• Sample Page
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result
No Result
View All Result
reviewfilm2.tfvp.org
No Result
View All Result

N2911005 Ep2 ภรรยาไม ชวนสาม เป นประธานไปก นข าวตอนประช และน อตอนจบ part2

admin79 by admin79
November 28, 2025
in Uncategorized
0
N2911005 Ep2 ภรรยาไม ชวนสาม เป นประธานไปก นข าวตอนประช และน อตอนจบ part2

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์หรูที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมขอนำพาทุกท่านเข้าสู่โลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2025 แบรนด์ดาวสามแฉกยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทย ด้วยการนำเสนอรถยนต์หลากหลายรุ่นที่ผสานความหรูหราสง่างาม นวัตกรรมล้ำสมัย และเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์สันดาปภายในที่ได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่เปี่ยมประสิทธิภาพ หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่กำหนดทิศทางใหม่ของวงการ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหนึ่งด้วยคุณค่าที่เหนือกาลเวลาและความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

A-Class (V177): เก๋งเล็กพรีเมียมที่ครองใจคนเมือง

เมื่อเอ่ยถึง รถเบนซ์รุ่นใหม่ ที่สร้างปรากฏการณ์ในตลาดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น Mercedes-Benz A-Class เจเนอเรชัน V177 ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นรถเก๋งซีดานขนาดเล็กที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับตั้งแต่การเปิดตัวและได้รับเสียงตอบรับอันยอดเยี่ยมต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 นี้ โดยเฉพาะรุ่นประกอบในประเทศไทยอย่าง A 200 ทั้ง Progressive และ AMG Dynamic ที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความหรูหราและสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

รุ่น AMG Dynamic สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ภายนอกอันดุดันและสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า diamond radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ที่โดดเด่นสะดุดตา เส้นสายตัวถังที่เฉียบคมและลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือน้อยที่สุด ผสมผสานความคลาสสิกของคอมแพ็กต์คาร์เข้ากับความปราดเปรียวได้อย่างลงตัว ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่ พร้อมยาง 225/45 R18 เสริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง ไฟหน้า LED High Performance ที่เพรียวบางทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED รูปลักษณ์คล้ายคบเพลิง เพิ่มความปลอดภัยและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ชุดไฟ LED รอบคันตั้งแต่กระจกมองข้างปรับพับไฟฟ้าไปจนถึงไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่ 3 ล้วนได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน

ขณะที่รุ่น Progressive มุ่งเน้นความเรียบหรูและสง่างาม ด้วยกระจังหน้า diamond radiator grille ที่คงไว้ซึ่งความพรีเมียม แต่ปรับลดความสปอร์ตลงเล็กน้อย ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แบบ 10 ก้าน พร้อมยาง 205/55 R17 ให้ความรู้สึกสบายและนุ่มนวลในการขับขี่ ไฟหน้าและไฟท้ายยังคงใช้แบบ LED High Performance เช่นเดียวกับรุ่น AMG Dynamic มั่นใจได้ถึงทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมและภาพลักษณ์อันทันสมัย

ภายในห้องโดยสารของ A-Class ทั้งสองรุ่นยังคงมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมเช่นเดียวกับรุ่นนำเข้า พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง Nappa ในรุ่น AMG Dynamic (และหนังคุณภาพสูงในรุ่น Progressive) ช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO/DINAMICA microfibre (และหนัง ARTICO ในรุ่น Progressive) นุ่มสบายพร้อมหน่วยความจำตำแหน่งที่นั่งคนขับ เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 40:20:40 เพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุกสัมภาระ แผงหน้าปัดดีไซน์ล้ำสมัยแบบ Dual Screen Cockpit เป็นจุดเด่นสำคัญ โดยรุ่น AMG Dynamic มาพร้อมหน้าจอคู่ขนาด 10.25 นิ้วเต็มตา ส่วนรุ่น Progressive เลือกใช้หน้าจอ 7 นิ้วสำหรับมาตรวัดและ 10.25 นิ้วสำหรับจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ หน้าจอ Widescreen ขนาดใหญ่ลอยตัวนี้แบ่งการแสดงผลอย่างชัดเจน มอบข้อมูลครบครันและระบบความบันเทิงที่ใช้งานง่าย

ระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) เจเนอเรชันใหม่ คือหัวใจสำคัญของ เทคโนโลยีรถยนต์ ใน A-Class ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้งานที่ง่ายดายและชาญฉลาด สามารถจดจำพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี ทำงานร่วมกับบริการ Mercedes me connect ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า ผู้จำหน่าย และบริการต่างๆ สะดวกสบายยิ่งขึ้น ฟังก์ชันการสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ “Hey, Mercedes” ที่เข้าใจภาษาพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิจดจ่อกับการขับรถได้มากขึ้น นอกจากนี้ บริการ Mercedes me connect ยังมาพร้อมฟังก์ชันเด่นอีกมากมาย อาทิ ระบบโทรฉุกเฉิน Mercedes-Benz emergency call system, Vehicle Monitoring ตรวจสอบตำแหน่งรถ, Vehicle Set-up ตรวจสอบสภาพรถระยะไกล, Maintenance Management แจ้งเตือนการบำรุงรักษา และ Online Booking เพื่อการนัดหมายเข้ารับบริการจาก ศูนย์บริการเบนซ์ ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

เพิ่มสุนทรียภาพตลอดการเดินทางด้วยระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร Ambient Lighting ที่มีให้เลือกถึง 64 สี (และเพิ่มสีพิเศษได้อีก 10 สีในรุ่น AMG Dynamic) สร้างบรรยากาศที่ตอบโจทย์ทุกอารมณ์ ช่องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร พร้อมช่องเปิดที่กว้างขวาง ช่วยให้การขนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่เป็นเรื่องง่าย

ขุมพลังของ A-Class ในตลาดไทยคือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282 ให้กำลัง 163 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ 7G-DCT พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า มอบสมรรถนะที่เพียงพอต่อการใช้งานในเมืองและทางไกลได้อย่างมั่นใจ และยังมาพร้อม ระบบขับขี่อัจฉริยะ และความปลอดภัยที่ไม่เคยมีในรถรุ่นก่อนหน้า เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น สามารถลดความเสียหายหรือป้องกันการชนกับรถยนต์คันหน้า รวมถึงผู้ใช้ถนนและจักรยาน นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มาพร้อมระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (reversing camera) ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วย ราคาเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่เข้าถึงง่ายขึ้น (A 200 Progressive ที่ 1,990,000 บาท และ A 200 AMG Dynamic ที่ 2,150,000 บาท) ทำให้ A-Class ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการ ซื้อรถเบนซ์ คันแรกในปี 2025

E-Class Facelift: ซีดานผู้บริหาร สปอร์ต และล้ำสมัยกว่าเดิม

เมื่อพูดถึงซีดานระดับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง Mercedes-Benz E-Class ถือเป็นตัวแทนความหรูหราที่โดดเด่นมาโดยตลอด และหลังจากที่รุ่นปรับโฉม (Facelift) ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา E-Class ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เพื่อท้าชนกับคู่แข่งในกลุ่ม เปรียบเทียบรถหรู อย่าง BMW 5 Series ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

E-Class Facelift มาพร้อมหน้าตาใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Mercedes-Benz CLS ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมโลโก้ดาวสามแฉกขนาดใหญ่ ไฟหน้า MULTIBEAM LED โคมใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมไฟ daytime แบบ LED รูปตัว L อันเป็นเอกลักษณ์ กันชนหน้าและฝากระโปรงได้รับการออกแบบให้รับกับบุคลิกที่ลงตัวยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ที่งดงามและสปอร์ต พร้อมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18-20 นิ้ว มอบภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและหรูหราควบคู่กัน

