ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการแข่งขันที่เข้มข้น เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) ยังคงยืนหยัดในฐานะสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา นวัตกรรม และความล้ำสมัยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่ใช่เพียงการปรับโฉม แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยการผสมผสานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะอันทรงพลัง ทำให้ E-Class โฉมใหม่นี้เป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่เข้าใจทุกการเดินทาง ตอบโจทย์ทั้งผู้บริหารที่ต้องการความภูมิฐาน นักธุรกิจที่มองหานวัตกรรม และครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
นับตั้งแต่เปิดตัว เจเนอเรชันใหม่ของ E-Class รหัส W214 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ซีดานพรีเมียม ด้วยรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยว ผสานกับการตกแต่งภายในที่เน้นความสะดวกสบายและเชื่อมโยงกับโลกดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกรายละเอียดของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 เพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้รถคันนี้ยังคงเป็นผู้นำและเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ในใจของคนรักรถหรูทั่วโลก
ดีไซน์ภายนอก: การผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยที่ลงตัว
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 ในปี 2025 ยังคงสานต่อปรัชญาการออกแบบ Sensual Purity ที่เน้นความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความหรูหราและสง่างาม ด้วยมิติที่ลงตัว ความยาว 4,950 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร และความสูง 1,461 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อที่ยาวขึ้นเป็น 2,961 มิลลิเมตร ซึ่งไม่เพียงเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร แต่ยังส่งผลให้ตัวรถดูโปร่งตาและมีสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) เพียง 0.23 สะท้อนถึงการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่พิถีพิถัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่และประหยัดน้ำมัน
จุดเด่นของดีไซน์ภายนอกที่ทำให้ E-Class W214 แตกต่างและโดดเด่นคือ:
กระจังหน้าแบบ Mercedes-Benz pattern แบบเรืองแสง: นี่คือหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ดึงดูดสายตามากที่สุด โดยเฉพาะในรุ่นท็อปอย่าง E 350 e AMG Dynamic ที่มาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ที่ผสานลวดลายดาวสามแฉกขนาดเล็กนับร้อยดวง พร้อมไฟเรืองแสงที่ขอบกระจังหน้า มอบความหรูหราและโดดเด่นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดและนวัตกรรมยานยนต์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์
ชุดตกแต่ง AMG Line รอบคัน: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตและดุดัน ชุดแต่ง AMG Line คือคำตอบ ด้วยกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างดีไซน์เฉพาะของ AMG ที่เสริมให้ตัวรถดูปราดเปรียวและมีพลังมากยิ่งขึ้น
ไฟหน้า DIGITAL LIGHT และ LED High Performance: ในรุ่น E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมเทคโนโลยีไฟหน้า DIGITAL LIGHT ที่ไม่เพียงให้ความสว่างสูงสุด แต่ยังสามารถฉายสัญลักษณ์เตือนบนพื้นผิวถนนได้ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่า ส่วนในรุ่น E 220 d AMG Line มาพร้อมไฟหน้า LED High Performance ที่ให้แสงสว่างคมชัดและครอบคลุมทุกการใช้งาน พร้อมระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ที่ช่วยให้ทัศนวิสัยยามค่ำคืนเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
ล้ออัลลอย AMG ขนาด 19 และ 20 นิ้ว: การเลือกใช้ล้ออัลลอย AMG ดีไซน์เฉพาะรุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบบ 5 Twin-spoke ขนาด 19 นิ้วใน E 220 d หรือแบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้วใน E 350 e ล้วนเสริมความสปอร์ตและหรูหราให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว
หลังคา Panoramic Sunroof: ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและเชื่อมโยงกับภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางสำหรับผู้โดยสารทุกคน
ภายในห้องโดยสาร: วิมานแห่งความสะดวกสบายและดิจิทัลลักชัวรี
ก้าวเข้าสู่ภายในของ E-Class W214 คุณจะพบกับนิยามใหม่ของความหรูหราที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างไร้ที่ติ ห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่มอบความสะดวกสบายสูงสุดและความบันเทิงครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนรักรถหรู
MBUX Superscreen: ศูนย์กลางแห่งการควบคุม: นี่คือไฮไลต์สำคัญของห้องโดยสาร MBUX Superscreen คือหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่รวมเอาหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางและหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง หรือควบคุมระบบต่างๆ ของรถ โดยไม่รบกวนการขับขี่ของผู้ขับขี่ นอกจากนี้ ระบบ MBUX Interior Assistant (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) ยังช่วยให้คุณสั่งงานด้วยท่าทางได้อย่างง่ายดาย เพิ่มความล้ำสมัยและสะดวกสบาย
