• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1710013 (เต มเเร อง) ชายหน มถ งก บตกใจเม อพบว าห องจ ดเล ยงท เขาจะใช แต งงานพร งน part2

admin79 by admin79
October 15, 2025
in Uncategorized
0
N1710013 (เต มเเร อง) ชายหน มถ งก บตกใจเม อพบว าห องจ ดเล ยงท เขาจะใช แต งงานพร งน part2

CX-5 มีตัวถังยาว 4,540 มิลลิเมตร กว้าง  1,840 มิลลิเมตร ความสูงไม่รวมเสา
อากาศ 1,670 มิลลิเมตร (รวมเสาอากาศ = 1,710 มิลลิเมตร) ระยะฐานล้อยาว
2,700 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้า (Front Track) 1,585 มิลลิเมตร ส่วน
ความกว้างช่วงล้อหลัง (Rear Track) 1,590 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ หรือ
Ground Clearance 210 มิลลิเมตร น้ำหนักรถเปล่า 1,459 กิโลกรัม ในรุ่น
2.0 C และ 2.0 S, หนักขึ้นเป็น 1,521 กิโลกรัม ในรุ่น 2.5 S และหนักเพิ่มเป็น
1,650 กิโลกรัม ในรุ่น 2.2 XDL (เครื่องยนต์ Diesel มักจะหนักกว่า เบนซิน)

เมื่อเปรียบเทียบกับ คู่แข่งตัวสำคัญอย่าง Honda CR-V รุ่นปัจจุบัน ซึ่งยาว
4,535 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร (ไม่รวมกระจกมองข้าง) สูง 1,650
มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว 2,620 มิลลิเมตร ใหม่แล้ว CX-5 ใหม่ จะยาวกว่า
CR-V เพียง 5 มิลลิเมตร แต่มีความกว้างมากกว่าถึง 20 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน
ก็สูงกว่า CR-V 25 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ ยาวกว่า  CR-V อีก 80 มิลลิเมตร
แถมความสูงใต้ท้องรถ (Ground clearance) ของ CX-5 จะสูงกว่า CR-V
40 มิลลิเมตร

แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ คู่แข่งระดับพระรอง อย่าง Chevrolet Captiva ซึ่งมี
ความยาว 4,673 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,756 มิลลิเมตร และ
ระยะฐานล้อ 2,707 มิลลิเมตร แล้ว จะพบว่า CX-5 สั้นกว่า Captiva มากถึง
133 มิลลิเมตร (อย่าลืมว่า CX-5 มี 5 ที่นั่ง และ Captiva มีเบาะ 3 แถว ดังนั้น
ท้ายรถก็ย่อมต้องยาวกว่ากันนิดหน่อยอย่างที่เห็น

นอกจากนี้ CX-5 จะแคบกว่า Captiva เพียง 10 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า Captiva
ถึง 46 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาวกว่า Captiva เพียงแค่ 7 มิลลิเมตร แต่
CX-5 จะเบากว่า Captiva ถึง 309 กิโลกรัม (เมื่อเทียบน้ำหนักกันเฉพาะรุ่น
พื้นฐานของทั้งคู่) และความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) ของ CX-5
จะสูง (มาก) กว่า  Captiva 10 มิลลิเมตร

ต่อให้เปรียบเทียบกับ Nissan X-Trail ใหม่ ที่มีกำหนดคลอดในบ้านเราในช่วง
ปลายปี 2014 นี้ โดยอ้างอิงตัวเลขจาก เวอร์ชัน ญี่ปุ่น ด้วยตัวถังที่มีความยาว
4,640 มิลลิเมตร กว้าง 1,820 มิลลิเมตร สูง 1,715 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อยาว
2,705 มิลลิเมตร แล้ว จะพบว่า CX-5 สั้นกว่า X-Trail ใหม่ถึง 100 มิลลิเมตร
(เพราะ X-Trail ใหม่ มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง เหมือน Captiva) แคบกว่า
X-Trail 20 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า 45 มิลลิเมตร (ไม่นับเสาอากาศ) และระยะ
ฐานล้อ สั้นกว่า X-Trail แค่ 5 มิลลิเมตร

