ในโลกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคาดหวังที่สูงขึ้นทุกวัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class เจเนอเรชันใหม่รหัส W214 ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ซีดานพรีเมียม ด้วยการผสานดีไซน์อันสง่างาม เทคโนโลยีล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเชื่อว่า E-Class (W214) คือบทสรุปของความมุ่งมั่นที่เมอร์เซเดส-เบนซ์มีต่อการนำเสนอประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และยั่งยืนให้กับลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดสำคัญอย่างประเทศไทย
การกลับมาที่เหนือกว่า: E-Class (W214) กับดีไซน์และวิศวกรรมแห่งอนาคต
นับตั้งแต่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยการพลิกโฉมทั้งภายนอกและภายใน พร้อมหัวใจใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้แรงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ราคาเริ่มต้นของ E-Class ใหม่ในตลาดไทยสะท้อนถึงคุณค่าและนวัตกรรมที่อัดแน่นมาอย่างเต็มเปี่ยม:
E 220 d AMG Line ราคา 3,990,000 บาท
E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,250,000 บาท
ทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการรับประกันแบตเตอรี่ Hybrid ยาวนานถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ตอกย้ำความมั่นใจในการเป็นเจ้าของ รถยนต์ไฮบริด และ รถยนต์ไฟฟ้า (สำหรับ PHEV) ในระยะยาว
มิติใหม่แห่งความสง่างาม: ขนาดและดีไซน์ที่ลงตัว
E-Class (W214) มาพร้อมขนาดตัวถังที่สมดุลและโอ่อ่า มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและความรู้สึกหรูหราทุกครั้งที่ได้สัมผัส:
ความยาว: 4,950 มิลลิเมตร
ความกว้าง: 1,880 มิลลิเมตร
ความสูง: 1,461 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ: 2,961 มิลลิเมตร
ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) เพียง 0.23 ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับ รถยนต์ซีดานหรู ขนาดนี้ สะท้อนถึงการออกแบบที่พิถีพิถันเพื่อลดแรงต้านอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ และประหยัดพลังงาน นี่คือหัวใจสำคัญของ นวัตกรรมยานยนต์ สมัยใหม่
ในส่วนของพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง E 220 d มีความจุ 540 ลิตร ในขณะที่ E 350 e ที่มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ มีความจุ 370 ลิตร ซึ่งยังคงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย ความจุถังน้ำมันของ E 220 d อยู่ที่ 66 ลิตร และ E 350 e ที่ 50 ลิตร ซึ่งเหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนที่เน้นความยั่งยืนยิ่งขึ้น
ขุมพลังแห่งอนาคต: สมรรถนะที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) นำเสนอทางเลือกเครื่องยนต์ที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้ขับขี่ โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาของแบรนด์ที่เน้นทั้งสมรรถนะและความยั่งยืน
E 220 d (MHEV) – ประสิทธิภาพดีเซลพร้อมเทคโนโลยี EQ Boost:
รุ่น E 220 d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM 654 M แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตร (1,993 ซีซี) พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลถึง 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที สิ่งที่ทำให้ขุมพลังนี้โดดเด่นคือระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V EQ Boost ที่เพิ่มกำลังอีก 23 แรงม้า และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ทำให้การออกตัวและการเร่งแซงเป็นไปอย่างราบรื่นและทรงพลังยิ่งขึ้น ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ซึ่งมอบความสมดุลระหว่างการประหยัดน้ำมันและความสนุกในการขับขี่ได้อย่างลงตัว รถยนต์ประหยัดน้ำมัน อย่าง E 220 d จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวในเมืองและการเดินทางระยะไกลที่เหนือระดับ
E 350 e (PHEV) – ปลั๊กอินไฮบริดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน:
สำหรับผู้ที่มองหา รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้จริง E 350 e คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินรหัส M254 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร (1,999 ซีซี) พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร โดยมีแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 25.4 kWh เป็นขุมพลังสำรอง พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 313 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อนล้อหลัง รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW และการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุด 55 kW ทำให้การชาร์จเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะ E 350 e ไม่เพียงมอบ สมรรถนะการขับขี่ ที่เร้าใจ แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
ช่วงล่างและล้ออัลลอย: การควบคุมที่เฉียบคมและความสะดวกสบายสูงสุด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) ได้รับการออกแบบช่วงล่างที่แตกต่างกันเพื่อให้เข้ากับบุคลิกของแต่ละรุ่น:
E 220 d AMG Line: มาพร้อมช่วงล่างแบบ Lowering AGILITY CONTROL ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตและยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการขับขี่ที่ต้องการความคล่องตัวสูง