ระบบเสียง Burmester 4D surround sound system: (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) มอบประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่สมจริง ด้วยลำโพงคุณภาพสูงที่ให้มิติเสียงที่เหนือกว่า พร้อมฟังก์ชัน Sound Personalization ที่ให้คุณปรับรูปแบบเสียงได้ตามความชอบส่วนตัว เปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นคอนเสิร์ตฮอลล์ส่วนตัว
เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ Climatised และ Lumbar support: เพื่อความสบายสูงสุดในทุกสภาพอากาศ เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยลดความอับชื้น พร้อมระบบดันหลัง 4 ทิศทาง (Lumbar support) ที่ปรับให้เข้ากับสรีระ ช่วยลดความเมื่อยล้าระหว่างการเดินทางไกล
วัสดุตกแต่งสุดประณีต: ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มหนัง ARTICO ตกแต่งลาย Nappa รวมถึงวัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Open-pore black ash wood (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) หรือ Black Piano เพิ่มความหรูหราและสัมผัสที่เหนือระดับ
ระบบไฟเรืองแสง Active Ambient Lighting: (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) ที่ปรับเปลี่ยนสีและรูปแบบได้ตามอารมณ์เพลงหรือสถานการณ์การขับขี่ สร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์และเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังมี Ambient Lighting ทั่วไปในรุ่น E 220 d
เทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย: ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายสำหรับที่นั่งด้านหน้า ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (HUD) (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 โซน (สำหรับ E 350 e) หรือ THERMATIC แบบ 2 โซน (สำหรับ E 220 d) ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทาง
ขุมพลังแห่งนวัตกรรม: เครื่องยนต์ที่ปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะและความยั่งยืน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 นำเสนอสองทางเลือกของเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งในด้านสมรรถนะ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ E-Class เป็นรถเก๋งพรีเมียมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาความสมดุลในทุกมิติ
E 220 d (MHEV): ประหยัด ทรงพลัง ด้วยดีเซลไมล์ดไฮบริด
เครื่องยนต์: รหัส OM 654 M ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,993 ซีซี) พร้อมเทอร์โบชาร์จ
สมรรถนะ: ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที
ระบบ EQ Boost: พ่วงด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V EQ Boost ที่เพิ่มกำลังอีก 23 แรงม้า และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ช่วยเสริมกำลังในการออกตัวและการเร่งแซง พร้อมลดภาระของเครื่องยนต์หลัก ทำให้รถประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น และลดการปล่อยมลพิษ
ระบบส่งกำลัง: จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอบการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและตอบสนองได้ดี
ความจุถังน้ำมัน: 66 ลิตร เพียงพอสำหรับการเดินทางไกลโดยไม่ต้องแวะเติมบ่อย
พื้นที่เก็บสัมภาระ: 540 ลิตร กว้างขวางสำหรับการบรรทุกสัมภาระ
E 220 d เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรถหรูดีเซลที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีไมล์ดไฮบริดที่ล้ำสมัย
E 350 e (PHEV): พลังงานไฟฟ้าเพื่ออนาคต ด้วย Plug-in Hybrid ที่เหนือกว่า
เครื่องยนต์: รหัส M254 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,999 ซีซี) พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,000 รอบ/นาที
มอเตอร์ไฟฟ้า: ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร
พละกำลังรวมสูงสุด: ทั้งระบบให้พละกำลังรวมสูงสุดถึง 313 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและตอบสนองได้ทันใจในทุกช่วงความเร็ว
แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 25.4 kWh รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุด 55 kW ทำให้การชาร์จเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย
ระบบส่งกำลัง: จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ความจุถังน้ำมัน: 50 ลิตร
พื้นที่เก็บสัมภาระ: 370 ลิตร แม้จะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากแบตเตอรี่ แต่ยังคงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป
การรับประกันแบตเตอรี่ Hybrid: 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตอกย้ำความมั่นใจในเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
E 350 e คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์ที่ยั่งยืน สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ในระยะทางที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเมื่อต้องการพลังงานเพิ่มเติม ทำให้เป็นรถ Plug-in Hybrid ที่โดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด
ช่วงล่างและการควบคุม: ความสมดุลระหว่างความสบายและความมั่นคง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 ยังคงรักษาชื่อเสียงด้านช่วงล่างที่ยอดเยี่ยม มอบความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความนุ่มนวลในการเดินทางและความมั่นคงในการควบคุม
