงๆ อัตราเร่งโดยรวมช้ากว่า Preve เครื่องเดียวกันอยู่
เล็กน้อย แต่กลับประหยัดน้ำมันขึ้นจาก Preve ที่กินดุกลายเป็นมาอยู่ในระดับใกล้เฉลี่ยของกลุ่ม
ภายในของรถยังโบราณตกยุคซึ่งก็เป็นมรดกจากการแชร์ชิ้นส่วนกับ Preve นั่นเอง พวงมาลัย
วงเล็กอยู่ห่างๆตัว ครั้นพอปรับที่นั่งให้จับพวงมาลัยถนัดก็วางขาได้ไม่ถนัด เบาะนั่งค่อนข้างแข็ง
และตำแหน่งการขับขี่ค่อนข้างสูงแม้จะปรับเบาะลงช่วยแล้วก็ตาม

ช่วงล่างดีพอสมควร ให้ความรู้สึกมั่นใจ แต่อย่ามั่นจนเล่นซนเกินพิกัดเพราะยังคุมท้ายปราบ
อาการโย้ได้ไม่ดีนัก รถคันนี้ดูแล้วน่าจะเหมาะกับคนที่มีเงินพอจะซื้อรถ C-Segment 1.6 ลิตร
แต่ต้องการอัตราเร่งที่เทียบเท่าพวก 2.0 ลิตรและชอบอุปกรณ์ความปลอดภัยครบๆ ABS, TRC
ถุงลม 6 ใบ..แต่ถ้าหากคุณไม่สนเรื่องอัตราเร่งแล้วล่ะก็ ส่วนที่เหลือมันแทบไม่ได้ดีไปกว่า
Honda Jazz SV Plus เลย แม้แต่เรื่องช่วงล่างที่เหมือนจะดี แต่เอาเข้าจริงก็มีดอกน่ากลัวเช่นกัน

อันดับที่ 39-Suzuki  Celerio 1.0 CVT GLX

เซอร์ไพรส์ ได้อีก ได้อีก ได้อีกกกก…(ล้อเลียนสปอตวิทยุ) กับรถเล็ก 1,000 ซี.ซี. ที่ต้องยอมรับว่ามัน
ไม่ได้กระป๋องกระโหลกกะลาอย่างที่คิดไว้ ลืมภาพของรถเล็กยาวสามเมตรกว่าที่เราเคยพบ
ในยุค 80s ไปได้เลย Celerio นั้นมีพื้นที่โปร่งโล่งสบายกว่าที่คิด ผมนายแพนสามารถนั่ง
บนเบาะหลังของมันได้แบบมีที่เหลือ เพียงแต่พนักพิงหลังมันไม่ยื่นมารองรับส่วนหัวเท่านั้น
ที่ทำให้ไม่สบาย หากมองในแง่ของลูกค้าสักคนที่ต้องการรถขนาดเล็ก ขับคล่อง ประหยัด
เชื้อเพลิง 19.57 ก.ม./ลิตรทั้งที่เป็นเกียร์ CVT มันคือรถที่ตอบโจทย์คุณได้ดีมาก..จนกระทั่ง
คุณเริ่มนำเอาสเป็คของมันมากางเทียบกับ Swift 1.2GL จากนั้นก็สำรวจเงินดาวน์กับ
ยอดผ่อนต่อเดือน แล้วคุณก็จะเริ่มสงสัยว่า เอ..จะขยับไปเล่น Swift ดีหรือเปล่า (วะ)
เพราะ Celerio มีราคา ณ วันทดสอบอยู่ที่ 488,000 บาท..

พูดกันแบบเอาตามจริง คนส่วนใหญ่ที่ชอบรถเล็ก ก็อยากจะให้รถของตัวเองมี
ทรงที่น่ารักเซ็กซี่บ้างเหมือนกัน นั่นคือจุดที่ Celerio แพ้ Swift อย่างแน่นอน และแม้จะในรถ
ระดับนี้จะไม่ค่อยมีใครแคร์เรื่องความมันส์ในการขับ โอเค..อัตราเร่งในชีวิตจริงก็ต้องเค้น
คันเร่งเหมือนเวลาขับ Ecocar 1.2 ลิตรนั่นแหละครับ และ Celerio 1.0 CVT ก็สามารถเร่งออกตัว
และแซงสิบล้อได้ด้วยความเร็วที่ไล่เลี่ยกับ Nissan March CVT แต่จุดที่ไม่ค่อยมั่นใจคือพวงมาลัยซึ่ง
เวลาขับแบบคนปกติ มันก็เบาและทำตามคำสั่งได้ดี แต่เวลาต้องหักหลบเร็วๆในบางจังหวะ
เราพบความรู้สึกเหมือนกับ “หมุนเยอะ แต่หน้าไม่เลี้ยวตามไป” ซึ่งใน Swift เราจะไม่พบอาการ
แบบนี้ จะว่าหมุนพวงมาลัยแล้วล้อไม่เลี้ยวนี่ก็ไม่น่าจะใช่..ถ้าใช่ผมขอกระโดดลงจากรถก่อน

อันดับที่ 38-Chevrolet Colorado C-Cab 2.5 4×4 6MT

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ โคโลราโด้ 2.5ขับสี่ คุณุตตะรา ณ วันที่เขียนบทความนี้เขาได้
จากเราไปแล้วสำหรับกระบะขับสี่ 4 ประตูที่ราคาถูกราวกับขับ 2 คือแค่ 808,000 บาทเท่านั้น
มันได้รับการอัพเดทขุมพลังจนมี 163 แรงม้า และแรงบิด 380 Nm พร้อมเกียร์ธรรมดา 6
จังหวะ แม้ตัวเลขอัตราเร่งจะไม่ได้โดดเด่น อัตราการสิ้นเปลืองก็ไม่เด่นสำหรับรถดีเซล
พิกัด 2.5 ลิตร แต่แรงบิดช่วงรอบกลางเด่นมากจนหลายคนไม่รู้สึกว่า 80-120 ก.ม./ช.ม.
มันแซงได้เร็วพอๆกับ Mazda BT50 3.2 ขับสี่แล้ว

ออพชั่นภายในรถเทียบกับคู่แข่งที่มาใหม่ช่วงปลายปีจะถือว่าน้อยกว่าเขาอยู่นิดหน่อย
การตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทานั้น กรรมการบางท่านบอกว่าทำให้ดูแล้วเหมือนวัสดุราคาถูก
ส่วนตัวผมนั้นคิดว่าพอรับได้ ไม่ถือว่าแย่ ตำแหน่งการขับขี่ของ Colorado ก็มีชุดเด่นตรงที่
เวลามองไปข้างหน้าแล้วจะรู้สึกโปร่งสบายราวกับตัวรถไม่ได้ใหญ่เท่าที่มันเป็นจริงๆ  ช่วงล่าง
อยู่ในระดับมาตรฐานกลางๆของกระบะยุคใหม่ มันนุ่มสบายกว่า Ranger แต่ก็ไม่สบายเท่า
Triton หรือ BT50 ในขณะที่ความมั่นใจเวลาหักหลบหมีวิ่งตัดหน้าก็ทำได้ดีกว่า D-Max แต่
ก็ยังห่างไกลจากความหนึบปึกแน่นของ Ranger มากนัก Colorado 2.5 Z71 4×4 ไม่ใช่รถ
ที่มีด้านใดแย่มาก แต่มันก็ไม่มีด้านใดที่เด่นกว่าเพื่อนเลยเช่นเดียวกัน มันอาจเหมาะสำหรับ
คนที่เปิดใจรับแบรนด์ทางเลือกได้ และต้องการคุณสมบัติทุกอย่างในแบบกระบะๆและยึด
ทุกอย่างอยู่ทางสายกลาง…แต่ไม่รู้ว่าจะยังมีรถเหลือให้ซื้อหรือเปล่านะครับ

อันดับที่ 37-Suzuki  Celerio 1.0 GA M/T

เล็กพริกขี้หนูที่ทำเอาทีมกรรมการงงในตอนแรกว่าทำไมรถที่สละแล้วซึ่งอุปกรณ์มาตรฐาน
แทบจะทั้งปวงอย่าง Celerio GAเกียร์ธรรมดาคันนี้จึงได้คะแนนดีกว่ารุ่น GLX เกียร์ CVT
คิดดูก็แล้วกัน ไม่มีฝาครอบล้อ กระจกมือหมุน ไม่มีเครื่องเสียง ไม่มีเซ็นทรัลล็อค
และ GA ก็เป็นรุ่นเดียวของ Celerio ที่ไม่มีใบปัดหลังมาให้ จุดนี้เราก็จะใช้มาตรฐานเดียว
กับตอนวิจารณ์ Honda Brio เมื่อครั้งมันออกใหม่ว่า “ใส่มาเถอะ อย่างน้อยทัศนวิสัยข้างหลัง
มันก็เป็นเรื่องสำคัญนะครับ ดูบทเรียนจากที่ Honda เขาเจ็บมาก่อนเราแล้วทำไมไม่เรียนรู้?”

