
Bang & olufsen Audi A5 Specifications
Design Sportback + Coupé
Dynamic Lines design with aluminum details
Front door woofer grills are LED illuminated
Sportback + Coupé
19 loudspeakers
Optimized speaker in front door – DHS principle
Amplifier
Sportback + Coupé
16-channel DSP amplifier with more than 750 watts
3D sound settings let you choose between three intensity levels
5.1 Surround Sound (only available with the MMI Navigation plus)
Diverse sound setting options
Vehicle Noise Compensation





ภายในแนวสปอร์ตของ new Audi A5 Coupe 2020 ใช้วัสดุตกแต่งพวกหนัง อัลลอยและพลาสติกเกรดเดียวกับ BMW ปุ่มและสวิตช์ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้ความคุ้นเคยกันให้มากเรื่อง จุดที่ดูดีและทำออกมาได้โดนใจนักขับรุ่นใหม่ก็คือจอภาพมอนิเตอร์กลาง และมาตรวัด TFT LCD เทคโนโลยี Virtual Cockpit ซึ่งถูกนำมาปรับแต่งเพื่อใช้งานใน new A5 โดยยกมาจากรถสปอร์ตรุ่น TT ช่วยให้ห้องโดยสารของ new A5 มีปุ่มควบคุมที่ลดลง ระบบรับคำสั่งแบบ Voice Command ฟังก์ชั่นรับคำสั่งด้วยเสียงแบบใหม่ที่ใช้งานได้ง่ายและมีความฉลาดปราดเปรื่องเอาเรื่อง





Virtual Cockpit พัฒนาโดย Andre Ebner โดยย่อหน่วยความจำของสมองกลไฟฟ้าให้มีขนาดที่เล็กลง เพื่อนำมาใช้งานในรถยนต์ การออกแบบภายในและจัดวางอุปกรณ์ที่เน้นความเท่ขรึม และเส้นสายโปร่งเบาพลิ้วไหวช่วยสื่อความเป็นสปอร์ตของรถ A5 Coupe ได้เป็นอย่างดี การดีไซน์ภายในห้องโดยสารใช้เส้นแนวนอนและพื้นผิวมาเน้นความกว้างขวางเช่นเดียวกับการออกแบบภายนอก ส่วนของคอนโซลกลางที่เชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์โดยกำหนดให้ตำแหน่งคนขับเป็นจุดศูนย์กลาง การออกแบบตำแหน่งของท่านั่งขับที่ดีช่วยรับน้ำหนักขาขณะขับเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ห้องโดยสารของ new A5 รุ่น 45TFSI มีรูปลักษณ์ที่ลื่นไหลแต่เคร่งขรึมด้วยโทนสีดำตัดด้วยสีเงิน แผงหน้าปัดมาตรวัดใช้จินตนาการออกแบบให้มีรูปทรงที่มองดูคล้ายปีกของเครื่องบิน ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตในตระกูล A5 ก็ยังถูกนำมาใช้ จอแสดงภาพมัลติมีเดีย อินเตอร์เฟส (MMI Screen) เป็นจอภาพที่ให้ความคมชัดสูงแม้จะขับท่ามกลางแสงแดดจัดจ้า งานออกแบบที่ล้ำสมัยผสมผสานกันจนออกมาเป็นจอแสดงผลดิจิทัล ผลการตั้งค่าต่างๆ จะแสดงบนจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว





หน้าปัดมาตรวัดแบบ Virtual Cockpit ของ new A5 45TFSi มีความคมชัดสูง สามารถปรับรูปแบบของการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความทันสมัยน่าใช้งาน เป็นการผสมผสานหน้าปัดมาตรวัดที่แสดงผลความเร็ว รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิน้ำในหม้อน้ำ ผนวกรวมเข้าไว้กับ Infotainment ต่างๆ เช่น ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์หรือมัลติมีเดีย โดยทำการแสดงผลผ่านหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ที่อยู่ตรงหน้าผู้ขับ เข็มความเร็วและวัดรอบจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นแบบการแสดงภาพที่คมชัดมาก จอระบบนำทางเล็กๆ อยู่ตรงกลาง หรือหากไม่ชอบก็สามารถเลื่อนเปลี่ยนได้ ผู้ขับขี่สามารถปรับขนาดของมาตรวัดในจอภาพให้เป็นไปตามที่ต้องการ หรือแสดงผลจอภาพทั้งหมดด้วยระบบนำทางและกำหนดพิกัดผ่านดาวเทียม จอภาพทันสมัยขนาด 12.3 นิ้ว ในหน้าปัดมาตรวัดแบบใหม่ของ New A5 ยังมีลูกเล่นอื่นๆ อีกเพียบ การใช้งานท่ามกลางเทคโนโลยีที่แปรเปลี่ยน ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์ต้องคิดค้นหาวิธีผูกมัดใจคนซื้อให้อยู่หมัดด้วยของเล่นแปลกๆ ที่ทันสมัย มาตรวัดแบบ TFT LCD หรือ thin film transistor ยังมีอยู่ในรถระดับสูง เช่น Lamborghini / Ferrari / Mercedes Benz / BMW / Volvo / Lexus ฯ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างสรรค์งานศิลปะบนความเป็นไดนามิกที่น่าใช้งานในรถรุ่นใหม่ ราวกับนักมายากล Virtual Cockpit ของ new A5 Coupe ยังสามารถแสดงค่าต่างๆ ของตัวรถ รวมถึงการโชว์ระบบ Infotainment ด้วยความคมชัดสูงสุด หน้าปัดและแดชบอร์ดต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความรู้สึกถึงการควบคุมจักรกลอนาคตอย่างแท้จริง





Audi New A5 รุ่น 45TFSI Quattro S Line Black Edition วางเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัด เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ พ่วงกลไกระบบไฟฟ้าเสริม mild hybrid (MHEV) ขนาด 12 โวลต์ เครื่องยนต์เบนซินขนาดเล็ก ความจุ 2 ลิตร 1,984 ซีซี 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมกลไกวาล์วแปรผัน Audi Valvelift system อัดอากาศด้วยเทอร์โบลูกเดี่ยวโดดๆ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลัง 185 กิโลวัตต์ หรือ 249 แรงม้า ที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดจัดเต็ม ลงไปที่ล้อทั้งสี่ผ่านระบบ Quattro ด้วยตัวเลขแรงบิดระดับ 370 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ออโต้ขับเคลื่อน 4 ล้อ S-Tronic 7 Speed ที่ต่อเชื่อมกับระบบขับเคลื่อน Quattro เวอร์ชั่นล่าสุด! สำหรับตัวเลขสมรรถนะนั้น A5 Coupe Facelift สามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาสั้นจู๋แค่ 5.8 วินาที (Mercedes Benz E300 AMG Dynamic ทำได้ 6.4 วินาที / BMW 420d M Sport ทำได้ 8 วินาที) โดยมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เกียร์คลัตช์คู่ S-tronic 7 speed transmission มีการตอบสนองของชุดส่งกำลัง 3 ระดับ คือ

D – ออโต้เต็มระบบ

S – สปอร์ต เกียร์ทำงานเร็วขึ้น มักคาอยู่ในเกียร์ 4 นานกว่าปกติ ในลักษณะลากรอบ

M – เกียร์แมนนวล สำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง (ใช้บ่อยๆ ดูแลน้ำมันเกียร์ให้สดใหม่อยู่เสมอด้วยนะ) การใช้เกียร์ S หรือ M ให้เหมาะสมกับเส้นทาง หรือสไตล์การขับ ทำให้สนุกขึ้น ส่วนตัว แค่คาอยู่ที่เกียร์ D ในเกียร์ที่มีคลัตช์ถึงสองชุด ก็เหลือรับประทานแล้ว


ระบบรองรับ ช่วงล่างด้านหน้าและหลังเป็นแบบ Five link มีชิ้นส่วนที่ทำจากโลหะอัลลอยผสมกับเหล็กเพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ทำให้ช่วงล่างของ A5 ให้ความรู้สึกที่เป็นกลางและเป็นธรรมชาติ การปรับตั้งค่าของโช้คอัพและสปริง ทำให้รถสามารถยึดเกาะกับถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเบรก ด้านหน้าใช้เบรกแบบคาร์ลิปเปอร์อัลลอย 4 พอต พ่นสีแดงแต่ไม่มีตราสัญลักษณ์อะไรทั้งสิ้น ด้านหลังแบบซิงเกิลพอตพ่นสีแดงอีกเช่นกัน พร้อมจานเบรกแบบมีช่องระบายความร้อนกับตัวช่วยเบรก เช่นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS anti lock brake system ระบบกระจายแรงเบรก EBD electronic brake distribution ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR anti slip regulation และระบบควบคุมการทรงตัว ESC electronic control system with stability function