E 220 d AMG Line: มาพร้อมช่วงล่างแบบ Lowering AGILITY CONTROL ที่ปรับความสูงของตัวรถให้ต่ำลงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสปอร์ตและเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
E 350 e AMG Dynamic: ใช้ช่วงล่างแบบ AGILITY CONTROL ที่ปรับการตอบสนองตามสภาพถนน มอบความนุ่มนวลและควบคุมได้ง่ายในทุกเส้นทาง
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ช่วงล่างของ E-Class W214 ได้รับการปรับแต่งมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและสะดวกสบายที่สุด
เทคโนโลยีและความปลอดภัย: อุ่นใจทุกการเดินทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย E-Class W214 อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย เพื่อปกป้องผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนทุกคน
ถุงลมนิรภัยรอบคัน: มาตรฐานความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบครัน ทั้งถุงลมนิรภัยด้านหน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP และระบบเบรก ABS: เสริมความมั่นใจในการควบคุมรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill–Start Assist: ช่วยให้การเบรกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย โดยเฉพาะเมื่อต้องหยุดรถบนทางลาดชัน
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Active Blind Spot Assist: ไม่เพียงแค่เตือน แต่ยังสามารถช่วยควบคุมพวงมาลัยเพื่อหลีกเลี่ยงการชนได้หากจำเป็น
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist: ตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อมีความเสี่ยงที่จะชน และสามารถเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความรุนแรงของการชนหรือหลีกเลี่ยงการชนได้
ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร (Active Lane Keeping Assist) และระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย Active Steering Assist: ช่วยให้รถคงอยู่ในเลนอย่างปลอดภัย และลดภาระของผู้ขับขี่ในการเดินทางระยะไกล
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control): ช่วยให้การขับขี่บนทางหลวงเป็นไปอย่างผ่อนคลาย โดยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® Impulse Side: ปกป้องผู้โดยสารด้านข้างโดยการดันเบาะนั่งออกห่างจากประตูเมื่อตรวจพบการชนด้านข้างที่อาจเกิดขึ้น
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist with PARKTRONIC: ทำให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจอดในที่แคบหรือการจอดเทียบฟุตบาท
ด้วยชุดอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 มอบความอุ่นใจและมั่นใจในทุกเส้นทาง ทำให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความสบายใจ
ราคาและข้อเสนอ: เข้าถึงความหรูหราที่จับต้องได้
ในฐานะที่เป็นยานยนต์ระดับพรีเมียม การลงทุนใน E-Class W214 คือการลงทุนในประสบการณ์และคุณภาพที่เหนือกว่า ด้วยราคาอย่างเป็นทางการที่สะท้อนถึงมูลค่าและเทคโนโลยีที่อัดแน่น:
E 220 d AMG Line ราคา 3,990,000 บาท
E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,250,000 บาท
พร้อมการรับประกันและบริการที่ให้ความอุ่นใจ:
รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
รับประกันแบตเตอรี่ Hybrid 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (สำหรับ E 350 e) ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการบำรุงรักษาแบตเตอรี่ในระยะยาว
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมและข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สนใจ E-Class หรือรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นอื่นๆ สามารถติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษได้จากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึงงานมหกรรมยานยนต์ต่างๆ ที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214: ยิ่งกว่ารถยนต์ แต่คือนิยามแห่งอนาคต
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class W214 ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะที่พาคุณจากจุด A ไปจุด B แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จ รสนิยม และวิสัยทัศน์ที่ก้าวไปข้างหน้า ด้วยการผสานดีไซน์ที่หรูหราเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ชาญฉลาด ขุมพลังที่ทรงประสิทธิภาพแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น ทำให้ E-Class โฉมใหม่นี้เป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด
ในยุคที่ยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลและความยั่งยืน E-Class W214 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงเป็นผู้นำในการกำหนดทิศทางของยนตรกรรมหรู โดยไม่ละทิ้งแก่นแท้ของแบรนด์ นั่นคือการสร้างสรรค์รถยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความสง่างาม และนวัตกรรมที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขับขี่ทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร E-Class W214 พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่น่าจดจำของคุณในทุกๆ วันของปี 2025 และในอนาคตที่กำลังจะมาถึง