ถ้าเช่นนั้น แล้วอะไรที่ทำให้มันชนะคะแนนเหนือรุ่น GLX? ก็คงมีเรื่องอัตราเร่งซึ่งให้ความ
คล่องตัวจากการสับเกียร์เอง ไม่ต้องทนกับอาการเย่อ เย่อ เย่อเวลาใช้งานหนักๆแบบคัน
ที่เป็นเกียร์ CVT แต่จุดที่ได้ใจกรรมการคือราคาค่าตัว 359,000 บาท ซึ่งเรามองว่ามันทารุณ
น้อยกว่าราคาของตัวท้อปแม้ว่าออพชั่นจะโล้นและไม่มีปัดหลังก็ตาม (แต่ในใจเราก็คิดว่า
มันยังควรจะถูก ได้อีก ได้อีก ได้อีกกก) นอกเหนือจากนี้ไป ช่วงล่างกับการขับขี่มาในสไตล์
เดียวกันคือมีความเฟิร์ม แน่นที่ความเร็วต่ำซึ่งเป็นลักษณะที่คล้าย Swift (ผมว่าแอบนุ่มกว่า
Swift นิดๆด้วยเหอะ) และในการขับเดินทาง ถ้าคุณขับ Soluna AL50 ได้แล้วรู้สึกโอเค
คุณก็จะขับ Celerio ได้ครับ

อันดับที่ 36-Nissan Navara KingCab 2.5 E 6MT

กระบะเบสิกสำหรับชีวิต Chick สไตล์ชาย น่าจะเป็นคำจำกัดความที่เหมาะสำหรับ
Navara King Cab 2.5E ที่สุดแล้ว เสียแค่สัดส่วนด้านท้ายที่ดูลาดเตี้ย ขัดกับด้าน
หน้าที่ดูบึกบึน เราคิดว่าทรงของมันดูเข้าท่ากว่า Triton อย่างแน่นอน และยังมีการ
ออกแบบภายในที่ดูมีมิติ น่าสนใจ ทำให้รถที่มีออพชั่นเท่าคู่แข่งดูแล้วเหมือนมีออพชั่น
เยอะกว่าได้ ราคาเทียบกับคู่แข่งแล้วจัดว่าค่อนไปทางด้านถูก แพงกว่า Ecocar
รุ่นท้อปไม่มาก

สาเหตุที่แม้จะมีข้อดีแต่ยังไม่พอดันอันดับให้ได้สูงกว่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตัวเบาะ
J!MMY ดูจะมีปัญหากับพนักพิงศรีษะมากชนิดที่เขียนบอกผมเลยว่า “พนักพิงศรีษะ
มันดันกบาลมากจนรำคาญและแทบจะลืมคุณงามความดีของตัวรถไปหมด” แต่โชคดี
ว่าเบาะผ้าที่นั่งแล้วเกาะตัวดีไม่ลื่นไถล ช่วยกู้คะแนนสำหรับรุ่น 2.5E ไว้ได้บ้าง ผมเอง
ก็ได้ลองนั่งและพบว่ามันพอรับได้ แต่ไม่ถึงกับสบายนัก ถ้าท่านคิดซื้อ Navara แล้วขี้เกียจ
ลองขับ ผมขอให้ท่านลองนั่งเบาะดูก่อนว่าท่านรับได้ไหม ถ้าได้ ก็จบปัญหา แต่ก็ยัง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อที่แค็บหลังมันแคบกว่าคู่แข่ง และช่วงล่างนั้นถึงจะให้ความมั่นใจได้
ดีกว่ากระบะยุคก่อนโลกรู้จัก iPhone มากแล้ว แต่เมื่อเทียบกับ Mazda, Ford และ Mitsu
เราคิดว่ามันยังมีความเป็นกระบะอยู่ในตัวมาก นั่งแล้วค่อนข้างสะเทือน และท้ายรถ
ก็ออกอาการดีดพอสมควร (แต่ดีดน้อยกว่ารุ่น 4 ประตูอย่างน่างง) อัตราเร่ง 80-120
เร็วน่าดู อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันก็ถือว่าดีกว่า Ranger แต่ก็ได้ตัวเลขพอๆกับ Vigo
2.5 ตัวเตี้ยที่เราทดสอบไว้นานมากแล้วเท่านั้น ..หากคุณยังอยากได้กระบะที่มีลักษณะ
เป็นรถกระบะ และไม่คิดมากกับการที่ไม่มี ABS กับถุงลมนิรภัย มันก็เป็นรถที่คุ้ม
แต่เราคงยัดคะแนนหรือแกล้งชื่นชมมันไม่ได้เพราะมันไม่ได้มีอะไรเด่นขนาดนั้น

อันดับที่ 35-Mercedes-Benz CLA250 AMG

มันคือเบนซ์ที่สุดแสนจะไม่เป็นเบนซ์มากที่สุดเท่าที่ชีวิตวัย 30 กลางๆของผมเคยเจอมา
สำหรับคนที่ใช้ 19 ปีของชีวิตหลับนอนกับรถอย่าง W124 นั้น CLA250AMG เปรียบเสมือน
ด้านตรงข้ามจากคนละมิติ เรื่องความสวยของตัวถังนั้นมันทำคะแนนสูงลิ่ว ไม่ต้องแปลกใจ
เลยว่าทำไมถึงขายดีจนรอคิวข้ามปี เพราะมันไม่ใช่โอกาสที่หาได้บ่อยนักที่ Mercedes
จะสร้างรถที่สวย ได้สัดส่วน เครื่องแรงทะลุ 200 แรงม้า จัดสเป็คและของเล่นมาให้เยอะ
และยังขายในราคาแค่ 2,690,000 บาท เรียกง่ายๆว่าสวย เครื่องแรง ราคาคุ้มค่า

แล้วทำไมมันถึงอยู่ที่อันดับ 35? อย่างแรกเลยคือเบาะนั่งครับ ส่วนรองก้นผมไม่มีปัญหากับมัน
แต่พนักพิงศรีษะนั้นโน้มมาข้างหน้ามา มากจนขนาดอ้วนหัวหลิมอย่างผมนั่งแล้วก็ไม่สบาย
การนั่งโดยสาร CLA ในเบาะหลังนั้นก็นรกแล้ว การนั่งบนเบาะหน้าก็แค่เป็นนรกที่มีที่
เหยียดขายาวขึ้นแค่นั้น ถ้าท่านไม่มีปัญหากับจุดนี้ ก็โอเคครับ แต่กรรมการทุกคนจาก
ผอมกระหร่องยันผมเกลียดพนักพิงหัวของมันแบบสุดๆ ช่วงล่างนั้นนุ่มกว่า A250 อยู่..
แต่ก็เพียงแค่นิดเดียว และเมื่อลองเล่นบทโหดเวลาเข้าโค้ง ช่วงล่างที่แข็งจะทำให้มันดูมั่นมาก
แต่พอเล่นกับมันจะเลยลิมิต ท้ายจะกวาดออกในลักษณะรุนแรง..และนั่นคือเราไม่ได้ปิด
แทร็คชั่นคอนโทรลนะ อาจจะสนุกสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเราโดยเฉพาะ J!MMY
มองว่าไม่ปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นเลือดร้อนที่ใจไปไกลเกินฝีมือเท่าไหร่นัก ในภาพรวม ผมมองว่า
A250 ท้ายสั้นๆนั่นขับมันส์และสนุกกว่าแถมราคาถูกกว่าอีก..แต่เรื่องความสวย ต้องยกให้
CLA เอาไปครอง