ภายในห้องโดยสารยังคงความหรูหราสง่างามตามแบบฉบับ E-Class แต่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่แบบ 3 ก้านสปอร์ต จอมาตรวัดขนาดใหญ่และจอสัมผัสอินโฟเทนเมนต์ (ขนาด 10.25 หรือ 12.3 นิ้ว) ผสานรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) อันชาญฉลาด เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ภายในรถง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส หรือด้วยคำสั่งเสียง ลำโพงรอบทิศทาง Burmester® มอบประสบการณ์เสียงระดับพรีเมียม เบาะนั่งหนังแท้ลวดลายใหม่ (ARTICO, Nappa) เพิ่มความสะดวกสบายและบรรยากาศอันหรูหรา

สำหรับขุมพลังในตลาดไทย E-Class มอบทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ:
Plug-In Hybrid (E 300 e): เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุดรวม 320 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 13.5 kWh ช่วยให้ขับขี่ด้วย E-Mode ได้ไกลสูงสุด 50 กิโลเมตร ที่ความเร็วสูงสุด 130 กม./ชม. และชาร์จเต็ม 100% ได้ภายใน 1 ชั่วโมง 50 นาทีด้วย Wallbox ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ สะท้อนถึงเทรนด์ รถยนต์ไฟฟ้าหรู ที่เน้นประสิทธิภาพและความยั่งยืน
ดีเซล (E 220 d): เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.0 ลิตร รหัส OM654 ให้กำลัง 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 7.3 วินาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic พร้อมแพดเดิลชิฟท์ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ประหยัดน้ำมันและทรงพลัง
AMG Performance (E 53): สำหรับผู้ที่ต้องการความเร้าใจสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร รหัส M256 ให้กำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตันเมตร เสริมด้วยระบบ EQ Boost อีก 22 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.5 วินาที จับคู่กับเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ มอบประสบการณ์การขับขี่แบบสปอร์ตอย่างแท้จริง

E-Class Facelift ยังคงเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยและ ระบบขับขี่อัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดที่ช่วยเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยราคาและ โปรโมชั่นรถเบนซ์ ที่น่าสนใจ ทำให้ E-Class ยังคงเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้บริหารและผู้ที่ต้องการความหรูหราพร้อมสมรรถนะที่ลงตัว

The All New S-Class (W223): ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class คือนิยามของยานยนต์ระดับสูงสุดมาโดยตลอด และ The All New S-Class ที่เปิดตัวไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในเวอร์ชันประกอบในประเทศไทย ได้ตอกย้ำสถานะ “เพชรน้ำเอก” แห่งวงการรถยนต์หรูอีกครั้งในปี 2025 ด้วยการผสานดีไซน์ที่ประณีต เทคโนโลยีที่ไร้ที่ติ และความทันสมัยที่หาตัวจับยากเข้าไว้ด้วยกัน

ด้วยแนวคิด Sensual Purity S-Class โฉมใหม่ (V223) มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการยกระดับในทุกมิติ ไฟหน้า MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย กระจังหน้าและกันชนหน้าที่เน้นความสปอร์ต ล้อ AMG ขนาดใหญ่สูงสุด 20 นิ้ว พร้อมฐานล้อที่ยาวขึ้น 51 มิลลิเมตร (ยาวรวม 5,289 มม.) ทำให้รถดูสง่างามและมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นโค้งหลังคา Catwalk line ที่กดองศาต่ำลง มอบภาพลักษณ์ที่สปอร์ตแต่ยังคงความหรูหรา มือจับประตูแบบไร้รอยต่อเพิ่มความกลมกลืนของเส้นสายด้านข้าง ไฟท้าย LED ดีไซน์เดียวกับ E-Class รุ่นปรับโฉม พร้อมกรอบโครเมียมและปลายท่อไอเสียคู่ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด

ภายในห้องโดยสารคืออาณาจักรแห่งความหรูหราและเทคโนโลยี ออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบรับความต้องการของผู้โดยสารทุกที่นั่ง คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูโมเดิร์นและโอบรับสรีระ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Instrument clusters ขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูง ปุ่มควบคุมส่วนกลางทั้งหมดถูกรวมไว้บนหน้าจอ MBUX7 แบบทัชสกรีนขนาด 12.8 นิ้ว (OLED) ที่บางเบาและตอบสนองฉับไว เพิ่มพื้นที่การใช้งานกว่า 64% พร้อมระบบเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ขับขี่แต่ละคน เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ก้าวล้ำนี้ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์และภายในห้องโดยสารเป็นไปอย่างง่ายดายและเป็นส่วนตัวที่สุด เบาะนั่งตอนหลังมาพร้อม Rear Seat Comfort Package ที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยเบาะไฟฟ้าที่ปรับตำแหน่งได้และฟังก์ชันการนวดสูงสุด 6 โปรแกรม