รูปลักษณ์ภายนอก ออกแบบตามแนวทาง KODO : Souls Of  Motion
เพื่อให้ดูแข็งแรง มีพลัง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้านหน้าของรถ ออกแบบ
ให้มี กระจังหน้าใหม่ แบบ Signature Wing ซึ่งผสมผสานกระจังหน้าแบบ
ห้าเหลี่ยม 5-Point Grille ดั้งเดิม แต่เพิ่มแนวเส้นลากผ่านขอบด้านล่างของ
กระจังหน้า ลากขึ้นไปจรดกับชุดไฟหน้า เพื่อให้ดูเป็นปีกที่สยายออก ของนก
หรือเครื่องบิน ขณะร่อนอยู่บนท้องฟ้า

ชุดไฟหน้าเป็นแบบ Projector ในรุ่น 2.0 C ใช้หลอด Halogen ส่วนรุ่น
2.0 S, 2.5 S และ 2.2 XDL ใช้โคมไฟแบบ Bi-Xenon มีเส้นสายแบบ
3 มิติ ไฟ Daytime Running Light ซึ่งอยู่ในโคมไฟหน้า ติดกับกระจังหน้า
อาจดูไม่สวย เหมือน เปิดไฟหรี่วิ่ง มากกว่าจะใช้หลอด LED เล็กๆ ร้อยเรียงกัน
กระนั้น ชุดไฟหน้า ถูกออกแบบขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากแววตาทั้ง 2 ข้าง ของ
เสือชีตาร์ ที่จ้องเขม็งไปยังเหยื่อของมัน เพื่อเพิ่มบุคลิกของรถให้ดูยิ่งน่าเกรงขาม
งามสง่า และทรงพลังมากขึ้น

เส้นสายตัวถังด้านข้าง ถูกออกแบบให้พริ้วไหว เสริมความทะมัดทะแมงด้วยโป่ง
เหนือซุ้มล้อคู่หน้า ต่อเชื่อมด้วยเส้นสายลาดเอียง ตัดกับพื้นผิว มายังห้องโดยสาร
เพื่อเพิ่มความปราดเปรียว และสะท้อนถึงพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมา ทุกครั้งที่
ตัวรถเคลื่อนไหว

เส้นสายด้านหลัง นอกเหนือจากซุ้มล้อขนาดใหญ่ ช่วย เพิ่มให้รถดูมีมัดกล้ามเพิ่ม
มากขึ้นเช่นดียวกับโป่งซุ้มล้อหน้าแล้ว แนวกระจกบังลมหลังที่ลาดเอียง พร้อม
ชุดไฟท้ายสไตล์ยุโรป ยิ่งช่วยเพิ่มบุคลิกของตัวรถ ให้ดูคล่องแคล่ว อย่างมีสไตล์
แตกต่างจากบั้นท้ายของ SUV ทั่วไป

การออกแบบที่เน้นหนักให้ถูกหลักอากาศพลศาสตร์ รวมทั้งการพัฒนาแผ่นปิด
พลาสติก เพื่อจัดการกับกระแสลมที่ไหลผ่านใต้ท้องรถ ทำให้ CX-5 ใหม่ ลู่ลม
ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ Cd : 0.33

สำหรับเวอร์ชันไทย การใช้สายตา แยกแยะความแตกต่างระหว่างแต่ละรุ่นย่อย
อาจยากลำบากในสายตาของคนที่ไม่ได้สนใจติดตามเรื่องรถยนต์นัก แต่ถ้าจะ
ให้จำแนกออกมา ใช้หลักการจดจำง่ายๆ ดังนี้