อันดับที่ 34-Chevrolet Trailblazer 2.5LT

มันอาจเป็นรถที่เหมาะสมหากคุณต้องการรถสไตล์ PPV สักคันที่วิ่งทางไกลแล้วประหยัด
เชื้อเพลิงดีกว่า Pajero Sport แต่ให้อัตราเร่งในระดับที่เร็ว โดยเฉพาะช่วงแซงนั้น ดูตัวเลข
แล้วมันเร็วมากจนต้องใช้พวก PPV เครื่อง 2.8 หรือ 3.0 ลิตรมาปราบ ..จนคุณมาเห็นว่า
อ้าว..นี่มันเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะนี่..แล้วมีคนกี่คนกันที่อยากใช้ PPV ที่เป็นเกียร์ธรรมดา?
หรือถ้าคุณติดตามข้อมูลเว็บเราตลอดก็จะสังเกตได้ว่า ประหยัดกว่า Pajero Sport นะ
แต่เทียบกับ Fortuner 3.0D ขับสองตัวเก่าที่ยังเป็นออโต้ 4 สปีด มันก็ไม่ได้ดีกว่าเค้านี่!

Trailblazer 2.5LT ดูภายนอกค่อนข้างคล้ายกับตัวท้อป เรียกได้ว่าหาล้อวงโตๆมาใส่
ถ้าไม่สังเกตแร็คหลังคาก็จะไม่ทราบความต่างแล้ว ภายในเป็นเบาะผ้าสีสันออกธรรมดา
แต่ก็ได้ระบบบันเทิง MyLink หน้าตาคุ้นๆจาก Chevrolet Sonic 1.6 มาให้ การขับใช้งาน
ทั่วไปนั้น ช่วงล่างถือว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมคลาส จะออกไปในทางแข็ง และคุมการ
ทรงตัวของรถได้ดี เสียงลมตีเข้ารถจะดังพอสมควรที่ความเร็วเกิน 80 เป็นต้นไป
อุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานมีถุงลมนิรภัยและ ABS ส่วนระบบช่วยรักษาการทรงตัว
จะมีแต่ในรุ่น 2.8 ตัวท้อปเท่านั้น ทำให้คะแนนความปลอดภัยไม่โดดเด่นนัก ราคาค่าตัว
1,059,000 บาทนั้นก็แอบทำให้คิดเหมือนกันว่าควรเพิ่มเงินอีกเยอะๆแล้วไปเล่นตัวท้อป
หรือหันไปคบกับค่ายอื่นดี? มันไม่มีอะไรที่แย่ (ถ้าคุณขับเกียร์ธรรมดาได้) แต่ก็ไม่มีอะไร
ที่โดดเด่นเหมือนกัน

อันดับที่ 33-Subaru  Legacy 2.5GT 5A/T

คุณต้องเป็นคนที่เสพย์ติดแบรนด์ Subaru อย่างเข้าขั้น..หรือไม่ก็เป็นคนที่ชื่นชอบใน
ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อตลอดเวลาจริงๆถึงจะรู้สึกอยากได้รถคันนี้ เพราะถ้าหากให้
ผมพูดตรงๆ มันก็คือ Camry ที่มีตัวถังเหนียวเฟิร์มขึ้น ตะกายสี่ล้อ มีพลังที่สูงมาก
แต่ไม่ค่อยมีของอะไรให้เล่น..ผมไม่รู้สึกว่ามันเป็นพรีเมียมคาร์ แต่รู้สึกว่ามันคือมิติ
พิศวงสักแห่งที่อยู่ระหว่างรถสปอร์ตกับซาลูนรักครอบครัว

รักครอบครัว..เพราะอุปกรณ์ความปลอดภัยมีครบ และช่วงล่างนั้นเรียกว่ารักแม่ยาย
ใช้ได้ มันนุ่มนวลจนสามารถเอาไปทำ Uber แล้วผู้โดยสารไม่บ่น แต่ผมคิดว่าสำหรับ
รถที่ 0-100 เร็วกว่า 328i F30 80-120 เร็วกว่า Golf GTi แล้ว ช่วงล่างของมันน่าจะแข็ง
กว่านี้สัก 15-20% ก็จะสามารถขับได้อย่างมั่นใจขึ้น Legacy 2.5GT ทำคะแนนได้ดี
ในแง่อัตราเร่ง ความเกาะถนน แต่เราตั้งคำถามถึงแง่อื่นก็พบว่าส่วนที่ฉุดให้คะแนนลง
คือดีไซน์ซึ่งพูดตามตรง..ไม่มีใครในทีมกรรมการชอบเลยสักคนไม่ว่าจะภายนอกหรือ
ภายใน หากถอดระบบขับสี่กับเทอร์โบออกแล้วลดราคาขาย 2 ล้านก็ยังไม่มีใครซื้อ
และเรายังมีความรู้สึกว่าในราคา 3.45 ล้านนั้น มันสูงพอที่จะทำให้เราเลือกได้ว่า
ควรจะทำใจกับการยอมแรงน้อย เกาะถนนน้อยลงแล้วซื้อ D-Segment ธรรมดาที่
หน้าตาเข้าท่ากว่า อุปกรณ์ท่วมคันกว่า นั่งสบายไม่แพ้กัน แบบนั้นจะดีกว่า

อันดับที่ 32-Nissan Juke 1.6V

ในเรื่องดีไซน์ภายนอก Juke เป็นรถที่สร้างกระแสแบ่งแยกระหว่างกรรมการมากที่สุด
โดยมีคะแนนตั้งแต่ “ห่วย” ไปจนถึง “ชอบมาก” และไม่ได้ขึ้นกับวัยของกรรมการด้วย
เพราะคนที่ให้ Like นั้นก็มีตั้งแต่เด็ก วัยเด็กเหลือน้อย ไปจนถึงวัยแอ๊บเด็ก  ส่วนภายในนั้น
ส่วนมากจะรู้สึก เฉยๆ ไปจนถึง “ชอบโคตรๆ” ด้วยสีสันที่แสบทรวง มีหน้าปัดและลูกเล่น
ซึ่งเรามองว่าน่ารักกิ๊บเก๋ แต่ไม่ตื่นเต้น เช่นจอ Tablet ตรงกลางที่เจ้าตอยด์บ่นว่าใช้งานยาก
หรือจอแอร์/Mode เป็นสีสันที่ดูไร้ Point ..อันที่จริง รถทั้งคันนั้นผมมองว่าค่อนข้างจะ
จำกัดกลุ่มลูกค้าไปที่คนชอบของแปลกอยู่แล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าแปลกแล้วต้องคับแคบ?
นี่มันเป็นการออกแบบตามหลัก Man minimum, machine minimum, style maximum
ขนาดบอดี้ของ Juke อย่างน้อยก็น่าจะพอๆกับ Jazz แต่ทำไมความรู้สึกในการโดยสาร
ไม่น่าสบอารมณ์ เบาะหน้าก็ไม่ใช่ว่ามีพื้นที่เยอะนัก..อ๋อ ลืมไป เขาทำมาให้เด็กมหาลัย
หรือคนหัวใจวัยรุ่นผอมๆใช้กัน ไม่ใช่คนวัยนั่งถอนหงอกเกาพุงอยู่บนคานอย่างผมนี่

อัตราเร่งของมันให้ความรู้สึกเหมือนจะอืดอาดเพราะเกียร์ CVT Nissan ยังไม่แสนรู้
และถวายชีวิตอย่างของ Toyota แต่ถ้าวัดจากตัวเลข มันถือว่าอยู่เหนือเกณฑ์
เฉลี่ยของกลุ่ม (เร็วกว่า EcoSport แต่ช้ากว่า Honda HR-V ซึ่งเราทดสอบในปี
2015 – ถือว่าเป็นไปตามขนาดเครื่อง) และอยู่ในระดับที่ใช้วิ่งได้รอบประเทศ
ไม่ต้องลุ้นเวลาแซง พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี และเซอร์ไพรส์มากกับช่วงล่างที่
ออกแบบมาให้ทรงตัวได้ดี ขับได้มั่นใจกว่าที่คาด เหมาะสมแล้วกับลูกค้าเป้าหมาย
ของมัน

