ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ การผสมผสานระหว่างความหรูหรา สง่างาม และเทคโนโลยีล้ำสมัย ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญในการนิยาม “รถยนต์พรีเมียม” อย่างแท้จริง และไม่มีแบรนด์ใดที่จะสะท้อนปรัชญานี้ได้ดีไปกว่า Mercedes-Benz ที่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดรถยนต์หรูมาอย่างยาวนาน และเมื่อกล่าวถึงซีดานระดับผู้บริหารที่เปรียบเสมือนหัวใจของแบรนด์ “E-Class” ย่อมเป็นชื่อแรกที่ผุดขึ้นมาในใจเสมอ
ในปี 2025 นี้ Mercedes-Benz E-Class เจเนอเรชัน W214 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับโฉมใหม่ แต่เป็นการ “พลิกโฉม” ครั้งสำคัญที่ผสานมรดกอันยาวนานของ E-Class เข้ากับวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ด้วยการออกแบบที่ก้าวล้ำ ห้องโดยสารอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกสัมผัส และขุมพลังขับเคลื่อนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคดิจิทัล บทความนี้จะพาท่านเจาะลึกทุกแง่มุมของ Mercedes-Benz E-Class (W214) ใหม่ ว่าเหตุใดจึงยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหานวัตกรรมยานยนต์ที่สมบูรณ์แบบ
ปรัชญาการออกแบบที่ก้าวล้ำ: สง่างามและอากาศพลศาสตร์
หัวใจสำคัญประการแรกที่ดึงดูดทุกสายตาของ E-Class (W214) คือการออกแบบภายนอกที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งหมดภายใต้ปรัชญา “Sensual Purity” ที่เน้นความบริสุทธิ์ของเส้นสายและความงดงามที่เกิดจากความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความประณีตและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว เมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าแบบ Mercedes-Benz pattern ที่มาพร้อมการเรืองแสงอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมความโดดเด่นยามค่ำคืน แต่ยังสื่อถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจน ผสานกับชุดตกแต่งรอบคันแบบ AMG Line ที่เพิ่มความดุดันและสมรรถนะทางอากาศพลศาสตร์ ให้ E-Class ใหม่ดูปราดเปรียวและทรงพลังยิ่งขึ้น
ไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT (เฉพาะรุ่น E 350 e AMG Dynamic) คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าทึ่ง ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีการฉายแสงแบบดิจิทัลที่สามารถปรับรูปแบบลำแสงได้อย่างแม่นยำสูงสุดถึง 1.3 ล้านพิกเซลต่อข้าง ทำให้การส่องสว่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่รบกวนรถคันอื่น และยังสามารถฉายสัญลักษณ์เตือนบนพื้นถนนได้อีกด้วย พร้อมด้วยระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ที่ยกระดับความปลอดภัยในการขับขี่เวลากลางคืนไปอีกขั้น สำหรับรุ่น E 220 d AMG Line มาพร้อมไฟหน้าแบบ LED High Performance และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist ที่ให้แสงสว่างคมชัดและครอบคลุม
ด้านข้างของตัวรถเผยให้เห็นสัดส่วนที่ลงตัว เส้นสายที่ลื่นไหลจากด้านหน้าจรดท้าย เสริมด้วยมือจับประตูแบบเรียบเนียน (Flush-fitting door handles) ที่ซ่อนตัวอยู่เมื่อไม่ได้ใช้งาน ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศและเพิ่มความกลมกลืนของการออกแบบ มิติตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย โดยมีความยาว 4,950 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,880 มิลลิเมตร ความสูง 1,461 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,961 มิลลิเมตร ไม่เพียงส่งผลต่อพื้นที่ภายในที่กว้างขวางขึ้น แต่ยังให้ความรู้สึกมั่นคงและภูมิฐานบนท้องถนน สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (cd) ที่ต่ำเพียง 0.23 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยมสำหรับรถซีดานหรู บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียดด้านอากาศพลศาสตร์ที่ส่งผลต่อทั้งสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ก็เป็นส่วนสำคัญที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับรูปลักษณ์ของ E-Class (W214) โดยรุ่น E 220 d AMG Line มาพร้อมล้ออัลลอย AMG แบบ 5 Twin-spoke ขนาด 19 นิ้ว ส่วนรุ่น E 350 e AMG Dynamic จะยกระดับความพรีเมียมด้วยล้ออัลลอย AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมความสปอร์ตแล้ว ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการควบคุมรถและความมั่นคง