รุ่นพื้นฐาน 2.0 C และ 2.0 S จะสวมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว x 7J พร้อมยาง
ขนาด 225/65 R17 แต่รุ่น 2.5 S และ 2.2 XDL Diesel Turbo จะสวมล้อ
อัลลอย ขนาด 19 นิ้ว x 7J พร้อมยาง Toyo Proxes ขนาด 225/55 R19

และถ้าจะแยกความแตกต่างระหว่างรุ่น 2.5 S กับ 2.2 XDL นั้น ทำได้เพียง
แค่การสังเกตสัญลักษณ์ที่แปะอยู่บนฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง หากเป็น
รุ่น 2.2 XDL จะต้องมี โลโก้ AWD อันหมายถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ติด
เอาไว้ด้วย เพราะ รุ่น 2.2 XDL จะเป็นรุ่นเดียวในเวอร์ชันไทย ที่ติดตั้งระบบ
ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบอัตโนมัติ มาให้จากโรงงานในมาเลเซีย

น่าเสียดายที่ในช่วงเปิดตัว CX-5 เวอร์ชันไทย มีสีตัวถัง ให้เลือก เพียงแค่ 4 สี
คือสีขาว Arctic White, สีเงิน Aluminum Mettalic, สีเทาเข้ม Meteor
Grey Mica และสีฟ้า Skyblue อันเป็นสีเพื่อการโปรโมท ทั้งที่ในเมืองนอกนั้น
มีสีแดงไวน์ ให้เลือกด้วย

การปลดล็อก – ล็อกประตูทั้ง 4 บานนั้น รุ่น 2.0 C พื้นฐาน จะใช้กุญแจรีโมทแบบ
พับเก็บดอกกุญแจ เหมือนเช่น Mazda รุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ แต่อีก 3 รุ่นที่เหลือ ทั้ง
2.0 S 2.5 S และ 2.2 XDL จะใช้รีโมทกุญแจแบบ Smart Keyless Entry
แค่พกรีโมทไว้กับตัว เดินเข้าไปใกล้บานประตูคู่หน้า ฝั่งคนขับ หรือฝั่งผู้โดยสาร
คุณก็สามารถกดปุ่มสีดำ บนมือจับประตู แล้วเปิด หรือสั่งล็อกประตูได้ทันที

อันที่จริงแล้ว น่าจะเลือกใช้ระบบที่สามารถ ดึงมือเปิดประตูได้ทันทีโดยไม่ต้อง
มานั่งกดปุ่มสีดำให้เสียเวลา

การเข้า – ออก จากบานประตูคู่หน้า ทำได้อย่างสะดวกสบาย การออกแบบให้
เบาะนั่งคู่หน้า ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม ช่วยให้คุณสามารถ ก้าวขึ้นไปนั่ง
หรือหย่อนบั้นท้าย ลงบนเบาะรองนั่ง ได้พอดีๆ อาจต้องขยับกระเถิบเข้าไป
นั่งบนเบาะอีกนิด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอันใด เพราะความสูงจากพื้นถนน ถึงพื้น
ตัวถังรถ ใกล้เคียงกับรถเก๋งยกสูง มากกว่า SUV ทั่วๆไป

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบพื้นที่ช่องทางเข้าประตู ด้วยการใช้วิธี
บันทึกภาพเพื่อจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ ขณะลุกเข้า – ออก จากตัวรถ
รวมทั้ง การจำลองสถานการณ์ ขณะเข้า – ออกจากตัวรถ บนคอมพิวเตอร์
มาประมวลผล เพื่อออกแบบให้ช่องทางเข้าประตู ทั้งด้านหน้าและหลัง
มีขนาดที่เหมาะสม

ตำแหน่งวางแขนบนแผงประตูคู่หน้านั้น ออกแบบมาให้วางข้อศอกได้อย่าง
เหมาะสม แถมยังปล่อยให้ท่อนแขนลาดเอียง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไป
หล่อเลี้ยงปลายนิ้วได้ ไม่เหมือนกับการวางแขนบนแผงประตูแนวตั้งตรง
ในรถยนต์ทั่วๆไป