อันดับที่ 31-Chevrolet Trailblazer 2.8 6AT LTZ

แปลกใจมากเหมือนกันว่าทำไมตัวเลขยอดขายไม่ได้น่าประทับใจ ทั้งๆที่ตัวรถนั้น
มีสมรรถนะที่ดี อัตราเร่งจากเครื่อง New Duramax 200 แรงม้า แรงบิดพระเจ้าช่วย
ระดับ 500Nm กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะนั้นทำให้มันกลายเป็นรถที่ขับสนุก
ตรงข้ามกับขนาดและหน้าตาของรถ อัตราเร่งทั้งออกตัวและจังหวะแซงเยี่ยมจน
คนเท้าหนักอย่างผมต้องชมว่า “แน่มาก” และช่วงล่างแม้จะแข็งกว่า Pajero Sport
แต่ก็แลกมาด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นกว่า และดีกว่า Colorado จนผมสงสัยว่า
นี่มันรถพี่รถน้องกันจริงๆหรือไม่ อัตราสิ้นเปลืองไม่ได้เด่นนัก เพราะจัดว่ากินจุ
ไล่เลี่ยกับ Pajero Sport นั่นล่ะครับ

ทุกอย่างที่เป็นตัวเลข.. Trailblazer 2.8 ทำได้ดีมาก หรือไม่ก็เสมอตัว แต่ในด้าน
คุณภาพวัสดุในห้องโดยสารนั้น บางจุดยังไม่น่าประทับใจ พวกเขาจึงได้ปรับปรุง
มันอีกครั้งในปี 2015 และในจุดนั้น บวกกับราคาที่อีกนิดก็ 1.5 ล้านบาทแล้ว
ทำให้เรารู้สึกว่า “เอ๊ะถ้ามีเงินเยอะขนาดนี้ ตัวเลือกก็มีถมถืดเลย ไม่ว่าจะเป็น
PPV หรือ SUV” นี่ก็น่าจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนที่ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ Chevrolet
ไปปันใจให้กับยี่ห้ออื่นหมด ดังที่จะเห็นได้จากยอดขายนั่นแหละครับ

อันดับที่ 30-Toyota Corolla  Altis 1.6G

Altis น่าจะมาถึงมือเราเร็วกว่านี้สักปีหรือสองปี เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นได้ มาตรฐาน
ของรถ 1.6 ลิตรอาจจะเปลี่ยนไปและ Nissan Sylphy 1.6 อาจไม่ได้คะแนนจาก
เรามากขนาดที่เห็นใน BestDrive ปีก่อนๆ หลายสิ่งที่เราไม่คาดว่า Toyota จะทำ
ใน Altis เราก็พบว่ามันถูกทำมาให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตอบสนอง
การใช้งานได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นช่วงล่าง ซึ่งแต่ก่อน Toyota เคยทำ
จนนุ่มยวบยาบ ขับแล้วโหวง จนพัฒนาต่อกลายเป็นแข็งและขาดความสบาย
พวงมาลัยไม่ค่อยจะลงตัวสักรุ่นเท่าที่ผ่านมา แต่โฉมนี้ กลับกลายเป็นว่า
ช่วงล่างนุ่ม และนั่งสบาย สามารถเก็บอาการกระแทกฝาท่อและถนนขรุขระ
ได้ดีกว่า Sylphy ด้วยซ้ำ ครั้นพอใช้ความเร็วสูงเพื่อเดินทาง มันกลับไม่ได้แย่
ไปกว่ารุ่นเก่าที่ช่วงล่างแข็งสะเทือนกว่าเลย ตัวเบาะนั้นก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น
พนักพิงศรีษะมีความนุ่มนวลพอ ลองคิดดูว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนหนึ่งของรถ C-Segment
1.6 ลิตรคือรถ Fleet เช่นเซลส์บริษัทที่ต้องวิ่งงานทั่วประเทศ หรือแท็กซี่ มันก็นับว่า
ดีที่วันนี้ Toyota ทำรถที่คนขับขับได้สบายขึ้น คนนั่งก็สบายก้นขึ้น เกียร์ CVT
ยังใจถึงและแสนรู้เหมือนเดิม ผมเกลียด CVT แต่ไม่รู้สึกรำคาญเลยถ้าต้องขับคันนี้

ถ้ามันดีขนาดนั้นแล้วทำไมถึงอยู่อันดับ 30? ลองดูราคาของตัวรถ แล้วลองเทียบ
กับ Sylphy 1.6 ภายนอกคุณจะรู้สึกว่ารถทั้งสองคันพยายามให้สิ่งต่างๆมาอย่าง
เท่าเทียมกัน แต่พอเข้ามานั่งภายในรถ คุณจะรู้สึกได้ว่า Sylphy พยายามจะทำ
ภายในให้เหมือนรุ่นท้อปมากที่สุด ใช้วัสดุแบบเดียวกัน และมีแอร์ออโต้มาให้ ส่วน Altis
1.6G นั้นยังใช้แอร์มือหมุน และหน้าปัดที่ต่างจากตัวท้อป นอกจากนี้อีกจุดที่ฉุด
คะแนนลงคือการออกแบบแผงแดชบอร์ดซึ่ง แม้จะมีกรรมการบางท่านมองว่าโอเค
แต่นับภาพรวมออกมา มันยังไม่ดีเท่าที่ควร เป็นบั้งและสร้างความรู้สึกอึดอัด ตรงกัน
ข้ามกับภายในที่ดูหรูหราสะอาดตาเป็นระเบียบของ Sylphy และอัตราสิ้นเปลืองของมัน
แม้จะเกิน 16 ก.ม./ลิตร แต่ก็ยังตามหลัง Nissan อยู่

อันดับที่ 29-Chevrolet Colorado X-Cab 2.8 LTZ 4×4 6MT

Goodbye..Coly Goodbye.. อีกรุ่นนึงของ Colorado ที่ยกเลิกการทำตลาดไปแล้ว
กระบะหล่อมีแค็บออพชั่นครบ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะกับเครื่อง New Duramax ที่
สงสัยว่า Chevy จะกลัวพวกเราพาลงข้างทางจึงตัดสินใจจูนให้มีแรงบิดน้อยกว่า
รถรุ่นที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ แต่ยังไงก็ยังมี 200 แรงม้าอยู่ดี และมันกลายเป็นกระบะ
โรงงานที่บ้าพลังน่ากลัว แม้ Chevrolet จะล็อคความเร็วของมันไว้ แต่ระยะทางแค่
1.5 ก.ม. ก็พอให้มันทำความเร็วได้ 180 อย่างสบาย ซึ่งตลอดหลายปีที่ทดสอบรถมา
เราได้เล่นกับกระบะหลายรุ่น Colorado 2.8 คันนี้ยังหาใครมาโค่นได้ยาก

แต่เราซื้อรถกระบะมาเพื่อเรื่องแรงกันอย่างเดียวหรือเปล่า? ในด้านอื่นๆ Colorado
ก็มีดี เช่นตำแหน่งการขับและทัศนวิสัยยามมองไปข้างหน้าที่ให้ความรู้สึกเหมือน
หน้ารถเล็กกว่าความจริง แต่มาตายตรงที่พวงมาลัยก็ยังทดแบบรถกระบะยุคก่อน
ให้ฟีลเหมือนกระบะยุคก่อน ถ้าคุณชอบและชินกับความรู้สึกแบบนี้ Colorado น่าจะ
ตอบโจทย์ได้ดีกว่า Triton แต่ในภาพรวม เรายังรู้สึกว่ารถคันนี้ไม่ค่อยมีอะไรที่โดดเด่น
นอกเหนือจากความเร็วและอุปกรณ์กันตายอย่าง ABS, แทร็คชั่นคอนโทรล ระบบ
แยกจับเบรกหน้าช่วยหักหน้ารถเข้าโค้ง ซึ่งเมื่อไปลองในชีวิตจริง มันก็ยังไม่มั่นใจ
เท่ากับรถที่เซ็ตช่วงล่างมาให้จบในทีเดียวอย่าง Ranger

