• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N1807010_สาวน อยค นพบส งท าประหลาดใจในบ อน ำพ อนของเธอและตอนจบ_part2

admin79 by admin79
July 16, 2025
in Uncategorized
0
N1807010_สาวน อยค นพบส งท าประหลาดใจในบ อน ำพ อนของเธอและตอนจบ_part2

ตั้งข้อสังเกตว่า เสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ฝั่งขวา มีขนาดความหนา เท่าๆ กันกับ เสาหลังคาคู่หน้าของ
ซีรีส์ 3 รุ่น E90 ที่เพิ่งตกรุ่นไปหมาดๆ ชนิดที่เรียกว่า ถ้าถ่ายภาพในมุมเดียวกัน มาซ้อนภาพกัน อาจ
พบว่า เป็นเสาหลังคาต้นเดียวกันด้วยซ้ำ ดังนั้น มุมมองที่ถูกบดบัง จึงยังคงไม่แตกต่างไปจากเดิม
มากมายนัก การบดบังรถที่แล่นสวนมา บนทางโค้งขวา ของถนนที่แล่นสวนกัน 2 เลน ยังมีให้เจอ
อยู่เหมือนเดิม

กระจกมองข้าง ปรับเปลี่ยนรูปทรงใหม่ จากแบบวงรี มาเป็นสี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน และยังมี
ขอบด้านใน ที่บดบังกินพื้นที่ริมขอบด้านขวาของบานกระจกอยู่เล็กน้อย การมองดูรถที่แล่นมา
จากด้านหลังฝั่งขวา อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังกันสักหน่อย

เสาหลังคาคู่หน้า A-Pillar ฝั่งซ้าย ก็มีขนาดเท่าๆกันกับ รถรุ่นเดิม เช่นเดียวกัน กระจกมองข้าง
ก็ยังคงมีขนาดเท่ากัน แต่เมื่อมองจากฝั่งคนขับแล้ว  บานกระจกดูมีขนาดเล็กลง และแทบช่วย
ผู้ขับขี่ในการมองเห็นรถคันที่แล่นตามหลังมาจากเลนซ้าย ได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น ไม่มาก
ดังนั้น ถ้าต้องการจะเปลี่ยนเลน หรือเบี่ยงเข้าช่องทางคู่ขนาน ควรจะหันซ้าย และขวา อีก
หลายๆรอบ จนกว่าจะมั่นใจ ค่อยออกรถไป อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังอยู่เหมือนกัน

ส่วนเสาหลังคาคู่หลัง C-Pillars แม้ว่า บานประตูคู่หลัง จะมีการเปลี่ยนแนวเส้นโค้งมน
Hofmeister Kink จากเดิมชัดเจน แต่ขนาดความหนาของเสาหลังคา มันก็พอกันกับรุ่น
E90 เดิมนั่นแหละ การมองเห็นยังถือว่า พอใช้ได้ แต่ใช้ความระมัดระวังสักหน่อยก็ดี

ขณะที่รุ่น Touring F31 นั้น พื้นที่การมองเห็นด้านหลัง กลับจะน้อยกว่ารุ่น Sedan ยิ่ง
ถ้าดึงพนักศีรษะตรงกลาง ยกขึ้นมาใช้งานด้วยแล้ว แทบจะมองไม่เห็นด้านหลังรถกัน
เลยทีเดียว กระนั้น การที่มีกระจกหน้าต่างด้านข้าง บานหลังสุด เพิ่มเข้ามา ก็พอจะ
ช่วยเพิ่มการมองเห็น จักรยาน หรือ มอเตอร์ไซค์ ที่แล่นมาจากทางด้านหลังสะดวกขึ้น
อีกเล็กน้อย ถ้าคิดจะเปลี่ยนเข้าสู่เลนคู่ขนาน ต้องใช้ความระมัดระวังนะครับ แต่ไม่ถึง
ขั้นเดียวกันกับ Volvo V60 เท่าใดนัก

********** รายละเอียดทางวิศวกรรม และการทดลองขับ **********

ช่วงแรกที่เปิดตัว ในตลาดเมืองไทย BMW ซีรีส์ 3 ใหม่ มีทางเลือกเครื่องยนต์ เพียงแบบเดียว  นั่นคือรุ่น
320d ก่อนที่จะมี 320i Modern และ 328i Sport ตามมีในงาน Motor Expo 2012 ช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา

โดยรุ่น 320d นั้น จะยังคงวางเครื่องยนต์ เดิม เหมือนกันกับ 320d E90 Last Minorchange (Facelift) รุ่นปี
2009 – 2011 ที่เพิ่งจะตกรุ่นไป เป็นขุมพลังรหัสรุ่น N47D20 เวอร์ชันล่าสุด Diesel 4 สูบเรียง วางตามยาว
ไปทางด้านหลัง DOHC 16 วาล์ว 1,995 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 84.0 x 90.0 มิลลิเมตร เพิ่มกำลังอัดจาก
เดิม 16.0 : 1 เป็น 16.5 : 1 ใช้ระบบกล่องสมองกลควบคุมเครื่องยนต์ DDE 7.1 ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบ
Common-Rail เจเนอเรชันที่ 3 โดยหัวฉีด Solenoid injectors จะส่งเชื้อเพลิงด้วยแรงดันที่สูงสุดได้มากถึง
2,000 bar นอกจากนี้ ยังใช้ระบบหัวฉีดแบบตรงสู่ห้องเผาไหม้ Direct Injection อีกด้วย

เครื่องยนต์รุ่นนี้ ถูกปรับปรุงให้มี ห้อข้อเหวี่ยง หรืออ่างน้ำมันเครื่อง ทำจาก Aluminium composite
พร้อมระบบอัดอากาศแบบ เทอร์โบเดี่ยว แปรผันครีบ VNT (Variable Nozzle Turbocharger) ไม่ใช่
Turbo 2 ลูก อย่างที่เข้าใจในตอนแรกแต่อย่างใด เทอร์โบลูกนี้ ถูกปรับปรุงด้าน Thermodynamics
(ความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนกับพลังงานกล) รวมทั้งมีการปรับปรุง Actuator ไฟฟ้า ช่วยปรับมุม
ของครีบเทอร์โบ ไปตามภาระโหลดของเครื่องยนต์ ในเสี้ยววินาที ถ้าผู้ขับขี่ ต้องการอัตราเร่ง โดย
เหยียบคันเร่งจมมิด เครื่องยนต์ก็จะ ตอบสนองในรอบต่ำ ดุจการเร่งเต็มพิกัด รวมทั้งยังติดตั้งระบบ
Intercooler เพื่อช่วยลดความร้อนของอากาศ ก่อนจะเข้าไปผสมกับละอองน้ำมัน เพื่อฉีดเข้าสู่ห้อง
เผาไหม้ มาให้ตามธรรมเนียม

ที่สำคัญก็คือ ในเมื่อเครื่องยนต์ N47 รุ่นนี้ ได้แรงบิดสูง ในรอบต่ำ ก็จะมีปัญหาเรื่องการสั่นสะเทือน
ในช่วงรอบต่ำๆ ดังนั้น วิศวกรของ BMW และ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอย่าง LuK จึงแก้ปัญหาด้วยการติดตั้ง
แผ่น “Centrifugal pendulum absorber” ใน Flywheel แบบ Dual Mass ถ้าแปลให้เป็นไทย
ก็คงต้องเรียกมันว่า “ฟลายวีลสองชั้นพร้อมกลไกถ่วงสมดุลย์เพื่อลดแรงสะเทือน” อย่างที่ผู้การแพน
Commander CHENG! แห่ง The Coup Team ของเราช่วยแปลมาให้นี่ละครับ

จะอธิบายให้เข้าใจกันยังไงดีละเนี่ย? ก็ต้องถามคนที่รู้เรื่องทางเทคนิคมากกว่าผมละครับ

คุณ Puvanai Mon Dardarananda บอกว่า “อารมณ์มันคล้ายๆกับ ตะกั่วถ่วงล้อ นั่นแหละครับ”

เออ จริงแหะ อธิบายแล้วเข้าใจง่ายเลยทีนี้ ล้อรถ เมื่อหมุน นอกจากมีแรงเหวี่ยงแล้ว มันก็มีการสั่น
สะเทือนอีกด้วย เกิดจากการที่ล้ออาจกลมไม่เท่ากันทั้งวง ตะกั่วถ่วงล้อ ทำหน้าที่ เพื่อช่วยลดการสั่น
สะเทือน ในขณะที่ล้อหมุนด้วยความเร็วสูงๆ สร้างสมดุล ให้ล้อ กลมเท่าๆกัน