งานออกแบบจาก CX-9 ที่ผมชื่นชอบ และยังคงถูกถ่ายทอดมาสู่ CX-5 ด้วย
นั่นคือ การออกแบบให้ชายขอบประตูด้านล่าง คลุมปิดทับพื้นที่กรอบประตู
ด้านล่างทั้งหมด ข้อดีก็คือ เวลาไปลุยโคลนมา แล้วคุณจะต้องเข้าไปนั่ง หรือ
ลุกออกจากรถ ขากางเกงก็จะไม่ต้องเปื้อนเศษโคลนที่ติดอยู่บริเวณชายล่าง
ของตัวรถเลย เป็นงานออกแบบในลักษณะเดียวกันกับที่จะพบได้ในทั้ง
CX-7 ,CX-9 และ Audi Q3 ใหม่ แต่อย่าหวังว่าจะได้พบใน BMW X3 กับ
X6 ใหม่ ซึ่งไม่มีการคำนึงถึงปัญหานี้!!

ภายในของทุกรุ่น ตกแต่งด้วยสีดำ ขลิบด้วยด้ายสีแดง ส่วนเพดานหลังคาจะใช้
โทนสีเบจสว่างๆ เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ปลอดโปร่งขณะเดินทาง

เบาะนั่งคู่หน้า เป็นแบบกึ่ง Sport Bucket Seat ทุกรุ่นจะติดตั้งสวิตช์ไฟฟ้า
ปรับตำแหน่งเบาะมาให้มากถึง 8 ทิศทาง เฉพาะเบาะฝั่งคนขับ โดยสามารถ
เลื่อนเบาะได้ยาวถึง 260 มิลลิเมตร ปรับเอนได้มากสุด 98 องศา ปรับเอียง
ได้ 30 มิลลเมตร และปรับระดับความสูง – ต่ำ ได้ถึง 50 มิลลิเมตร เพื่อการ
รองรับสรีระที่แตกต่างกันของคนทั่วโลก แถมยังมีสวิตช์ปรับดันหลังมาให้ด้วย

ส่วนเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารด้านซ้าย ปรับด้วยกลไก อัตโนมือ ตามปกติ การติดตั้ง
เบาะให้สูงในระดับมาตรฐาน ทำให้การเข้า – ออกจากรถ ฝั่งซ้าย อาจต้องก้ม
ศีรษะนิดหน่อย หรือไม่เช่นนั้น ต้องเลื่อนเบาะถอยหลังไป เล็กน้อย เพื่อไม่ให้
เพื่อไม่ให้ ศีรษะ โขกกับเสาหลังคาคู่หน้า ปัญหานี้ จะไม่เกิดขึ้นกับฝั่งคนขับ
โดยเฉพาะกรณีที่คุณปรับตำแหน่งเบาะคนขับลงต่ำสุด

พนักศีรษะแอบดันหัวผมนิดๆ แต่ยังไม่มากเท่ากับ Nissan รุ่นใหม่ๆ ในระยะ
2 ปีมานี้ อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ พนักศีรษะ ไม่นุ่มและไม่แข็งไป อยู่ในระดับ
กลางๆ ปรับระดับสูง – ต่ำได้ แต่ปรับมุมองศาไม่ได้

พนักพิงหลัง ออกแบบให้ซัพพอร์ต บริเวณไหล่และด้านข้างลำตัว ดีพอใช้ได้
เช่นเดียวกันกับบริเวณ ครึ่งท่อนบนของแผ่นหลัง ซึ่งมีฟองน้ำดันรองรับไว้
แต่ สำหรับกึ่งกลางหลังแล้ว ถือว่าโชคดีที่ Mazda Sales Thailand
เลือกให้มีสวิตช์ปรับดันหลังมาให้ทุกคัน