สีเขียว District Green ของ new A5 ทำให้มันกลายเป็นรถที่ดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างมากเป็นพิเศษ นี่ถ้าขับเข้าไปในกรมทหาร สีเขียวแบบนี้น่าจะเหมาะสมกลมกลืนเป็นที่สุด ในเมือง เมื่อลองขับครั้งแรกด้วยโหมด Comfort เจ้า A5 Facelift รุ่น 45TFSi Quattro S Line พร้อมชุดแต่งของดำ Black Edition ราคา 3.6 ล้านบาท ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร นี่คือ Audi ที่มีตำแหน่งท่านั่งขับที่ลงตัวสุดๆ ระบบ MMI สามารถล้วงแคะแกะเกาเข้าไปดูฟังก์ชั่น หรือมือบอนเข้าไปปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ง่ายสูสีกับสายหล่อ Coupe อย่าง BMW 4-Series และ Mercedes-Benz E-Coupe เครื่องเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง อัดเทอร์โบ เมื่อขับในรอบต่ำวิ่งผ่านถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี การใช้ความเร็วต่ำทำให้รถสี่ห่วงคันนี้ไม่สามารถสำแดงฤทธิ์เดชหรือตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เห็น เนื่องจากสภาพการจราจรที่หนาแน่นบนถนน มีรถ 18 ล้อ วิ่งอยู่เต็มไปหมด ทำให้คันเร่งถูกใช้แบบค่อยเป็นค่อยไป พอพ้นช่วงแยกสองพี่น้องก็จะพบกับสภาพการจราจรท่ีเริ่มคล่องตัวมากขึ้น แม้จะเป็นรถสปอร์ตที่ไม่มีขอบบานกระจก แต่การเก็บเสียงที่ย่านความเร็วเดินถือว่าทำออกมาได้ดี ความเงียบของห้องโดยสารไม่แตกต่างไปจากรถคู่แข่ง น้ำหนักตัวที่เบาหวิวแค่ 1.5 ตัน นั้นเบาพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Series-4 แต่เบาสุดๆ เมื่อเทียบกับ Mercedes Benz E200 AMG ซึ่งมีน้ำหนักตัวบานเบอะเฉียดๆ 1.7 ตัน พวงมาลัยในโหมดมาตรฐาน Comfort เบาสบายข้อมือ พวงมาลัยไฟฟ้าของ A5 ที่ความเร็วต่ำรู้สึกเบาอย่างชัดเจนถ้าคุณเพิ่งจะเดินลงมาจาก BMW




ผ่านสุพรรณบุรี ตรงไปยังอำเภอเลาขวัญและหนองปรือ ปริมาณรถบนถนนเริ่มลดลง ทำให้ผมสามารถใช้ความเร็วต่อเนื่องได้มากขึ้น คุณภาพงานประกอบในห้องโดยสารที่ส่งถ่ายความหรูหราออกมาให้สัมผัสเมื่อลองใช้อุปกรณ์พวกปุ่มควบคุมกับสวิตช์ต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดี หนังแท้และอัลลอยสีเงินยกระดับความหรูให้เทียบเคียงกับแบรนด์คู่แข่งทั้งสองได้อย่างสบายๆ เบาะคนขับปรับได้หลากหลาย และเมื่อปรับเบาะจนลงตัวพอดีกับเรือนร่าง เจ้า A5 จะมีตำแหน่งท่านั่งขับที่ดีมาก เบาะคนขับยังมีระบบนวดสำหรับนักขับขี้เมื่อยแถมมาให้ แต่ผมเป็นพวกบ้าจั๊กจี้ เลยหมดโอกาสที่จะได้ลองการนวดแบบไฟฟ้าของเบาะแบบใหม่ เบาะหนัง 2 สไตล์แบบ Alcantara และหนังแท้ ตัดเย็บในรูปแบบ diamond cut ให้ความกระชับรัดกุม ไม่ได้บีบด้านข้างลำตัวมากเหมือนเบาะของรถสปอร์ตบางรุ่น ความนุ่มและการจัดวางตำแหน่งของเบาะคนขับ เหมาะกับการลากยาวเกิน 300 กิโลเมตร พื้นที่เบาะหลังมีที่วางเท้าไม่มากนัก หากเอาเพื่อนตัวอ้วนสูงใหญ่ไปนั่งเบาะหลัง มีหวังโดนด่าว่าแคบอย่างแน่นอน แต่เบาะหลังของ A5 ที่สามารถพับได้นั้น ทำให้คุณขนสัมภาระได้มากกว่าเดิม เป็นห้องโดยสารที่แสดงออกถึงความตั้งอกตั้งใจในการเอาชนะรถยนต์คู่แข่ง จากการออกแบบที่ชาญฉลาด Virtual Cockpit ของ new A5 Coupe ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ได้ดี โดยแสดงภาพผ่านจอประมวลผลกลางและจอมาตรวัดตรงหน้าคนขับ