เจ้า centrifugal pendulum absorber นี่ก็ทำหน้าที่คล้ายๆกับ ตะกั่วถ่วงล้อนั่นละครับ แปะเข้าไปใน
Flywheel แล้วจะช่วยถ่วงให้เกิดสมดุลย์ขณะหมุนมากขึ้น ลดการสั่นสะเทือนลงไปได้ ช่วยให้
เครื่องยนต์ เดินนิ่งขึ้น แถมช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลง และลดมลพิษลงได้ในทางอ้อม

กำลังสูงสุด ยังคงเท่ากับ 320d E90 เวอร์ชันครั้งสุดท้าย อยู่ที่ 184 แรงม้า (HP) ที่ 4,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร หรือ  38.68 กก.-ม. ที่รอบเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที
แรงบิดต่อเนื่องแบบ Flat Torque

ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ ZF 8HP ของ ZF Friedrichshafen ซึ่งถูกแนะนำ
เป็นครั้งแรกใน BMW ซีรีส์ 7 รหัสรุ่น F01 / F02 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2008 แต่ ใน ซีรีส์ 3 ใหม่
รุ่น F30 จะได้ใช้เกียร์ 8 จังหวะ รุ่น ZF 8HP45 อันเป็นเวอร์ชันที่รองรับแรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์
เบนซินได้ 450 นิวตันเมตร และ เครื่องยนต์ Diesel ได้ 500 นิวตันเมตร

คันเกียร์ไฟฟ้าของ 320d เป็นแบบเดียวกับ รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ของ BMW ทุกรุ่นในตอนนี้ คือ
มีโหมด บวก-ลบ มาให้  ที่คันเกียร์ หน้าตาเหมือน Joystick (แท่งหรรษา) แต่ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์
Paddle Shift ด้านหลังพวงมาลัยมาให้แต่อย่างใด อัตราทดเกียร์มีดังนี้

เกียร์ 1……………………..4.714
เกียร์ 2……………………..3.143
เกียร์ 3……………………..2.106
เกียร์ 4……………………..1.667
เกียร์ 5……………………..1.285
เกียร์ 6……………………..1.000
เกียร์ 7……………………..0.839
เกียร์ 8……………………..0.667
เกียร์ถอยหลัง……………….3.295
อัตราทดเฟืองท้าย…………..2.813

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังของ 320d มาพร้อมกับ ระบบ Auto Start/Stop เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทุกรุ่น
เมื่อใดที่คุณขับรถมาสักพักหนึ่ง แล้วเหยียบเบรกจอดรอสัญญาณไฟ ให้รถจอดสนิท เครื่องยนต์จะตัด
การทำงาน เช่นเดียวกับคอมเพรสเซอร์แอร์ จนกว่าจะถอนเท้าจากแป้นเบรกหรือเมื่อถึงจุดที่ ระบบแอร์
ต้องเริ่มทำงานอีกครั้ง เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารตามที่คุณปรับตั้งไว้เครื่องยนต์จึงจะติดขึ้นมา
อีกครั้ง อย่างเนียนๆ

อันที่จริงระบบนี้ ถือว่าทำงานได้ดี และช่วยประหยัดน้ำมัน ไม่ต้องเดินเครื่องยนต์ทิ้งไว้ตอนรถติด
แต่ในเมื่อมันทำงานค่อนข้างถี่พอสมควร บางคนอาจรำคาญได้ ส่วนใครที่ยังใหม่กับระบบนี้ ก็อาจ
ตกใจได้ว่า ทำไมเหยียบเบรกปุ๊บ รถจอดสนิท เครื่องดับทันที รถฉันเป็นอะไรหรือเปล่าวะ ก็ขอได้
อย่าตกใจไปครับ เป็นการทำงานของระบบ Auto Start/Stop ตามปกตินั่นเอง

แต่ถ้าคาญหงุดหงิดใจ จนทนไม่ไหว ก็กดสวิชต์เปิด – ปิดระบบการทำงานได้ เป็นรูปตัว A ที่ลูกศร
วนครอบจากซ้ายไปขวา อยู่เหนือกับสวิชต์ติดเครื่องยนต์  เท่านี้ ก็สิ้นเรื่อง