เพราะถ้าลองปรับลงไปในระดับมาตรฐาน มันจะลึกมากจนแทบไม่มีการ
ดันหลังเลย และถ้าปรับดันหลังจนสุด ก็จะดันออกมาเยอะ พอกันกับเบาะ
ของ Toyota Camry ซึ่งยังถือว่า เอาละ มีมาให้ก็ยังดีกว่าไม่มี เพราะ
ถ้านั่งนานๆ แอบมีเมื่อยหลังฝั่งซ้ายนิดๆ เหมือนกัน

เบาะรองนั่ง มีความยาวตามมาตรฐานของรถญี่ปุ่นทั่วไป ไม่สั้น แต่ก็
ไม่ยาวไปนัก รองรับช่วงต้นขาได้กำลังดี  มีฟองน้ำที่บาง แต่นั่งสบาย
ปีกข้างเบาะรองนั่ง ทำหน้าที่ ซัพพอร์ตได้พอประมาณ แต่ถ้าเบาะ
รองนั่ จะมีฟองน้ำนิ่มๆ หนากว่านี้ขึ้นมาอีกนิดนึงก็คงดี

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้า เป็นแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบ Pretensioner
& Load Liniter ดึงกลับ และผ่อนแรงอัตโนมัติ ปรับระดับสูง – ต่ำได้

ตำแหน่งวางแขน บนฝากล่องคอนโซลกลางนั้น อาจวางได้ไม่สบายนัก
ในขณะขับขี่ หรือจอดติดไฟแดง ทว่า มันเหมาะต่อการวางแขน ขณะที่
คุณกำลังปรับเอนเบาะเพื่อนอนเล่นรอใครสักคนอยู่มากกว่า

ช่องทางเข้า -ออก จากบานประตูคู่หลัง อาจจะคับแคบกว่า Subaru XV และ
CR-V รุ่นปัจจุบัน รวมทั้ง Captiva ไปสักหน่อย แต่ผมยังสามารถพาตัวเอง
เข้าไปนั่งบนเบาะหลังได้อย่างสบายๆ ไม่มีปัญหาหัวโชกกับขอบหลังคา
ด้านบนแต่อย่างใด

แผงประตูคู่หลัง วางแขนได้ แต่เตี้ยไปนิดถ้าจะวางข้อศอกไปด้วย ยกเว้นว่า
ผู้โดยสารด้านหลังจะเป็นเยาวชนตัวน้อย ความสูงของตำแหน่งวางแขนบน
แผงประตูจึงจะเหมาะสมกับพวกเขามากกว่าผู้ใหญ่อย่างเราๆท่านๆ

กระจกหน้าต่าง ของบานประตูคู่หลัง สามารถเปิดเลื่อนลงมาได้จนสุดขอบ
แผงประตู นอกจากนี้ ยังมีช่องใส่ขวดน้ำ และเครื่องดื่มอัดกระป๋อง ได้พอดีๆ

เบาะนั่งด้านหลังนั้น หลายคน บ่นว่ามันแข็ง…จริงหรือ?

ถ้าวัดจาก เบาะรองนั่ง ยืนยันเลยครับว่า มันนุ่มและแน่นกำลังดีแล้ว แม้ว่าจะ
สั้นไปหน่อย อันเนื่องมาจาก ต้องเผื่อพื้นที่ในการยกขา เข้า – ออก จากตัวรถ
แต่ด้วยการติดตั้งเบาะในตำแหน่งที่สูงกว่าเบาะหน้านิดๆ ช่วยให้ผมไม่ต้อง
นั่งชันขา ขณะนั่งโดยสาร ไม่เมื่อยหัวเข่า

พื้นที่วางขา มีมาให้ในระดับที่ เพียงพอ และไม่คับแคบอย่างที่คิด อาจจะยัง
น้อยกว่า Honda CR-V ใหม่ นิดนึง แต่ไล่เลี่ยกันกับ Subaru XV และ
เยอะก่ว่า Mazda 3 รุ่นล่าสุด แน่นอน

