ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความหรูหราที่เหนือระดับ Mercedes-Benz ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำที่รังสรรค์ประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ จากรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงของ AMG ไปจนถึงยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรู และรถตู้เพื่อการพาณิชย์แห่งอนาคต แบรนด์ตราดาวสามแผ่นได้นำเสนอไลน์อัปที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย ความยั่งยืน และความปลอดภัย บทความนี้จะเจาะลึกถึงไฮไลต์สำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปี 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ซึ่งเป็นสองดาวเด่นที่ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราไว้อย่างลงตัว พร้อมด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับ Top-End Luxury และการก้าวสู่ยุคใหม่ของยานยนต์เพื่อการพาณิชย์
Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé: นิยามใหม่ของสมรรถนะจากสายการผลิตในประเทศ
สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูงสุด Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบในตลาดรถยนต์หรูปี 2025 นี่คือรถสปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูงที่มาพร้อมการติดตั้งอุปกรณ์และเทคโนโลยีจาก Mercedes-AMG มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรถยนต์ประกอบในประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในการยกระดับมาตรฐานยานยนต์ลักชัวรีในประเทศไทยให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น
หัวใจหลักของ CLE 53 คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างพิถีพิถัน ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบพละกำลังสูงสุด 449 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลที่ 560 นิวตันเมตร / 57.2 กก.-ม. อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 4.2 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับรถยนต์ในกลุ่มนี้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ สามารถกระจายแรงบิดสู่ล้อหน้าและหลังได้อย่างอิสระถึง 100% ควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ AMG SPEEDSHIFT MCT 9G ที่ตอบสนองฉับไว ส่งผลให้การควบคุมรถเป็นไปอย่างแม่นยำและมั่นคงในทุกสภาพถนน นอกจากนี้ CLE 53 ยังเป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมแพ็คเกจ AMG Driver’s Package ซึ่งช่วยปลดล็อกความเร็วสูงสุดได้ถึง 270 กม./ชม. ตอบโจทย์นักขับที่ต้องการสัมผัสขีดสุดแห่งสมรรถนะ
ด้านสมรรถนะการขับขี่ Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé ยกระดับประสบการณ์ให้เหนือกว่าด้วยการเพิ่ม AMG DYNAMIC PLUS Package เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ฟังชันก์อย่าง RACE START และ Drift mode ภายใต้โหมด DYNAMIC SELECT ช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่บนสนามแข่ง ช่วงล่าง AMG RIDE CONTROL ที่ทำงานร่วมกับล้อแม็กสปอร์ต AMG Y-spoke ขนาด 20 นิ้ว สีดำด้าน ให้ความคล่องตัวสูงสุดแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลในการเดินทาง นอกจากนี้ Active engine mounts ยังช่วยลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ เพิ่มความสบายในการขับขี่บนถนนปกติ และรักษาการยึดเกาะขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้มั่นใจได้ในทุกการเคลื่อนไหว
ดีไซน์ภายนอกของ CLE 53 โดดเด่นด้วยชุดแต่ง AMG Night Package มอบลุคที่ดุดันและสปอร์ตตามแบบฉบับ AMG Exterior เป็นครั้งแรกที่รถยนต์ประกอบในประเทศมาพร้อมฝากระโปรงแบบ Power dome และ Central air outlet เพื่อการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ทำงานร่วมกับ Adaptive Highbeam Assist Plus มอบทัศนวิสัยและการขับขี่ที่ปลอดภัยไร้กังวล ระบบเบรก AMG high-performance brake system แบบ 4 พอร์ตด้านหน้าและ 1 พอร์ตด้านหลัง พร้อม Active rear-axle steering ที่สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุด 2.5 องศาที่ความเร็วต่ำ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง และปรับเป็น 0.7 องศาที่ความเร็วสูงเพื่อเพิ่มเสถียรภาพ นี่คืออีกหนึ่งนวัตกรรมที่ยกระดับการควบคุมให้เหนือชั้น
