• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N0112004 Ep7 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N0112004 Ep7 เด กหญ งเผลอเร ยกคนแปลกหน าว าแม เผยความล บส ดช อกเก ยวก บภรรยาของประธาน part2

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์หรูกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดรถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และในปี 2025 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำที่รังสรรค์นิยามใหม่ของความหรูหรา ประสิทธิภาพ และนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้อย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่รถยนต์คอมแพ็กต์ที่คล่องตัว ไปจนถึงยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ และเรือธงแห่งความสง่างาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า การผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และประสบการณ์การขับขี่อันเหนือระดับ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้ยังคงครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

ตลาดรถยนต์หรูในปัจจุบันมีความซับซ้อนและมีการแข่งขันสูงขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถยนต์แค่เพื่อการเดินทาง แต่ต้องการสะท้อนตัวตน บอกเล่าเรื่องราว และได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การขับขี่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้าใจในจุดนี้เป็นอย่างดี และได้นำเสนอไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการ พร้อมระบบนิเวศการบริการที่เชื่อมโยงและอำนวยความสะดวกในทุกมิติ ซึ่งทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นมากกว่าแค่การครอบครองยานพาหนะ แต่เป็นการก้าวเข้าสู่โลกแห่งสุนทรียภาพที่สมบูรณ์แบบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class: นิยามใหม่ของความหรูหราในเมืองใหญ่

สำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรมหรูขนาดกะทัดรัดที่เปี่ยมด้วยสไตล์และฟังก์ชันการใช้งาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ A-Class ในรหัส V177 ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในปี 2025 นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกจนถึงการปรับโฉมและประกอบในประเทศไทย ทำให้ A-Class กลายเป็นรถยนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ลดทอนคุณค่าแห่งความพรีเมียม รุ่น A 200 ทั้ง Progressive และ AMG Dynamic นำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์คลาสสิกของคอมแพ็กต์คาร์และความปราดเปรียวเร้าใจ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองที่ต้องการความคล่องตัวสูง

ภายนอกที่สะท้อนรสนิยม:
รุ่น AMG Dynamic ดึงดูดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่มาพร้อมเส้นเดี่ยวแนวนอนและตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกสีเงินโดดเด่น ผสานกับเส้นสายที่ถูกตัดทอนให้มีความน้อยที่สุด สร้างความรู้สึกสปอร์ตและหรูหราอย่างลงตัว ไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบาง พร้อมกรอบโครเมียม และไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ที่คล้ายคบเพลิง เสริมรูปลักษณ์ให้ดูทันสมัย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบ 5 ก้านคู่ ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เน้นย้ำถึงความสปอร์ต ส่วนรุ่น Progressive จะเน้นความเรียบง่ายแต่ยังคงความสง่างาม ด้วยกระจังหน้า diamond radiator grille และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วแบบ 10 ก้าน ที่ให้ความรู้สึกภูมิฐาน

ภายในที่เหนือระดับและเทคโนโลยีล้ำสมัย:
ห้องโดยสารของ A-Class ยังคงความประทับใจไม่แพ้เวอร์ชันนำเข้า ด้วยพวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa ในรุ่น AMG Dynamic (และหนังคุณภาพสูงในรุ่น Progressive) เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO / DINAMICA microfibre (หรือ ARTICO ในรุ่น Progressive) ให้ความรู้สึกสปอร์ตและรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี แผงหน้าปัดแบบ Dual Screen Cockpit ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้วสองจอติดกัน (สำหรับ AMG Dynamic) หรือ 7 นิ้วและ 10.25 นิ้ว (สำหรับ Progressive) มอบประสบการณ์การแสดงผลข้อมูลที่คมชัดและใช้งานง่าย ระบบ Infotainment MBUX (Mercedes-Benz User Experience) คือหัวใจหลักที่ทำให้ A-Class แตกต่าง ด้วยความสามารถในการเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งาน และการสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ “Hey, Mercedes” ที่ตอบสนองคำสั่งภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงระบบนำทางที่แม่นยำ

สมรรถนะและความปลอดภัย:
ขุมพลังของ A 200 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยได้รับการยกระดับด้วย Active Brake Assist ที่ช่วยลดความเสียหายหรือป้องกันการชน และระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA: ครอสโอเวอร์หรูสำหรับชีวิตในเมืองและนอกเมือง