new A5 45TFSi ใส่โหมดขับเคลื่อนมาให้เลือกใช้ 5 โหมด เป็นการขับเคลื่อน 5 รูปแบบ ที่มีความแตกต่างกัน เริ่มจาก
1-Efficiency หรือโหมดประหยัด เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานประสานกันเพื่อสร้างความประหยัด โหมดนี้ ถ้ายกคันเร่งขณะขับด้วยความเร็วเดินทาง รอบเครื่องยนต์จะหล่นลงมาอยู่ที่ 1,000 รอบต่อนาที เมื่อแตะคันเร่ง หรือเบรก เครื่องยนต์จะกลับเข้าสู่รอบการทำงานปกติอีกครั้ง อย่างรวดเร็ว
2- Comfort หรือโหมดมาตรฐาน การตอบสนองแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นโหมดขับเคลื่อนที่ปรับจูนค่าของการตอบสนองมาแบบกว้างๆ แต่ก็สามารถเร่งความเร็วได้อย่างฉับพลันทันทีเพื่อการแซงที่รวดเร็ว
Auto – หรือโหมดอัตโนมัติที่รถจะปรุงแต่งทุกอย่างด้วยตัวมันเอง! โหมดนี้ สามารถเลือกใช้งานถ้าคุณชอบขับแบบเดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า บางจังหวะก็ไหลตามสภาพการจราจรไปเรื่อยๆ บางทีก็กดคันเร่งจนสุดแล้วมุดซ้ายป่ายขวาอย่างรีบเร่ง /
Dynamic – หรือสปอร์ตโหมด ECU ปรับการทำงานของคันเร่งและเกียร์ใหม่ โดยใช้การตอบสนองในระดับสูงสุด เกียร์จะคาอยู่ในอัตราทดที่พร้อมจะเรียกแรงบิดได้อย่างฉับพลัน
individual – เจ้าของรถสามารถเลือกการปรับตั้ง และการตอบสนองของเครื่องยนต์ เกียร์ กับพวงมาลัย แบบแยกย่อยได้คล้าย Mercedes Benz E200 AMG ส่วนที่ดีของโหมดการขับใน A5 ก็คือ เมื่อคุณคาอยู่ในโหมดไหนก็ตาม พอดับเครื่องยนต์แล้วลงไปจากรถ เมื่อกลับขึ้นมาสตาร์ตรถ โหมดการขับจะอยู่ในตำแหน่งล่าสุดที่คุณได้เลือกเอาไว้ แตกต่างไปจาก e-Class และ 4-Series ที่จะกลับมาอยู่ใน Comfort ทุกครั้งที่ทำการสตาร์ตเครื่องยนต์