อันดับที่ 28-Suzuki  Hustler

เปี๊ยกเล็กหน้าตลกแต่แต่งตัวเก๋สุดๆ มาพร้อมลูกเล่นสารพัดที่ทำให้ผมงงว่า K-Car มัน
พัฒนาไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ เรามักชินตากับภาพพจน์รถเล็กที่ต้องคับแคบ อุปกรณ์
นี่มีแอร์มาให้ก็บุญแล้ว เสียงเครื่องดังเพราะต้องกระแทกคันเร่งเรียกแรงตลอดเวลา
ปี 2014 Hustler คันนี้พิสูจน์แล้วว่าถ้า Suzuki จะทำ K-Car ให้หรู มันก็สามารถเป็นไปได้
หน้าปัด คอนโซล แผงควบคุมต่างๆนั้นทำมาได้ดีจนรู้สึกว่าหรูเก๋กว่ารุ่นพี่อย่าง Swift
และทำให้ Celerio กลายเป็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากยุค 90s ไปเลย แถมยังยัดเอาอุปกรณ์
ความปลอดภัยมาแบบครบครัน ABS, ESP และมีแม้กระทั่งระบบช่วยเบรกเวลาขับในเมือง
แล้วเผลอเหม่อจนเกือบทิ่มรถคันหน้า ภายในนั้นแคบถ้าวัดตามแนวขวาง..ผมนั่งถูไหล่กับ
J!MMY ตลอดเวลาที่เทสต์ ถ้ามีไฟฟ้าสถิตย์คงเปรียะกรี๊ดกันไปแล้ว แต่พื้นที่เหนือศรีษะ
โปร่งราวกับ Nissan Cube และพื้นที่วางขาสบายเหลือล้นจนผมสามารถนั่งเบาะหลังได้
แล้วไม่บ่น

อัตราเร่ง 0-100 ประมาณ 1 อายุรัฐบาล อัตราเร่งแซง เมื่อถึง 120 คุณจะพบว่าฤดูกาลนั้น
เปลี่ยนไปแล้ว ความเร็วสูงสุดอาจไม่พอให้หนีรถบรรทุกเมายาบ้า แต่เราต้องเทียบมันกับ
รถ K-Car คันอื่น (และแอบเหลือบเทียบกับ Ecocar หน่อยๆ) ก็พบว่ามันก็เร็วอย่างที่ 52 แรงม้า
ควรจะทำได้นั่นล่ะ ซึ่งแน่นอนว่า เหมาะกับการเอาไว้วิ่งในเมือง หรือวิ่งทางไกลที่ไม่เกิน
120 เท่านั้น ผมสามารถบี้คันเร่งมิดที่หน้าบ้าน ห้อผ่านแม่ผมไปโดยที่แม่ไม่รู้ว่านั่นคือบี้
คันเร่งเต็มแล้ว ราคาของมันนั้นถ้าคุณคิดจะเอาเข้ามาใช้เอง ก็ต้องเตรียมไว้ 1.5 ล้าน ซึ่ง
ถึงแม้เป็นเรื่องปกติสำหรับ K-Car นำเข้าอิสระ แต่จะมีกี่คนที่ทิ้ง Swift RX กับเงินคงเหลือ
900,000 บาทมาหา Hustler เพราะอยากได้ความต่างที่ต้องแลกมาด้วยสมรรถนะ?

อันดับที่ 27-Nissan Navara KingCab Calibre V AT

พูดถึงความคุ้มค่าในสายตาของคนส่วนใหญ่ที่ต้องการรถกระบะมีแค็บยกสูงขับสอง
Navara รุ่นนี้จัดว่าน่าสนเข้าขั้น เพราะในงบ 807,000 บาท คุณได้เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ
ที่ทำงานได้ดีจนลืมเกียร์ธรรมดา คุณได้อุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างถุงลมนิรภัยคู่
และเบรก ABS ซึ่งรุ่น 2.5E ตัวธรรมดาไม่มี คุณได้ Cruise Control แอร์ดิจิตอลและระบบ
นำทาง ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้เมื่อนั่งลงไปบนเบาะอันมีพนักพิงดันหัวสุดยอดของมันแล้วนั้น
สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าจะเหมือนพวก Navara ตัวท้อปๆเลยทีเดียว ขาดแค่เบาะหนัง
ปรับไฟฟ้าก็เท่านั้น

เครื่องยนต์ 163 แรงม้าอาจไม่ได้เด่นเรื่องความสนุกเวลาแซงอย่างที่ตัว 190 แรงม้าเป็น
แต่ในชีวิตจริง หากคุณกดคันเร่งแค่ 70-80% ก็แทบจะสัมผัสความต่างไม่ได้เลยในรอบ
ต้นและรอบกลาง ช่วงล่างมีอาการดีดดิ้นเวลาผ่านรอยต่อบนทางด่วนอยู่บ้าง แต่กลับ
สะเทือนน้อยกว่ารุ่น 4 ประตูอย่างน่างง ทำให้คุณสามารถขับมันได้ด้วยความมั่นใจมากกว่า
อีกทั้งอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็ทำได้ดีกว่า Ford Ranger 2.2 Hi-rider เกียร์ธรรมดา
ด้วยซ้ำ (แต่ Calibre V ก็แพงกว่าเกือบแสนเช่นกัน) ผมรู้สึกว่ามันเป็นรถธรรมดา ไม่ได้
ทำอะไรผิดนอกจากเบาะและช่วงล่างที่สองอย่างนี้ยังสู้ Ford กับ Mazda ไม่ได้ หากคุณ
โอเคกับพนักพิงศรีษะของมัน Calibre V ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่แย่เลย

อันดับที่ 27-Nissan Navara Doublecab Calibre VL 6M/T (คะแนนเท่ากันกับตัวบน)

Navara มาอีกแล้ว..คันนี้เป็นตัวขับสองเกียร์ธรรมดาที่อัดออพชั่นมาเต็มสุดๆ มีเบาะหนัง
ปรับไฟฟ้ามาให้ มันแพงกว่ารุ่นรองจากนั้นแค่ไม่กี่หมื่นบาท แต่ได้ของเล่นครบครันและ
ได้เครื่อง 190 แรงม้าตัวแรง ทำไมจะไม่คุ้ม? คันเกียร์ธรรมดาของ Navara ก็เข้าได้ดีกว่า
สมัยก่อน แม้จะยังไม่ดีแบบ Ranger/BT50 แต่ก็ดีกว่า Chevrolet ระยะการเหยียบของ
คลัตช์ก็ทำให้ขับง่าย ไม่ยาวหรือสั้นเกินไป จะมีอะไรดีกว่ากระบะบ้าพลังเกียร์ 6 สปีด
ที่ให้ออพชั่นมาจนนี่ถ้าดีไซน์คอนโซลสวยกว่านี้อีกหน่อยนี่จะนึกว่าไปยกของ Teanaมาแล้ว

นั่นคือคำถาม และผมจะตอบต่อว่าบางทีกระบะที่ขับสบายอาจจะน่าสนกว่า ทุกอย่าง
ของ Navara คันนี้บนโบรชัวร์ดูดีมาก แต่เมื่อได้สัมผัสตัวจริงกลับพบพนักศรีษะแบบนั้น
พบเบาะหลังที่วางแนวไว้ค่อนข้างต่ำ ทำให้เวลานั่งแล้วปวดเข่า มันไม่ใช่เบาะที่สบายต่อให้
เทียบกับ Ranger, Vigo, หรือ Triton ตัวเก่า แม้ว่าจะดีขึ้นกว่า Navara รุ่นเก่าแล้วก็ตาม
ช่วงล่างหลังของมันนั้น หน้านุ่ม แต่หลังแข็ง ยิ่งนำไปวิ่งบนทางด่วนแล้วจะรอยต่อจะดีดตัว
จนเกินหน้ารถกระบะสี่ประตูคันอื่นๆ ผมมองว่าคนซื้อกระบะสี่ประตูน่าจะเน้นการบรรทุก
น้อยลง และเน้นความสบายในห้องโดยสารมากขึ้น Chevrolet คิดแบบนี้กับ Colorado
แต่ Nissan ทำออกมากลับกัน ดังนั้นถ้าคุณคิดจะเล่นกับกระบะรุ่นนี้ ขอให้ลองเบาะ และ
ลองดูช่วงล่างก่อนว่าโอเคสำหรับชีวิตคุณหรือไม่ ไม่ต้องเสียเวลานั่งกดนั่งเล่นออพชั่นหรอก
เพราะนั่นไม่ใช่จุดอ่อนของมัน