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ GLA ได้รับการยอมรับในฐานะครอสโอเวอร์คอมแพ็กต์ที่ผสมผสานความอเนกประสงค์ของ SUV เข้ากับความคล่องตัวของรถเก๋งได้อย่างลงตัว การออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง ทำให้ GLA มีมิติที่สมดุลยิ่งขึ้น และยังคงรักษาความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน

ดีไซน์ที่แข็งแกร่งและสง่างาม:
แม้ขนาดตัวรถจะมีการปรับลดความยาวและความกว้างลงเล็กน้อย แต่ GLA กลับสูงขึ้นและมีฐานล้อยาวขึ้น ทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ดีไซน์ภายนอกยังคงความโดดเด่นด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว และรูปลักษณ์ที่พร้อมลุยในทุกสภาพถนน

ห้องโดยสารที่เหนือกว่า:
ภายในห้องโดยสารของ GLA คล้ายคลึงกับรุ่นอื่นๆ ที่เน้นความพรีเมียมและเทคโนโลยี จอแสดงผลดิจิทัลสำหรับมาตรวัดและระบบ Infotainment ผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เบาะนั่งที่ยกสูงขึ้นกว่า A-Class ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ดียิ่งขึ้น เบาะหลังสามารถปรับพับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุกสัมภาระ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและการขับขี่:
GLA มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ยกระดับความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการเปลี่ยนเส้นทาง การแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ และ Active Brake Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนปะทะ

ขุมพลังที่ตอบสนอง:
รุ่น GLA 250 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 221 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมตัวเลือกการขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4MATIC ในรุ่น GLA 250 4Matic นอกจากนี้ยังมีรุ่น GLA 200 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 161 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด มอบสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class: ซีดานหรูระดับกลางที่ยกระดับความสมบูรณ์แบบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ในตลาดซีดานหรูระดับกลาง และในปี 2025 นี้ E-Class Facelift ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ยังคงเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด ด้วยดีไซน์ที่ถอดแบบความสปอร์ตจาก CLS ผสานกับความหรูหราที่เป็นเอกลักษณ์ E-Class จึงเป็นตัวเลือกที่ยากจะปฏิเสธสำหรับผู้บริหารและผู้ที่มองหารถยนต์ที่สมบูรณ์แบบทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะ

การออกแบบที่สร้างสรรค์:
E-Class Facelift มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตขึ้น พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ และไฟ Daytime Running Light รูปตัว L ที่โดดเด่น กันชนหน้า-หลัง และฝากระโปรงหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เข้ากับบุคลิกที่ลงตัว ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่รับกับฝาท้ายที่สปอร์ตงดงาม พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18-20 นิ้ว ทำให้ E-Class ดูทันสมัยและทรงพลังยิ่งขึ้น

ภายในที่หรูหราและใช้งานง่าย:
ห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ แต่ยังคงความหรูหราเช่นเดิม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์สปอร์ตแบบ 3 ก้านใหม่ จอมาตรวัดดิจิทัลขนาดใหญ่ 10.25 หรือ 12.3 นิ้วที่ผสานกับจอสัมผัสในชุดเดียวกัน พร้อมระบบ MBUX รุ่นใหม่ ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เป็นไปอย่างง่ายดายและชาญฉลาด ระบบเสียง Burmester รอบทิศทาง และเบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและความสุนทรีย์ตลอดการเดินทาง

ขุมพลังที่หลากหลายเพื่อทุกการใช้งาน:
สำหรับตลาดประเทศไทย E-Class นำเสนอขุมพลังที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความต้องการ:
Plug-In Hybrid (E 300 e): เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุดถึง 320 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 50 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 13.5 kWh ที่ชาร์จเต็มได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาทีเมื่อใช้ Wallbox
Diesel (E 220 d): เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส OM654 ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 7.3 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic พร้อม Paddle Shift
AMG Performance (E 53): สำหรับผู้ที่หลงใหลในความแรง E-Class ยังมีรุ่น Mercedes-AMG E 53 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร รหัส M256 ให้กำลังมหาศาลถึง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร พร้อมระบบ EQ Boost เสริมกำลังได้อีก 22 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 4.5 วินาที ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ และเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G

E-Class Coupe & Cabriolet: สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในสไตล์สปอร์ต