แต่ถ้าดูจากพนักพิงเบาหลังแล้ว บอกเลยครับว่า “แข็งไป”  อันที่จริง ถ้าคุณ
ลองใช้นิ้ว กดลงไปที่พนักพิงหลัง จะพบว่า ฟองน้ำ ก็นุ่มพอประมาณอยู่แล้ว
แต่ ในความจริง มันแน่นไปครับ แถมเมื่อนั่งลงไปแล้ว แผ่นหลังยังไม่ได้รับ
การ Support ที่ดีเท่าที่ควร เหมือนนั่งพิงแผ่นไม้กระดานแข็งๆ อยู่ ถ้าหาก
สามารถปรับความนุ่มของฟองน้ำ หรือลดจำนวนฟองน้ำที่ใช้ได้มากกว่านี้
เบาะหลังจะนุ่มขึ้นพอสมควร และเสียงก่นด่าจากลูกค้าที่คาดหวังความสบาย
จากเบาะหลัง จะลดลงไปกว่านี้เยอะ

พนักศีรษะด้านหลัง เป็นรูปตัว L คว่ำ ที่ผมมักบ่นว่า ขอบด้านล่าง มักจะ
มาทิ่มตำและก่อความรำคาญให้กับช่วงท้ายทอยต้นคอของผมมากๆ ก็ยัง
มีมาให้เห็นใน CX-5 ใหม่ เพียงแต่ว่า ถ้ายกขึ้นใช้งานตามความสูงที่
เหมาะสม การรอบรังของพนักศีรษะด้านหลัง ฝั่งซ้าย และขวา ถือว่า
อยู่ในเกณฑ์แน่นพอดีๆ ไม่นุ่ม แข็งนิดๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นไม้กระดาน
พอยอมรับได้

พนักวางแขนตรงกลาง แบบพับเก็บได้ มีช่องวางแก้วน้ำมาให้ 2 ตำแหน่ง
สามารถวางแขนได้ แต่ถ้าจะวางข้อศอกเต็มๆ คุณอาจจะต้องนั่งไหลๆ
ก้นไม่ชิดกับพนักพิงเบาะ ถึงจะทำได้ เพราะตำแหน่งวางแขนนั้น ก็ดู
ราวกับจะออกแบบมาเอาใจคุณหนูๆเป็นหลัก เช่นเดียวกับแผงประตู
คู่หลัง

พื้นที่เหนือศีรษะ สำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ก็ยังไม่เป็นปัญหาอีกเช่นกัน
กับด้านหน้า แม้ว่าคุณจะตัวสูงแค่ไหนก็ตาม หลังคาของ CX-5 ก็สูงโปร่ง
พอจะไม่ให้หัวของคุณชนเพดานหลังคาอยู่ดี

ที่สำคัญ มีมือจับยึดเหนี่ยวจิตใจ (ศาสดา) มาให้ครบทั้ง 4 ตำแหน่ง และมี
ขอเกี่ยวไม้แขวนเสื้อ เพิ่มมาให้เฉพาะมือจับ คู่หลัง เท่านั้น

เข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารบนเบาะหลัง เป็นแบบ ELR 3 จุด ครบทั้ง
3 ตำแหน่ง โดยเข็มขัดสำหรับผู้โดยสารตรงกลาง จะติดตั้งไว้กับ พนักพิง
เบาะฝั่งซ้ายไปเลย เพื่อความสวยงาม และความปลอดภัย