อันดับที่ 26-Subaru  BRZ Premium 6AT

รถรุ่นนี้ต่างจาก 86 เกียร์อัตโนมัติอย่างไร? เท่าที่ลองขับก็พบว่าช่วงล่างของมันมีความ
นุ่มนวลในช่วงแรกของการยุบตัวของโช้คอัพมากกว่ากันเล็กน้อย แต่ไม่ได้มีผลต่อ
ความมั่นใจในการขับ และอันที่จริงต่อให้ไม่มีสปอยเลอร์หลังอันโตแบบ 86 ตัวท้อป
BRZ กลับสามารถรักษาการทรงตัวบนทางตรงได้ดีจนแทบไม่ต่างกัน ความต่างจบ
ลงตรงนี้ เพราะเครื่องยนต์ FB20 200 แรงม้าของ BRZ แม้จะสร้างอัตราเร่งได้ดีกว่า 86
(อย่างงงๆ) แต่อาการของเครื่องยนต์ยังคงเหมือนเดิมคือแรงบิดน้อย และยิ่งน้อยลง
เมื่อรอบต่ำกว่า 4,500 ลงมา ถ้าคุณมองว่ารถสปอร์ตตัวเบาๆ 200 แรงม้าแล้วจะแรง
แบบ Honda DOHC VTEC 200 แรงม้าจากยุค 90s กรุณาเตรียมผิดหวัง เพราะออกตัว
มันก็ไปแบบเรื่อยๆก่อนจะแรงขึ้น..แรงขึ้น..และ..เกียร์ต่อไป ไม่มีการดึงที่รอบสูงอย่างที่
เราคาดหวังจากเครื่อง NA ที่มีม้า 100 ตัวต่อลิตร

แต่ก็โชคดีที่เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะของ BRZ นั้นก็เหมือน 86 คือทำงานได้เร็ว แสนรู้
ดุ ใจถึง กดโหมดสปอร์ตก็ได้สปอร์ตจริงๆ คาเกียร์ช่วยเหมือนเวลาขับรถเกียร์ธรรมดา
เบิ้ลรอบเครื่องรับการเปลี่ยนเกียร์ได้ดี คุณสามารถเอาไปหลอกคนที่รู้เรื่องรถ (นิดหน่อย)
ได้เลยว่านี่เป็นเกียร์คลัตช์คู่ ผลของการที่ตัวไม่หนักมากนัก ล้อและยางไม่ได้ใหญ่เวอร์
กับเกียร์ที่ฉลาดอย่างน้อยก็พอให้มันวิ่งขนานไปกับรถ 520d F10 ของสนามบินได้บ้าง
และดีกว่า MX-5 คันสุดท้ายที่เราขับแบบไม่ต้องสืบ…แต่สำหรับผม ถ้าจะให้จ่ายเงิน
ขนาดนี้ กับแรงประมาณนี้ อย่างน้อยก็ขอคอนโซลกับภายในที่ดูดีกว่านี้ และวิทยุ
ที่ไม่เหมือนของ Vigo น่าจะดี..แต่เดี๋ยว..ตอนนี้ราคาลดอยู่นี่?

อันดับที่ 25-Toyota Altis 1.8V Navi

ยังยืนยันเหมือนรุ่น 1.6G ว่านี่คือ Altis ที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นก่อนๆจนกลายเป็น
รถที่ขับแล้วมีความสุขขึ้นกว่าเดิม เข้าออกก็ง่าย ตัวเบาะก็นั่งสบาย ตำแหน่งการวาง
แขน ขา และพวงมาลัยเป็นไปตามหลังสรีระศาสตร์มากกว่า Altis ทุกรุ่นที่เคยมีมา และใน
กรณีของ Altis 1.8V Navi ตัวท้อปราคา 1,069,000 บาทนั้น แม้ภายนอกจากคล้าย 1.6G
มากแต่ภายในนั้นมีชุดมาตรวัดที่เป็นของเฉพาะ 2 ตัวท้อปเท่านั้นซึ่งมองดูแล้วแม้ตัวเลข
ที่เอียงทำองศาตามขอบจอนั้นทำให้ J!MMY ไม่ชอบ แต่ผมกลับมองว่าโอเค และที่จริงมัน
ดีไซน์มาได้สวยงาม คล้ายกับเอา Chevrolet รุ่นสูงๆมาบวกกับหน้าปัดของ VW Group
มีแอร์ดิจิตอลมาให้ มีเบาะคนขับปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับดันหลังได้ Cruise Control
และกล้องมองหลังมาให้ ส่วนการตอบสนองของรถนั้น ช่วงล่างจะให้อารมณ์คล้ายกับ
1.6G แต่เครื่องยนต์ 1.8 นั้นสร้างอัตราเร่งได้น่าตื่นตาตื่นใจ ถูกล่ะหน้าปัดมันความเร็ว
โม้เกินจริงไป 7% แต่ต่อให้คำนวณกลับเข้าไป Altis ก็ยังไวกว่า Sylphy 1.8 หรือรถ
C-Segment ใดๆก็ตามที่เป็นเครื่อง 1.8 ทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ มันสามารถอาจหาญ
ไปไล่เล่นกับพวกรถ 2.0 ลิตรบางรุ่นอย่าง Lancer EX 2.0 ได้เลยด้วยซ้ำ

แต่ที่อันดับมันอยู่ที่ 25 นั้น ก็มีเหตุผลหลายอย่าง เรื่องดีไซน์ของหน้าปัดคงไม่ต้องพูดถึงแล้ว
เหลือเรื่องการเซ็ตแป้นเบรกซึ่ง Altis 2014 ทุกรุ่นมีนิสัยเหมือนกันคือต้องกดลึกกว่ารถรุ่นอื่น
เบรกจึงจะเริ่มจับ ทำให้บางจังหวะของการขับไม่สามารถคุมเบรกได้ดังใจ ต้องตั้งใจเหยียบ
ดีไม่ดีเลยป้าย ลึกไปก็หน้าทิ่มอีก สำหรับคนที่ขับรถคันเดียวประจำคงไม่มีปัญหา ปรับความ
ชินเอา แต่นั่นไม่ใช่ข้อแก้ตัวเพราะใน BestDrive เราต้องเทียบกับรถอื่นๆในเซกเมนต์เดียวกัน
นอกจากนี้ ราคาของมันนั้นก็ค่อนข้างสูง สูงจนทำให้ไปว่ายน้ำเล่นสระเดียวกับรถ 2.0
ของคู่แข่งได้ แต่ยังขาดอุปกรณ์ความปลอดภัยเช่นถุงลมนิรภัยด้านข้าง ซึ่งคุณสามารถ
หาได้จากรถ 2.0 ลิตรของคู่แข่งที่ราคาต่างกันไม่มาก และรถของคู่แข่งยังมีระบบเสริมเช่น
ระบบช่วยเตือนจุดบอด ระบบถอยจอด หรือระบบช่วยเบรกเวลาเผลอ มาตรฐานของวงการ
เปลี่ยนไปมากแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาแต่ Altis ยังให้อุปกรณ์มาเท่ากับรถตัวท้อปจาก 5 ปีก่อนอยู่

อันดับที่ 24-Chevrolet Colorado C-Cab 2.8 6AT LTZ1

หนึ่งในกระบะที่เรารู้สึกดีที่ได้ขับ มันเป็นรถที่ทำออกมาเอาใจคนรักกระบะแรง..ซึ่งอาจจะ
มีจำนวนไม่มากพอ จนในที่สุดก็ต้องยกเลิกการขายรุ่นนี้ไปอย่างน่าเสียดาย หากเทียบกับ
คู่แข่งแล้ว มันแรงจริง เร็วจริง แต่คุณสมบัติด้านอื่นนั้นไม่มีจุดเด่น มันพยายามอยู่ตรงกลาง
ระหว่างคนที่ชอบกระบะที่ขับแล้วคล้ายรถเก๋งโดยการออกแบบให้ทัศนวิสัยด้านหน้าดู
เหมือนรถเล็ก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีพวงมาลัยที่หนัก ยาว ยาน ความรู้สึกในการขับ
เวลาเดินทางไกลนั้น Isuzu D-Max มีพวงมาลัยที่เซ็ตมาดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ Colorado ชดเชย
ด้วยช่วงล่างที่มั่นคงกว่า สั่นไหวน้อยกว่าเวลาข้ามสะพาน มันมีช่วงล่างหลังที่ดีดดิ้น
น้อยกว่า Navara แต่ยังไม่สามารถสร้างความหนึบเกาะแบบ Ranger หรือเน้นสบายอย่าง
Triton ได้

