มองเผิน ๆ ต้องบอกว่ารถคันนี้อยู่ในระดับแทบจะไร้ที่ติในเรื่องของการขับขี่และการใช้งานที่ดูเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อรถมาอยู่กับเราหลายวัน ทำให้เราเองเห็นข้อดีและข้อเสียที่น่าจะนำมากล่าวถึงกันในแต่ละประเด็น
เผื่อใครสนใจจะซื้อหรือเปรียบเทียบกับรุ่นไหนอยู่จะได้มีข้อมูลไปประกอบได้ง่ายขึ้น…

Check on STRONG points…
- การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคลาส – ไม่มีใครเถียงได้อย่างแน่นอนว่าเครื่องยนต์เบนซินสกายแอคทีฟ-จีเบนซิน ขนาด 2000 ซีซี. แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่เมื่อจับคู่กับช่วงล่างสกายแอคทีฟ จะได้ออกมาซึ่งรถที่ดุดัน ตอบสนองได้ดีในทุกย่านความเร็ว แถมยังประหยัดน้ำมันในระดับน่าพอใจที่ระดับ 12-13 กิโลเมตรต่อลิตรแบบสบาย ๆ ถ้าคุณอยากได้รถเพื่อการขับขี่ก็คงต้องคันนี้ล่ะ
- อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันที่สุดในคลาส – แค่การติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมเข้ามาในครอสโอเวอร์รุ่นท๊อป ก็ทำให้มาสด้าเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ที่เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยในทันที ระบบเตือนจุดบอดที่ติดตั้งมาบนกระจกข้าง ระบบเตือนการเปลี่ยนเลนแบบไม่ตั้งใจ ซึ่งนอกเหนือจากจะเตือนได้อย่างทันท่วงทีแล้ว ยังสามารถเลือกปรับการเตือนได้ตามที่ต้องการอีกต่างหาก
- ห้องโดยสารแบบสปอร์ตที่ของเล่นครบครัน – การตกแต่งห้องโดยสารของซีเอ็กซ์-3 นั้น ได้รับการถ่ายทอดทางอารมณ์มาจากรถรุ่นอื่น ๆ ในตระกูลมาสด้าอย่างชัดเจน อุปกรณ์และของเล่นที่ติดตั้งมาให้ในรถครบครัน เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตที่รองรับน้ำหนักและให้การสัมผัสที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าอยากได้ครบครันแบบนี้ ก็ต้องยอมจ่ายในราคานี้นะ เพราะรุ่นเล็กลงไปก็จะถูกตัดออพชั่นลงไปเรื่อย ๆ เหมือนกัน

Check on WEAK points…
- ห้องโดยสารที่คับแคบและที่วางของที่ด้อยกว่าคู่แข่ง – จุดที่จะตัดสินเป็นตายสำหรับการเลือกซื้อรถคคันนี้หรือไม่น่าจะเป็นเรื่องของพื้นที่ในห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่ซีเอ็กซ์-3 นั้นให้มาน้อยกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ห้องโดยสารด้านหลังที่ยากต่อการนั่งให้สบาย และห้องเก็บสัมภาระด้านหลังที่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ยากที่พกพาาไปไหนต่อไหนด้วย ใครที่เพื่อนเยอะ ญาติแยะ คงต้องคิดให้ดี
- ความอ่อนไหวต่อประเภทของเชื้อเพลิงที่เปลี่ยนไป – จริง ๆ จะบอกว่าเป็นจุดด้อยซะทีเดียวก็คงไม่ใช่ แต่เครื่องยนต์เบนซินตัวนี้ดูเหมือนจะมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงเพื่อใช้งานมากไปสักนิด ยิ่งถ้าลองเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เบนซินจนถึงอี85 ก็จะรู้สึกได้ทันทีถึงการตอบสนองของรถที่แตกต่างกันไปเรื่อย ๆ แถมเมื่อใช้อี85 จะพบว่ามีอาการหวืดของเครื่องยนต์เมื่อลดความเร็วกระทันหันอยู่บ่อย ๆ

Check on in conclusion
ถ้าถามว่ารถคันนี้น่าใช้งานหรือไม่ แน่นอนว่าคำตอบที่หลุดออกจากปากผมแน่นอนก็คือ น่าใช้นะ รถขับสนุกดี แต่มันแคบนะ ปกติใช้รถกันกีคน ขนของหรือเปล่า ถ้านั่ง 5 คน ขนของเยอะ คงไม่ไหวนะ ซึ่งเอาว่าคำตอบทั่ว ๆ ไปก็คงประมาณนี้ล่ะสำหรับซีเอ็กซ์-3
เอาเป็นว่าผมมองว่ารถคันนี้เป็นรถที่ขับสนุกมาก ให้การตอบสนองในทุกย่านความเร็วด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์และประสิทธิภาพของช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม ข้างในนั่งสบาย ขับทางไกลไม่ปวดหลัง แถมยังให้บรรยากาศของความสนุกสนานในการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม
แต่ที่กล่าวมาจะต้องอยู่ในสภาวะของการขับรถที่ไม่ได้บรรทุกผู้โดยสารอย่างเต็มพิกัด เพราะผู้โดยสารที่ตัวใหญ่ก็นั่งด้านหลังไม่สบาย แถมที่วางสัมภาระด้านหลังก็น้อยเกินไป ซึ่งก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องบาลานซ์กันให้ได้ระหว่างความต้องการด้านการขับขี่และการใช้งาน
สั้น ๆ ง่าย ๆ ถ้าอยากแค่ Feel the Drive ก็ไปกะคันนี้ล่ะครับ…