ห้องโดยสารแห่งอนาคต: MBUX Superscreen และความสะดวกสบายไร้ขีดจำกัด
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ E-Class (W214) คุณจะพบกับประสบการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน นี่คือการผสมผสานระหว่างความหรูหราคลาสสิกของ Mercedes-Benz เข้ากับห้องโดยสารอัจฉริยะในแบบที่แบรนด์เรียกว่า “Digital Premium” จุดศูนย์กลางความสนใจคือ “MBUX Superscreen” ซึ่งเป็นแผงหน้าจอขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากผู้ขับขี่ไปจนถึงผู้โดยสารด้านหน้า ประกอบด้วยหน้าจอหลักและหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าที่รวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ไม่เพียงแค่แสดงข้อมูล แต่ยังเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและการควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถยนต์อย่างง่ายดาย
ระบบช่วยเหลือภายในห้องโดยสาร MBUX Interior Assistant (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) ช่วยให้คุณสามารถสั่งงานฟังก์ชันต่างๆ ด้วยท่าทาง หรือแม้แต่ใช้ระบบกล้อง Selfie ภายในรถ เพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญระหว่างการเดินทาง หรือใช้เป็นกล้องประชุมทางไกลได้อย่างสะดวกสบาย การเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (Apple CarPlay และ Android Auto) เป็นมาตรฐาน พร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สายสำหรับที่นั่งด้านหน้า เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อในโลกดิจิทัล
ความสะดวกสบายเป็นสิ่งที่ Mercedes-Benz ไม่เคยประนีประนอม เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศแบบ Climatised และระบบดันหลัง 4 ทิศทางแบบ Lumbar support ช่วยให้ทุกการเดินทางผ่อนคลาย ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 โซน (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) และ THERMATIC แบบ 2 โซน ช่วยให้ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถตั้งค่าอุณหภูมิที่เหมาะสมกับตนเองได้ ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL ช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสารบริสุทธิ์และสดชื่นตลอดเวลา ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา และม่านบังแดดด้านหลังที่เลื่อนขึ้น-ลงด้วยระบบไฟฟ้า มอบความเป็นส่วนตัวและความร่มรื่นยามแดดจ้า
สำหรับสุนทรียภาพทางเสียง E 350 e AMG Dynamic มาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester 4D surround sound system ที่มอบประสบการณ์เสียงอันน่าทึ่ง ด้วยลำโพงที่ซ่อนอยู่ในเบาะนั่ง ช่วยให้เสียงมีความสมจริงและมีมิติยิ่งขึ้น การตกแต่งภายในยังคงความประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูหุ้มด้วยหนัง ARTICO ตกแต่งลายแบบ Nappa เสริมด้วยวัสดุตกแต่งห้องโดยสารแบบ Open-pore black ash wood (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) หรือ Black Piano ในรุ่นอื่นๆ ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร Active Ambient Lighting (เฉพาะ E 350 e AMG Dynamic) สร้างบรรยากาศที่ปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์และสไตล์การขับขี่
ขุมพลังขับเคลื่อน: ประสิทธิภาพและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
E-Class (W214) ได้รับการพัฒนาขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซล Mild Hybrid (MHEV) และเบนซิน Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ล้ำสมัย
E 220 d AMG Line (MHEV)