195 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร A5 สีเขียวทหารบกก็นำผมเข้ามาสู่พื้นที่หุบเขาสูงชันแถบเขาโจก การกรองอาการสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ของโช้คและสปริง รวมถึงยาง P Zero แม้จะมีแก้มที่เตี้ย แต่ช่วงล่างที่จูนมาดีด้วยมือปรับตั้งระดับเทพของแบรนด์สี่ห่วง เข้ามาช่วยลดความเมื่อยล้าได้ดี สำหรับโหมด Dynamic ที่ผมเลือกใช้บนเส้นทางภูเขา เครื่องยนต์และเกียร์ต่างผลัดกันสำแดงศักยภาพสูงสุดออกมาอย่างเต็มเหนี่ยว เมื่อใช้โหมดนี้เจ้า A5 ต้องการถนนที่โล่งมากพอ ในการปลดปล่อยพลังงาน 249 แรงม้า ให้ลงไปที่ล้อทั้งสี่ผ่านกลไก Quattro ปุ่ม Drive Select กับโหมดทั้ง 5 ทำงานครอบคลุมทุกสภาวะของการขับขี่ โดยขึ้นตรงกับความต้องการของคนขับเป็นหลัก Dynamic ปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงของ A5 Coupe ออกมาจนหมดเปลือก โหมดนี้ทำให้พญาเกย์สายหล่อ กลายเป็นรถบ้ารอบขึ้นมาในทันทีทันใด คันเร่งเบาหวิวราวกับรถญี่ปุ่นและตอบสนองเร็วจนทำให้ต้องใช้ความระมัดระวัง ไม่หลงระเริงเพลินไปกับแรงบิดที่ทะลักล้นออกมา การเร่งความเร็วในโหมด Dynamic คือความถนัดของ A5 รุ่น 45TFSI อาจไม่ดึงหนักเหมือน S5 หรือ RS5 ซึ่งทรงพลังกว่าเยอะ A5 รุ่น 45TFSi มีกำลังให้คุณได้ใช้งานอย่างเหลือเฟือ เมื่อต้องการแซงหรือต้องการไปให้เร็วขึ้นก็แค่กดคันเร่งลงลึก รถจะทะยานลิ่วๆ ไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วและมั่นคง แต่ก็ต้องระวังให้ดี เนื่องจากการกวดขันของเจ้าหน้าที่ในด้านการใช้ความเร็ว รวมถึงรถร่วมทาง ทั้งจักรยานยนต์ชาวบ้านและรถกระบะเจ้าถิ่น บางครั้งอาจมีรถอีแต๋นเข้ามาร่วมวงด้วยเป็นครั้งคราว!




ตัวถังสวย เครื่องดี ช่วงล่างเทพแล้ว A5 ยังมีเกียร์แจ่มๆ ติดมาให้ใช้ นี่คือชุดส่งกำลัง S-Tronic 7 Speed ที่ขับแล้ว ทำให้ผมรู้สึกประทับใจ แม้อัตราทดของเกียร์ทวินคลัตช์ใน new A5 ที่มีแค่ 7 เกียร์ จะเป็นรอง BMW Series-4 ที่มีเกียร์ 8 สปีดให้สับเล่น รวมถึง Mercedes Benz E200 AMG Dynamic ที่มีเกียร์มากถึง 9 สปีดให้คุณได้เพลิดเพลินกับอัตราทดอันหลากหลาย แต่เกียร์ 7 สปีดของ Audi ทำงานได้เร็วมาก จากการใช้คลัตช์ถึง 2 ชุด เมื่อเข้าเกียร์ 2 เฟืองทดกำลังของคลัตช์จะเข้าไปรออยู่ที่เกียร์ 3 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปลี่ยนเกียร์! การทดกำลังของชุดเกียร์ในรถ Audi ยุคใหม่ ออกมาในลักษณะไหลลื่นไม่ต่างจากรถคู่แข่ง (อีกแล้ว) เมื่อลองใช้ Paddle shift ชิฟเกียร์ขึ้น-ลงด้วยตัวเองก็พบกับการตอบสนองในการเปลี่ยนเกียร์ที่ดีเอามากๆ เกียร์เปลี่ยนได้ตามสั่งและทำงานเร็ว แถมยังมีรสชาติแบบกึ่งกลไกโผล่มาให้รู้สึก เมื่อผมเจอเข้ากับโค้งมุมแคบด้านหน้า ที่ต้องเบรกแล้วลดเกียร์จาก 7 ลงไปที่เกียร์ 3 เมื่อทำแบบนั้น รอบเครื่องจะตวัดขึ้นอย่างเร็วพร้อมๆ กับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ 2 ลิตร ที่หมุนเร็วจี๋ในรอบสูง โดยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ตัวเบิ้ลรอบเหมือนรถสปอร์ตบางรุ่น ที่ความเร็วเดินทาง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากขับแบบเรื่อยๆ ไม่กระชากกระชั้นดันกันมากเกินควร รอบเครื่องยนต์จะห้อยอยู่แค่ 1,800-2,000 รอบต่อนาที ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีพอใช้ เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง ECU จะห้อยรอบเครื่องลงมาเหลือแค่ 1,000 รอบ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง แต่ความเร็วจะลดลงช้ามาก เนื่องจากการขับแบบประหยัดนั้นไม่ใช่สันดานที่แท้จริงของ Audi A5 Sport Coupe เนื่องจากเครื่องยนต์ 2 ลิตร TFSi นั้นถูกออกแบบมาเพื่อการลากรอบอย่างแท้จริง