10 รถที่คนไทยสนใจมากที่สุดปี 2015 จาก Google มาดูกันว่า มีรถยนต์-มอเตอร์ไซค์รุ่นไหนบ้างที่ชาวไทยสนใจ ค้นหากันมากที่สุดในปี 2015
กูเกิ้ล (google) คือผู้ให้บริการเสิร์ชเอ็นจิ้น ค้นหาเว็บไซต์อื่น ๆ โดยเราสามารถใส่คำค้น เพื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และในปี 2015 ที่ใกล้จะสิ้นสุดลงทาง google ก็ได้เผยคำค้นหาของคนไทยในหมวดรถยนต์
วันนี้เราจึงนำ 10 คำค้นยอดฮิตในหมวดรถยนต์ ประจำปี 2015 มาให้ดูพร้อมข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับรถยนต์รุ่นนั้นมาให้ได้รับชมกันครับ

เป็นรถยนต์นั่งที่อยู่ใน D-Segment เป็นกลุ่มที่มีขนาดรถใหญ่สุดในประเทศไทย โดย Toyota Camry 2015 เรีบกได้ว่า บิ๊กไมเนอร์เชนจ์ โดยดีไซน์ยกมาจาก Camry อเมริกา และต่อมาก็จัดรุ่น ESport ตามมาทีหลัง
เครื่องยนต์ในรุ่นสันดาปปรกติก็เปลี่ยนเป็น 6AR-FSE VVT-iW มาพร้อมหัวฉีดใหม่ D-4S ให้กำลังแรงม้ามากขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม 30% โดยการเปิดตัวครั้งนั้นมาครับทั้งเครื่องยนต์ปรกติ, รุ่นแต่งสปอร์ต Extremo และเครื่องยนต์+ไฟฟ้า ไฮบริด
ราคาจำหน่าย Camry 2015 อยู่ที่ 1,319,000 – 1,899,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ Camry 2015 ได้ที่นี่

รถกระบะรุ่นใหม่จากอีซูซุ ทั้งที่เปิดตัวต้นพฤศจิกายนแต่ก็การค้นหาติดอันดับ 9 นับมาแรงมาก Isuzu d-max 2016 เป็นการบิ๊กไมเนอร์เชนจ์ เพราะปรับปรุงหน้าตาหลายส่วนแล้วก็มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ RZ4E-TC เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power พ่วง VGS เทอร์โบแปรผัน
เครื่องยนต์ใหม่นี้เล็กสุดในวงการกระบะไทย แต่ผลงานจากการพัฒนาด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ ก็เทียบแรงม้า แรงบิดแล้วยังมากกว่าเครื่อง 2.5 ลิตรเดิม แต่ตอนนี้ทางอีซูซุเองยังพร้อมจำหน่ายแค่รุ่นเกียร์ธรรมดาเท่านั้น ใครที่รอเกียร์ออโต้รอหน่อยเพราะแว่ว ๆ ว่าจะยาวถึงมีนาคม 2559
ราคาจำหน่าย Isuzu d-max 2016 อยู่ที่ 490,000 – 997,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ Isuzu d-max 2016 ได้ที่นี่

อันดับ 8 ” Mazda 2 2015″
รถยนต์สุดประหยัดผลผลิตจากโครงการอีโคคาร์เฟส 2 และเป็นรุ่นแรกของโครงการ โดดเด่นที่สุดคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเล็ก 1.5 ลิตร ครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการทำตลาดรถยนต์ดีเซลเล็ก แต่ก็ยังมีรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรให้เลือก ในตัวถังรถซีดานและแฮชท์แบค
ด้านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์กับ KODO Design และเทคโนโลยี skyactiv ที่ทำให้รถยนต์รุ่นหลังของมาสด้าโดดเด่นมากจริง ๆ และเร็ว ๆ นี้ก็มีการเปิดโฉม Mazda 2 ปี 2016 แล้วด้วย สาเหตุคือมีการปรับเปลี่ยนภาษีสรรพสามิต 2559 ที่คิดตามการปล่อยค่าไอเสียรถยนต์ ทาง Mazda 2 เองก็ผ่านเกณฑ์ต่ำสุดไปอย่างสบาย ๆ ทำให้เสียภาษีน้อยลง
Mazda 2 ปี 2016 จึงมีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมราว 2 หมื่นบาท โดยเริ่มต้นที่ 529,000 – 779,00 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ Mazda 2 2015 ได้ที่นี่
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ Mazda 2 2016 ได้ที่นี่

รถยนต์ในกลุ่ม PPV ที่เป็นการเรียกเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะย่อมาจากคำว่า Pickup-based Passenger Vehicle หรือพื้นฐานรถกระบะดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่ง เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้การช่วยเหลือภาษีสรรพสามิตที่ 20% (จากปรกติรถยนต์นั่งเครื่อง 3.0 ลิตรต้องเสียภาษี 40%) ปัจจุบันจะมีการปรับเป็น 25%-30% ตามอัตราปล่อยค่าไอเสียภาษีรถยนต์ 2559
โดยเปิดตัวเมื่อเดือน กรกฎาคม 2558 หลังจากที่ทำตลาดในโฉมเดิมมานับ 10 ปี ใหม่หมดตั้งแต่แชสซีส์ ตัวถัง เครื่องยนต์มีเลือก 3 รุ่น ดีเซล 2.8 ลิตร, ดีเซล 2.4 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร
ราคาจำหน่าย ฟอร์จูนเนอร์ 2016 อยู่ที่ 1,199,000 – 1,599,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ ฟอร์จูนเนอร์ 2016 ได้ที่นี่

และนี้อาจเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ฟอร์จูนเนอร์ เพราะเป็นรถยนต์ในกลุ่ม PPV เช่นกัน ใหม่หมดทั้งชุด ด้านดีไซน์ของ ปาเจโร่ จะถูกชมเป็นอย่างมาในเจเนอเรชั่นนี้
สิ่งที่เด่น ๆ ในปาเจโร่ 2015 ก็คือราคาจำหน่ายที่ถูกสุดในกลุ่มรถยนต์ PPV ที่มีจำหน่ายในตอนนี้ อีกทั้งใส่ออปชั่นที่แปลกแยกกว่าเจ้าอื่นเช่น กล้อง 360 องศา, เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด แต่ประตูหลังไม่ใช่ระบบไฟฟ้าทั้งที่เจ้าอื่นหันมาเป้นไฟฟ้ากันหมด
ราคาจำหน่าย ปาเจโร่ 2015 อยู่ที่ 1,138,000 – 1,450,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ ฟอร์จูนเนอร์ 2016 ได้ที่นี่

อันดับ 5 “R15”
ในอันดับนี้ก็เป็นรถมอเตอร์ไซค์กันบ้าง โดยชื่อเต็ม ๆ คือ Yamaha YZF-R15 เป็นสปอร์ตไบค์ที่ถอดแบบมาจากซูเปอร์ไบค์ Yamaha YZR-M1 ทั้งหน้ากากขนาดใหญ่ ไฟหน้าดวงคู่ทรงแหลม
ความโดดเด่นที่สุดของ R15 เป็นเรื่องสปอร์ตไบค์ในราคาที่จับต้องได้ง่าย ดีไซน์สวยงาม โดนใจ หลังจากที่รถยนต์ในกลุ่มนี้โดนค่ายปีกนกครองด้วย CBR 150 มาอย่างยาวนาน
ราคาจำหน่าย R15 อยู่ที่ 85,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ R15 ได้ที่นี่


เป็นคำค้นเดียวที่ยังไม่มีรถจำหน่ายในไทย ถูกเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา และแน่อนว่าในปี 2559 จะได้จับจองกันแน่นอนกับ Civic 2016

ในรุ่นนี้เป็นรถยนต์ C-Segment ที่เปลี่ยนแปลงใหม่หมดจด ทั้งดีไซน์ของรถจากในภาพก็พัฒนาความสวยขึ้นมาก (หลายคนบ่นเรื่องความสวยของโฉมปัจจุบัน) ไฟท้ายรูปตัว C และอีกไฮไลท์คือเครื่องยนต์ใหม่ 1.5 ลิตร เทอร์โบ แต่ก็อย่าพึ่งดีใจกันไป เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าหากจำหน่ายไทยก็อาจไม่ใช่เครื่องยนต์รุ่นนี้
ราคาจำหน่าย Civic 2016 ในอยู่สหรัฐฯ ที่ 600,000 – 820,000 บาท
สามารถอ่านข้อมูล+ดูภาพ Civic 2016 ได้ที่นี่

อันดับ 3 “R3”

ถือว่าเป็นบิ๊กไบค์รุ่นเล็กแล้วสำหรับ R3 เป็นมอเตอร์ไซค์ทรงสปอร์ต ที่ถอดแบบมาจากรุ่นพี่ตระกูล R กับไฟหน้าทรงแหลม ล้อแม็กซ์แบบน้ำหนักเบา ท่อไอเสียแบบสั้น ไฟท้ายแบบ LED เครื่องยนต์ 2 สูบ ขนาด 321 ซีซี ส่งกำลังด้วยเกียร์แบบสปอร์ต 6 สปีด และมีระบบความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ABS