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตและความมีเอกลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class Coupe & Cabriolet ได้รับการปรับโฉมตามเวอร์ชันซีดาน โดยยังคงไว้ซึ่งแนวคิด “Sensual Purity” ที่ผสานความเป็นสปอร์ตคูเป้เข้ากับความหรูหราได้อย่างน่าทึ่ง

ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา:
กระจังหน้า diamond radiator grille ดีไซน์แบบ A-Shape พร้อมไฟหน้า MULTIBEAM LED อัจฉริยะที่มีหลอดไฟ LED ถึง 84 หลอดต่อข้าง และระบบส่องสว่างระยะไกลสูงสุด 650 เมตรแบบ ULTRA RANGE high beam ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วจาก AMG และไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ สร้างความโฉบเฉี่ยวและความสง่างามในเวลาเดียวกัน ในรุ่น Cabriolet ยังมาพร้อมหลังคาผ้า Soft top fabric ที่สามารถเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าได้ภายใน 20 วินาที เพิ่มสุนทรียภาพของการขับขี่กลางแจ้ง

ภายในที่หรูหราและเชื่อมโยง:
ภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่นมาพร้อมพวงมาลัย Multifunction sports steering wheel New generation จอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอต่อเนื่อง พร้อมระบบ MBUX ที่เรียนรู้และจดจำพฤติกรรมการขับขี่ ระบบสั่งการด้วยเสียง “Hey Mercedes” และไฟ Premium Ambient light ที่ปรับได้ถึง 64 เฉดสี ระบบเสียง Burmester® surround sound system 13 ตำแหน่ง และช่องระบบปรับอากาศที่ได้แรงบันดาลใจจากใบพัดของอากาศยาน ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ภายในห้องโดยสารให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

การเชื่อมต่อที่ไร้ขีดจำกัด:
ระบบ Smartphone integration รองรับทั้ง Apple CarPlay® และ Android Auto ระบบแผนที่นำทาง 3 มิติ และการเชื่อมต่อ 4G-LTE แบบ E-SIM ที่ทำให้สามารถค้นหาข้อมูลเส้นทาง รายงานสภาพจราจรแบบ Live traffic และติดต่อศูนย์บริการได้โดยตรงผ่านแอปพลิเคชัน Mercedes me ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมรถยนต์จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

สมรรถนะและความปลอดภัย:
รุ่น Mercedes-Benz E 200 Coupé AMG Dynamic และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร รหัส M274 พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC มอบอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม ระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Parking Package with reversing camera, Active Parking Assist และ Blind Spot Assist ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง

เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS: ไอคอนแห่งดีไซน์ที่ยังคงโดดเด่น

เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLS ยังคงเป็นไอคอนแห่งดีไซน์ในปี 2025 ที่ผสมผสานความสง่างามของรถซีดานเข้ากับความสปอร์ตของรถคูเป้ได้อย่างลงตัว การปรับเปลี่ยนจาก CLS 300 d มาเป็น CLS 220 d AMG Premium สะท้อนให้เห็นถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังคงเอกลักษณ์ของ CLS ไว้ได้อย่างสมบูรณ์

รูปลักษณ์ภายนอกที่ไร้กาลเวลา:
ดีไซน์ภายนอกยังคงไม่แตกต่างจากรุ่นเดิม ด้วยกระจังหน้า diamond-pattern grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ เส้นสายที่ดูกว้างและทอดตัวลงไปที่พื้น ให้ความรู้สึกสปอร์ตและหรูหรา หลังคาซันรูฟไฟฟ้า กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตจาก AMG พร้อมล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า MULTIBEAM LED และไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ CLS โดดเด่นบนท้องถนน

ห้องโดยสารที่ประณีตและปรับปรุงฟังก์ชัน:
ภายในยังคงความหรูหราด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Nappa การจัดวางเบาะนั่งที่ประณีต และเบาะหลังที่พับได้แบบ 40/20/40 เพื่อเพิ่มความอเนกประสงค์ ระบบชาร์จมือถือไร้สาย Wireless Charging พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa และระบบเสียง Burmester® Surround Sound System พร้อมไฟ Ambient lighting 64 สี ยังคงเป็นจุดเด่นที่มอบความสุนทรีย์ อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงรุ่นใหม่ได้รวมเอาระบบ MBUX พร้อม Touchscreen Functions และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้วสองจอ เพื่อให้การใช้งานสะดวกและทันสมัยยิ่งขึ้น