พวกเราชาว Headlightmag ขอชมเชยอย่างน้อยหนึ่งเรื่องว่าเครื่องยนต์ Duramax
ตัวใหม่ 2.8 ลิตรนั้นมีนิสัยเรียบร้อยน่าคบกว่าเดิมมาก เสียงเครื่องที่เคยดังแถมยังสั่น
จนน่ารำคาญนั้นลดลงจนอยู่ในระดับที่รู้สึกได้ชัดเจน และดีกว่าคู่แข่งบางรุ่นด้วยซ้ำไป
ออพชั่นที่ให้มานั้นแม้จะไม่น้อย แต่เมื่อในโลกนี้มี Ranger 3.2 Wildtrak และ Navara 4WD VL
Colorado LTZ1 เลยกลายเป็นรถที่มีภายในดูธรรมดาเมื่อเทียบกับสองรุ่นนั้น เมื่อ
ลองพิจารณาทุกสิ่ง รวมถึงอัตราการสิ้นเปลืองที่ไล่เลี่ยกับพวกรถกระบะม้า 190 Up
คันอื่น ก็ไม่ได้สร้างจุดเด่นที่เห็นชัดมากนัก Colorado LTZ1 จึงยังอยู่ในอันดับที่ 24

อันดับที่ 23-Nissan Navara Doublecab 2.5VL 4WD 7AT

ถ้าใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ Nissan แล้วเห็น Navara VL4WD ยืนแป้นในอันดับดีกว่า Colorado
ก็ขอบอกสักนิดว่ามันชนะมาด้วยคะแนนแค่ 0.54 คะแนนจาก 100 เท่านั้น และมันเป็นผลมา
จากการที่เรารู้สึกว่าการโดยสารบน Colorado ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็สบายกว่า Navara

แต่ไม้ตายที่ Nissan ถือไพ่เหนือกว่าอยู่ที่ช่วงล่างในการวิ่งบนทางตรงซึ่งช่วงล่างสามารถ
รักษาแนวการวิ่งได้ดี ไม่ต้องแก้พวงมาลัยช่วยไปๆมาๆมากนัก นอกจากนี้ระบบ VDC
ของ Navara นั้นทำงานได้อย่างชัดเจนและเห็นผลชนิดที่ผมลองแล้วอยากให้รถกระบะ
ทุกคันในไทยมีระบบนี้ เมื่อหักเลี้ยวแรงๆที่ความเร็ว 90-100 ก.ม./ช.ม. นั้นระบบรักษาการ
ทรงตัวจะใช้เบรกหน้าทีละข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้การเบรกจับทีละข้าง
ช่วยแก้แนวรถให้กลับมาวิ่งตรงได้ดี ถามว่าคู่แข่งคันอื่นเขาเป็นไม่ เราลองแบบเดียวกัน
กับ Colorado และพบว่าระบบไม่ได้เข้ามาช่วยอะไรมากในการขับแบบนั้น ส่วน Ford
กับ Mazda ช่วงล่างที่หนึบกว่าทำให้รถไม่ค่อยออกอาการแต่แรกอยู่แล้ว ส่วน Mitsubishi
ยังคุมอาการได้ไม่ดีเท่า สิ่งนี้ รวมกับออพชั่นที่ให้มา ความแรงที่ได้ อัตราสิ้นเปลืองที่ไม่หนี
ห่างกระบะ 190 ม้า Upคันอื่น ในราคา 996,000 บาท อาจทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณ
โอเคกับเบาะและช่วงล่างด้านท้ายที่เหมือนกับ Navara Calibre VL คันก่อนหน้าเด๊ะ

อันดับที่ 22-Mercedes-AMG A45AMG

ในวัยเรียนของผม นึกย้อนไปก็พอจำได้ว่ามีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งชื่อไอ้เค ถนอมศักดิ์ มันตัวเล็ก
กว่าใครในห้องเรียน เป็นคนตลกในเวลาปกติ แต่ในยามมีเรื่อง ไอ้เคจะมีนิสัยดุดัน ก้าวร้าว
ไม่กลัวใคร วันไหนไม่พูดคำหยาบจะนอนไม่หลับ เจอคนตัวใหญ่ๆหาเรื่องกลับโดดฟันศอกร่วง
เอาง่ายๆ นั่นคือภาพพจน์ของ AMG A45 ในสายตาของผม จริงอยู่ว่าเบาะของมันก็นั่งไม่สบาย
เพราะมันก็คือเบาะตัวเดียวกับ CLA45 แต่เมื่ออยู่หลังพวงมาลัย A45 ผมจะมีเวลาแคร์กับ
ความสบายน้อยลง และใช้เวลากับการตอกคันเร่ง แล้วรอให้เครื่อง 4 สูบโรงงานที่แรงม้า
ต่อลิตรสูงที่สุดในโลกดึงหัวกบาลของผมให้ลงไปติดพนักพิงศรีษะเอง มันกลายเป็นยาเสพย์ติด
อย่างหนึ่งที่ทำให้ผมอยากตอกคันเร่งครั้งแล้วครั้งเล่า AMG จูนเครื่องมาได้ดี นอกจากเสียงท่อ
จะน่ากลัว เสียงเครื่องก็เร้าใจกว่าที่เคยได้ยินในคลิปมาก 360 แรงม้าของมันมีอาการรอรอบ
น้อยกว่าเครื่อง 2.5 ลิตรเทอร์โบของ Subaru เสียอีก การทำงานของเกียร์นั้นดุ โหด และเอาเรื่อง
กว่า A250 อย่างรู้สึกได้..แต่ต้องกดโหมด S  นะครับ ถ้าโหมด E เกียร์ก็จะช้าๆ แอบเบลอ
เหมือนนิสัยเบนซ์ปกติ

โหมด Race Start นั้นแม้จะใช้ติดๆกันหลายครั้งไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ใช้ รถจะคำนวณการจับคลัตช์
และองศาคันเร่งที่ดีที่สุดสำหรับการออกตัวจนสามารถทำ 0-100 ได้ใน 5.23 วินาที กลายเป็น
เจ้าของสถิติใหม่ของ Headlightmag ไปโดยปริยาย แต่ 80-120 ของมันนั้นยังตามหลัง
MTM S3 อยู่ ในรถคันนี้แม้ภายในจะคับแคบ แต่พลังและความโหดของมันจะทำให้คุณ
ไม่อยากชวนใครมานั่งถ่วงน้ำหนักด้วยอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือระบบ 4MATIC ของมันนั้น
ในเวลาเข้าโค้งยังมีอาการที่ไม่น่าไว้ใจ มันจะหลอกให้คุณตายใจแล้วกดคันเร่งเพิ่มหรือ
ทำอะไรแผลงๆ แล้วจากนั้นก็เสียแรงยึดเกาะด้านท้ายไปเลย และปัญหาข้อที่ใหญ่ที่สุดคือ
ราคาของตัวรถ 5,790,000 บาท..ถ้าคุณต้องการรถยุโรปขับสี่ 360 แรงม้า มันอาจจะดูโอเค
แต่พอมาคิดว่าเรามี Active Hybrid 3 ที่ตัวโตกว่า อุ้ยอ้ายกว่าบ้าง ไม่ได้ขับสี่ แต่ม้า 340
และราคาถูกกว่ากันล้านกว่าบาท..มันก็น่าคิด ใช่หรือไม่?