รุ่น E 220 d มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลรหัส OM 654 M ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที สิ่งที่โดดเด่นคือการผสานกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 48V EQ Boost ที่ให้กำลังเพิ่มเติมอีก 23 แรงม้า และแรงบิด 205 นิวตันเมตร ระบบ Mild Hybrid นี้ช่วยให้การออกตัวราบรื่นขึ้น ลดภาระเครื่องยนต์ และยังสามารถ “Coasting” หรือแล่นลอยตัวโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องยนต์ในบางจังหวะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันได้อย่างชัดเจน เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มนวลและตอบสนองได้รวดเร็ว ส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ทำให้ E 220 d เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความประหยัดเชื้อเพลิงในระยะทางไกล โดยไม่ลดทอนสมรรถนะและความนุ่มนวลในการขับขี่
E 350 e AMG Dynamic (PHEV)
สำหรับผู้ที่มองหาความก้าวล้ำไปอีกขั้น E 350 e คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่รวมเครื่องยนต์เบนซินรหัส M254 ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า และแรงบิด 440 นิวตันเมตร พละกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 313 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร ทำให้ E 350 e มีอัตราเร่งที่รวดเร็วและทรงพลังอย่างน่าประทับใจ
หัวใจสำคัญของระบบ Plug-in Hybrid คือแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 25.4 kWh ที่รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) สูงสุด 11 kW และรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สูงสุด 55 kW ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ E 350 e สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ไม่ว่าจะที่บ้านหรือสถานีชาร์จสาธารณะ ด้วยความสามารถในการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ในระยะทางที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน E 350 e จึงเป็นรถยนต์ที่มอบทั้งความประหยัด ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ตอบโจทย์เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัวและเร้าใจ
ช่วงล่างและระบบควบคุม: ความสมดุลแห่งการขับขี่
การควบคุมและเสถียรภาพในการขับขี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ Mercedes-Benz ให้ความสำคัญเสมอมา E-Class (W214) ใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นอย่างดีเพื่อมอบความสบายในการเดินทางควบคู่ไปกับความมั่นใจในการควบคุม
ในรุ่น E 220 d AMG Line ใช้ช่วงล่างแบบ Lowering AGILITY CONTROL ซึ่งเป็นระบบกันสะเทือนแบบปรับระดับได้ตามสภาพถนนและสไตล์การขับขี่ ให้ความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและแน่นหนึบ เหมาะสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล
สำหรับรุ่น E 350 e AMG Dynamic ซึ่งเน้นสมรรถนะที่เหนือกว่า มาพร้อมช่วงล่างแบบ AGILITY CONTROL ที่ได้รับการปรับจูนมาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับพละกำลังที่มากขึ้นและมอบการขับขี่ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมยังคงไว้ซึ่งความสบายในระดับพรีเมียม การผสมผสานระหว่างช่วงล่างที่ยอดเยี่ยมกับล้ออัลลอยขนาดใหญ่ช่วยให้ E-Class ใหม่ยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง เข้าโค้งได้อย่างเฉียบคม และดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่: อุ่นใจในทุกเส้นทาง
Mercedes-Benz ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาระบบความปลอดภัย และ E-Class (W214) ก็เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นนี้ ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยอันก้าวล้ำที่ครอบคลุมทั้ง Active และ Passive Safety เพื่อปกป้องทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ
ระบบถุงลมนิรภัยที่จัดเต็มถึง 9 ตำแหน่ง ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยด้านหน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับศีรษะ และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS เป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำงานร่วมกับระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist ที่ช่วยให้การขับขี่และการหยุดรถเป็นไปอย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย
นอกจากนี้ E-Class ใหม่ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (Driving Assistance Systems) ที่ยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายไปอีกขั้น:
ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา Active Blind Spot Assist: ช่วยลดความเสี่ยงในการเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ Active Brake Assist: ตรวจจับวัตถุและบุคคลด้านหน้า พร้อมเข้าช่วยเบรกอัตโนมัติเพื่อป้องกันหรือลดความรุนแรงของการชน
ระบบรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร: ช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ระยะยาว
ระบบรักษาระยะห่างจากรถด้านหน้าและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control): รักษาความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ช่วยให้การขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดเป็นเรื่องง่ายขึ้น
ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัย Active Steering Assist: ให้ความช่วยเหลือในการบังคับเลี้ยว เพื่อให้รถอยู่กลางเลนได้อย่างมั่นคง
ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® Impulse Side: เตรียมความพร้อมก่อนเกิดการชนจากด้านข้าง โดยดันเบาะนั่งด้านข้างเข้าหาผู้โดยสาร เพื่อลดแรงกระแทก
กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (360-degree camera): ช่วยให้การจอดรถและการขับขี่ในที่แคบเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Active Parking Assist with PARKTRONIC: ช่วยค้นหาที่จอดและนำรถเข้าจอดได้อย่างแม่นยำ
สำหรับ E 350 e AMG Dynamic ยังมีระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อเตือนผู้ใช้ถนน (Acoustic Vehicle Alert System) ในขณะขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนเดินเท้าและผู้ขับขี่จักรยาน
ราคาและการรับประกัน: ความคุ้มค่าที่มาพร้อมคุณภาพ
Mercedes-Benz E-Class (W214) ใหม่ ในปี 2025 ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยด้วยราคาที่สะท้อนถึงนวัตกรรม ความหรูหรา และสมรรถนะอันเหนือชั้นที่ได้รับ:
E 220 d AMG Line ราคา 3,990,000 บาท
E 350 e AMG Dynamic ราคา 4,250,000 บาท
พร้อมกันนี้ Mercedes-Benz ยังมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าด้วยแพ็กเกจการรับประกันและบริการที่เหนือกว่า:
รับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง: ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการผลิต มอบความมั่นใจในการใช้งาน
รับประกันแบตเตอรี่ Hybrid 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง: เป็นการยืนยันถึงความทนทานและเชื่อถือได้ของเทคโนโลยีไฮบริดจาก Mercedes-Benz ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ที่พิจารณารถยนต์ไฮบริดในระยะยาว
ในส่วนของความจุถังน้ำมัน รุ่น E 220 d มีขนาด 66 ลิตร และรุ่น E 350 e มีขนาด 50 ลิตร ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง E 220 d ให้ความจุถึง 540 ลิตร ในขณะที่ E 350 e ซึ่งมีชุดแบตเตอรี่จะมีความจุ 370 ลิตร ซึ่งยังคงเพียงพอสำหรับการเดินทางและการใช้งานในชีวิตประจำวัน
บทสรุป: ผู้นำที่นิยามอนาคตแห่งยานยนต์หรู
Mercedes-Benz E-Class (W214) ในปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ซีดานหรูอีกรุ่นหนึ่ง แต่มันคือนิยามใหม่ของยานยนต์ระดับผู้บริหารที่ผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัลที่ล้ำสมัย ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นสะดุดตา ห้องโดยสารที่ก้าวล้ำด้วย MBUX Superscreen ขุมพลังขับเคลื่อนที่ทรงประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน E-Class ใหม่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ทั้งในด้านความสะดวกสบาย สมรรถนะ และความอุ่นใจ
สำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ที่สะท้อนสถานะความเป็นผู้นำ พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคต และต้องการความคุ้มค่าที่มาพร้อมคุณภาพและบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้ Mercedes-Benz E-Class (W214) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้เป็นแค่พาหนะ แต่คือคู่หูที่พร้อมพาคุณทะยานสู่อนาคตอย่างมีสไตล์และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยการลงทุนใน E-Class คุณกำลังลงทุนในอนาคตของการเดินทางที่เต็มไปด้วยความหรูหรา นวัตกรรม และความยั่งยืนอย่างแท้จริง