ระบบมัลติมีเดีย MBUX7 เจเนอเรชันใหม่ยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่ขึ้นอีกขั้น ด้วย MBUX Interior Assistant ที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายผู้โดยสาร โดยระบบจะตรวจจับมือ ศีรษะ และร่างกาย เพื่อแปลความต้องการและควบคุมฟังก์ชันต่างๆ เช่น ไฟอ่านหนังสือจะเปิด/ปิดเองเมื่อยื่นมือไปใกล้กระจกด้านข้าง นอกจากนี้ MBUX High-End Rear Seat Entertainment ยังทำงานร่วมกับ Rear Tablet จอสัมผัส 7 นิ้ว เพื่อควบคุมความบันเทิงบนหน้าจอ 11.6 นิ้ว 2 จอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบเสียง Burmester® 3D-Surround Sound System พร้อมลำโพง 15 ตัว สร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทางอันดื่มด่ำ

ขุมพลังสำหรับ S-Class ในไทยคือเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร รหัส OM656 ให้กำลัง 286 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ในรุ่น S 350 d จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC มอบสมรรถนะที่นุ่มนวลแต่ทรงพลัง S-Class ยังมาพร้อม ระบบขับขี่อัจฉริยะ และความปลอดภัยที่ล้ำหน้าครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้โดยสารแถวหลังเป็นครั้งแรก ระบบ Parking Package with 360° camera มอบมุมมองรอบคันเสมือนจริง และ Driving Assistance Package เจเนอเรชันล่าสุด เช่น Evasive Steering Assist, Active Emergency Stop Assist และ Exit Warning ที่ช่วยปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์

ด้วย ราคาเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สะท้อนถึงคุณค่าและความพรีเมียม (S 350 d Exclusive ราคา 6,690,000 บาท และ S 350 d AMG Premium ราคา 7,190,000 บาท) The All New S-Class ยังคงเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการ รถหรู ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ พร้อมรับประสบการณ์การเชื่อมต่อออนไลน์ไร้ขีดจำกัดผ่านอินเทอร์เน็ตไร้สายบนรถยนต์สำหรับลูกค้าที่ซื้อจาก ศูนย์บริการเบนซ์ อย่างเป็นทางการเท่านั้น

EQS: อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าหรูระดับ S-Class

ในยุคที่ รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เปิดตัว EQS ซึ่งเปรียบเสมือน S-Class ในโลกของ EV ที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด รถยนต์ไฟฟ้าหรู ในประเทศไทยนับตั้งแต่การเข้ามาทำตลาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยจุดเด่นด้านขนาดที่ใหญ่โตสง่างาม ความล้ำสมัยของดีไซน์ และระยะทางวิ่งที่น่าประทับใจ

EQS เป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบบซีดานสุดหรู ที่งานออกแบบส่วนใหญ่ถอดแบบมาจากต้นแบบ Vision EQS concept เกือบทั้งหมด โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแผงสีดำแบบปิดทึบที่คาดด้วยแสง Daytime Running Light แบบ LED พาดยาวตลอดแนว พร้อมไฟหน้า LED ที่มาพร้อมระบบฉายแสงอัจฉริยะระดับ 1.3 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถฉายสัญลักษณ์หรือกราฟิกบนพื้นถนนด้านหน้าเพื่อเตือนหรือสื่อสารกับรถคันอื่นได้ ไฟท้าย LED ที่มีแสงพาดยาวขวางเป็นแนวนอนตลอดฝาท้ายเช่นกัน ล้ออัลลอยมีให้เลือกทั้งขนาด 19, 20 และ 21 นิ้ว เพิ่มความสง่างามให้กับตัวรถ