ส่วนด้านข้างคันเกียร์ คุณจะพบว่า มีปุ่ม กดขึ้น-ลง เขียนว่า Sport และ ECO Pro อาจสงสัยว่า ใช้ทำอะไร

คำตอบก็คือ มันเป็น สวิชต์เลือกโปรแกรมการขับขี่ ให้เข้ากับสถานการณ์ ได้ตามต้องการ BMW เรียกว่า
Driving Experience Control Switch ซึ่ง ซีรีส์ 3 ใหม่ จะมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 4 โหมด ดังนี้

1. ECO PRO Mode
เป็น Mode ที่เน้นการขับขี่แนวประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด มีการควบคุมเครื่องปรับอากาศ ให้ทำงาน
เท่าที่จำเป็น เพื่อช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง มีคำแนะนำ (Tip) ในการขับประหยัดให้ลองทำตามดู
อีกด้วย (เปิด-ปิดได้) คุณสามารถเลือกปรับให้เปิดหรือปิดระบบเตือนความเร็ว Speed Warning ซึ่งตั้งค่า
ได้จนถึงไม่เกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีกราฟแสดงผลการขับประหยัดให้ดูอีกต่างหาก ใน Mode นี้
ถ้าคุณปิดระบบ Auto Start-Stop ไว้ มันก็จะเปิดกลับมาทำงานให้คุณเองอีกครั้งอัตโนมัติ แต่คุณก็ยัง
เลือกปิดระบบ Auto Start-Stop ทิ้งได้ หลังจาอยู่ในโหมด ECO PRO เรียบร้อยแล้ว

2. COMFORT Mode
ใช้าสำหรับการขับขี่ทั่วไป ในเมือง หรือตามต้องการ เป็นโหมดมาตรฐาน ถูกปรับตั้งไว้เป็นค่ากลาง
ตั้งมาจากโรงงาน ปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมเหมือน Mode อื่นไม่ได้

3. SPORT Mode
เป็นโปรแกมสำหรับการขับขี่ที่ช่วยให้รถ ตอบสนองออกไปในแนว Sport ยิ่งขึ้นนิดนึง พวงมาลัยจะ
แข็งขึน หนืดขึ้น นิดนึง แต่ระบบ DSC จะยังทำงานอยู่ ครบ เหมาะกับการขับขี่ไปตามทางหลวงใน
ต่างจังหวัด ช่วงที่คดเคี้ยวเลี้ยวโค้งเยอะๆ เช่น ดอยอ่างขาง หรือเส้นเชียงใหม่ – ปาย – แม่ฮ่องสอน

4. SPORT + Mode
ก็เหมือนกับ Sport Mode แต่…ระบบ DSC จะปิดการทำงานลง เหลือแค่ระบบ DTC เท่านั้น เหมาะ
สำหรับกรณีที่อยากซน หรืออยู่ในสนามแข่ง อยากทดลองอะไรเป็นพิเศษ บนพื้นที่โล่งแจ้งและ
ปลอดภัยพอสมควร

นอกจากนี้ยังมี มาตรวัดพิเศษ Sport Display ให้คุณรู้ว่า คุณกำลังเหยียบคันเร่งลงไปเท่าไหร่ แรงบิด
และแรงม้า ที่เรียกใช้อยู่นั้น ออกมาลงสู่พื้นถนนในระดับใด แบบ Real-Time ให้ดูกันอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มีข้อที่คุณควรรู้ไว้ อย่างน้อยๆ 2 ข้อ

1. แม้ว่า ใน ซีรีส์ 5ใหม่ รุ่น F10 โปรแกรมการขับขี่แบบเดียวกันนี้ จะช่วยให้สามารถปรับเลือก
ความแข็ง-อ่อน ของระบบกันสะเทือนได้ แต่ต้องบอกกันไว้ก่อนว่า โปรแกรมแบบนี้ ในซีรีส์ 3
ใหม่ รุ่น F30 ไม่สามารถปรับช่วงล่างได้แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การปรับรูปแบบการขับขี่และ
การตอบสนองของเครื่องยนต์ เท่านั้น