สมรรถนะและเทคโนโลยีความปลอดภัย:
CLS 220 d ยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน OM654 ขนาด 2.0 ลิตร แต่ปรับลดกำลังเหลือ 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC พร้อม Paddle Shift มอบสมรรถนะที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ ระบบความปลอดภัยได้รับการปรับปรุงด้วย DYNAMIC SELECT, KEYLESS-GO พร้อม HANDS-FREE ACCESS, Head-up display, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, Active Light System, Parking Pilot และที่สำคัญคือ Blind Spot Assist รวมถึง Active Braking Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงของการชน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class: เรือธงแห่งความหรูหราและอนาคต

สำหรับปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดของยนตรกรรมหรูหราและเทคโนโลยี S-Class โฉมใหม่ที่ประกอบในไทยเป็นครั้งแรก ถือเป็นเพชรน้ำเอกที่ผสมผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ผู้มีฐานะที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดในทุกมิติ

ดีไซน์ภายนอกที่เหนือระดับ:
S-Class ใหม่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Sensual Purity ด้วยดีไซน์ไฟหน้า MULTIBEAM LED ใหม่ กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว และระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นถึง 51 มิลลิเมตร เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาลง ทำให้รถดูสปอร์ตยิ่งขึ้น แต่มิได้ลดทอนพื้นที่ภายในห้องโดยสาร มือจับประตูแบบไร้รอยต่อเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง และดีไซน์ไฟท้าย LED แบบเดียวกับ E-Class Facelift พร้อมกรอบท่อไอเสียคู่ สร้างความสง่างามจากทุกมุมมอง S-Class สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MRA II ใหม่ ทำให้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น มอบความโอ่อ่าและพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง

ห้องโดยสารแห่งอนาคต:
ภายในได้รับการออกแบบเพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นที่มอบทั้งความหรูหรา คุณภาพระดับสูง และวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีที่สุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa และจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้วพร้อมจอ OLED ที่บางเบาและตอบสนองฉับไว ควบคุมทุกฟังก์ชันภายในรถยนต์ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคนเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล เบาะหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งการปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้าและฟังก์ชันการนวดสูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่:
MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองการเคลื่อนไหวร่างกายของผู้โดยสาร ระบบจะตรวจจับมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการของผู้ใช้ เช่น การเปิด-ปิดไฟอ่านหนังสืออัตโนมัติ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ทำงานร่วมกับ Rear Tablet ขนาด 7 นิ้ว และหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วสองจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบเสียง Burmester® 3D-Surround พร้อมลำโพง 15 ตัว สร้างมิติเสียงที่สมจริง

สมรรถนะและมาตรฐานความปลอดภัยใหม่:
S-Class สำหรับสเปกไทยยังคงมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร รหัส OM656 ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ในรุ่น S 350 d จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ระบบความปลอดภัยล้ำหน้าอย่างครบครันเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง Parking Package with 360° camera มอบมุมมองรอบคันที่เสมือนจริง และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning S-Class 350 d Exclusive และ S 350 d AMG Premium ในราคา 6,690,000 บาท และ 7,190,000 บาท ตามลำดับ พร้อมให้จับจองแล้วในประเทศไทย

เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS: จุดเปลี่ยนของยนตรกรรมไฟฟ้าหรู

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ EQS ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือนิยามใหม่ของยานยนต์หรูที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน ด้วยจุดเด่นที่ความใหญ่โตสมฐานะเทียบเท่า S-Class และระยะทางวิ่งสูงสุดที่น่าประทับใจถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง EQS คือการประกาศเจตนารมณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

การผลิตระดับโลกและดีไซน์แห่งอนาคต:
EQS ได้เริ่มสายการผลิตอย่างเป็นทางการที่โรงงาน Sindelfingen ในเยอรมนี ซึ่งเป็นโรงงานเดียวกับที่ผลิต S-Class และ Maybach S-Class สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตสูงสุด งานออกแบบส่วนใหญ่ถอดแบบมาจากต้นแบบ Vision EQS concept โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำที่คาดด้วยแสง Daytime Running Light แบบ LED พาดเป็นแนวนอน พร้อมไฟหน้า LED อัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ที่สามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนถนนเพื่อเตือนผู้ขับขี่หรือสื่อสารกับรถคันอื่นได้ ไฟท้าย LED ที่พาดเป็นแนวนอนตลอดฝาท้าย และล้ออัลลอยขนาด 19-21 นิ้ว ที่เป็นตัวเลือก