ภายในห้องโดยสารคือไฮไลต์สำคัญ ด้วยหน้าจอ MBUX Hyperscreen ขนาดมหึมาที่พาดเต็มแผงคอนโซลหน้า ประกอบด้วยหน้าจอข้อมูลการขับขี่ 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลาง Infotainment ขนาด 17.7 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า 12.3 นิ้ว รวมความยาวถึง 1,410 มิลลิเมตร สร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือระดับ ส่วนผู้โดยสารด้านหลังยังได้รับความบันเทิงส่วนตัวจากหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วอีก 2 จอ ระบบเครื่องเสียง Burmester พลังขับ 710 วัตต์ พร้อมลำโพง 15 ตำแหน่ง และระบบปรับอากาศ 4 โซน เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้คุณภาพสูง สะท้อนถึงความหรูหราและประณีตในทุกรายละเอียด

ขุมพลังไฟฟ้าของ EQS มาพร้อม 2 รุ่นหลัก ได้แก่:
EQS 450+ (ขับเคลื่อนล้อหลัง): มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลัง 329 แรงม้า แรงบิด 568 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.2 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.
EQS 580 4Matic (ขับเคลื่อน 4 ล้อ): มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 516 แรงม้า แรงบิด 855 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.3 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 90 kWh (และรุ่นย่อยที่ใหญ่กว่า) ทำให้สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 770 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ในรุ่น EQS 450+) รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 200 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 31 นาที หรือเพิ่มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตรจากการชาร์จเพียง 15 นาที หากชาร์จด้วยสายชาร์จขนาด 11 กิโลวัตต์ จะใช้เวลาชาร์จเต็ม 10 ชั่วโมง และถ้าเลือกชุดชาร์จออพชั่นพิเศษ 22 กิโลวัตต์ จะลดเวลาชาร์จ 10-100% ได้ใน 5 ชั่วโมงเท่านั้น

EQS ยังอัดแน่นด้วย ระบบขับขี่อัจฉริยะ และความปลอดภัยรอบคัน เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (adaptive cruise control), ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน (lane-keep assist), ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (lane-change assist), ระบบเตือนมุมอับสายตา (blind-spot monitoring) และระบบเตือนรถวิ่งตัดด้านหลังเมื่อถอยหลัง (rear cross-traffic alert) เป็นต้น ทำให้ EQS ไม่เพียงเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่หรูหรา แต่ยังเป็นรถยนต์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดคันหนึ่งในตลาดปัจจุบัน

GLA: ครอสโอเวอร์เมืองยุคใหม่ พร้อมลุยทุกเส้นทาง

Mercedes-Benz GLA เจเนอเรชันที่สองที่เปิดตัวไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังคงเป็นหนึ่งใน รถครอสโอเวอร์ ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง มียอดขายทั่วโลกสะสมมากกว่าล้านคัน สะท้อนถึงความสำเร็จในการตอบโจทย์ตลาดผู้ที่มองหารถยนต์พรีเมียมที่ผสานความคล่องตัวแบบแฮทช์แบ็กเข้ากับความสูงโปร่งแบบ SUV

GLA โฉมใหม่ได้รับการออกแบบบนโครงสร้างใหม่ทั้งหมด แม้ความยาวตัวรถจะลดลง 14 มิลลิเมตร และแคบลง 2 มิลลิเมตร แต่ความสูงเพิ่มขึ้น 104 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตร ทำให้ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะตำแหน่งเบาะหน้าที่สูงกว่า A-Class ถึง 140 มิลลิเมตร มอบทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมและให้ความรู้สึกแบบ รถครอสโอเวอร์ อย่างแท้จริง เบาะหลังยังสามารถปรับได้แบบ 40:20:40 หรือตั้งชันเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ภายในห้องโดยสารยังคงคล้ายคลึงกับเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นใหม่ๆ ด้วยแผงหน้าปัดพร้อมจอแสดงผลดิจิทัลสำหรับมาตรวัดและระบบสาระบันเทิงแบบ Widescreen Cockpit ซึ่งเป็น เทคโนโลยีรถยนต์ มาตรฐานที่สร้างความล้ำสมัยให้กับภายใน GLA ยังยกระดับด้านความปลอดภัยด้วย ระบบขับขี่อัจฉริยะ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครัน อาทิ ฟังก์ชันการเปลี่ยนเส้นทาง, ระบบแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ และระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist) เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