2. การผลักคันเกียร์ ไปที่โหมด บวก/ลบ ไม่มีผลต่อการปรับพวงมาลัยให้แข็งหรือหนืดขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ใน ซีรีส์ 5ใหม่ รุ่น F10 โปรแกรมการขับขี่แบบเดียวกันนี้ จะช่วยให้สามารถ
ปรับเลือกความแข็ง-อ่อน ของระบบกันสะเทือนได้ แต่ต้องบอกกันไว้ก่อนว่า โปรแกรมแบบนี้ ใน
ซีรีส์ 3 ใหม่ รุ่น F30 ไม่สามารถปรับช่วงล่างได้แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การปรับรูปแบบการขับขี่
และการตอบสนองของเครื่องยนต์ เท่านั้น

ตัวเลข จากโรงงานระบุว่า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด
230 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 22.2 กิโลเมตร/ลิตร (4.5 ลิตร / 100 กิโลเมตร)
ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เฉลี่ยต่ำ เพียงแค่ 118 กรัม/กิโลเมตร (ตามมาตรฐานการวัดค่าเฉลี่ย EU)

เฮ้ย! ถ้าดูแค่ตัวเลขความประหยัดน้ำมัน กับตัวเลขการปล่อย CO2 นี่มันตัวเลขในระดับเดียวกับพวก
ECO-Car 1.2 ลิตร ที่ผลิตขายกันในบ้านเราเลยนะนั่น!!! เพราะ ECO Car เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร
จะปล่อยก๊าซ CO2 ระดับ 120 กรัม/กิโลเมตร !!!!

แล้วตัวเลขที่ทำได้จริง จะดีขนาดนี้เลยหรือเปล่า เรายังคงจับเวลากันในตอนกลางคืน นั่ง 2 คน เปิดแอร์
เปิดไฟหน้า และผลที่ได้ เมื่อเทียบกับ เพื่อนฝูงร่วมตระกูล และคู่แข่งร่วมตลาด ตัวเลขที่ออกมา มีดังนี้

จากตัวเลขในตารางนั้น จะพบว่า หากดูกันแต่ตัวเลขอย่างเดียว 320d ใหม่ F30 ทำเวลาในเกมจับอัตราเร่ง
0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้อยกว่ารถรุ่นเดิม E90 ชัดเจน ประมาณ 0.5 วินาที แถมเมื่อเทียบตัวเลขกับรุ่น
Touring แล้ว กลับกลายเป็นว่า รุ่น Sedan อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้อยกว่า Touring ที่ราวๆ
0.1 – 0.2 วินาที แต่พอเป็นเกมอัตราเร่งแซง 80 – 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง แน่นอนว่า รุ่น Sedan จะตอกเลข
ออกมาได้ไวกว่า Touring อยู่แล้ว

แต่ที่แน่ๆ นั่งคู่ ทำตัวเลข 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ออกมาได้ ด้อยกว่า Mercedes-Benz C250 CDI
W204 รุ่นก่อนปรับโฉม ที่ยังใช้เกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะด้วยซ้ำ ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

หากแต่เมื่อไปนั่งดูตัวเลขการทดสอบของสื่อวลชนต่างประเทศ ส่วนใหญ่ ก็ออกมาในแนวเดียวกันว่า
3 Series ใหม่ มีอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้อยกว่าเดิมนิดนึง

อย่างไรก็ตาม พอเป็นช่วงอัตราเร่งแซง 80 – 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง 320d F30 กลับทำตัวเลขได้แรงกว่าเพื่อน
ตัวเลขออกมา เท่าๆกัน ไล่เลี่ยกัน และพอๆกัน กับ 330i E90 เลยทีเดียว ต่างกันแค่ราวๆ 0.1 วินาที เท่านั้น
อีกทั้งยังเป็นรองเพียงแค่ 330i กับ 330d Coupe E92 นอกนั้น 320d ใหม่ กินชาวบ้านเขาเรียบวุธ