MBUX Hyperscreen: ห้องโดยสารแห่งโลกอนาคต:
ภายในห้องโดยสารของ EQS โดดเด่นที่สุดด้วย MBUX Hyperscreen ที่พาดเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว รวมความยาวกว่า 1,410 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วอีก 2 จอสำหรับความบันเทิงส่วนตัว ระบบเสียง Burmester 710 วัตต์จากลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศแบบ 4 โซน พร้อมเบาะหุ้มหนังแท้คุณภาพสูง

สมรรถนะและเทคโนโลยีแบตเตอรี่:
EQS มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้า 2 รุ่นหลัก:
EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): มอเตอร์เดี่ยวกำลังขับ 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที
EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที
ทั้งสองรุ่นทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. และมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 kWh ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 770 กิโลเมตร (ในรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 kW ทำให้ชาร์จจาก 10-80% ได้ใน 31 นาที หรือเพิ่มระยะทาง 300 กิโลเมตรจากการชาร์จเพียง 15 นาที ระบบความปลอดภัยรอบคันที่ครบครัน เช่น Adaptive Cruise Control, Lane-Keep Assist, Blind-Spot Monitoring ล้วนเป็นมาตรฐานที่ EQS มอบให้

การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรู: เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับยุคใหม่แห่งยานยนต์

การก้าวเข้ามาของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหรูจากจีนอย่าง Zeekr (ภายใต้ Geely ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ด้วย) ในตลาดโลก สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม แม้ว่าแบรนด์เหล่านี้จะใช้กลยุทธ์ที่น่าสนใจ เช่น การสร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือการให้ลูกค้าเป็นผู้ถือหุ้น แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และการลงทุนมหาศาลในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม EQ ซึ่งมี EQS เป็นเรือธง ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดโลกและในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่ได้แค่ผลิตรถยนต์ แต่กำลังสร้างประสบการณ์และระบบนิเวศที่สมบูรณ์แบบสำหรับอนาคต

Mercedes me connect: เชื่อมต่อโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025 นั้นสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น คือบริการ Mercedes me connect ที่มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน:
Mercedes-Benz emergency call system: ระบบจะทำงานอัตโนมัติและส่งตำแหน่งรถไปยังศูนย์ช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
Vehicle Monitoring: เจ้าของรถสามารถตรวจสอบตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถได้
Vehicle Set-up: ตรวจสอบสภาพรถยนต์จากระยะไกลผ่านเซ็นเซอร์ในรถ
Maintenance Management: ระบบจะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถเข้าตรวจสภาพ พร้อมตั้งวันและเวลานัดหมายบริการครั้งต่อไปอัตโนมัติ
Online Booking: ฟังก์ชันสำหรับการนัดหมายเข้ารับบริการจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างง่ายดาย

สรุป

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูในประเทศไทย ด้วยไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน ตั้งแต่ A-Class ที่คล่องตัวในเมือง, GLA ครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์, E-Class ซีดานหรูระดับกลางที่สง่างาม, CLS ไอคอนแห่งดีไซน์, S-Class เรือธงแห่งความหรูหราและนวัตกรรม และ EQS ยนตรกรรมไฟฟ้าแห่งอนาคต แต่ละรุ่นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ พร้อมเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ และการบริการที่เชื่อมโยงทุกมิติ การเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงเป็นมากกว่าแค่การเดินทาง แต่เป็นการก้าวเข้าสู่โลกแห่งสุนทรียภาพที่สมบูรณ์แบบและยั่งยืน

Previous Post

N3011002 Ep2 าค หม นแฟนเก ากล นแกล นางแบบสาวจ งคบน องชายแฟนเก part2

Next Post

N0112003 Ep3 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

Next Post
N0112003 Ep3 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

N0112003 Ep3 เม อคร อน บาลทะล ไปเป นแม เล ยงของต วร ายต วพ part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.