นอกจากนี้ พนักพิงเบาะหลัง ยังมาแปลกกว่าชาวบ้าน เพราะมีรูปแบบการ
พับเบาะหลังที่ Mazda เรียกว่า Karakuri Seat เน้นอรรถประโยชน์
เต็มที่ สามารถดึงคันโยก ที่ผนังห้องเก็บของ เพื่อแบ่งพับพนักพิงเบาะหลัง
ในอัตราส่วน 40 : 20 : 40 ได้ตามความต้องการ ต่อให้คุณติดตั้งเบาะนิรภัย
สำหรับเด็ก เข้ากับจุดยึด ISOFIX ที่ฐานเบาะไม่ว่าฝั่งซ้าย หรือ ขวา ก็ยัง
สามารถพับเบาะตรงกลาง ลงราบต่อเนื่องกับพื้นห้องเก็บของด้านหลังได้

เรียกได้ว่า ถ้าจะขนจักรยานหรืออุปกรณ์สกี แต่มีผู้โดยสารนั่งไป 4 คน ก็
แค่พับเบาะหลังท่อนกลางลงไป เป็นอันเรียบร้อย

อย่าลืมสิครับ หัวหน้าโครงการพัฒนาของเรา คือ Tanaka-san ผู้ชื่นชอบ
การขี่จักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น การออกแบบห้องเก็บของด้านหลังของ
CX-5 จึงได้เผื่อไว้ให้กับการแกอุปกรณ์กีฬา อย่างเต็มที่!

แน่ละ ก็พี่เค้า ออกแบบไว้ เผื่อว่า ตัวเองจะซื้อมาเป็นเจ้าของเองด้วยไง!
(แล้วพอ CX-5 คลอดออกมา เจ้าตัว ก็ซื้อมาใช้ 1 คัน จริงๆด้วย!)

ถือว่า เป็น รถยนต์นั่งแบบแรกในโลก ที่สามารถพับเบาะหลังในแบบ
40 : 20 : 40 ได้ด้วยวิธีการดังกล่าวนี้

วิธีพับเบาะนั้น ทำได้ทั้งการดึงคันโยกแบบเชือกบนตัวพนักพิงทั้ง 3 ชิ้น
หรือ เปิดฝาประตูห้องเก็บของด้านหลัง ได้จาก สวิตช์ไฟฟ้า บริเวณเหนือ
ช่องใส่ป้ายทะเบียนหลัง ขึ้นจนสุด คุณจะมองเห็นคันโยกแบบมือจับ ที่
ผนังห้องเก็บสัมภาระทั้ง 2 ฝั่ง สามารถดึงพับเบาะจากจุดดังกล่าวได้ทันที
โดยคันโยกฝั่งซ้าย ดึงเกี่ยวได้ทั้งพนักพิงฝั่งซ้ายสุด กับตรงกลาง ส่วนฝั่ง
ขวา ไว้พับพนักพิงฝั่งขวาอย่างเดียว

สิ่งที่แปลกตาไปจากรถยนต์ประเภทเดียวกันคันอื่นๆ คือ มีแผ่นม่านปิดบัง
สัมภาระ ออกแบบให้สามารถ เลื่อนปิดในแบบปกติ คือดึงมาเกี่ยวล็อกไว้ที่
ผนังห้องเก็บของ ใกล้กับชุดไฟท้ายทั้ง 2 ฝั่ง หรือจะเลื่อนขึ้นไปเกี่ยวไว้กับ
แผงประตูด้านบน เพื่อช่วยให้ เปิดประตูหลังขึ้นมา พร้อมแผงบังสัมภาระ
ได้เลยอย่างที่เห็นในภาพข้างบนนี้ทันที!

แถมระยะห่างจากขอบกันชนหลัง จนถึงพื้นถนน แม้จะสูงกว่า CR-V
แต่ไม่สูงจนเกินกว่าจะยกจักรยานเข้า – ออกได้อย่างง่ายดายหรอกครับ

Previous Post

N1710012 ชายหน มถ งก บตกใจเม อพบว าห องจ ดเล ยงท เขาจะใช แต งงานพร งน กล บถ กค หม part2

Next Post

N1810012 หน งด part2

Next Post
N1810012 หน งด part2

N1810012 หน งด part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.