ชุดบังคับเลี้ยว แรคแอนด์พีเนียน พร้อมกลไกปั๊มไฟฟ้าเพื่อความแม่นยำเที่ยงตรงของพวงมาลัยใน A5 พวงมาลัยไฟฟ้าทำงานกับช่วงล่างได้อย่างกลมกลืน A5 พยายามถ่ายเทการยึดเกาะของช่วงล่าง และความมั่นคงของพวงมาลัยเมื่อผมขับเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องมานั่งสงสัย หรือสับสนกับพวงมาลัยยุคใหม่ในรถยนต์ Audi อีกต่อไป พวงมาลัยของ A5 ถูกปรับตั้งในช่วงของการพัฒนา จนทำให้มันเป็นรถที่มีพวงมาลัยอย่างเริด (ไม่แตกต่างไปจาก TT / A4 Avant และ A6 Avant) พวงมาลัยไฟฟ้าฉลาดมากพอที่จะแปรผันน้ำหนักให้พอดีกับสปีดความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น แม้จะไม่ได้ยัดพวงมาลัยแบบ Dynamic Steering ที่ติดตั้งใน Audi S5 ซึ่งเป็นออปชั่นราคาแพง แต่ชุดบังคับเลี้ยวแบบมาตรฐานของ A5 ก็ทำหน้าที่ได้ดี สมกับราคา 3.6 ล้านบาท ที่ต้องควักเงินจ่ายออกไป มันให้ทั้งความแม่นยำ เที่ยงตรง มีน้ำหนักที่ผ่อนคลายเบาสบายเมื่อขับช้า และหน่วงจนหนักมือเมื่อขับเร็วจี๋ ให้สัมผัสคล้ายพวงมาลัยที่ดีใน e-Coupe และ 4-Series




รถสปอร์ตนั้น ต้องการการควบคุมที่แม่นยำ สำหรับ new A5 ความแม่นยำและการยึดเกาะ เกิดขึ้นจากการทำงานผสมผสานกันของชุดบังคับเลี้ยวและช่วงล่างแบบ Five link ผสมกับล้อและยางสปอร์ตของ Pirelli รุ่น P Zero ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ที่มอบความรู้สึกในแบบกลไกมากกว่าแบบสังเคราะห์ คุณสามารถเล็งหัวโค้งพร้อมๆ กับการหักเลี้ยวด้วยความเร็วที่สูงกว่ารถขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมๆ กับการส่งคันเร่งเมื่อออกจากปลายโค้งด้วยการยึดเกาะแบบตุ๊กแกเรียกพี่! ระบบ Quattro ผกผันแรงบิดไปยังล้อแต่ละข้างแบบอิสระ เป็นต้นทุนราคาแพงที่ทำให้เกิดรสชาติของการควบคุมที่แปลกแยกแตกต่างไปจากรถคู่ต่อสู้ มันเป็นรถที่ขับได้แทบจะทุกสถานการณ์และทุกสภาพอากาศ เมื่อฝนตก คุณจะรัก Quattro (ยกเว้นช่วงน้ำรอระบายที่ไม่ถูกโรคกับรถสปอร์ตสายเตี้ย) ไม่จำเป็นจะต้องขับออกทางไกลเสมอไป แต่การลากยาวบนทางไกลแบบไฮเวย์นั้น เจ้า A5 จะสามารถสำแดงประสิทธิภาพได้เหนือกว่าการขับแบบย่องแล้วหยอดอยู่แต่ในเมือง!