อันดับที่ 21-Mitsubishi Triton Doublecab 2.4MIVEC GLSltd 5AT

ดูเหมือนว่าปัญหาปากท้องของเกษตรกรไทยกับปัญหาอาการรอรอบของเครื่องดีเซลมิตซู
นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่แก้ยากพอกัน เราคงไม่เถียงเรื่องการเป็น Clean Diesel แต่ในขณะที่
คู่แข่งพยายามกลบจุดอ่อนอย่าง Navara ก็ใช้เกียร์ 7 จังหวะเข้ามาช่วยลบรอยสักปานแดง
ปานดำไปได้บ้าง Triton ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะอยู่ เราไม่เถียงเช่นกันว่าถ้ากดเต็ม
มันก็ไปได้ดีเท่าคู่แข่งที่เครื่องโตม้าเยอะกว่า แต่ในชีวิตจริงการต้องรอให้เข็มวัดรอบตวัด
ไปถึงครึ่งทางสู่ขีดแดงแล้วค่อยสำแดงเดชนั้น มันก็น่าหงุดหงิดรำคาญใจอยู่โดยเฉพาะ
ถ้าเพิ่งลงมาจาก Vigo 3.0 ลิตรหรือ D-Max VGS 3.0 ลิตรแล้วมาขับคันนี้ นอกจากนั้น
คนที่เอาออพชั่นมากมายมาใส่รถแล้วจัดเรียงจนดูแล้วกลับไม่สวยงามน่าตื่นตาเท่า
Ranger หรือ Navara นั้นก็คงเป็นพรสวรรค์หรือพรนรกอีกอย่างของ Mitsubishi เช่นกัน
นี่ยังไม่นับเรื่องที่ราคาเกินล้านแต่แผงบังแดดด้านคนขับไม่มีแม้แต่กระจกอีก..แล้วยัง
มีหน้าตาของรถที่แม้เจ้าของเว็บจะโอเค แต่ทีมกรรมการที่เหลือบ๊ายบายกันจนคะแนนรวม
ออกมาแย่กว่ากระบะทุกตัวที่เราขับมาในปีนี้ ไม่ต้องอื่นไกล..ไอ้กระจังหน้านั่นแหละตัวดี

แต่สิ่งที่ทำให้ Triton ถีบตัวขึ้นมาทำแต้มดีเป็นอันดับต้นๆของบรรดากระบะ 4 ประตูได้นั้น
อยู่ที่การพิสูจน์ให้เราเห็นว่ารถกระบะก็มีสิทธิ์ที่จะขับนุ่ม ขับสบาย คล่องตัว และมีสิทธิ์
ที่จะมีภายในที่นั่งสบายอย่างเหลือเชื่อได้ ซึ่งถ้าหากคุณจัดความเจ๋งของรถด้วยการขับขี่
และการโดยสาร Triton ทำคะแนนชนะทุกกระบะที่เราเคยมีมาทั้งหมด ผมจำวินาทีแรก
ที่ J!MMY พานั่งรูดลูกระนาดแถวบ้านเล่นทำให้ผมถึงกับอุทานออกมาว่า Cheddo!
นี่หรือช่วงล่างกระบะ? มันเป็นความรู้สึกที่อึ้งยิ่งกว่าตอนพบว่า Pajero Sport นุ่มสบาย
กว่า Fortuner เสียอีก แล้วยังมีเบาะนั่งที่นั่งหน้าก็สบาย นั่งหลังก็สบาย มีพื้นที่วางขา
กำลังดี ตัวเบาะนุ่มโอเค ตำแหน่งอยู่สูงกำลังดี เป็นกระบะคันหนึ่งที่ผมยอมนั่งหลังไป
เชียงใหม่หรืออุดรธานีแล้วไม่บ่นแน่ๆ พวงมาลัยอาจจะดูมิร๊าจมิราจ แต่พอลองหมุนดู
ก็พบว่าอัตราทดและน้ำหนักมันเหมือนรถเก๋งมาก คนชอบรถกระบะหนักๆสไตล์เดิม
อาจจะเกลียด แต่ถ้าคนที่เคยชินกับรถเก๋งจะสามารถขับมันได้อย่างคล่องตัว สบายใจ
เมื่อเทียบกับหัวข้ออื่นที่ไม่มีด้านใดเป็นรองหรือแย่กว่าชาวบ้านเขา ทำให้มันได้คะแนน
ไปในระดับนี้..แต่ขอร้อง..มันดีกว่านี้ได้อีก.เราคงต้องรอการไมเนอร์เชนจ์กระมังครับ

อันดับที่ 20-Ford Fiesta 1.0 EcoBoost

หากคุณต้องการรถเล็กโดยมีความสนใจมุ่งเป้าไปที่อรรถรสจากการขับขี่และต้องการ
แบรนด์อินดี้ที่ไม่เหมือนใคร ขอต้อนรับคุณสู่ประตูของ Fiesta Ecoboost ซึ่งจะตอบสนอง
ความต้องการของคุณได้สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่ B-Segment ประกอบในประเทศจะให้ได้
เมื่อได้ยินคำว่า 1.0 ลิตร บางคนอาจกังขาว่าแล้วมันจะวิ่งไหวเร้อ? คำตอบคือนอกจาก
จะไหวแล้วยังทุ่ม Vios (ออโต้), เหยียบ Fiesta 1.6 พี่มันเอง, ฟันศอกใส่ Sonic 1.6, ผลัก Jazz,
ดีดนิ้วใส่ City แล้วทิ้งห่างอย่างเหนือชั้น สุ้มเสียงจากเครื่อง 3 สูบเทอร์โบนั้นจูนออกมา
ได้หวานมีเสน่ห์เฉพาะตัว เกียร์ซึ่งเคยเบลอๆมั่วๆใน Fiesta รุ่นก่อนๆถูกปรับทัศนคติ
เอ้ย. ปรับนิสัยจนดีขึ้นมาก ยังเหลือแค่บางจังหวะที่กดคันเร่งลงไปแล้วจะกินเวลา
เปลี่ยนเกียร์กับถ่ายแรงดึงจากเครื่องนั่นล่ะที่เรามองว่าเสียเวลามากไปจน Jazz หรือ City
CVT ไล่ทันเอาได้..สังเกตดูสิ ถ้ากดเต็มตั้งแต่ 0 ไปจนท้อปสปีดจะไม่ต้องมีจังหวะเสียเวลา
ตรงนี้ และถ้าเป็นอย่างนั้น Fiesta จะดีดไปเร็วกว่ามาก

แต่ถ้าคุณต้องการรถเล็กที่ให้ความสบายในการขับ มีเบาะที่ “Make Sense” มีความเอนกประสงค์
ในการใช้งานและออพชั่นไม่ขาด ขอเชิญเดินออกจากประตู Ford ไปประตู Honda จะดีกว่า
พ่อเจ้าประคุณคนไหนไม่รู้ออกแบบเบาะให้ไม่มีการรองรับแผ่นหลังจากช่วงกลางไปจนถึง
ท้ายทอยเลย พอนั่ง Fiesta เสร็จแล้วทำให้รู้สึกอยากทำตัวเป็น Bad boy สำนึกผิดกลับไป
ง้อขอคืนดีกับ CLA และ Navara เป็นที่สุด ภายในก็ค่อนข้างเล็กและแคบ ดังนั้น
การที่ผมบอกว่ารถรุ่นนี้ “For teenagers only” นั้น ผมว่าผมคิดดีแล้วครับ คนแก่ที่ชอบบ่น
ปวดหลังอย่างผมคงไปกับเธอไม่ได้ แต่สมาชิกทีมวัยรุ่นอย่างน้องเปาบอกว่าไม่ปวดและ
ยังนั่งได้โอเคด้วย สงสัยมันคงเป็นเรื่องน้ำหนักไม่ก็ความแก่เฉพาะตัวนี่ล่ะ

Previous Post

N1810004 ขณะท ชายคนหน งกำล งต ดเล บให ภรรยาท นอนไม ได สต เขาก ดโดนน วเธอโดยไม ได งใจ part2

Next Post

N1810003 งแรกท หญ งคนหน งทำหล งจากการกล บชาต มาเก ดค อฆ ากระต ายต วโปรดของ part2

Next Post
N1810003 งแรกท หญ งคนหน งทำหล งจากการกล บชาต มาเก ดค อฆ ากระต ายต วโปรดของ part2

N1810003 งแรกท หญ งคนหน งทำหล งจากการกล บชาต มาเก ดค อฆ ากระต ายต วโปรดของ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.