• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0112005 Ep5 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0112005 Ep5 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

ในปี 2025 วงการยานยนต์ทั่วโลกยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์หรู ที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีก้าวล้ำเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทาง ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยเองก็ไม่ต่างกัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะผู้นำระดับโลก ได้ตอกย้ำสถานะของตนด้วยการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่น ที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ระบบขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด บทความนี้จะพาท่านเจาะลึกถึงรุ่นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ยังคงสร้างกระแสและกำหนดมาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์หรูของไทยในปี 2025 พร้อมวิเคราะห์ถึงความน่าสนใจและทิศทางการแข่งขันในอนาคต

เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class (V177): เก๋งคอมแพกต์พรีเมียมสำหรับการขับขี่ในเมือง

แม้จะเปิดตัวในตลาดมาสักระยะ แต่ Mercedes-Benz A-Class (V177) ในเวอร์ชันประกอบในประเทศยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์นั่งขนาดเล็กพรีเมียมที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองใหญ่ได้อย่างลงตัว ด้วยความคล่องตัวและดีไซน์ที่ทันสมัย A-Class สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ในเซกเมนต์นี้ ด้วยการผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราไว้อย่างลงตัว

ดีไซน์ภายนอกที่สะดุดตา:
สำหรับรุ่น AMG Dynamic ยังคงดึงดูดสายตาด้วยกระจังหน้า Diamond Radiator Grille อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ที่โดดเด่น เส้นสายที่คมชัดและช่องว่างที่ลดทอนให้น้อยที่สุด สะท้อนปรัชญาการออกแบบ “Sensual Purity” ไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบาง ร่วมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED รูปลักษณ์คล้ายคบเพลิง เพิ่มความโฉบเฉี่ยว กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้าพร้อมไฟ LED และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่รุ่น Progressive เน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงความพรีเมียม ด้วยกระจังหน้า Diamond Radiator Grille และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วแบบ 10 ก้าน ซึ่งยังคงความสง่างามตามแบบฉบับเมอร์เซเดส-เบนซ์

ภายในที่หรูหราและล้ำสมัย:
ห้องโดยสารของ A-Class ได้รับการออกแบบให้มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือระดับ พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง Nappa เพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre (ในรุ่น AMG Dynamic) หรือหนัง ARTICO (ในรุ่น Progressive) พร้อมฟังก์ชันหน่วยความจำสำหรับเบาะที่นั่งคนขับ แผงหน้าปัด Dual Screen Cockpit เป็นจุดเด่นที่สำคัญ โดยรุ่น AMG Dynamic มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว 2 จอติดกัน ส่วนรุ่น Progressive ใช้หน้าจอ 7 นิ้วสำหรับมาตรวัดและ 10.25 นิ้วสำหรับจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์

ระบบ MBUX และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ:
ระบบ Infotainment MBUX (Mercedes-Benz User Experience) คือหัวใจสำคัญของห้องโดยสารอัจฉริยะ ด้วยการเรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมสั่งการด้วยเสียงอย่างเป็นธรรมชาติผ่านคำว่า “Hey, Mercedes” ซึ่งรองรับหลายสำเนียง ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิจดจ่อกับการขับขี่มากขึ้น นอกจากนี้ Mercedes me connect ยังมอบฟังก์ชันการเชื่อมต่อที่หลากหลาย เช่น ระบบโทรออกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Mercedes-Benz emergency call system), การตรวจสอบตำแหน่งรถ (Vehicle Monitoring), การตรวจสอบสภาพรถจากระยะไกล (Vehicle Set-up), การแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Maintenance Management) และการนัดหมายเข้ารับบริการออนไลน์ (Online Booking) เสริมความสะดวกสบายและความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของ

สมรรถนะและระบบความปลอดภัย:
A-Class ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร (M282) มอบกำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT ให้การขับขี่ที่คล่องตัวและประหยัดเชื้อเพลิง ระบบความปลอดภัยก้าวล้ำด้วย Active Brake Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงการชน รวมถึงระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (reversing camera) ที่ทำให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายขึ้น A-Class ยังคงเป็นรถยนต์ที่คุ้มค่าในกลุ่มรถยนต์หรูคอมแพกต์ ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่าย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class Facelift: นิยามใหม่แห่งความหรูหราและสมรรถนะ