ส่วนความเร็วสูงสุด “บนมาตรวัด” นั้น อยู่ที่ 238 กิโลเมตร/ชั่วโมง ณ รอบเครื่องยนต์ 4,600 รอบ/นาที ที่เกียร์ 7
ถือว่า ลดลงมาเล็กน้อย ทำได้ไม่ถึง 244 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างที่รถรุ่น E90 เคยทำได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผม
มองว่าสำคัญนัก ยิ่งสำหรับประเทศไทย ซึ่งก็ไม่รู้จะหาถนนที่ไหนมาใช้ทำความเร็วสูงสุด Top Speed กัน
แบบแช่ยาวต่อเนื่อง “อย่างปลอดภัย” เท่ากับ ทางหลวง Autobahn ในเยอรมนี ตัวเลขนี้ ก็มีไว้เพียงเพื่อแค่
ให้คุณผู้อ่านได้รับรู้ว่า ความเร็วสูงสุด ลดลงจากเดิม 244 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในรุ่น E90 นิดนึงนะ แค่นั้น

ต้องขอย้ำเหมือนเช่นในรีวิวอื่นๆ ว่า เราได้ลอง Top Speed ให้คุณแล้ว อย่าทำตามอย่าง เพราะมันไม่ปลอดภัย
สำหรับชีวิตของคุณเอง และเพื่อนผู้ร่วมใช้เส้นทางบนถนน อีกทั้งยังเป็นการผิดกฎหมายจราจรของบ้านเราด้วย
การที่เราทำให้คุณดูนั้น เป็นการทำตัวเลข เพื่อการศึกษา และเพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้สนใจ เท่านั้น ทันทีที่เข็ม
ความเร็ว แช่ไว้ 5- 10 วินาที แล้วไม่ไต่ขึ้นไปต่อ แค่นั้น เราก็ถอนเท้าออกมาจากคันเร่ง แล้วเหยียบเบรก ชะลอ
รถลงมาอยู่ในความเร็วปกติ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง กันแล้ว ไม่ได้แช่กันยาวๆท้ามฤตยู อย่างแน่นอน เพราะเรา
รู้ดีว่า ถ้าพลาดพลั้งขึ้นมา ผลกระทบที่เกิด มันคงไม่ใช่เรื่องที่ควรบังเกิดแน่ๆ อยากฝากเน้นย้ำไว้ตรงนี้เช่นเคย

ผมว่าพอรู้แล้วละ ว่าทำไมตัวเลข 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง มันเลทไปกว่ารุ่นเดิม ราวๆ 0.5 วินาที

ก็ดูช่วงออกตัวสิครับ ทันทีที่เหยียบคันเร่งปุ๊บ ในช่วงเสี้ยววินาทีแรก มันแทบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย จนต้อง
รอให้ Turbocharger เริ่ม Boost ที่ระดับ 1,400 รอบ/นาที ก่อน พอเข้าที่ปุ๊บ ทุกแรงดึงที่คุ้นเคย จะ
สร้างความหรรษาให้คุณเหมือนที่เกิดขึ้นมาแล้วใน 320d รุ่นก่อน (E90) ไม่มีผิด ดังนั้น นี่เป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมตัวเลขช้าลง 0.5 วินาที

แต่ในจังหวะเร่งแซงนั้น หากขับขี่บนถนนทั่วไป แทบไม่ต้องไปยุ่งกับ Paddle Shift เลย เพียงแค่เพิ่ม
น้ำหนักเท้าลงไปบนคันเร่งตามต้องการ ที่เหลือ สมองกลจะจัดการสั่งให้เครื่องยนต์ ตัดเปลี่ยนเกียร์
แล้วลากรอบต่อเนื่องจากเดิม พารถพุ่งขึ้นแซงหน้าไปอย่างทันใจ หรือต่อให้เติมคันเร่งเข้าไปช้าๆ
คุณก็จะยังสัมผัสได้ถึงพละกำลังจากเครื่องยนต์ ที่พารถทะยานแซงหน้าขึ้นไป อย่างต่อเนื่อง

ส่วน Paddle Shift แนะนำว่า จะช่วยคุณได้มากขณะเข้า-ออกจากโค้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางโค้ง
คดเคี้ยวไปตามแนวภูเขา ทั้งภาคเหนือและภาคใต้ของไทย การขับ 320d ใหม่ บนเส้นทาง ในจังหวัด
ตรัง ถึง กระบี่ ทำให้ผมได้พบความสนุกในการบังคับ และควบคุมรถ รวมทั้งการทำงานของเกียร์ ที่ราบรื่น
ในโหมด D เป็นการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ที่ “แทบจะไร้รอยต่อ” กันเลยทีเดียว ถ้าอยากให้รู้สึกถึงรอยต่อ
ก็เปลี่ยนเป็นโหมด +/- แป้น Paddle Shift และชุดเกียร์ ออกแบบมาให้สามารถ ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้
เร็วมาก ถ้าตบเกียร์ ลงมา 2 จังหวะรวด เกียร์ ก็พร้อมจะทำงานให้ทันทีอย่างฉับไว ไม่มีอิดออด