สำหรับขุมพลัง GLA 250 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 221 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรุ่น GLA 250 4Matic ได้ นอกจากนี้ ยังมีรุ่นเริ่มต้น GLA 200 ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.33 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด และในตลาดโลกยังมีตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลและปลั๊กอินไฮบริดทยอยตามมา เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ทำให้ GLA ยังคงเป็น รถครอสโอเวอร์ ที่น่าจับตามองและเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด เปรียบเทียบรถหรู กลุ่มนี้

CLS 220 d: สุนทรียภาพแห่งการขับเคลื่อนที่ปรับโฉมใหม่

Mercedes-Benz CLS คือสัญลักษณ์แห่งรถคูเป้ 4 ประตู ที่ผสมผสานความสง่างามของซีดานเข้ากับความโฉบเฉี่ยวของสปอร์ตคูเป้ได้อย่างลงตัว และ CLS 220 d ที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่น CLS 300 d AMG Premium ไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร

ภายนอกของ CLS 220 d ยังคงรักษาดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า diamond-pattern grille พร้อมเส้นตัดแบ่งเดียวและตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกอันโดดเด่น เส้นสายตัวถังที่กว้างและทอดตัวลงสู่พื้น สร้างภาพลักษณ์ที่ทรงพลัง หลังคาซันรูฟไฟฟ้า กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ล้ออัลลอยสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ไฟหน้า MULTIBEAM LED และไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออปติก ล้วนสะท้อนถึงความหรูหราและทันสมัย แม้จะมีการปรับลดออปชั่นบางอย่างออกไป เพื่อให้ ราคาเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น การตัดจานเบรกขนาดใหญ่แบบเจาะรู แต่ภาพรวมยังคงความน่าประทับใจ

ภายในห้องโดยสารยังคงความพรีเมียมด้วยเบาะนั่งหนังแท้ Nappa คุณภาพสูง พร้อมฝีเข็มอันประณีต เบาะหลังพับได้ 40/20/40 เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ และระบบชาร์จมือถือไร้สาย (Wireless Charging) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันสปอร์ต 3 ก้านท้ายตัดหุ้มหนัง Nappa ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System พร้อมกาบบันไดเรืองแสง Ambient light 64 สี เพิ่มบรรยากาศสุดพิเศษ แม้จะมีการปรับลดบางออปชั่น เช่น ตาข่ายเก็บเอกสารผู้โดยสารหน้า หรือนาฬิกาแบบ Analog แต่ก็ได้เพิ่ม เทคโนโลยีรถยนต์ ใหม่ๆ เข้ามาทดแทน อาทิ ระบบ MBUX พร้อม Touchscreen Functions และ Touchpad ดีไซน์ใหม่ในชุด Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว 2 จอ และระบบแจ้งสถานะเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านหลัง

ขุมพลังของ CLS 220 d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแปรผัน OM654 ขนาด 2.0 ลิตร ที่ได้รับการปรับลดกำลังลงเหลือ 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร (จากเดิม 245 แรงม้า 500 นิวตันเมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC และแพดเดิลชิฟท์ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ เน้นความประหยัดน้ำมันในการใช้งานประจำวัน

ระบบความปลอดภัยและ ระบบขับขี่อัจฉริยะ ยังคงโดดเด่น ด้วย DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่หลากหลาย, ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อม HANDS-FREE ACCESS, ระบบแสดงผลข้อมูล Head-up display, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) แม้จะมีการปรับลดระบบ Active Distance Assist DISTRONIC และโหมด Sport+ แต่ก็ได้เพิ่มระบบ Active Braking Assist เข้ามาแทน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการชน

ด้วย ราคาเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ปรับลดลงมาอยู่ที่ 4,329,000 บาท CLS 220 d ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม รถหรู ที่ต้องการดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมความคุ้มค่าที่มากขึ้น

ทิศทางในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าหรูและการแข่งขัน

นอกเหนือจากไลน์อัพรถยนต์ที่แข็งแกร่งของเมอร์เซเดส-เบนซ์เองแล้ว ตลาด รถยนต์ไฟฟ้าหรู ในปี 2025 ยังคงมีการแข่งขันที่น่าจับตา การเข้ามาของผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนอย่าง Zeekr (ภายใต้ Geely ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Volvo, Lotus, Proton และยังมีสัดส่วนการถือหุ้นในเมอร์เซเดส-เบนซ์ถึง 9.7%) แสดงให้เห็นถึงเทรนด์ที่ผู้ผลิตรถยนต์ดั้งเดิมในจีนกำลังพยายามสร้างแบรนด์พรีเมียม EV ของตนเอง เพื่อเจาะตลาดที่เคยเป็นของแบรนด์ยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น

Geely ใช้กลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับ Nio โดยเน้นการสร้างสินค้าไลฟ์สไตล์ สมาคมผู้ขับขี่ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นผู้ถือหุ้นย่อย รวมถึงการจำหน่ายรถยนต์ผ่านโชว์รูมของตนเองโดยตรง กลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ระดับหรู การสร้างประสบการณ์และคุณค่าของแบรนด์มีความสำคัญไม่แพ้ตัวผลิตภัณฑ์เอง การที่ รถยนต์ไฟฟ้าหรู คิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในจีนภายในปี 2025 (จาก 5% ในปี 2020) ยิ่งตอกย้ำถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของเซกเมนต์นี้

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาด รถยนต์หรู มาอย่างยาวนาน ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการนำเสนอ รถยนต์ไฟฟ้าหรู อย่าง EQS ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อคงความเป็นผู้นำในทุกมิติ ทั้งในด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

สรุป: เมอร์เซเดส-เบนซ์กับการเดินทางแห่งอนาคต

ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหราและนวัตกรรมในตลาดประเทศไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ รถเบนซ์รุ่นใหม่ ที่เข้าถึงง่ายอย่าง A-Class ไปจนถึงที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบอย่าง S-Class และการก้าวเข้าสู่ยุคของ รถยนต์ไฟฟ้าหรู อย่างเต็มตัวด้วย EQS แต่ละรุ่นไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของแบรนด์ที่เน้นคุณภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เป็นรองใคร

การลงทุนในการประกอบรถยนต์ในประเทศ การนำเสนอ เทคโนโลยีรถยนต์ ที่ล้ำสมัยอย่าง MBUX และ ระบบขับขี่อัจฉริยะ ครบวงจร ตลอดจนการพัฒนา รถยนต์ไฟฟ้า ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาด รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในประเทศไทย และพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าสู่ยุคแห่งยานยนต์อัจฉริยะและยั่งยืนอย่างแท้จริง การตัดสินใจ ซื้อรถเบนซ์ ในปี 2025 จึงเป็นการลงทุนในคุณค่า ประสิทธิภาพ และอนาคตที่ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดและ โปรโมชั่นรถเบนซ์ ที่น่าสนใจจาก ศูนย์บริการเบนซ์ ทั่วประเทศ.

Previous Post

N2911003 Ep2 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

Next Post

N2911004 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

Next Post
N2911004 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

N2911004 กศ กษาสาวช อก! นไนต สแตนด ของเธอ นเป นอาจารย วเอง part2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • N2412004 #คล ปตลกฮาๆ (3) part2
  • N2412002 #คล ปตลกฮาๆ (1) part2
  • N2412003 #คล ปตลกฮาๆ (2) part2
  • N2412001 #คล ปตลกฮาๆ part2
  • N2412005 #หน งม นๆสน กๆ #สปอยหน งในtiktok #คล ปตลกฮาๆ (2) part2

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025
  • September 2025
  • July 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.