Mercedes-Benz E-Class Facelift ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ซีดานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดรถยนต์หรู ด้วยการปรับโฉมที่ทำให้ E-Class ดูสปอร์ตและทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีที่เหนือชั้น การมาถึงของรุ่นปรับโฉมนี้ถือเป็นการท้าชนคู่แข่งโดยตรงอย่าง BMW 5 Series อย่างเต็มภาคภูมิ

ดีไซน์ภายนอกที่หรูหราและสปอร์ต:
E-Class Facelift ได้รับแรงบันดาลใจจาก Mercedes-Benz CLS ผสานความหรูหราเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ พร้อมไฟ daytime running light (DRL) รูปตัว L อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าและฝากระโปรงออกแบบใหม่ให้เข้ากับบุคลิกที่ปราดเปรียว ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่รับกับฝาท้ายที่สปอร์ตงดงาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18 นิ้ว ไปจนถึง 20 นิ้ว ยกระดับภาพลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ภายในที่ประณีตและเทคโนโลยีล้ำยุค:
ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับแต่งให้มีความหรูหราและทันสมัย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่แบบ 3 ก้าน มาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่และจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ขนาด 10.25 นิ้ว หรือ 12.3 นิ้ว ที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester พร้อมลำโพงชุดใหม่ มอบประสบการณ์ความบันเทิงระดับพรีเมียม เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ลวดลายใหม่ ทั้งแบบ ARTICO และ Nappa เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราให้กับผู้โดยสาร

ขุมพลังที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกการขับขี่:
E-Class Facelift มีขุมพลังให้เลือกถึง 3 รูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย:
Plug-In Hybrid (E 300 e): เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร (M274 DE 20 AL) ให้กำลัง 211 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 122 แรงม้า รวมสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดรวม 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-Tronic) สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุดถึง 50 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 13.5 kWh ชาร์จเต็มภายใน 1 ชั่วโมง 50 นาทีด้วย Wallbox ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
เครื่องยนต์ดีเซล (E 220 d): เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร (OM654) กำลัง 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9G-Tronic) พร้อม Paddle Shift
Mercedes-AMG E 53: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะขั้นสูง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร (M256) ให้กำลังมหาศาลถึง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร และระบบ EQ Boost ที่เสริมกำลังได้อีก 22 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 4.5 วินาที จับคู่กับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+

E-Class Facelift ไม่เพียงแต่เป็นรถยนต์ซีดานที่หรูหราและทรงประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นตัวเลือกที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

The All New Mercedes-Benz S-Class (V223): เรือธงแห่งนวัตกรรมและการผลิตในประเทศ

Mercedes-Benz S-Class เจเนอเรชันล่าสุด (V223) ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา เทคโนโลยี และวิศวกรรมยานยนต์ขั้นสูงสุดในปี 2025 ยิ่งไปกว่านั้น การประกอบในประเทศไทยเป็นครั้งแรกยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการตอบสนองตลาดไทย ด้วยคุณภาพระดับโลกที่เข้าถึงได้มากขึ้น

ปรัชญาการออกแบบ “Sensual Purity” ที่เหนือระดับ:
S-Class ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่ยกระดับปรัชญา “Sensual Purity” ให้ดูทันสมัยและสง่างามยิ่งขึ้น ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ กันชนหน้าเน้นความสปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว และระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตร มอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือจับประตูแบบไร้รอยต่อเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง และไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉม เสริมความหรูหราให้กับด้านท้าย

ห้องโดยสารที่ผสานความหรูหราและดิจิทัลอย่างไร้ที่ติ:
ภายใน S-Class คือการสร้างสรรค์บรรยากาศที่อบอุ่น หรูหรา และมอบวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีที่สุด แผงคอนโซลหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูโมเดิร์นและตอบรับกับสรีระของผู้ใช้งาน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มด้วยหนัง Nappa และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ดิจิทัลที่น่าทึ่ง

หัวใจสำคัญอยู่ที่หน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว แบบ OLED ที่รวมปุ่มควบคุมส่วนกลางทั้งหมดไว้บนหน้าจอเดียว มอบพื้นที่ใช้งานที่เพิ่มขึ้นกว่า 64% ด้วยดีไซน์แบบ Free-form ที่บางเบาแต่ตอบสนองฉับไว ทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับผู้ขับขี่แต่ละคนโดยเฉพาะ