ประสบการณ์ทางเสียงก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ด้วยระบบถ่ายทอดเสียงเครื่องยนต์ AMG Real Performance Sound ที่ปรับระดับเสียงท่อไอเสียได้ทั้ง BALANCED หรือ POWERFUL ผ่านคอนโซลกลาง เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่
ภายในห้องโดยสารของ CLE 53 คือการผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่างลงตัว พวงมาลัย AMG Performance steering wheel พร้อมระบบพวงมาลัย AMG Steering 3 สเตจ เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa และไมโครไฟเบอร์ มอบความสบายสูงสุด ระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x ที่ออกแบบมาเพื่อ AMG โดยเฉพาะ มาพร้อมหน้าจอธีมพิเศษ การวัดแทร็กสนาม และระบบ AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้งาน เพื่อปรับแต่งฟังก์ชันต่างๆ ให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังครบครันด้วย AMG Head-up Display, MBUX augmented reality for navigation และระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system ลำโพง 17 ตัว กำลังขับ 710 วัตต์ พร้อม Dolby Atmos มอบประสบการณ์เสียงที่คมชัดสมจริง
ด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé จัดเต็มด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมาย เช่น ATTENTION ASSIST, Active Brake Assist, Active Distance Assist DISTRONIC, Blind Spot Assist, PRE-SAFE® system, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, ABS, Tyre pressure monitoring system, ESP และ Parking Package พร้อมกล้องถอยหลัง โดยมีตัวเลือกสีภายนอก 5 สี ได้แก่ Obsidian Black, Spectral Blue, MANUFAKTUR Alpine Grey Solid, MANUFAKTUR Opalite White Bright และ MANUFAKTUR Patagonia Red
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic: สปอร์ตหรูที่เข้าถึงง่าย
สำหรับผู้ที่มองหารถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่ผสานความสปอร์ต ความหรูหรา และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม นี่คือยนตรกรรมที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาด โดยวางตำแหน่งในเซกเมนต์เดียวกับ E-Class Coupé เดิม แต่มาพร้อมวิวัฒนาการที่เหนือกว่า
ขุมพลังของ CLE 300 มาจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับระบบ Mild-Hybrid 48V มอบกำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร / 40.8 กก.-ม. สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 6.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC กระจายกำลังสู่ด้านหน้า 45% และด้านหลัง 55% ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC เพื่อการขับขี่ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
เมื่อเปรียบเทียบกับ E-Class Coupé รุ่นก่อนหน้า CLE 300 มีมิติตัวถังที่ยาวขึ้น กว้างขึ้น และเตี้ยลงเล็กน้อย ทำให้ได้สัดส่วนที่ดูสปอร์ตและปราดเปรียวยิ่งขึ้น มาพร้อมชุดแต่ง AMG Bodystyling รอบคัน เพิ่มความดึงดูดสายตา ไฟหน้า DIGITAL LIGHT ความละเอียดสูง 1 ล้านพิกเซลต่อโคม พร้อม Adaptive Highbeam Assist ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางยามค่ำคืน หลังคา Panoramic roof มอบความโปร่งโล่งสบาย และล้อแม็ก AMG multi-spoke ขนาด 19 นิ้ว ทำงานร่วมกับ Sports suspension ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้อย่างดีเยี่ยม ถังน้ำมันขนาด 66 ลิตร ยังช่วยให้การเดินทางไกลไร้กังวล
ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งแบบ AMG Interior Package มอบความรู้สึกสปอร์ตลักชัวรี แผงคอนโซลกลางแบบ high-gloss black พร้อม Instrument panel และแผงประตูหุ้มหนัง ARTICO ตกแต่งลาย Nappa เบาะนั่งทรงสปอร์ตสีแดงเพิ่มความดุดัน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต และหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital ขนาด 12.3 นิ้ว รวมถึงหน้าจอคอนโซลกลางขนาด 11.9 นิ้ว ที่รองรับการล็อกอินด้วยระบบ Fingerprint scanner ระบบฟอกอากาศ ENERGIZING AIR CONTROL และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC 2 โซน ก็มีมาให้อย่างครบครัน