E 350 e AMG Dynamic: ใช้ช่วงล่างแบบ AGILITY CONTROL ซึ่งเน้นความนุ่มนวลและสะดวกสบายในการเดินทาง เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและการควบคุม
ล้ออัลลอยยังเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เสริมความโดดเด่นให้กับ E-Class ใหม่:
E 220 d AMG Line: มาพร้อมล้ออัลลอย AMG แบบ 5 Twin–spoke ขนาด 19 นิ้ว ที่มอบความรู้สึกสปอร์ตหรู
E 350 e AMG Dynamic: โดดเด่นด้วยล้ออัลลอย AMG แบบ Multi–spoke ขนาด 20 นิ้ว ที่เพิ่มความหรูหราและมีสไตล์ให้สะดุดตายิ่งขึ้น
ภายนอก: ความสง่างามที่มาพร้อมนวัตกรรม
ดีไซน์รถยนต์ ของ E-Class (W214) คือการผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นสายที่พลิ้วไหวและรายละเอียดที่ประณีต:
กระจังหน้าแบบ Mercedes–Benz pattern แบบเรืองแสง: เป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น เพิ่มความหรูหราและบ่งบอกความเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างชัดเจน
ชุดตกแต่งรอบคันแบบ AMG Line: เสริมบุคลิกสปอร์ตและดุดันให้กับตัวรถ
ไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic): เทคโนโลยีไฟหน้าที่เหนือชั้น สามารถปรับการส่องสว่างได้อย่างแม่นยำและสร้างรูปแบบการฉายภาพบนพื้นถนน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและทัศนวิสัยในการขับขี่
ไฟหน้าแบบ LED High Performance: มาตรฐานของความสว่างและประสิทธิภาพสำหรับรุ่น E 220 d
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติแบบ Adaptive Highbeam Assist Plus (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) และ Adaptive Highbeam Assist: ช่วยให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยปรับการทำงานของไฟสูงอัตโนมัติเพื่อไม่ให้รบกวนผู้ร่วมทาง
ระบบปิดประตูแบบ Power closing และระบบเปิด–ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ: เพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราในการใช้งาน
ระบบกุญแจแบบ KEYLESS–GO: ให้คุณเข้าถึงและสตาร์ทรถได้อย่างง่ายดาย
กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ และกระจกมองข้างปรับระดับและพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า: มอบความสะดวกและปลอดภัยในการขับขี่
ไฟส่องทางใต้กระจกมองข้างแสดงผลเป็นตราสัญลักษณ์ Mercedes–Benz: รายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความประทับใจ
หลังคา Panoramic Sunroof เลื่อนเปิด–ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า: เปิดมุมมองที่กว้างขึ้นและสร้างบรรยากาศที่โปร่งสบายภายในห้องโดยสาร
ภายใน: ห้องโดยสารอัจฉริยะที่โอบล้อมด้วยความหรูหรา
ห้องโดยสารของ E-Class (W214) คือการปฏิวัติการออกแบบภายในครั้งสำคัญ โดยเน้นการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับวัสดุคุณภาพสูงเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับ:
เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศแบบ Climatised และระบบดันหลัง 4 ทิศทางแบบ Lumbar support: มอบความสบายสูงสุดในการเดินทาง ไม่ว่าจะระยะใกล้หรือไกล
ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester 4D surround sound system (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic): ประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำและสมจริงราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตฮอลล์
หน้าจอแสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบ MBUX Superscreen: หัวใจสำคัญของห้องโดยสารที่เต็มไปด้วยดิจิทัล มอบการควบคุมที่ใช้งานง่ายและข้อมูลที่คมชัด
ระบบช่วยเหลือภายในห้องโดยสาร MBUX Interior Assistant (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) และระบบสั่งงานด้วยท่าทาง: ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติและชาญฉลาด
ระบบกล้อง Selfie ภายในรถ: ฟังก์ชันใหม่ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ให้คุณบันทึกช่วงเวลาพิเศษได้อย่างง่ายดาย
ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายสำหรับที่นั่งด้านหน้า: เพิ่มความสะดวกสบาย ลดความยุ่งเหยิงของสายชาร์จ
ระบบฟอกอากาศแบบ ENERGIZING AIR CONTROL: สร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้สดชื่นและบริสุทธิ์
ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า HUD (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic): แสดงข้อมูลสำคัญบนกระจกบังลมหน้า ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากถนน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa: มอบสัมผัสที่หรูหราและควบคุมง่าย
วัสดุตกแต่งภายในที่โดดเด่น: ด้านบนของคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลายแบบ Nappa เสริมความประณีตให้กับทุกมุมมอง
วัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Open–pore black ash wood (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) และ Black Piano: เพิ่มความหรูหราและมีระดับ
กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes–Benz และเบาะนั่งแบบ Sports Seats: รายละเอียดที่บ่งบอกความใส่ใจ
ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 โซน และ THERMATIC แบบ 2 โซน: สร้างความสบายสูงสุดให้กับผู้โดยสารทุกคน