เบาะที่นั่งตอนหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยเบาะไฟฟ้าที่ปรับตำแหน่งได้และฟังก์ชันการนวดสูงสุด 6 โปรแกรม นอกจากนี้ MBUX Interior Assistant ยังตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถได้อย่างชาญฉลาด เช่น ไฟอ่านหนังสือจะเปิด-ปิดอัตโนมัติเมื่อยื่นมือไปทางกระจกด้านข้าง และระบบ MBUX High-End Rear Seat Entertainment พร้อม Rear Tablet ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง เสริมด้วยระบบเสียง Burmester 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตัว สร้างสรรค์บรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เป็นเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่

สมรรถนะและความปลอดภัยสูงสุด:
S-Class (S 350 d) ในสเปกไทยยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร (OM656) พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง

ด้านความปลอดภัย S-Class นำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน รวมถึงครั้งแรกของถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ Parking Package with 360° camera ที่ให้มุมมองรอบคันแบบ 360 องศาที่เสมือนจริง และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในทุกสถานการณ์

Mercedes-Benz S-Class ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรู ด้วยราคาจำหน่ายที่สะท้อนถึงคุณค่าและนวัตกรรมอันเหนือชั้น ทำให้เป็นเพชรน้ำเอกที่คู่ควรแก่การครอบครองอย่างแท้จริง

The New Mercedes-Benz E-Class Coupe & Cabriolet Facelift: ความสปอร์ตที่เปิดกว้าง

สำหรับผู้ที่หลงใหลในความสปอร์ตและความหรูหราที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร Mercedes-Benz E-Class Coupe และ Cabriolet Facelift คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการปรับโฉมตามเวอร์ชันซีดาน แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรถคูเป้และเปิดประทุนไว้อย่างลงตัว

ดีไซน์ที่เร้าใจและสง่างาม:
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกระจังหน้า Diamond Radiator Grille แบบ A-Shape ไฟหน้า MULTIBEAM LED อัจฉริยะพร้อมหลอด LED 84 หลอดต่อข้าง และเทคโนโลยี ULTRA RANGE high beam ที่ส่องสว่างได้ไกลสูงสุด 650 เมตร ล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้วดีไซน์ใหม่ 10 ก้าน และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดุดันแต่สง่างาม ในรุ่น Cabriolet เพิ่มความพิเศษด้วยหลังคาผ้า Soft top fabric ที่เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้ภายใน 20 วินาที มอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดโล่งที่น่าประทับใจ

ภายในที่หรูหราและเชื่อมต่อ:
ห้องโดยสารภายในยังคงความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัยเช่นเดียวกับ E-Class ซีดาน ด้วยพวงมาลัย Multifunction sports steering wheel New generation หน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่องกัน พร้อมระบบ MBUX ที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ และระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” ระบบไฟล้อมรอบห้องโดยสาร Premium Ambient light ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system พร้อมลำโพง 13 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ที่ไร้ขีดจำกัดด้วย 4G-LTE แบบ E-SIM และแอปพลิเคชัน Mercedes me ที่ให้ผู้ใช้ควบคุมรถยนต์จากระยะไกลได้ ในรุ่น Cabriolet ยังมีระบบ AIRCAP ช่วยลดกระแสลมที่เข้ามาในห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่แบบเปิดประทุนสะดวกสบายยิ่งขึ้น

สมรรถนะที่เร้าใจและปลอดภัย:
ทั้ง E 200 Coupé AMG Dynamic และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร (M274) พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม และระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Parking Package with reversing camera, Active Parking Assist และ Blind Spot Assist

เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS: จุดเปลี่ยนแห่งยานยนต์ไฟฟ้าสุดหรู

Mercedes-Benz EQS คืออีกหนึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว EQS ไม่เพียงแค่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นตัวแทนของความหรูหราในระดับเดียวกับ S-Class ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่ล้ำอนาคต พร้อมพิชิตใจผู้บริโภคที่มองหานวัตกรรมและการขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การผลิตระดับโลกและดีไซน์แห่งอนาคต:
EQS ได้รับการผลิตอย่างเป็นทางการที่โรงงาน Sindelfingen ในเยอรมนี ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับที่ผลิต S-Class และ Mercedes-Maybach S-Class ตอกย้ำถึงมาตรฐานการผลิตระดับสูง ดีไซน์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบ Vision EQS concept ด้วยกระจังหน้า Black Panel ที่ผสานไฟ Daytime Running Light แบบ LED พาดยาวตลอดแนว พร้อมไฟหน้า Digital Light อัจฉริยะ 1.3 ล้านพิกเซล ที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนถนนเพื่อสื่อสารกับผู้ขับขี่และรถคันอื่นได้ ไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย และมีล้ออัลลอยให้เลือกตั้งแต่ 19, 20 และ 21 นิ้ว

ห้องโดยสาร Hyperscreen และสุดยอดความบันเทิง:
จุดเด่นที่สุดของภายในห้องโดยสารคือ MBUX Hyperscreen ที่ทอดยาวเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอ 3 จอ ได้แก่ หน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว รวมความยาวกว่า 1,410 มิลลิเมตร ผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับความบันเทิงส่วนตัวจากหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอ ระบบเสียง Burmester พลังขับ 710 วัตต์ พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน พร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง สะท้อนความหรูหราเหนือระดับ

สมรรถนะและระยะทางขับขี่ที่น่าทึ่ง:
EQS มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก ได้แก่
EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): มอเตอร์เดี่ยว กำลัง 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบระยะทางขับขี่สูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ในรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 300 กิโลเมตรภายใน 15 นาที ระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Adaptive Cruise Control, Lane-Keep Assist, Blind-Spot Monitoring และ Rear Cross-Traffic Alert

EQS ไม่เพียงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นแถลงการณ์ถึงอนาคตของยานยนต์หรู ที่ผสานประสิทธิภาพ การออกแบบ และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และคาดว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมของไทยอย่างแน่นอนในปีนี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA เจเนอเรชันที่ 2: ครอสโอเวอร์คอมแพกต์ที่เติบโตและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านคันทั่วโลกสำหรับ GLA เจเนอเรชันแรก Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันที่ 2 ยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถครอสโอเวอร์คอมแพกต์ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทั้งโครงสร้างและฟังก์ชันการใช้งาน

การออกแบบใหม่เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า:
GLA โฉมใหม่ได้รับการออกแบบบนโครงสร้างที่ลดความยาวลง 14 มิลลิเมตร และแคบลง 2 มิลลิเมตร แต่กลับสูงขึ้นถึง 104 มิลลิเมตร พร้อมฐานล้อที่ยาวขึ้น 28 มิลลิเมตร ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้นและให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ภายนอกยังคงความสปอร์ตตามสไตล์ครอสโอเวอร์ยุคใหม่ ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์โฉบเฉี่ยว เส้นสายตัวถังที่แข็งแกร่งและคล่องตัว ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล

ภายในที่เน้นฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอย:
ห้องโดยสารภายในคล้ายคลึงกับ Mercedes-Benz รุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลและจอแสดงผลระบบสาระบันเทิงขนาดใหญ่ เน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์ด้วยการยกเบาะหน้าให้สูงกว่า A-Class ถึง 140 มิลลิเมตร หลังคาด้านหน้ากว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร เพิ่มความโปร่งสบายอย่างเห็นได้ชัด เบาะหลังสามารถปรับได้แบบ 40:20:40 เพื่อความยืดหยุ่นในการขนสัมภาระ ทำให้ GLA เป็นรถยนต์ที่เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

ยกระดับความปลอดภัยและขุมพลังที่ทรงประสิทธิภาพ:
GLA เจเนอเรชันใหม่ได้ยกระดับระบบช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการเปลี่ยนเส้นทาง, ระบบแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ, และระบบ Active Brake Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

สำหรับขุมพลัง มีให้เลือกหลากหลาย:
GLA 250: เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 221 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าและรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (GLA 250 4Matic)
GLA 200 (รุ่นเริ่มต้น): เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 161 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดทยอยตามมาในภายหลัง ทำให้ GLA เป็นรถยนต์ที่ครบครันทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ และความปลอดภัย และยังคงเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด

เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS 220 d: อัปเดตความหรูหราที่มาพร้อมความคุ้มค่า

Mercedes-Benz CLS ยังคงเป็นรถยนต์คูเป้ 4 ประตู ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และเส้นสายที่พริ้วไหว ในปี 2025 CLS 220 d AMG Premium ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อนำเสนอความหรูหราและความคุ้มค่าที่มากขึ้น พร้อมราคาที่น่าสนใจกว่าเดิม

ดีไซน์ภายนอกที่คงเอกลักษณ์:
CLS 220 d ยังคงดีไซน์ภายนอกที่ไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก ด้วยกระจังหน้า Diamond-pattern grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเส้นสายที่ดูกว้างและทอดตัวลงไปที่พื้น หลังคาซันรูฟไฟฟ้า กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ และชุดไฟหน้า MULTIBEAM LED พร้อมไฟท้าย LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก ยังคงสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น

ภายในที่หรูหราและเพิ่มฟังก์ชัน:
ห้องโดยสารภายในยังคงความหรูหราด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Nappa และการตัดเย็บที่ประณีต เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40/20/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ และมีการเพิ่มระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System และไฟล้อมรอบห้องโดยสาร Premium Ambient lighting เลือกได้ถึง 64 สี

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับปรุงฟังก์ชัน โดยมีการตัดออปชันบางรายการออก เช่น ตาข่ายเก็บเอกสารบริเวณผู้โดยสารด้านหน้าและนาฬิกาแบบ Analog แต่เพิ่มระบบ MBUX พร้อมจอ Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอติดกัน และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ที่แบนและเรียวใช้งานง่ายขึ้น รวมถึงระบบแจ้งสถานะเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง (Rear Seat Belts status)

ขุมพลังดีเซลที่ปรับลดกำลังลงเพื่อความคุ้มค่า:
CLS 220 d ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน 2.0 ลิตร (OM654) แต่ปรับลดกำลังเหลือ 194 แรงม้า (จากเดิม 245 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร (จากเดิม 500 นิวตันเมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และ Paddle Shift แม้กำลังจะลดลง แต่ยังคงมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมกับอัตราประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

ระบบความปลอดภัยและราคาที่น่าสนใจ:
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยียังคงโดดเด่น ด้วย DYNAMIC SELECT, KEYLESS-GO พร้อม HANDS-FREE ACCESS, Head-up display, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zone, Adaptive Highbeam Assist, ALS, Parking Pilot พร้อม Active Parking Assist และเพิ่มระบบ Blind Spot Assist ที่ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา เพื่อความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น

การปรับลดราคาจำหน่ายลง ทำให้ CLS 220 d เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คูเป้ 4 ประตูระดับพรีเมียม ที่ผสานความสง่างาม สปอร์ต และเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025: ทิศทางการแข่งขันและอนาคตยานยนต์หรู

เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงตอกย้ำตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์หรูของประเทศไทยและระดับโลกด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ทุกความต้องการ ตั้งแต่รถยนต์คอมแพกต์ที่คล่องตัวอย่าง A-Class, ซีดานหรู E-Class และเรือธงแห่งความหรูหรา S-Class ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่าง EQS รวมถึงกลุ่มรถยนต์สปอร์ตคูเป้และครอสโอเวอร์ที่ได้รับความนิยมอย่าง E-Class Coupe/Cabriolet และ GLA

การที่ค่ายรถยนต์สัญชาติจีนอย่าง Geely ได้สร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหรู Zeekr ขึ้นมา เพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแบรนด์เยอรมันชั้นนำอย่าง Mercedes-Benz, BMW และ Audi รวมถึงการถือหุ้น 9.7% ในเมอร์เซเดส-เบนซ์ของ Geely เอง แสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์การแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนจะคิดเป็น 20% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2025 จาก 5% ในปี 2020

เมอร์เซเดส-เบนซ์เองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง ด้วยการลงทุนในเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ, ระบบ Infotainment MBUX ที่ชาญฉลาดขึ้น, และการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า EQ Family อย่างต่อเนื่อง ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูได้อย่างแข็งแกร่ง

สรุปได้ว่าในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการยานยนต์หรูในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานระหว่างมรดกแห่งความหรูหรา ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมล้ำสมัย ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เครื่องสันดาปภายในที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง หรือยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวล้ำไปข้างหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์พร้อมแล้วที่จะนำพาทุกท่านสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตอย่างแท้จริง

Previous Post

N0112002 Ep2 หญ งสาวแกล งทำเป นล มละลายเพ อแก แค นอด ตสาม และเม ยน อย part2

Next Post

N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Next Post
N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

N0212003 Ep4 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.