ระบบปฏิบัติการ MBUX Gen20x รุ่นล่าสุด ซึ่งนับเป็นรุ่นที่สองที่ทำตลาดในประเทศไทยต่อจาก The new E-Class โดดเด่นด้วยระบบ AI-generated routines ที่เรียนรู้และบันทึกรูปแบบการใช้งานของผู้ขับขี่ พร้อมไอคอนที่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า และแยกสีเพื่อความสะดวกในการใช้งานตามมาตรฐานความปลอดภัย Euro NCAP นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งการด้วยเสียง ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในทุกมิติ
Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ยังมาพร้อมแพลตฟอร์มความบันเทิงที่เชื่อมต่อสตรีมมิงได้ง่าย ระบบเสียง Burmester® 3D surround sound system และ Dolby Atmos มอบประสบการณ์การฟังเพลงระดับพรีเมียม รองรับอินเทอร์เน็ต 5G สำหรับการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย, Podcast, ภาพยนตร์, เกม และการประชุมผ่าน Zoom ให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
ระบบความปลอดภัยก็จัดเต็มเช่นกัน อาทิ Active Distance Assist DISTRONIC Plus, Parking package with 360° camera, Active Brake Assist, Blind Spot Assist, ATTENTION ASSIST, PRE-SAFE system, ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill-Start Assist, ABS เป็นต้น โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ Polar White, Obsidian Black, Graphite Grey, High-tech Silver และ MANUFAKTUR Alpine Grey Solid
ขีดสุดแห่งความหรูหรา: กลุ่ม Top-End Luxury ปี 2025
นอกเหนือจาก CLE Coupé แล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เปิดตัวและจัดแสดงยนตรกรรมระดับ Top-End Luxury อีกกว่า 6 รุ่น ภายใต้แนวคิด “The Art of Cultivated Luxury” ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นเลิศและนวัตกรรมอันไร้ที่ติ
Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Mercedes-Maybach ที่สุดแห่งยนตรกรรมเอสยูวีที่มอบความหรูหราเหนือระดับในราคาเริ่มต้น 12,500,000 บาท
Mercedes-Maybach S 580 e Premium: รถยนต์ซีดาน Plug-in Hybrid ระดับไฮเอนด์ลักชัวรีที่กลับมาพร้อมตัวถังสีทูโทนใหม่ในรูปแบบ Local Production สะท้อนเอกลักษณ์ความสง่างามของ S-Class ในราคาเริ่มต้น 11,300,000 บาท
Mercedes-Benz G 580 with EQ Technology: ครั้งแรกกับการสานต่อตำนาน 45 ปีของ “King of Off-Road” อย่าง G-Class ด้วยระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว มอบแรงบิดสูงสุด 1,164 นิวตันเมตร ซึ่งมากที่สุดของแบรนด์ เปิดตัว 2 รุ่น ได้แก่ STANDARD ราคาเริ่มต้น 9,500,000 บาท และ EDITION ONE ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท (จำกัดเพียง 6 คันในไทย)
Mercedes-Benz G 450 d: The new G-Class ขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลตามคำเรียกร้องของลูกค้าชาวไทย ราคาเริ่มต้น 12,200,000 บาท
Mercedes-Benz S 580 e AMG Premium: ยนตรกรรมลักชัวรีซีดาน Plug-in Hybrid ที่ครบครันทั้งสุนทรียภาพการขับขี่ ความสะดวกสบาย ระบบความบันเทิง และความปลอดภัยขั้นสูง มาพร้อมระบบควบคุมทิศทางตัวรถแบบเลี้ยว 4 ล้อ (Rear axle steering 4.5°) ราคา 7,580,000 บาท
Mercedes-Benz V 300 d Exclusive: รถแวนระดับลักชัวรี 6 ที่นั่ง รุ่นนำเข้ามาตรฐานยุโรป ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งการเดินทางแบบครอบครัวและการใช้งานทางธุรกิจ มอบความสะดวกสบายและความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส พร้อมสมรรถนะที่ทรงพลัง ราคา 5,820,000 บาท
คุณมาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวย้ำถึงการเปิดตัวยนตรกรรมเหล่านี้ว่า เป็นการสะท้อนความเป็นเลิศในทุกด้านของเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างแท้จริง ทั้งความหรูหราสง่างามของ Mercedes-Maybach และ S-Class, พลังและความแข็งแกร่งของ G-Class รวมถึงความอเนกประสงค์ของ V-Class ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า