ตกแต่งห้องโดยสารแบบ AMG Line และไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร Active Ambient Lighting (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) หรือ Ambient Lighting: สร้างบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์และปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์
กระจกหน้าต่างแบบ Heat and noise–insulating acoustic glass (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic): ลดเสียงรบกวนจากภายนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวและสุนทรียภาพในการเดินทาง
ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย–ขวา และม่านบังแดดด้านหลังเลื่อนขึ้น–ลงด้วยระบบไฟฟ้า: เพิ่มความสบายและป้องกันแสงแดด
ในด้านการเชื่อมต่อและความบันเทิง E-Class (W214) จัดเต็มด้วย:
ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay และ Android Auto: เชื่อมต่อโลกดิจิทัลเข้ากับรถยนต์ของคุณได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบขอความช่วยเหลืออัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ: เพิ่มความอุ่นใจในทุกสถานการณ์
ระบบปรับรูปแบบเครื่องเสียงแบบส่วนตัว (Sound personalization): ปรับแต่งประสบการณ์เสียงให้เหมาะกับรสนิยม
ระบบแผนที่นำทางแบบ Hard–disc navigation พร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ และ Live traffic Information: นำทางได้อย่างแม่นยำพร้อมข้อมูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์
ระบบมัลติมีเดีย MBUX Entertainment Plus และ MBUX augmented reality สำหรับแผนที่นำทาง: มอบประสบการณ์การนำทางที่เหนือจริงและให้ข้อมูลที่เข้าใจง่าย
เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย: ความอุ่นใจสูงสุดในทุกเส้นทาง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่เคยประนีประนอมเรื่องความปลอดภัย E-Class (W214) จึงอัดแน่นด้วย ระบบความปลอดภัยรถยนต์ ที่ล้ำสมัยที่สุด:
ถุงลมนิรภัยรอบคัน: ถุงลมนิรภัยด้านหน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัยป้องกันศีรษะ และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ ปกป้องผู้โดยสารในทุกทิศทาง
โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill–Start Assist: ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีเยี่ยมและหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive Brake Light และระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ ASSYST service interval indicator: เพื่อความปลอดภัยและดูแลรักษารถยนต์อย่างต่อเนื่อง
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST: ป้องกันการหลับในจากการขับขี่เป็นเวลานาน
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Active Blind Spot Assist และระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist: เพิ่มความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลนและลดความเสี่ยงจากการชน
ระบบตัดการทำงานของถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าอัตโนมัติ และระบบแสดงสถานะลมยางพร้อมระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง: รายละเอียดเล็กๆ ที่สำคัญยิ่ง
ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร, ระบบสร้างเสียงจำลองสำหรับเตือนผู้ใช้ถนน (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic), ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย Active Steering Assist: เทคโนโลยี การขับขี่อัจฉริยะ ที่ช่วยให้การเดินทางผ่อนคลายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE–SAFE® Impulse Side: ปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านข้าง
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง และระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist with PARKTRONIC: ช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย แม้ในพื้นที่จำกัด
สัญญาณเตือนเข็มขัดนิรภัยบนหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง และชุดอุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินแบบ TIREFIT: ครบครันด้วยความปลอดภัยและอุปกรณ์มาตรฐาน
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในปี 2025: ภาพรวมและทิศทางในอนาคต
E-Class (W214) เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่กว้างขวางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มุ่งมั่นนำเสนอ นวัตกรรมยานยนต์ และ รถยนต์หรู ในทุกเซกเมนต์ ตลอดปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ได้สร้างปรากฏการณ์และได้รับเสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากลูกค้าและสื่อมวลชน
ไฮไลต์จากงานแสดงยานยนต์ที่ผ่านมา:
ในช่วงปลายปี 2024 ที่งาน Motor Expo และ Bangkok International Motor Show เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury กว่า 7 รุ่น สะท้อนถึงการเป็นผู้นำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า และ รถหรูระดับโลก อาทิ:
G 580 with EQ Technology: เจ้าของฉายา “King of Off-Road” ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% มอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แรงบิดสูงสุด 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยกับโมเมนต์ “G-Turn” 720 องศา โชว์ขีดความสามารถที่เหนือชั้นของ เทคโนโลยี EQ