การตอบสนองของคันเร่งและลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า ถือว่า ไวขึ้นกว่าเดิมนิดนึง ในช่วงที่กำลังใช้ความเร็ว
หากต้องการอัตราเร่งแค่ไหน ก็เหยียบคันเร่งลงไปเท่านั้น แล้วเครื่องยนต์ N47 ก็จะส่ง แรงบิดสุดแสน
หฤหรรษ์ ไปหมุนล้อคู่หลัง ในแทบจะทันที อาจมีล่าช้าไปบ้างนิดๆ แต่ก็แค่เพียง ไม่ถึง 0.5 วินาที โดย
ประมาณ ถือว่า คันเร่งไม่ได้ Lag มากเหมือนเช่นรถยุโรปอื่นๆ แต่ก็ยังแอบมีอาการให้เห็นนิดๆ ในช่วง
บางจังหวะ เช่นตอนออกตัว อยู่ใน Mode Comfort หรือ ECO :Pro แล้วเหยียบเต็มมิด คันเร่งจะ Lag
อย่างชัดเจนมาก จนต้องถามว่าตกลงแล้วนี่ คันเร่ง Mercedes-Benz หรือ Volvo ใช้ไหม? จริงอยู่ว่า
รถยุโรปค่ายไหน ก็ Lag ทั้งนั้นแหละ หากเหยียบจมมิดออกรถในทันทีทันใด เพราะสมองกล จะต้องขอ
คิดดูก่อนว่า จะเอายังไงกับชีวิตต่อไป แต่ถ้าเปลี่ยนมาใช้ Sport Mode หรือ Sport +  คันเร่งจะไวขึ้น
ทันตาเห็น! เรียกเป็นมา สั่งแล้วต้องได้ ภาพรวมแล้ว คันเร่งไฟฟ้าของ 320d F30 จะตอบสนองไวหรือช้่า
ขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือก Mode การขับขี่แบบใดเป็นหลัก แต่ในภาพรวมแล้วยังเหลือความทันใจให้คุณ
ได้สัมผัสอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ยังมีช่วงออกตัวแบบกดเต็มตีน ใน Comfort หรือ ECO PRO เท่านั้นที่
Lag ไปราวๆ เกือบ 1 วินาที เกือบทำให้ผมออกรถไม่ทันที่ Taxi คันหนึ่ง พุ่งเข้ามาเกือบถึงตัวอยู่แล้ว!

การเก็บเสียง ในภาพรวม ยังถือว่า ทำได้ดีอยู่ เสียงลมไหลผ่านตัวรถจะเริ่มดังขึ้นที่ความเร็วเกินกว่า
120 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป แต่จะดังจนเริ่มต้องใช้สมาธิมากขึ้น เมื่อเกินกว่า 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ขึ้นไปแล้ว ในรถคันสีแดงที่เราทดลองขับกัน ขอบประตูฝั่งซ้าย มีเสียงกระแสลมไหลผ่าน ดังกว่า
ปกติที่เคยเจอนิดนึง ขณะที่รถคันสีขาว Touring ไม่มีปัญหาดังกล่าวให้เจอ ทั้งที่รถทั้ง 2 คัน เป็น
รถยนต์ประกอบในเยอรมันี เหมือนกัน!!

Previous Post

N1807009_สาวถ กแฟนท งโดนรถชนโดยไม ได งใจและตอนจบ_part2

Next Post

N1807007_ผ__หญ_งนอนก_บสาม_โง_ๆท__งค_นและตอนจบ_1241589947310921_part2

Next Post
N1807007_ผ__หญ_งนอนก_บสาม_โง_ๆท__งค_นและตอนจบ_1241589947310921_part2

N1807007_ผ__หญ_งนอนก_บสาม_โง_ๆท__งค_นและตอนจบ_1241589947310921_part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.