Sprinter และ eSprinter: ยนตรกรรมเพื่อการพาณิชย์ที่ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จ
นอกจากกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแล้ว Mercedes-Benz ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถตู้เพื่อการพาณิชย์ ด้วยตำนาน 30 ปีของ Sprinter ที่ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์มาตั้งแต่ปี 1995 ด้วยนวัตกรรม คุณภาพ และความทนทาน จนกลายเป็นต้นแบบของรถตู้เชิงพาณิชย์ทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่ายสะสมที่คาดว่าจะแตะ 5 ล้านคันภายในปี 2025 Sprinter ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจหลากหลายประเภท
Sprinter ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งในด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย โดยมีการปรับปรุงสำคัญในแต่ละยุค:
1995: เปิดตัว Sprinter รุ่นแรก ด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง และระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้น
2006: รุ่นที่สองมาพร้อมตัวเลือกขนาดตัวถังที่หลากหลาย และนำ Electronic Stability Program (ESP) มาใช้เป็นมาตรฐาน
2018: Sprinter รุ่นที่สามเปิดตัว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ MBUX และฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Active Brake Assist และ DISTRONIC Adaptive Cruise Control
2019: เปิดตัว eSprinter รถตู้ไฟฟ้ารุ่นแรก เพื่อรองรับการขนส่งที่ปลอดมลพิษในเมือง
2024: eSprinter ได้รับการอัปเกรดให้มีตัวเลือกแบตเตอรี่และระยะทางที่หลากหลาย รองรับการใช้งานที่กว้างขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติขั้นสูง
รุ่นพิเศษ 30 Years Sprinter มาพร้อมอุปกรณ์เสริมระดับพรีเมียม เช่น เบาะนั่งปรับระดับพร้อมที่รองรับเอว ระบบไฟหน้า LED High-Performance และแพ็กเกจช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง ซึ่งตอกย้ำถึงความใส่ใจในรายละเอียดทั้งในด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยในตลาดรถตู้ VIP และเชิงพาณิชย์
คุณ Klaus Rehkugler หัวหน้าฝ่ายขายและการตลาดของ Mercedes-Benz Vans ได้เน้นย้ำว่า Sprinter เป็นพาหนะที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทั่วโลกมาตลอด 30 ปี และบริษัทยังคงมุ่งมั่นพัฒนาให้ Sprinter เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้ต่อไป โดยในประเทศไทย Mercedes-Benz ยังมีการจำหน่ายรถตู้โดยสารรุ่น Vito ควบคู่ไปกับ Sprinter เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งรถตู้ทึบ, รถตู้โดยสาร และหัวเก๋งแชสซี โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 3 ล้านบาท
บทสรุป: อนาคตที่ขับเคลื่อนโดย Mercedes-Benz
ในปี 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ความหรูหรา และสมรรถนะที่ไม่มีใครเทียบได้ จากการเปิดตัว Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ Coupé และ Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé AMG Dynamic ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของรถสปอร์ตคูเป้ ไปจนถึงยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Mercedes-Maybach EQS 680 SUV และ G 580 with EQ Technology รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถตู้เพื่อการพาณิชย์อย่าง Sprinter และ eSprinter แบรนด์ตราดาวสามแฉกได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าในทุกเซกเมนต์ ด้วยนวัตกรรมที่เหนือกว่าและการออกแบบที่เหนือกาลเวลา
เชิญสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตยานยนต์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้รังสรรค์ขึ้น เยี่ยมชมโชว์รูมเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยนตรกรรมที่คุณสนใจ เพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบในแบบของคุณเอง

