• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0112001_Ep2 กพ ชายจนหมดใจ ดท ายเป นแค หมากในเกม…เม อเขาพาแฟนมาเป ดต_part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0112001_Ep2 กพ ชายจนหมดใจ ดท ายเป นแค หมากในเกม…เม อเขาพาแฟนมาเป ดต_part2

ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์หรูอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมยานยนต์ที่ผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะที่เร้าใจ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าระดับพรีเมียมในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหานิยามแห่งความหรูหราสง่างาม ผู้ที่หลงใหลในความสปอร์ตปราดเปรียว หรือผู้ที่พร้อมก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เมอร์เซเดส-เบนซ์มีคำตอบที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย

ความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนกระดาษ แต่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ ตั้งแต่รถยนต์ซีดานขนาดเล็กที่คล่องตัวสำหรับการใช้งานในเมืองใหญ่ ไปจนถึงรถธงระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี และขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต ที่มาพร้อมกับระบบอัจฉริยะที่ทำให้ทุกการเดินทางไม่ใช่แค่การขับขี่ แต่คือประสบการณ์เหนือระดับที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับโลกดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ

Mercedes-Benz S-Class: นิยามแห่งความหรูหราเหนือระดับที่สร้างสรรค์ในไทย

สำหรับผู้ที่แสวงหาสุดยอดแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี S-Class ยังคงเป็นเพชรน้ำเอกที่ไม่มีใครเทียบได้ และในปี 2025 นี้ Mercedes-Benz S-Class ในเวอร์ชันประกอบในประเทศไทย ได้ยกระดับมาตรฐานยานยนต์หรูไปอีกขั้น ด้วยคอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ถูกตีความใหม่ให้มีความโมเดิร์นและสง่างามยิ่งกว่าเคย การออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ให้วิสัยทัศน์การขับขี่ที่คมชัด พร้อมชุดกันชนหน้าที่เน้นความสปอร์ตผสานเข้ากับเส้นสาย Catwalk line ที่กดองศาของหลังคาให้ต่ำลง ทำให้รถดูปราดเปรียวโดยไม่ลดทอนพื้นที่ภายในห้องโดยสาร มือจับประตูแบบไร้รอยต่อ (Seamless Door Handles) เพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง และอำนวยความสะดวกในการล็อก-ปลดล็อก เพียงแค่สัมผัส ไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉม พร้อมกรอบโครเมียมใต้ป้ายทะเบียน และกันชนหลังดีไซน์เฉียบพร้อมท่อไอเสียคู่ ยิ่งขับเน้นความภูมิฐานของรถยนต์ธงคันนี้

S-Class ใหม่นี้สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MRA II ที่ขยายขนาดตัวรถให้ใหญ่ขึ้น มอบความโออ่าและมั่นคงในทุกการเดินทาง ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตรจากรุ่นเดิม ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางเป็นพิเศษ รองรับความสบายระดับสูงสุดสำหรับผู้โดยสาร

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น ผสมผสานความหรูหราเข้ากับคุณภาพระดับสูง และมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารในทุกที่นั่ง แผงคอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ดูโมเดิร์นและสอดรับกับสรีระ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนัง Nappa leather หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูง และจุดเด่นที่สุดคือ หน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว ที่รวมปุ่มควบคุมส่วนกลางทั้งหมดไว้บนหน้าจอ OLED อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมีพื้นที่ใช้งาน (active area) เพิ่มขึ้นกว่า 64% ตอบสนองฉับไวเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำงานร่วมกับระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือที่จดจำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคน เพื่อปรับแต่งประสบการณ์ให้เป็นส่วนตัวที่สุด

สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง S-Class มาพร้อมกับ Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยเบาะไฟฟ้าที่สามารถปรับตำแหน่งได้ พร้อมฟังก์ชันการนวดที่เลือกโปรแกรมได้สูงสุดถึง 6 โปรแกรม ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่อีกขั้น ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การยื่นมือขึ้น-ลงใกล้กระจกด้านข้าง ไฟอ่านหนังสือจะเปิด-ปิดอัตโนมัติ นอกจากนี้ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ยังทำงานร่วมกับ Rear Tablet ขนาด 7 นิ้ว เพื่อควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบเสียง Burmester® 3D-Surround Sound System พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง ที่มอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง

ขุมพลังในรุ่น S 350 d Exclusive และ S 350 d AMG Premium สำหรับตลาดไทย ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร รหัส OM656 พร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ 2-stage ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่นุ่มนวลและทรงพลัง

ด้านความปลอดภัย S-Class มาพร้อมนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น ถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ระบบ Parking Package with 360° camera ที่ให้มุมมองรอบรถเสมือนจริง และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning ซึ่งเป็นระบบที่คิดค้นมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

S-Class ในรุ่น S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท และ S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท ได้เปิดให้จองแล้วสำหรับลูกค้าที่มองหาสุดยอดแห่งยานยนต์หรู

Mercedes-Benz E-Class: ผสมผสานความสง่างามเข้ากับขุมพลังแห่งอนาคต

การกลับมาของ Mercedes-Benz E-Class ในเวอร์ชันปรับโฉม หรือ Facelift ในปี 2025 ถือเป็นการท้าชนคู่แข่งในตลาดรถยนต์หรูขนาดกลางอย่างเต็มตัว ด้วยการปรับดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก CLS มอบความสปอร์ตและหรูหราที่ลงตัว ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟ Daytime Running Light รูปตัว L และกันชนหน้าที่ปรับให้ดูดุดันยิ่งขึ้น ฝากระโปรงหน้าที่ออกแบบใหม่รับกับบุคลิกที่ทันสมัย รวมถึงไฟท้าย LED ใหม่ที่สง่างาม พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18, 19 และ 20 นิ้ว ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ความหรูหราสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภายในห้องโดยสารยังคงรักษาความหรูหราในแบบ E-Class ไว้ได้อย่างครบถ้วน แต่เพิ่มความสดใหม่ด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน มาตรวัดขนาดใหญ่พร้อมจอสัมผัสในชุดเดียวกันแบบ Widescreen Cockpit ขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ลำโพง Burmester รอบทิศทาง และเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ เช่น ARTICO หรือ Nappa ที่มอบความสบายสูงสุด

E-Class Facelift สำหรับตลาดไทยมาพร้อมทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย ตอบสนองทุกความต้องการ:

E 300 e (Plug-In Hybrid): เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส M274 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 320 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าได้ไกลสูงสุด 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 13.5 kWh ที่ชาร์จเต็มได้ภายใน 1 ชั่วโมง 50 นาที ด้วยวอลล์บอกซ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดและรักษ์โลก

E 220 d (Diesel): เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส OM654 ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic พร้อม Paddle Shift สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแรงบิดและประสิทธิภาพการขับขี่ในระยะทางไกล

Mercedes-AMG E 53 (High Performance): สำหรับผู้ที่ต้องการสุดยอดสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร รหัส M256 ให้กำลังมหาศาลถึง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที พร้อมระบบ EQ Boost ที่เสริมกำลังอีก 22 แรงม้า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ และเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G มอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำ

E-Class Coupe & Cabriolet: ความสปอร์ตอันหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด

นอกเหนือจากเวอร์ชันซีดาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้นำเสนอ E-Class Coupe และ Cabriolet ที่ปรับโฉมใหม่ล่าสุดตามคอนเซ็ปต์ “Sensual Purity” ที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความหรูหราได้อย่างน่าทึ่ง กระจังหน้า diamond radiator grille ดีไซน์แบบ A-Shape พร้อมไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบอัจฉริยะที่มาพร้อม ULTRA RANGE high beam ส่องสว่างได้ไกลสูงสุด 650 เมตร ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่จาก AMG ขนาด 19 นิ้ว และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่ดุดันแต่สง่างาม สำหรับรุ่น Cabriolet มาพร้อมหลังคาผ้า Soft top fabric ที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าในเวลาเพียง 20 วินาที มอบอิสระแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุน

ภายในทั้งสองรุ่นเหมือนกันกับเวอร์ชันซีดาน มาพร้อมพวงมาลัย Multifunction sports steering wheel New generation และหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง พร้อมระบบ MBUX ที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ และระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” นอกจากนี้ยังเติมเต็มสุนทรียภาพด้วย Premium Ambient light 64 เฉดสี ระบบเสียง Burmester® surround sound system 13 ตำแหน่ง และช่องปรับอากาศดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากใบพัดอากาศยาน ระบบ Smartphone integration (Apple CarPlay® และ Android Auto) ระบบแผนที่นำทาง 3 มิติ และการเชื่อมต่อ 4G-LTE แบบ E-SIM ที่ทำให้รถออนไลน์ได้ตลอดเวลา รวมถึงแอปพลิเคชัน Mercedes me ที่ให้ผู้ใช้ควบคุมรถจากระยะไกลได้ สำหรับ Cabriolet ยังมีระบบ AIRCAP ที่ช่วยลดกระแสลมในห้องโดยสารขณะขับขี่แบบเปิดประทุน

ขุมพลังในรุ่น E 200 Coupé AMG Dynamic และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร รหัส M274 พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมและสมรรถนะที่นุ่มนวล

ด้านความปลอดภัย ทั้งสองรุ่นมาพร้อม Parking Package with reversing camera, Active Parking Assist และ Blind Spot Assist ที่ช่วยให้การขับขี่และการจอดรถเป็นไปอย่างมั่นใจ

E 200 Coupé AMG Dynamic ราคา 4,550,000 บาท และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic ราคา 5,140,000 บาท เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สปอร์ตหรูที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและความสง่างาม

Mercedes-Benz A-Class: ซีดานคอมแพกต์พรีเมียม ตอบโจทย์คนเมือง

สำหรับตลาดรถยนต์พรีเมียมขนาดคอมแพกต์ Mercedes-Benz A-Class ในรหัส V177 ที่ประกอบในประเทศไทย ยังคงได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากสาวกรถหรู ด้วยความคล่องตัวและฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัวสำหรับคนเมืองในยุค 2025 โดยเฉพาะรุ่น A 200 Progressive และ A 200 AMG Dynamic

ดีไซน์ภายนอกของ A 200 AMG Dynamic ยังคงความหล่อเหลาด้วยกระจังหน้า diamond radiator grille พร้อมเส้นเดี่ยวแนวนอนและตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ พร้อมยาง 225/45 R18 และโคมไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบาง ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างตอนกลางวันแบบ LED รูปทรงคบเพลิง ในขณะที่รุ่น Progressive เน้นความเรียบง่ายด้วยกระจังหน้า diamond radiator grille พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ และล้ออัลลอย 17 นิ้ว แบบ 10 ก้าน ส่วนไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED High Performance เช่นเดียวกับรุ่น AMG Dynamic

ภายในห้องโดยสารถอดแบบมาจากเวอร์ชันนำเข้า พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa (ในรุ่น AMG Dynamic) หรือพวงมาลัยหุ้มหนัง (ในรุ่น Progressive) เบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre (ในรุ่น AMG Dynamic) หรือหนัง ARTICO (ในรุ่น Progressive) โดยเบาะคนขับมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ และเบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 แผงหน้าปัดล้ำสมัยด้วยฝาครอบทรงปีกนกที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อกับ Dual Screen Cockpit

ระบบ Dual Screen Cockpit เป็นจุดเด่นสำคัญ โดยรุ่น AMG Dynamic มาพร้อมหน้าจอขนาด 10.25 นิ้ว 2 จอ ส่วนรุ่น Progressive ใช้หน้าจอ 7 นิ้ว สำหรับมาตรวัด และ 10.25 นิ้ว สำหรับจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอ Widescreen ขนาดใหญ่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นข้อมูลได้อย่างชัดเจน

ระบบ infotainment รุ่นใหม่ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) พัฒนาขึ้นเพื่อให้ใช้งานง่าย จดจำลักษณะการใช้งานของเจ้าของได้ และทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ซึ่งมอบความสะดวกสบายและเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ เช่น การสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ “Hey, Mercedes” ที่เข้าใจภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงฟังก์ชันเด่นอย่าง Mercedes-Benz emergency call system, Vehicle Monitoring, Vehicle Set-up, Maintenance Management และ Online Booking ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังเพิ่มความรื่นรมย์ตลอดการเดินทางด้วยระบบไฟ Ambient lighting 64 สี ที่สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เลือกสรรตามอารมณ์

ขุมพลังสำหรับตลาดเมืองไทยคือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT พร้อมระบบความปลอดภัย Active Brake Assist และ reversing camera ที่ช่วยให้การขับขี่และการจอดง่ายขึ้น

Mercedes-Benz A 200 Progressive ราคา 1,990,000 บาท และ A 200 AMG Dynamic ราคา 2,150,000 บาท เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ซีดานหรูขนาดคอมแพกต์

Mercedes-Benz GLA: ครอสโอเวอร์หรูโฉมใหม่กับการเดินทางที่ไม่สิ้นสุด

Mercedes-Benz GLA ในปี 2025 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด เพื่อตอกย้ำความเป็นครอสโอเวอร์ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างใหม่ที่ปรับมิติให้ความยาวลดลง 14 มิลลิเมตร แต่สูงขึ้นถึง 104 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตร มอบความสมดุลระหว่างความกะทัดรัดและความโออ่าภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารคล้ายคลึงกับ Mercedes-Benz รุ่นอื่นๆ ที่มาพร้อมแผงหน้าปัดดิจิทัลและจอแสดงผลระบบสาระบันเทิง เพื่อเน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์ เบาะหน้าถูกยกสูงกว่า A-Class ถึง 140 มิลลิเมตร หลังคาด้านหน้ากว้างขึ้น ทำให้รู้สึกโปร่งสบาย เบาะหลังสามารถปรับได้แบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและความยืดหยุ่นในการใช้งาน

GLA โฉมใหม่ยกระดับด้านความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือการขับขี่ เช่น ฟังก์ชันการเปลี่ยนเลน ฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ และระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist) เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

ขุมพลังในรุ่น GLA 250 เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมตัวเลือกขับเคลื่อนล้อหน้าหรือขับเคลื่อน 4 ล้อ (สำหรับรุ่น GLA 250 4Matic) นอกจากนี้ยังมีรุ่น GLA 200 ที่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 161 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และในอนาคตอาจมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มเติม ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ GLA เป็นคู่แข่งที่น่าจับตาในตลาดรถครอสโอเวอร์ขนาดกะทัดรัด

Mercedes-Benz CLS 220 d: สไตล์ไอคอนที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เหนือกว่า

Mercedes-Benz CLS ซึ่งเป็นรถยนต์คูเป้ 4 ประตู ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราพร้อมดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ได้มีการปรับปรุงครั้งสำคัญสำหรับรุ่น CLS 220 d AMG Premium เพื่อมอบความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้

ภายนอกยังคงไม่แตกต่างจากรุ่นเดิม ด้วยกระจังหน้า diamond-pattern grille ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเส้นสายที่กว้างและทอดตัวลงสู่พื้น หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ล้ออัลลอยสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า MULTIBEAM LED และไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก อย่างไรก็ตาม มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยตัดจานเบรกขนาดใหญ่แบบเจาะรูออก

ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Nappa พร้อมฝีเข็มสุดประณีต เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40/20/40 เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ เพิ่มระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย (Wireless Charging) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa ระบบเสียง Burmester® Surround Sound System กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และไฟเรืองแสง Premium ambient lighting ที่สามารถเลือกได้ถึง 64 สี

ในรุ่นใหม่นี้มีการปรับลดออปชันบางรายการเพื่อทำราคาให้ถูกลง เช่น ตัดตาข่ายเก็บเอกสารบริเวณผู้โดยสารด้านหน้าและปุ่มควบคุมการปรับเบาะผู้โดยสารด้านหน้าบริเวณประตูฝั่งผู้ขับ ไม่มีนาฬิกาแบบ Analog และเปลี่ยนจากหน้าจอ Audio 20 เป็นระบบ MBUX พร้อม Touchscreen Functions และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มระบบแจ้งสถานะเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง

ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน รหัส OM654 ขนาด 2.0 ลิตร แต่ลดกำลังเหลือ 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร (จากเดิม 245 แรงม้า 500 นิวตันเมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และ Paddle Shift เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีโดดเด่นด้วย DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่หลากหลาย, KEYLESS-GO พร้อม HAND-FREE ACCESS, Head-up display, Adaptive Highbeam Assist, Active Light System, Parking Pilot พร้อม Active Parking Assist และ Blind Spot Assist อย่างไรก็ตาม มีการตัด Active Distance Assist DISTRONIC และโหมด Sport+ ออก แต่เพิ่ม Active Braking Assist เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการชน

ด้วยการปรับปรุงขุมพลังและออปชันเพื่อให้ราคาเหมาะสมยิ่งขึ้น CLS 220 d AMG Premium จึงมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4,329,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์คูเป้ดีไซน์โดดเด่นและเทคโนโลยีครบครัน

Mercedes-Benz EQS: ก้าวสู่ยุคแห่งรถยนต์ไฟฟ้าหรูเต็มรูปแบบ

ปี 2025 คือช่วงเวลาที่ Mercedes-Benz EQS ยานยนต์ซีดานไฟฟ้าสุดหรูระดับ S-Class ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง ด้วยจุดเด่นที่ความใหญ่โตสง่างาม สมรรถนะที่เหนือชั้น และระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตอบโจทย์สาวกรถหรูที่มองหาความแปลกใหม่และยั่งยืน

EQS ได้รับแรงบันดาลใจจากต้นแบบ Vision EQS concept ด้วยงานออกแบบที่ล้ำสมัย โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำ (Black Panel Grille) ที่พาดผ่านด้วยแสง Daytime Running Light แบบ LED ตลอดแนวขอบกระจังหน้าด้านบน พร้อมไฟหน้า LED พร้อมระบบฉายแสงอัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล (Digital Light) ที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนถนนเพื่อเตือนผู้ขับขี่หรือสื่อสารกับรถคันอื่นได้ ไฟท้าย LED ที่มีแสงพาดผ่านตลอดฝาท้ายเช่นกัน และล้ออัลลอยที่มีให้เลือกทั้งขนาด 19, 20 และ 21 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารคือการปฏิวัติประสบการณ์ดิจิทัลด้วย MBUX Hyperscreen ที่พาดเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 12.3 นิ้ว รวมความยาวกว่า 1,410 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับความบันเทิงส่วนตัวด้วยหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอ พร้อมระบบเสียง Burmester กำลังขับ 710 วัตต์ จากลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง มอบความสะดวกสบายสูงสุด

ขุมพลังไฟฟ้าของ EQS มี 2 รุ่นหลัก ได้แก่:

EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังขับ 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจสูงสุดถึง 770 กิโลเมตร (ในรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 200 กิโลวัตต์ ที่สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ภายใน 15 นาที (ในรุ่น EQS 450+) หากชาร์จด้วยสายชาร์จ AC 11 กิโลวัตต์ จะใช้เวลา 10 ชั่วโมง หรือหากเลือกออปชัน 22 กิโลวัตต์ จะลดเวลาเหลือเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น

ระบบความปลอดภัยรอบคันมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (adaptive cruise control), ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (lane-keep assist), ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (lane-centering assist), ระบบอ่านป้ายจราจร (traffic-sign recognition), ระบบช่วยในการเปลี่ยนเลน (lane-change assist), ระบบเตือนมุมอับสายตา (blind-spot monitoring) และระบบเตือนรถวิ่งตัดด้านหลังเมื่อถอยหลัง (rear cross-traffic alert) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าหรู

EQS พร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายในประเทศไทยช่วงต้นปี 2025 โดยจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าลักซ์ชัวรี และเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ ที่ยั่งยืนและล้ำหน้า

เมอร์เซเดส-เบนซ์: ผู้นำที่พร้อมเผชิญทุกความท้าทายในตลาด EV

แม้จะมีผู้เล่นรายใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูจากจีน เช่น Zeekr ของ Geely ที่พยายามสร้างแบรนด์ใหม่เพื่อมาท้าชิง แต่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำที่สั่งสมประสบการณ์และความเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน ด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง การนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง และการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของผู้ที่มองหาสุดยอดแห่งยานยนต์หรูในประเทศไทย และพร้อมนำเสนอ “รถยนต์ไฟฟ้าหรู” ที่ไม่เพียงแค่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด แต่ยังมอบความสมบูรณ์แบบในทุกมิติของการเดินทาง

Previous Post

N0112003 Ep3 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

Next Post

N0112002 Ep2 หญ งสาวแกล งทำเป นล มละลายเพ อแก แค นอด ตสาม และเม ยน อย part2

Next Post
N0112002 Ep2 หญ งสาวแกล งทำเป นล มละลายเพ อแก แค นอด ตสาม และเม ยน อย part2

N0112002 Ep2 หญ งสาวแกล งทำเป นล มละลายเพ อแก แค นอด ตสาม และเม ยน อย part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.