G 450 d: The new G-Class ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลตามคำเรียกร้อง
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งเอสยูวีที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอันเหนือระดับ
Mercedes-Maybach S 580 e Premium: รถยนต์ซีดานระดับไฮเอนด์ลักชัวรี ที่กลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่ “High-tech Silver/Selenite Grey”
E 350 e Exclusive: อีกหนึ่งทางเลือกของ E-Class ที่ผสมผสานความหรูหราคลาสสิกเข้ากับโลโก้ดาวลอย (MB logo on bonnet) อันเป็นเอกลักษณ์
V 300 d Exclusive และ Vito 119 CDI Tourer Pro: รถแวนระดับลักชัวรีและอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและธุรกิจ
นอกจากนี้ แคมเปญ “Own Your Star” ในงาน Motor Expo 2024 ยังเป็นตัวอย่างของการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเป็นเจ้าของรถยนต์ โดยผู้จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ 100 ท่านแรก ได้รับดวงดาวบนท้องฟ้าพร้อมใบประกาศนียบัตร Star Certificate ซึ่งเป็นแนวคิดที่สร้างสรรค์และน่าจดจำ
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการคว้า 2 รางวัล จากโครงการรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR OF THE YEAR) ของสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ได้แก่:
“รถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2567” (Thailand EV of the Year 2024) สำหรับ EQS 450 4MATIC SUV AMG Dynamic ที่เป็น SUV ไฟฟ้า ระดับ Top-End Luxury รองรับ 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 360 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร วิ่งได้ไกลสูงสุด 658 กิโลเมตร (WLTP) พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ และ Driving assistance package เต็มรูปแบบ
“โมเดลการจัดจำหน่ายยอดเยี่ยม” (Best Car Retail Campaign Award) จากการเปิดตัวโมเดลธุรกิจ “Retail of the Future” ที่เข้ามาพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกให้กับตลาด รถยนต์ลักชัวรี่ ในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าและวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล
กิจกรรมขับขี่เพื่อประสบการณ์ที่เหนือกว่า: Mercedes-Benz Driving Events
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงมุ่งมั่นมอบ ประสบการณ์ขับขี่ ที่ไม่เหมือนใครผ่านกิจกรรม Mercedes-Benz Driving Events ที่จัดขึ้นบนสนามแข่งระดับโลก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัส สมรรถนะการขับขี่ อันทรงพลังของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์กว่า 24 รุ่น รวมถึงตระกูล Mercedes-AMG ที่โดดเด่น เช่น Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé, Mercedes-AMG GLE 53 HYBRID 4MATIC+, และรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง EQE 300 กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบขีดจำกัดของรถยนต์เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาทักษะการขับขี่ขั้นสูงภายใต้การดูแลของนักแข่งระดับโลก
สถานีการทดสอบต่างๆ เช่น “Motor Khana” ที่เน้นความสมดุลและความคล่องตัว, “Brake & Avoid” ที่ทดสอบระบบเบรกและปฏิกิริยาตอบสนอง, “Drag Race” ที่ให้สัมผัสความเร็วและพละกำลังของ Mercedes-AMG, และ “Cornering” ที่ฝึกฝนทักษะการเข้าโค้ง ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และเข้าใจศักยภาพของรถยนต์อย่างลึกซึ้ง รวมถึงได้เห็นถึงความปลอดภัยและเทคโนโลยีขั้นสูงของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่สามารถรองรับการขับขี่ในทุกรูปแบบ
สรุป: E-Class (W214) และอนาคตของเมอร์เซเดส-เบนซ์
เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) คือสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้าและการปรับตัวของแบรนด์ในยุคที่ รถยนต์ไฟฟ้า และ เทคโนโลยีอัจฉริยะ เข้ามามีบทบาทสำคัญ มันไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือการลงทุนใน นวัตกรรมยานยนต์ ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ความสะดวกสบายไร้ขีดจำกัด และความปลอดภัยสูงสุด ที่มาพร้อมกับความหรูหราอันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์
ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงยืนหยัดในตำแหน่งผู้นำตลาด รถหรู ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการพัฒนายานยนต์ที่ยั่งยืน การมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยม และการนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง E-Class (W214) จึงเป็นมากกว่าแค่รุ่นรถยนต์ใหม่ แต่เป็นเครื่องยืนยันว่าอนาคตของการเดินทางที่หรูหราและชาญฉลาดได้มาถึงแล้ว และเมอร์เซเดส-เบนซ์ คือผู้กำหนดทิศทางนั้น
หากคุณกำลังมองหา รถยนต์พรีเมียม ที่ผสานทุกความต้องการได้อย่างลงตัว ตั้งแต่ดีไซน์ที่ดึงดูดใจ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ สมรรถนะที่เร้าใจ ไปจนถึงความปลอดภัยที่วางใจได้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ E-Class (W214) คือตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม พร้อมที่จะสร้างนิยามใหม่แห่ง ความหรูหรา ในการเดินทางของคุณ
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทุกสาขาทั่วประเทศ

